Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Thursday, March 31, 2016

 

There are times when I feel like calling a person a fool or stupid, because they have done something stupid, but I am careful about that because of this verse. 

มีหลายครั้งที่ผมรู้สึกเหมือนกำลังเรียกคนว่าคนโง่หรือคนเขลา   เพราะพวกเขาได้ทำอะไรโง่ๆ  แต่ผมระมัดระวังเกี่ยวกับสิ่งนั้นเป็นเพราะพระคำข้อนี้

I think it is better to speak only of their action as being stupid, or even that they do many stupid things but not call the person stupid. 

ผมคิดว่ามันจะดีกว่าที่จะพูดเฉพาะการกระทำของพวกเขาเท่านั้นที่ว่าโง่  หรือแม้กระทั่งว่าพวกเขาทำสิ่งที่โง่ ๆ มากมาย แต่ไม่ได้เรียกเขาว่าคนโง่

I used to have a real problem with anger, thankfully the Lord has brought more of His peace upon my heart. 

ผมเคยมีปัญหาจริงเรื่องความโกรธ ขอบพระคุณที่พระเจ้าทรงทำให้ใจของผมมีความสุขมากขึ้น

23 So if you are offering your gift at the altar and there remember that your brother has something against you,

23 เหตุฉะนั้นถ้าท่านนำเครื่องบูชามาถึงแท่นบูชาแล้ว   และระลึกขึ้นได้ว่า   พี่น้องมีเหตุขัดเคืองข้อหนึ่งข้อใดกับท่าน 

24 leave your gift there before the altar and go. First be reconciled to your brother, and then come and offer your gift.

24 จงวางเครื่องบูชาไว้ที่หน้าแท่นบูชา   กลับไปคืนดีกับพี่น้องผู้นั้นเสียก่อน   แล้วจึงค่อยมาถวายเครื่องบูชาของท่าน

Sometimes you might be doing something good, like going to church, praying, reading the Bible, giving an offering or tithe, but then you realize that things are not right between you and another Christian. 

บางครั้งคุณอาจกำลังทำบางสิ่งที่ดี   เช่นการไปโบสถ์  อธิษฐาน  อ่านพระคัมภีร์  ถวายเงินหรือสิบลด  แต่แล้วคุณระลึกว่าหลายสิ่งไม่ถูกต้องระหว่างคุณและคริสเตียนอีกคน

Jesus makes it clear how important it is to make things right with our brothers and sisters in the Lord.

พระเยซูทรงสอนชัดเจนว่ามันสำคัญเพียงไรที่ต้องทำหลายสิ่งให้ถูกต้องต่อพี่น้องชายหญิงในพระเจ้า

25 Come to terms quickly with your accuser while you are going with Him to court, lest your accuser hand you over to the judge, and the judge to the guard, and you be put in prison.

25 จงปรองดองกับคู่ความโดยเร็วในขณะที่พากันไปศาล   เกลือกว่าคู่ความนั้นจะอายัดท่านไว้กับผู้พิพากษา   แล้วผู้พิพากษาจะมอบท่านไว้กับผู้คุม   และท่านจะต้องถูกขังไว้ในเรือนจำ

26 Truly, I say to you, you will never get out until you have paid the last penny.

26 ข้าพเจ้าบอกความจริงแก่ท่านว่า   ท่านจะออกจากที่นั่นไม่ได้จนกว่าจะได้ใช้หนี้จนครบ

Lust

ตัณหาราคะ

27 “You have heard that it was said, ‘You shall not commit adultery.’

27 “ท่านทั้งหลายได้ยินคำซึ่งกล่าวไว้ว่า   อย่าล่วงประเวณีผัวเมียเขา

28 But I say to you that everyone who looks at a woman with lustful intent has already committed adultery with her in His heart.

28 ฝ่ายข้าพเจ้าบอกท่านทั้งหลายว่า   ผู้ใดมองผู้หญิงเพื่อให้เกิดใจกำหนัดในหญิงนั้น   ผู้นั้นได้ล่วงประเวณีในใจกับหญิงนั้นแล้ว

29 If your right eye causes you to sin, tear it out and throw it away. For it is better that you lose one of your members than that your whole body be thrown into hell.

