Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Sunday, June 12, 2016

 

worship Holy Spirit

นมัสการพระวิญญาณบริสุทธิ์


Furthermore, some passages in the Old Testament that are attributed to God are applied to the Spirit in the New Testament

นอกจากนี้  พระธรรมบางตอนในพันธสัญญาเดิมที่ได้บรรยายพระลักษณะของพระเจ้า จะถูกนำมาใช้กับพระวิญญาณในพันธสัญญาใหม่

Isaiah อิสยาห์ 6:9 9And he said, “Go, and say to this people:“‘Keep on hearing, but do not understand; keep on seeing, but do not perceive.’

9และพระองค์ตรัสว่า “ไปเถอะและกล่าวแก่ชนชาตินี้ว่า   'ฟังแล้วฟังเล่า   แต่อย่าเข้าใจ   ดูแล้วดูเล่า แต่อย่ามองเห็น'  

Acts กิจการ 28:25-26 25And disagreeing among themselves, they departed after Paul had made one statement: “The Holy Spirit was right in saying to your fathers through Isaiah the prophet:

25เขาไม่เห็นพ้องกัน  จึงลาไป  เมื่อเปาโลได้กล่าวข้อความแถมว่า   “พระวิญญาณบริสุทธิ์ตรัสกับบรรพบุรุษของท่านทั้งหลาย  โดยอิสยาห์ผู้เผยพระวจนะถูกต้องดีแล้วว่า  

26“‘Go to this people, and say, You will indeed hear but never understand, and you

will indeed see but never perceive.

26จงไปหาชนชาตินี้และกล่าวว่า   พวกเจ้าจะได้ยินกับหูก็จริง   แต่จะไม่เข้าใจ   จะดูก็จริง แต่จะไม่สังเกต   

Exodus อพยพ 16:7 7and in the morning you shall see the glory of the LORD, because he has heard your grumbling against the LORD. For what are we, that you grumble against us?”

7ในเวลาเช้าพวกท่านจะได้เห็นพระสิริแห่งพระเจ้า   เพราะคำบ่นต่อว่าของพวกท่านต่อพระเจ้าทราบถึงพระองค์แล้ว   เราทั้งสองเป็นผู้ใดเล่า   พวกท่านจึงมาบ่นต่อว่าเรา”  

Hebrews ฮีบรู 3:7-9 7Therefore, as the Holy Spirit says, “Today, if you hear His voice,

7เหตุฉะนั้น   ตามที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ตรัสว่า  วันนี้ถ้าท่านทั้งหลายฟังพระสุรเสียงของพระองค์  

8do not harden your hearts as in the rebellion, on the day of testing in the wilderness,

8อย่าให้จิตใจของท่านดื้อรั้นอย่างในครั้งกบฏนั้น    เหมือนอย่างในวันที่ทดลองในถิ่นทุรกันดาร  

9where your fathers put me to the test and saw my works

9ซึ่งบรรพบุรุษของท่านทดลองเราโดยเอาเราเข้าพิสูจน์   ถึงแม้ว่าเขาเห็นการกระทำของเราตลอดสี่สิบปี  
A divine Person is worthy of worship. God is “worthy of praise”

บุคคลที่ได้เสด็จจากสวรรค์สมควรแก่การเคารพบูชา   พระเจ้าทรง "สมควรแก่การสรร

เสริญ"

Psalm เพลงสดุดี 18:3 3I call upon the LORD, who is worthy to be praised, and I

am saved from my enemies.

3ข้าพระองค์ร้องทูลต่อพระเจ้าผู้ทรง สมควรแก่การสรรเสริญ  และข้าพระองค์ได้ รับการช่วยให้พ้นจากศัตรูของข้าพระองค์  

God is great “most worthy of praise”

พระเจ้าทรงยิ่งใหญ่ "สมควรแก่การสรรเสริญมากที่สุด"

Psalm เพลงสดุดี 48:1 1Great is the LORD and greatly to be praised in the city of our God!  His holy mountain,

1พระเจ้านั้นยิ่งใหญ่และสมควรจะสรรเสริญอย่างยิ่ง   ในนครแห่งพระเจ้าของเรา  

We are commanded to worship God

เราได้รับพระบัญชาให้นมัสการพระเจ้า

Matthew มัทธิว 4:10 10Then Jesus said to him, “Be gone, Satan! For it is written,

“‘You shall worship the Lord your God and Him only shall you serve.’”

