Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Thursday, May 19, 2016

 

Jesus Word of God

พระเยซู พระวาทะ พระเจ้า


What do John 1:1, 14 mean when they declare that Jesus is the Word of God? How is Jesus Christ the true Logos of God?

ยอห์น 1.1,14 หมายความว่าอะไรเมื่อพวกเขาประกาศว่าพระเยซูทรงเป็นพระวาทะของพระเจ้า  พระเยซูคริสต์ทรงเป็นพระวาทะของพระเจ้าจริงๆ อย่างไร

John ยอห์น 1:1, 14 1In the beginning was the Word, and the Word was with God, and the Word was God.

1ในปฐมกาลพระวาทะดำรงอยู่   และพระวาทะทรงสถิตอยู่กับพระเจ้า   และพระวาทะทรงเป็นพระเจ้า

14And the Word became flesh and dwelt among us, and we have seen his glory, glory as of the only Son from the Father, full of grace and truth.

14พระวาทะได้ทรงบังเกิดเป็นมนุษย์และทรงอยู่ท่ามกลางเรา   บริบูรณ์ด้วยพระคุณและความจริง   เราทั้งหลายได้เห็นพระสิริของพระองค์   คือพระสิริอันสมกับพระบุตรองค์เดียวของพระบิดา


Question: "What do John 1:1, 14 mean when they declare that Jesus is the Word of God?"
คำถาม : ยอห์น 1.1,14 หมายความว่าอะไรเมื่อพวกเขาประกาศว่าพระเยซูทรงเป็นพระวาทะของพระเจ้า 

Answer: The answer to this question is found by first understanding the reason why John wrote his Gospel.

คำตอบ:  เราพบคำตอบของคำถามนี้  โดยความเข้าใจเบื้องต้นเหตุผลที่ว่า   ทำไมยอห์นได้เขียนพระกิตติคุณฉบับของท่าน

We find his purpose clearly stated:

เราพบจุดประสงค์ของท่านระบุไว้อย่างชัดเจน:

John ยอห์น 20:30-31 30Now Jesus did many other signs in the presence of the disciples, which are not written in this book;

30พระเยซูได้ทรงกระทำหมายสำคัญอื่นๆ   อีกหลายประการต่อหน้าสาวกเหล่านั้น   ซึ่งไม่ได้บันทึกไว้ในหนังสือเล่มนี้

31but these are written so that you may believe that Jesus is the Christ, the Son of God, and that by believing you may have life in his name.

31แต่การที่ได้บันทึกเหตุการณ์เหล่านี้ไว้   ก็เพื่อท่านทั้งหลายจะได้เชื่อว่า   พระเยซูทรงเป็นพระคริสต์   พระบุตรของพระเจ้า   และเมื่อมีความเชื่อแล้ว   ท่านก็จะมีชีวิตโดยพระนามของพระองค์

John’s purpose was to introduce the readers of his Gospel to Jesus Christ, establishing who Jesus is (God in the flesh) and what He did.

วัตถุประสงค์ของยอห์น ต้องการแนะนำให้ผู้อ่านรู้จักพระกิตติคุณของพระเยซูคริสต์ ที่แสดงให้รู้ว่าพระเยซูทรงเป็นผู้ใด (พระเจ้าในสภาพเนื้อหนัง) และสิ่งที่ทรงกระทำ

John’s sole aim was leading people to embrace the saving work of Christ in faith.

เป้าหมายอย่างเดียวของยอห์นคือ  นำประชาชนให้ได้รับความรอดผ่านทางพระคริสต์โดยความเชื่อ

When we understand this, we are better able to understand why John introduces Jesus as “The Word” in John 1:1.
เมื่อเราเข้าใจเรื่องนี้ เราจะสามารถเข้าใจดีขึ้นว่า ทำไมยอห์นแนะนำว่าพระเยซูทรงเป็น "พระวาทะ” ใน ยอห์น 1.1
By starting out his Gospel stating, “In the beginning was the Word, and the Word was with God, and the Word was God,” John is introducing Jesus with a term that both his Jewish and Gentile readers would have been familiar with.