29 ถ้าตาข้างขวาของท่านทำให้ตัวหลงผิด   จงควักออกทิ้งเสีย   เพราะว่าถึงจะเสียอวัยวะอย่างหนึ่ง   ก็ดีกว่าตัวของท่านจะต้องลงนรก

30 And if your right hand causes you to sin, cut it off and throw it away. For it is better that you lose one of your members than that your whole body go into hell.

30 ถ้ามือข้างขวาทำให้หลงผิด   จงตัดทิ้งเสีย   เพราะถึงจะเสียอวัยวะอย่างหนึ่ง   ก็ดีกว่าตัวท่านจะต้องลงนรก

Pastor Chuck Smith explains, “But Jesus, by this, deliberately speaking of things that are so repugnant to us, is just seeking to show the importance of entering the kingdom of heaven.

บาทหลวงโยน สมิธ อธิบายว่า " แต่โดยสิ่งนี้ พระเยซูทรงประสงค์จะตรัสถึงหลายสิ่งที่เป็นปฏิปักษ์ต่อเรา  เป็นเพียงการพยายามจะแสดงให้เห็นความสำคัญของการเข้าสู่แผ่นดินสวรรค์

And in reality, the most important thing for any of us, more important than a whole body, more important than having all the members of my body intact is that I enter into the kingdom of heaven.

และที่จริง สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเราคนใดคนหนึ่ง  สำคัญกว่ากายทั้งหมด   สำคัญกว่าการมีสมาชิกทั้งหมดของกายของผมที่ครบถ้วน   คือการที่ผมเข้าไปในแผ่นดินสวรรค์

And I need to have that kind of primary emphasis in my life, the kingdom of heaven is the greatest goal, the greatest desire, and thus should bring into my life the greatest sacrifices.

และผมต้องการจะเน้นแบบนั้นเบื้องต้นในชีวิตผม   แผ่นดินสวรรค์เป็นเป้าหมายที่สำคัญที่สุด   ความปรารถนาที่สำคัญที่สุด   และดังนั้นจึงควรนำการเสียสละที่ใหญ่ยิ่งที่สุดเข้าในชีวิตของผม

And I should not be concerned with what sacrifice I may make in a temporal way because I am seeking the eternal kingdom of heaven.”

และผมก็ไม่ควรจะเกี่ยวข้องกับการถวายบูชาใดๆ  ที่ผมอาจจะทำในทางที่ชั่ว   เพราะผมกำลังแสวงหาแผ่นดินสวรรค์นิรันดร์ "

Some men have tried to see how far we can go without crossing the line in having fantasies about relations with women other than our wife. 

บางคนได้พยายามที่จะดูว่า  ไกลแค่ไหนที่เราสามารถทนได้โดยไม่ต้องข้ามเส้นการมีความคิดฟุ้งซ่านเรื่องความสัมพันธ์กับผู้หญิงอื่นที่ไม่ใช่ภรรยาของเรา

Not having a physical relation but perhaps flirting and looking and imagining.  Jesus says if you are doing it in your mind it is like you are doing it physically so with His help stop it if you are doing that. 

ไม่ใช่มีความสัมพันธ์ทางกาย   แต่บางทีอาจมีใจเจ้าชู้และจ้องมองและคิดฟุ้งซ่าน พระเยซูตรัสว่าถ้าคุณกำลังทำภายในใจ มันก็เหมือนคุณกำลังทำทางฝ่ายกาย   ดังนั้นด้วยความช่วยเหลือของพระองค์  จงหยุดเสียถ้าคุณกำลังทำเช่นนั้น

Also obviously what happens in the mind often happens physically as well.  If you think about something long enough, if you then have the opportunity you will probably do it. 

นอกจากนี้ยังเห็นได้ชัดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในใจมักจะเกิดขึ้นทางกายด้วย   ถ้าคุณคิดถึงบางสิ่งนานพอควร  แล้วถ้าคุณมีโอกาสคุณก็อาจจะลงมือทำ
Divorce

การหย่าร้าง

31 “It was also said, ‘Whoever divorces His wife, let Him give her a certificate of divorce.’