10พระเยซูจึงตรัสตอบว่า “อ้ายซาตาน   จงไปเสียให้พ้น   เพราะพระคัมภีร์มีเขียนไว้ว่า     จงกราบนมัสการพระองค์ผู้เป็นพระเจ้าของท่าน   และปรนนิบัติพระองค์แต่ผู้เดียว”  

Revelation วิวรณ์19:10 10Then I fell down at his feet to worship him, but he said to me, “You must not do that! I am a fellow servant with you and your brothers who hold to the testimony of Jesus. Worship God.” For the testimony of Jesus is the spirit of prophecy.

10แล้วข้าพเจ้าได้ทรุดตัวลงแทบเท้าของท่านเพื่อจะนมัสการท่าน   แต่ท่านได้กล่าวแก่ข้าพเจ้าว่า “อย่าเลย   ข้าพเจ้าเป็นเพื่อนผู้รับใช้เหมือนกับท่าน   และพวกพี่น้องของท่านที่ยึดถือคำพยานของพระเยซู   จงนมัสการพระเจ้าเถิด”   เพราะว่าคำพยานกล่าวถึงพระเยซูนั้นเป็นหัวใจของการเผยพระวจนะ

Revelation วิวรณ์ 22:9 9but he said to me, “You must not do that! I am a fellow servant with you and your brothers the prophets, and with those who keep the words of this book. Worship God.”

9แต่ท่านห้ามข้าพเจ้าว่า “อย่าเลย  ข้าพเจ้าเป็นเพื่อนผู้รับใช้เช่นเดียวกับท่านและพวกพี่น้องของท่าน  ซึ่งเป็นพวกผู้เผยพระวจนะ  และพวกที่ถือรักษาถ้อยคำในหนังสือนี้   ท่านจงนมัสการพระเจ้าเถิด”  

If, then, the Spirit is deity, the third Person of our triune God, He is worthy of worship.

แล้วถ้าพระวิญญาณทรงสภาพเป็นพระเจ้า  พระภาคที่สามของตรีเอกานุภาพ  พระองค์ทรงสมควรแก่การนมัสการ

Philippians ฟีลิปปี 3:3 3For we are the real circumcision, who worship by the Spirit of God and glory in Christ Jesus and put no confidence in the flesh—

3เพราะว่าเราทั้งหลายเป็นพวกถือพิธีเข้าสุหนัตแท้   เป็นผู้นมัสการพระเจ้าด้วยจิตวิญญาณ   และอวดพระเยซูคริสต์   และไม่ได้ไว้ใจในเนื้อหนัง

This tells us that true believers, those whose hearts have been circumcised, worship God by the Spirit and glory and rejoice in Christ.

สิ่งนี้บอกเราว่าผู้เชื่อที่แท้จริง  บรรดาผู้ที่มีจิตใจได้รับการชำระล้างแล้ว  นมัสการพระเจ้าโดยพระวิญญาณและสง่าราศี   และชื่นชมยินดีในพระคริสต์

Here is a beautiful picture of worship of all three members of the Godhead.
นี่คือภาพที่สวยงามของการนมัสการทั้งสามพระภาคของตรีเอกานุภาพ
How do we worship the Holy Spirit?

เราจะนมัสการพระวิญญาณบริสุทธิ์อย่างไร

The same way we worship the Father and the Son. Christian worship is spiritual, flowing from the inward workings of the Holy Spirit to which we respond by offering our lives to Him

เช่นเดียวกับที่เรานมัสการพระบิดาและพระบุตร  คริสเตียนนมัสการด้วยจิตวิญญาณ   ไหลจากการที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงทำกิจภายในเรา  ที่เราตอบสนองโดยมอบถวายชีวิตของเราแด่พระองค์

Romans โรม 12:1 1I appeal to you therefore, brothers, by the mercies of God, to present your bodies as a living sacrifice, holy and acceptable to God, which is your spiritual worship.