โดยเริ่มต้นจากพระกิตติคุณ “ ในปฐมกาลพระวาทะดำรงอยู่   และพระวาทะทรงสถิตอยู่กับพระเจ้า  และพระวาทะทรงเป็นพระเจ้า “  ยอห์นกำลังแนะนำให้รู้จักพระเยซู  ในคำ

ศัพท์ที่ทั้งผู้อ่านชาวยิวและชาวต่างชาติจะได้คุ้นเคย

The Greek word translated “Word” in this passage is logos, and it was common in both Greek philosophy and Jewish thought of that day.

คำภาษากรีกที่แปลว่า “พระวาทะ” ในข้อพระธรรมนี้คือ โลโกส  และเป็นที่รู้จักกันทั่วไปในหลักปรัชญากรีกและหลักข้อเชื่อยิวในสมัยนั้น

For example, in the Old Testament the “word” of God is often personified as an instrument for the execution of God’s will.

ตัวอย่างเช่น ในพันธสัญญาเดิม  “พระวาทะ”ของพระเจ้า  มักจะถูกทำให้เป็นตัวตนเหมือนเครื่องมือสำหรับการจัดการตามพระประสงค์ของพระเจ้า

Psalm เพลงสดุดี 33:6 6By the word of the LORD the heavens were made, and by the breath of his mouth all their host.

6โดยพระวจนะของพระเจ้า ฟ้าสวรรค์ก็ถูกสร้างขึ้นมากับบริวารทั้งปวง ก็ด้วยลมพระโอษฐ์ของพระองค์  

Psalm เพลงสดุดี 107:20 20He sent out his word and healed them, and delivered them from their destruction.

20พระองค์ทรงใช้พระวจนะของพระองค์ไปรักษาเขา และทรงช่วยกู้เขาจากหลุมของเขา  

Psalm เพลงสดุดี 119:89 89Forever, O LORD, your word is firmly fixed in the heavens.

89ข้าแต่พระเจ้า พระวจนะของพระองค์ ปักแน่นอยู่ในสวรรค์เป็นนิตย์  

Psalm เพลงสดุดี 147:15-18 15He sends out His command to the earth; His word runs swiftly.

15พระองค์ทรงใช้พระบัญญัติ ของพระองค์ออกไปยังแผ่นดินโลก   พระวจนะของพระ

องค์ไปเร็ว  

16He gives snow like wool; He scatters hoarfrost like ashes.

16พระองค์ทรงประทานหิมะอย่างปุยขนแกะ ทรงหว่านน้ำค้างแข็งขาวอย่างขี้เถ้า  

17He hurls down His crystals of ice like crumbs; who can stand before His cold?

17พระองค์ทรงโยนน้ำแข็งของพระองค์เป็นก้อนๆ ใครจะทนทานความหนาวของพระ

องค์ได้  

18He sends out His word, and melts them; He makes His wind blow and the waters flow.

18พระองค์ทรงใช้พระวจนะของพระองค์ออกไป และละลายมันเสีย พระองค์ทรงให้ลมพัดและน้ำก็ไหล  

So, for his Jewish readers, by introducing Jesus as the “Word,” John is in a sense pointing them back to the Old Testament where the logos or “Word” of God is associated with the personification of God’s revelation.

ดังนั้น สำหรับผู้อ่านชาวยิว โดยการแนะนำว่าพระเยซูทรงเป็น“ พระวาทะ" โดยนัยหนึ่งยอห์นกำลังบอกพวกเขาให้ย้อนกลับไปดูพันธสัญญาเดิม  ที่ซึ่งโลโกสหรือ “พระวาทะ” ของพระเจ้า   เกี่ยวกับการทำเรื่องการทรงเปิดเผยของพระเจ้าให้เป็นตัวตน

And in Greek philosophy, the term logos was used to describe the intermediate agency by which God created material things and communicated with them.

และในปรัชญากรีก  คำศัพท์ โลโกส ถูกใช้เพื่ออธิบายถึงตัวแทนระหว่างกลาง  โดยที่พระเจ้าทรงสร้างสรรพสิ่งและสื่อสารกับสิ่งเหล่านั้น

In the Greek worldview, the logos was thought of as a bridge between the transcendent God and the material universe.