31  “ยังมีคำกล่าวไว้ว่า    ถ้าผู้ใดจะหย่าภรรยาก็ให้ทำหนังสือหย่าให้แก่ภรรยานั้น

32 But I say to you that everyone who divorces His wife, except on the ground of sexual immorality, makes her commit adultery. And whoever marries a divorced woman commits adultery.

32 ฝ่ายข้าพเจ้าบอกท่านทั้งหลายว่า   ถ้าผู้ใดจะหย่าภรรยา   เพราะเหตุอื่นนอกจากการเล่นชู้   ก็เท่ากับว่าผู้นั้นทำให้หญิงนั้นผิดศีลล่วงประเวณี   และถ้าผู้ใดจะรับหญิงซึ่งหย่าแล้วเช่นนั้นมาเป็นภรรยา   ผู้นั้นก็ผิดศีลล่วงประเวณีด้วย

Oaths

คำสาบาน

33 “Again you have heard that it was said to those of old, ‘You shall not swear falsely, but shall perform to the Lord what you have sworn.’

33 “อีกประการหนึ่งท่านทั้งหลายได้ยินคำ   ซึ่งกล่าวไว้แก่คนโบราณว่า   อย่าเสียคำสัตย์สาบาน   คำสัตย์สาบานที่ได้ถวายต่อองค์พระผู้เป็นเจ้านั้น   ต้องรักษาไว้ให้มั่น

34 But I say to you, Do not take an oath at all, either by heaven, for it is the throne of God,

34 ฝ่ายข้าพเจ้าบอกท่านทั้งหลายว่า   อย่าสาบานเลย   โดยอ้างถึงสวรรค์ก็อย่าสาบาน   เพราะสวรรค์เป็นที่ประทับของพระเจ้า

35 or by the earth, for it is His footstool, or by Jerusalem, for it is the city of the great King.

35 หรือโดยอ้างถึงแผ่นดินโลกก็อย่าสาบาน   เพราะแผ่นดินโลกเป็นที่รองพระบาทของพระเจ้า   หรือโดยอ้างถึงกรุงเยรูซาเล็มก็อย่าสาบาน   เพราะกรุงเยรูซาเล็มเป็นราชธานีของพระมหากษัตริย์

36 And do not take an oath by your head, for you cannot make one hair white or black.

36 อย่าสาบานโดยอ้างถึงศีรษะของตน   เพราะท่านจะกระทำให้ผมขาว   หรือดำไปสักเส้นหนึ่งก็ไม่ได้

37 Let what you say be simply ‘Yes’ or ‘No’; anything more than tHis comes from evil.

37 จริงก็จงว่าจริง   ไม่ก็ว่าไม่   พูดแต่เพียงนี้ก็พอ   คำพูดเกินนี้ไป   มาจากความชั่ว

Many times I have noticed a person will say what I want to hear, rather than the truth. 

หลายครั้งที่ผมได้สังเกตเห็นคนจะพูดสิ่งที่ผมต้องการจะฟังมากกว่าพูดความจริง

Sometimes if I invite someone to church they will say, “oh yes, I will be there on Sunday” but then on Sunday he or she is not here.  

บางครั้งถ้าผมเชิญชวนคนมาคริสตจักร  พวกเขาจะพูดว่า "โอ้ ใช่ ฉันจะไปวันอาทิตย์" แต่แล้วเมื่อถึงวันอาทิตย์ เขาหรือเธอไม่มาที่นี่

“I will fix your car by next Saturday,” but two weeks later it is still not fixed.  “I will pay you back next week the money I borrowed,” but the following month I have still not been repaid.  

"ผมจะซ่อมรถของคุณวันเสาร์หน้า" แต่สองสัปดาห์ต่อมาก็ยังไม่ได้รับการซ่อมรถให้เลย  "ฉันจะจ่ายเงินที่ยืมคืนกลับให้คุณสัปดาห์หน้านะ" แต่เดือนถัดไปผมก็ยังไม่ได้รับการชำระคืน

“I wlll call you right back,” but the phone call doesn’t come.  