1พี่น้องทั้งหลาย   ด้วยเหตุนี้โดยเห็นแก่ความเมตตากรุณาของพระเจ้า   ข้าพเจ้าจึงวิงวอนท่านทั้งหลายให้ถวายตัวของท่านแด่พระองค์   เพื่อเป็นเครื่องบูชาที่มีชีวิตอันบริสุทธิ์และเป็นที่พอพระทัยพระเจ้า   ซึ่งเป็นการนมัสการโดยวิญญาณจิตของท่านทั้งหลาย

We worship the Spirit by obedience to His commands.

เรานมัสการพระวิญญาณโดยการเชื่อฟังพระบัญชาของพระองค์

Referring to Christ, the Apostle John explains

อัครสาวกยอห์นอธิบาย โดยกล่าวอ้างถึงพระคริสต์

1 John 1 ยอห์น 3:24 24Whoever keeps His commandments abides in Him, and He in them. And by this we know that He abides in us, by the Spirit whom He has given us.

24และทุกคนที่ประพฤติตามพระบัญญัติของพระองค์ก็อยู่ในพระองค์   และพระองค์ทรงสถิตอยู่ในคนนั้น   เหตุฉะนี้เราจึงรู้ว่าพระองค์ทรงสถิตอยู่ในเราคือโดยพระวิญญาณ   ซึ่งพระองค์ทรงโปรดประทานแก่เรา


We see here the link between obeying Christ and the Holy Spirit who dwells within us, convicting us of all things—especially our need to worship by obedience—and empowering us to worship.
ที่นี่เราเห็นการเชื่อมโยงระหว่างการเชื่อฟังพระคริสต์   และพระวิญญาณบริสุทธิ์  ผู้ที่ทรงประทับอยู่ภายในตัวเรา   ทรงพิสูจน์เราว่าผิดทุกสิ่ง  โดยเฉพาะอย่างยิ่งความจำเป็นที่เราต้องนมัสการโดยการเชื่อฟัง—และทรงให้อำนาจเราเพื่อนมัสการ
Worship is itself a function of the Spirit.

การนมัสการเองเป็นการทำงานของพระวิญญาณ

John ยอห์น 4:24 24God is spirit, and those who worship Him must worship in spirit and truth.”

24พระเจ้าทรงเป็นพระวิญญาณ   และผู้ที่นมัสการพระองค์   ต้องนมัสการด้วยจิตวิญญาณและความจริง”

Those who are spiritual are those who are indwelt by the Spirit who testifies to us that we belong to Him

บรรดาผู้อยู่ฝ่ายจิตวิญญาณ   เป็นผู้ที่พระวิญญาณได้ทรงประทับภายใน  โดยทรงเป็นพยานแก่เราว่า  เราเป็นของพระองค์

Romans โรม 8:16 16The Spirit himself bears witness with our spirit that we are children of God,

16พระวิญญาณนั้นเป็นพยานร่วมกับวิญญาณจิตของเราทั้งหลายว่า   เราทั้งหลายเป็นบุตรของพระเจ้า

His presence in our hearts enables us to return worship to Him in the Spirit.

การทรงประทับภายในจิตใจของเรา   ช่วยให้เราสามารถกลับมานมัสการพระองค์ในพระวิญญาณ

We are in Him as He is in us, just as Christ is in the Father and the Father is in us through the Spirit.

เราอยู่ในพระองค์ เพราะทรงประทับในเรา  เช่นเดียวกับพระคริสต์ทรงอยู่ในพระบิดา และพระบิดาทรงอยู่ในเราโดยทางพระวิญญาณ

John ยอห์น 14:20 20In that day you will know that I am in my Father, and you in me, and I in you.

20ในวันนั้นท่านทั้งหลายจะรู้ว่าเราอยู่ในพระบิดา   และท่านอยู่ในเราและเราอยู่ในท่าน

John ยอห์น 17:21 21that they may all be one, just as you, Father, are in me, and I in you, that they also may be in us, so that the world may believe that you have sent me.

21เพื่อเขาทั้งหลายจะได้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน   ดังที่พระองค์   คือพระบิดาทรงสถิตในข้าพระองค์   และข้าพระองค์ในพระองค์   เพื่อให้เขาเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับพระองค์   และกับข้าพระองค์ด้วย   เพื่อโลกจะได้เชื่อว่าพระองค์ทรงใช้ข้าพระองค์มา

essationism

หลักการเสื่อมสูญ


Is cessationism biblical? Did the miraculous gifts of the Spirit cease with the completion of the canon of Scripture?