ในมุมมองของชาวกรีก  คิดว่าโลโกส เป็นเหมือนกับสะพานเชื่อมระหว่างพระเจ้าเหนือธรรมชาติและจักรวาลวัตถุ

Therefore, for his Greek readers, the use of the term logos would have likely brought forth the idea of a mediating principle between God and the world.
ดังนั้น สำหรับผู้อ่านชาวกรีก  การใช้คำว่าโลโกส   บางทีอาจจะนำเสนอแนวความคิดของหลักการที่เป็นสื่อกลางระหว่างพระเจ้าและโลก
So, essentially, what John is doing by introducing Jesus as the logos is drawing upon a word and concept that both Jews and Gentiles of his day would have been familiar with and using that as the starting point from which He introduces them to Jesus Christ.

ดังนั้น จำเป็นอย่างยิ่ง สิ่งที่ยอห์นกำลังทำโดยการแนะนำพระเยซูว่าทรงเป็นโลโกส   เป็น การดึงคำและแนวคิดว่า   ทั้งชาวยิวและชาวต่างชาติในสมัยของท่านคงจะคุ้นเคยดี  และใช้สิ่งนั้นเป็นจุดเริ่มต้น   จากสิ่งที่พระองค์ทรงแนะนำพวกเขาให้รู้จักพระเยซูคริสต์

But John goes beyond the familiar concept of logos that his Jewish and Gentile readers would have had and presents Jesus Christ not as a mere mediating principle like the Greeks perceived, but as a personal being, fully divine, yet fully human.

แต่ยอห์นไปไกลเกินความคิดที่คุ้นเคย กับคำว่า โลโกส  ที่ผู้อ่านชาวยิวและชาวต่างชาติรู้จัก  และท่านแสดงให้เห็นว่าพระเยซูคริสต์   ไม่เพียงแต่เป็นหลักข้อเชื่อความเป็นสื่อ

กลางอย่างที่ชาวกรีกได้รับรู้  แต่ว่าทรงสถานภาพบุคคล   เป็นพระเจ้าอย่างสมบูรณ์  แต่ก็เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ด้วย

Also, Christ was not simply a personification of God’s revelation as the Jews thought, but was indeed God’s perfect revelation of Himself in the flesh, so much so that John would record Jesus’ own words to Philip:

นอกจากนี้ เรื่องพระคริสต์ไม่ใช่แค่การทำเรื่องการทรงเปิดเผยของพระเจ้าให้เป็นตัวตนอย่างที่ชาวยิวคิด  แต่แน่นอนเป็นการเปิดเผยของพระเจ้าในสภาพเนื้อหนัง   ที่สมบูรณ์แบบมากเสียจนยอห์นจะบันทึกคำตรัสของพระเยซูเองแก่ฟิลิป:

John ยอห์น 14:9 9Jesus said to him, “Have I been with you so long, and you still do not know me, Philip? Whoever has seen me has seen the Father. How can you say, ‘Show us the Father’?

9พระเยซูตรัสกับเขาว่า “ฟีลิปเอ๋ย   เราได้อยู่กับท่านนานถึงเพียงนี้และท่านยังไม่รู้จักเราอีกหรือ   ผู้ที่ได้เห็นเราก็ได้เห็นพระบิดา   ท่านจะพูดได้อย่างไรอีกว่า   'ขอสำแดงพระบิดาให้ข้าพระองค์ทั้งหลายเห็น'

By using the term logos or “Word” in John 1:1, John is amplifying and applying a concept that was familiar with his audience and using that to introduce his readers to the true logos of God in Jesus Christ, the Living Word of God, fully God and yet fully man, who came to reveal God to man and redeem all who believe in Him from their sin.

โดยการใช้คำศัพท์ว่า โลโกส หรือ “พระวาทะ” ในยอห์น 1.1 ยอห์นกำลังขยายความและนำความคิดรวบยอดที่คุ้นเคยกับผู้ฟังมาประยุกต์ใช้   และการใช้สิ่งนั้นเพื่อแนะนำผู้อ่านให้รู้จัก โลโกส ที่แท้จริงของพระเจ้าในพระเยซูคริสต์   พระวาทะของพระเจ้าที่มีชีวิต   พระเจ้าองค์สมบูรณ์และมนุษย์ที่ครบถ้วนสมบูรณ์  ผู้ที่ได้เสด็จมาเปิดเผยพระเจ้าแก่มนุษย์ และทรงไถ่ทุกคนผู้เชื่อในพระองค์ให้พ้นจากความบาป

Jesus the Word and Unique

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top