" ฉันค่อยโทรกลับหาคุณทันที" แต่ไม่มีใครโทรมาเลย

Or even when asking directions, “where is Patong, how do I get there?”  A person might give me an answer but it is not correct.  

หรือแม้กระทั่งเมื่อถามทิศทาง "ไปป่าตองทางไหน ฉันจะไปได้ยังไง" คนอาจให้คำตอบแก่ผม แต่มันไม่ถูกต้อง

It would be better to say, I don’t know, rather than to give an incorrect answer.  Perhaps they think I am happy because I have an answer but if the answer is incorrect or a lie, then later I am not happy and this is not correct according to Jesus teaching here.  Someone might say, “well that is Thai culture.” 

มันจะดีกว่าที่จะบอกว่า  ผมไม่ทราบ   แทนที่จะให้คำตอบที่ไม่ถูกต้อง บางทีพวกเขาคิดว่าผมมีความสุขเพราะผมได้คำตอบ แต่ถ้าคำตอบไม่ถูกต้องหรือเป็นเท็จแล้ว  ต่อมาผมก็ไม่ได้มีความสุข  และสิ่งนี้ไม่ถูกต้องตามคำสอนของพระเยซู  บางคนอาจจะพูดว่า "เอ่อ นี่เป็นวัฒนธรรมไทย"

We must align with Bible culture not Thai culture, not American culture, not British culture, Bible culture. 

เราต้องสอดคล้องกับวัฒนธรรมตามพระคัมภีร์ไม่ใช่วัฒนธรรมไทย วัฒนธรรมอเมริกัน ไม่ใช่วัฒนธรรมอังกฤษ  แต่เป็นวัฒนธรรมตามพระคัมภีร์

Let your yes be yes, and your no be no.  

ให้คุณพูดว่าใช่เมื่อมันใช่    และจงพูดว่าไม่ใช่เมื่อมันไม่ใช่

You shouldn’t have to swear an oath for someone to believe you, just your word is your bond.  

คุณไม่ควรจะต้องกล่าวคำสาบานเพื่อให้ใครเชื่อถือคุณ  เพียงแค่คำพูดของคุณก็เป็นพันธะผูกพันคุณ

Your promises and commitments must be true and kept as best as you can.  So that when you say I will do something, you do it. 

คำสัญญาและการกระทำของคุณจะต้องเป็นจริง    และรักษาไว้อย่างดีที่สุดเท่าที่คุณทำได้ เพื่อว่าเมื่อคุณบอกว่าผมจะทำบางอย่าง คุณก็จะลงมือทำ
Retaliation

การตอบโต้คืน

38 “You have heard that it was said, ‘An eye for an eye and a tooth for a tooth.’

38 “ท่านทั้งหลายได้ยินคำซึ่งกล่าวไว้ว่า   ตาแทนตา   และฟันแทนฟัน

39 But I say to you, Do not resist the one who is evil. But if anyone slaps you on the right cheek, turn to Him the other also.

39 ฝ่ายข้าพเจ้าบอกท่านว่า   อย่าต่อสู้คนชั่ว   ถ้าผู้ใดตบแก้มขวาของท่าน   ก็จงหันแก้มซ้ายให้เขาด้วย

40 And if anyone would sue you and take your tunic, let Him have your cloak as well.

40 ถ้าผู้ใดอยากจะฟ้องศาล   เพื่อจะปรับเอาเสื้อของท่านไป   ก็จงให้เสื้อคลุมแก่เขาเสียด้วย

41 And if anyone forces you to go one mile, go with Him two miles.

41 ถ้าผู้ใดจะเกณฑ์ท่านให้เดินทางไปหนึ่งกิโลเมตร   ก็ให้เลยไปกับเขาถึงสองกิโลเมตร


I understand that it was Roman law, if a soldier was walking on the road carrying a load and you were coming in the opposite direction, you had to change course and walk with him for a kilometer carrying his load for him. 

ผมเข้าใจว่ามันเป็นกฎหมายโรมัน   ถ้าทหารกำลังเดินอยู่บนถนนแบกสัมภาระ  และคุณกำลังจะมาในทิศทางตรงกันข้าม    คุณต้องเปลี่ยนเส้นทางและเดินไปกับเขาสักกิโลเมตร ช่วยแบกสัม

ภาระแทนเขา



But Jesus goes beyond that, saying do more that what is required, carry his load for two kilometers not just one.   