คำอธิบายคำสำคัญ: หลักการเสื่อมสูญเป็นไปตามพระคัมภีร์ไหม   ของประ

ทานฝ่ายวิญญาณเรื่องการอัศจรรย์เสื่อมสูญพร้อมหลักพระคัมภีร์ครบถ้วนสมบูรณ์หรือ


Question: "Is cessationism biblical?"
คำถาม: "หลักการเสื่อมสูญเป็นไปตามพระคัมภีร์ไหม "


Answer: Cessationism is the view that the “miracle gifts” of tongues and healing have ceased—that the end of the apostolic age brought about a cessation of the miracles associated with that age.

คำตอบ: หลักการเสื่อมสูญคือมุมมองที่ว่า "ของประทานเรื่องการอัศจรรย์" เรื่องการพูดภาษาแปลกๆ และการรักษาโรคได้เสื่อมสูญ-----ซึ่งการสิ้นยุคอัครสาวกทำให้การอัศจรรย์ที่เกี่ยวข้องกับยุคนั้นเสื่อมสูญไป

Most cessationists believe that, while God can and still does perform miracles today, the Holy Spirit no longer uses individuals to perform miraculous signs.
ผู้นิยมหลักการเสื่อมสูญส่วนใหญ่เชื่อว่า    ในขณะที่พระเจ้าทรงสามารถและทรงทำการอัศจรรย์ทุกวันนี้    พระวิญญาณบริสุทธิ์ไม่ทรงใช้แต่ละบุคคลที่จะแสดงหมายสำคัญการอัศจรรย์อีกต่อไปแล้ว

The biblical record shows that miracles occurred during particular periods for the specific purpose of authenticating a new message from God. Moses was enabled to perform miracles to authenticate his ministry before Pharaoh

บันทึกในพระคัมภีร์แสดงให้เห็นว่าการอัศจรรย์ย์เกิดขึ้นในช่วงเวลาพิเศษ   เพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะของการรับรองพระดำรัสสอนใหม่จากพระเจ้าว่าจริงแท้  โมเสสสามารถทำการอัศจรรย์เพื่อรับรองพันธกิจของท่านว่าจริงแท้ต่อพระพักตร์ฟาโรห์

Exodus อพยพ 4:1-8 1Then Moses answered, “But behold, they will not believe me or listen to my voice, for they will say, ‘The LORD did not appear to you.’”

1โมเสสจึงทูลตอบว่า “แต่พระองค์เจ้าข้า   เขาจะไม่เชื่อข้าพระองค์หรือฟัง เสียงของข้าพระองค์   เพราะเขาจะว่า   'พระเจ้ามิได้ทรงปรากฏแก่ท่านเลย'”  

2The LORD said to him, “What is that in your hand?” He said, “A staff.”

2พระเจ้าจึงตรัสกับโมเสสว่า “อะไรอยู่ในมือของเจ้า” ท่านทูลว่า “ไม้เท้า พระเจ้าข้า”

3And he said, “Throw it on the ground.” So he threw it on the ground, and it became a serpent, and Moses ran from it.

3พระองค์ตรัสว่า “โยนลงที่พื้นดินเถิด” ท่านจึงทิ้งไม้เท้าลงบนพื้นดิน   ไม้เท้านั้นก็กลายเป็นงู โมเสสก็เดินหลบหนีงูไป

4But the LORD said to Moses, “Put out your hand and catch it by the tail”—so he put out his hand and caught it, and it became a staff in his hand—

4พระเจ้าตรัสกับโมเสสว่า “เอื้อมมือจับหางงูไว้” (พอท่านเอื้อมมือจับหางงู   มันก็กลายเป็นไม้เท้าอยู่ในมือของท่าน)

5“that they may believe that the LORD, the God of their fathers, the God of Abraham, the God of Isaac, and the God of Jacob, has appeared to you.”

5“เพื่อเขาทั้งหลายจะได้เชื่อว่า   พระเจ้าของบรรพบุรุษของเขา   พระเจ้าของอับราฮัม   พระเจ้าของอิสอัค   และพระเจ้าของยาโคบ   ทรงปรากฏแก่เจ้าแล้ว”  

6Again, the LORD said to him, “Put your hand inside your cloak.” And he put his hand inside his cloak, and when he took it out, behold, his hand was leprous like snow.