แต่พระเยซูทรงกระทำเหนือกว่านั้น    ทรงตรัสว่าจงทำมากกว่าที่ร้องขอมา   ทรงแบกภาระหนักสองกิโลเมตรไม่เพียงแค่หนึ่งเท่านั้น

This has such good application to our work.  Many employees do only what is required by their employer.

นี้เป็นการนำมาประยุกต์ใช้ได้ดีต่อการงานของเรา พนักงานหลายคนทำเฉพาะงานที่นายจ้างของพวกเขากำหนดเท่านั้น

They do exactly what they are told but nothing more, they don’t seem to want to truly help and serve their employer or his customers. 

แท้จริงพวกเขาทำสิ่งที่พวกเขาถูกสั่งมา แต่ไม่มีอะไรมากกว่านั้น   พวกเขาดูเหมือนจะไม่ต้องการที่จะช่วยจริงๆ และรับใช้นายจ้างหรือลูกค้าของตน

In the airport there is a company that has people who take care of the trolleys for luggage.  It is their job to bring them back into the airport baggage claim areas from the parking lot.  In international baggage apparently they have told by their supervisor to line up the trolleys in one area by the furthest belt away from immigration. 

ที่สนามบินมีบริษัทที่จ้างคนคอยดูแลรถล้อเข็นกระเป๋าเดินทาง มันเป็นงานที่พวกเขาจะนำรถเข็นจากลานจอดรถสนามบินเพื่อกลับเข้ามาวางในพื้นที่เดิม ในแผนกกระเป๋าระหว่างประเทศ  เห็นได้ชัดว่าหัวหน้าฝ่ายได้สั่งพวกเขาว่าต้องจัดแถวรถเข็นในพื้นที่ห่างไกลที่สุดจากแผนกตรวจคนเข้าเมือง

Now if they were to think about the benefit of the passengers arriving there, they would line up some of those trolleys near to immigration by the other belts.  But they won’t because they will only do what is required nothing more.

ตอนนี้ถ้าพวกเขาต้องคิดถึงประโยชน์ของผู้โดยสารที่เดินทางมาถึงที่นั่น พวกเขาจะพารถเข็นที่จอดใกล้กับแผนกตรวจคนเข้าเมืองไปจอดเรียงแถวทางสายอื่น แต่พวกเขาจะไม่ทำ  เพราะพวกเขาจะทำในสิ่งที่กำหนดไว้  ไม่ทำอะไรมากกว่านี้

42 Give to the one who begs from you, and do not refuse the one who would borrow from you.

42 ถ้าเขาจะขอสิ่งใดจากท่าน   ก็จงให้อย่าเมินหน้าจากผู้ที่อยากขอยืมจากท่าน

Love Your Enemies

จงรักศัตรูของท่าน

43 “You have heard that it was said, ‘You shall love your neighbor and hate your enemy.’

43  “ท่านทั้งหลายได้ยินคำซึ่งกล่าวไว้ว่า   จงรักคนสนิท   และเกลียดชังศัตรู

44 But I say to you, Love your enemies and pray for those who persecute you,

44 ฝ่ายข้าพเจ้าบอกท่านว่า   จงรักศัตรูของท่าน   และจงอธิษฐานเพื่อผู้ที่ข่มเหงท่าน

45 so that you may be sons of your Father who is in heaven. For He makes His sun rise on the evil and on the good, and sends rain on the just and on the unjust.

45 ทำดังนี้แล้วท่านทั้งหลายจะเป็นบุตรของพระบิดาของท่านผู้ทรงสถิตในสวรรค์   เพราะว่าพระองค์ทรงให้ดวงอาทิตย์ของพระองค์   ขึ้นส่องสว่างแก่คนดีและคนชั่วเสมอกัน   และให้ฝนตก   แก่คนชอบธรรมและคนอธรรม

46 For if you love those who love you, what reward do you have? Do not even the tax collectors do the same?

46 แม้ว่าท่านรักผู้ที่รักท่าน   จะได้บำเหน็จอะไร   ถึงพวกเก็บภาษีก็ยังกระทำอย่างนั้นมิใช่หรือ

Christians are called by God to do more that what is normal for people to do.  Normally people are mean back to their enemies, they hate their enemies, they avoid their enemies, or they try to get even. 

พระเจ้าทรงเรียกคริสเตียนให้กระทำมากกว่าสิ่งปกติที่คนเราทำกัน โดยปกติคนจะใจร้ายต่อพวกศัตรูของตน    เกลียดชังพวกศัตรูของตน พากันหลีกหนีพวกศัตรู หรือพวกเขาพยายามที่จะแก้แค้นคืนกลับ

But Jesus says to love our enemies and to pray for them.

แต่พระเยซูตรัสว่าจงรักศัตรูของเราและอธิษฐานเผื่อพวกเขา

47 And if you greet only your brothers, what more are you doing than others? Do not even the Gentiles do the same?

47 ถ้าท่านทักทายแต่พี่น้องของตนฝ่ายเดียว   ท่านได้กระทำอะไรเป็นพิเศษยิ่งกว่าคนทั้งปวงเล่า   ถึงคนต่างชาติก็กระทำอย่างนั้นมิใช่หรือ

48 You therefore must be perfect, as your heavenly Father is perfect.

48 เหตุฉะนี้ท่านทั้งหลายจงเป็นคนดีรอบคอบ   เหมือนอย่างพระบิดาของท่าน   ผู้ทรงสถิตในสวรรค์เป็นผู้ดีรอบคอบ

Are you satisfied with mediocre?  

คุณพอใจกับคุณภาพปานกลางหรือไม่

Jesus sets the standard high, He says to be holy as God is holy, be perfect as He is perfect. 

พระเยซูทรงกำหนดมาตรฐานสูง, ทรงตรัสว่าจงเป็นคนบริสุทธิ์เหมือนพระเจ้าผู้ทรงบริสุทธิ์  และจงเป็นคนดีพร้อมเหมือนที่พระองค์ทรงเป็นคนดีพร้อม

Wow, I’ve got some work to do, and I shouldn’t just be satisfied with so-so, or okay, but striving for excellent with His help. 

ว้าว   ฉันมีบางอย่างที่ต้องทำและฉันจะไม่เพียงแต่พอใจกับสิ่งงั้น ๆ แหละ หรือโอเค แต่มุ่งมั่นพยายามทำให้ดีที่สุดโดยพระองค์ทรงช่วยเหลือ

Jesus has much more to say to us in Sermon on the Mount as we continue in chapter six next week. 

พระเยซูทรงมีเรื่องที่จะสอนเรามากมายในคำเทศนาบนภูเขา   ในขณะที่เราจะศึกษาบทที่หกอีกสัปดาห์ถัดไป

Happy are those who are poor in spirit, those who mourn, those who are meek, those who hunger and thirst for righteousness, those who are merciful, those who have a pure heart, those who are peacemakers, and those who are persecuted.  

ความสุขมีแด่ผู้ที่รู้สึกยากจนฝ่ายจิตวิญญาณ     ผู้ที่โศกเศร้า  ผู้ที่มีใจอ่อนโยน  ผู้ที่หิวกระหายความชอบธรรม   ผู้ที่มีใจเมตตา   ผู้ที่มีใจบริสุทธิ์   ผู้ที่สร้างสันติ   และผู้ที่ถูกข่มเหง

Are you being salt and light here in Phuket? 

คุณกำลังเป็นเกลือและแสงสว่างที่นี่ในจังหวัดภูเก็ตหรือไม่

Are you making a difference in people’s lives?  

คุณกำลังสร้างความแตกต่างในชีวิตของผู้คนหรือไม่

Are you going the extra mile or kilometer doing more that what is required?   Are you loving and praying for your enemies? 

คุณกำลังจะทำเพิ่มกว่าที่กำหนดสักกิโลเมตรไหม  คุณมีความรักและอธิษฐานเผื่อศัตรูของคุณหรือไม่

Matthew 5 part 2

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top