6พระเจ้าตรัสกับโมเสสอีกว่า “เอามือสอดไว้ที่อกของเจ้า” ท่านสอดมือไว้ที่อก   เมื่อชักมือออก มือของท่านก็เป็นโรคเรื้อน ขาวเหมือนหิมะ

7Then God said, “Put your hand back inside your cloak.” So he put his hand back inside his cloak, and when he took it out, behold, it was restored like the rest of his flesh.

7พระองค์จึงตรัสว่า “เอามือสอดไว้ที่อกอีกครั้งหนึ่ง” โมเสสก็สอดมือเข้าที่อกอีก   แล้วเมื่อท่านชักออกมา   ดูเถิด มือนั้นกลับกลายเป็นเหมือนเนื้อหนังส่วนอื่นของท่าน

8“If they will not believe you,” God said, “or listen to the first sign, they may believe the latter sign.

8พระเจ้าตรัสว่า “ถ้าเขาจะไม่เชื่อเจ้า   และไม่เชื่อหมายสำคัญครั้งที่หนึ่ง   เขาอาจเชื่อหมายสำคัญที่สอง

Elijah was given miracles to authenticate his ministry before Ahab

เอลียาห์ได้กระทำการอัศจรรย์เพื่อรับรองพันธกิจของท่านว่าจริงแท้ต่อพระพักตร์อาหับ

1 Kings 1พงศ์กษัตริย์ 17:1 1Now Elijah the Tishbite, of Tishbe in Gilead, said to Ahab, “As the LORD the God of Israel lives, before whom I stand, there shall be neither dew nor rain these years, except by my word.”

1ฝ่ายเอลียาห์ชาวทิชบีผู้ซึ่งตั้งอาศัยอยู่ในกิเลอาด   ได้ทูลอาหับว่า   “พระเยโฮวาห์พระเจ้าแห่งอิสราเอล   ผู้ซึ่งข้าพระบาทปฏิบัติทรงพระชนม์อยู่แน่ฉันใด   จะไม่มีน้ำค้างหรือฝนในปีเหล่านี้   นอกจากตามคำของข้าพระบาท”

1 Kings 1พงศ์กษัตริย์ 18:24 24And you call upon the name of your god, and I will call upon the name of the LORD, and the God who answers by fire, he is God.” And all the people answered, “It is well spoken.”

24และท่านทั้งหลายจงร้องออกพระนามพระเจ้าของท่าน   และข้าพเจ้าจะร้องออกพระนามพระเยโฮวาห์   พระเจ้าองค์ที่ทรงตอบด้วยไฟ   พระองค์นั้นแหละทรงเป็นพระเจ้า” และประชาชนทั้งปวงก็ตอบว่า “อย่างที่พูดก็ดีแล้ว”

The apostles were given miracles to authenticate their ministry before Israel

พวกอัครสาวกได้แสดงการอัศจรรย์  เพื่อรับรองพันธกิจว่าจริงแท้ต่อหน้าอิสราเอล

Acts กิจการ 4:10, 16 10let it be known to all of you and to all the people of Israel that by the name of Jesus Christ of Nazareth, whom you crucified, whom God raised from the dead—by him this man is standing before you well.

10ก็ให้ท่านทั้งหลายกับบรรดาชนอิสราเอลทราบเถิดว่า   โดยพระนามของพระเยซูคริสต์ชาวนาซาเร็ธ   ซึ่งท่านทั้งหลายได้ตรึงไว้ที่กางเขน   และซึ่งพระเจ้าได้ทรงโปรดให้คืนพระชนม์   โดยพระองค์นั้นแหละชายคนนี้ที่ยืนอยู่ต่อหน้าท่าน   จึงได้หายโรคเป็นปกติ

16saying, “What shall we do with these men? For that a notable sign has been performed through them is evident to all the inhabitants of Jerusalem, and we cannot deny it.

16ว่า “เราจะทำอย่างไรกับคนทั้งสองนี้   เพราะการที่เขาได้กระทำหมายสำ คัญอันเด่น   คนทั้งปวงที่อยู่ในกรุงเยรูซาเล็มก็รู้กันแล้วและเราปฏิเสธไม่ได้

Jesus’ ministry was also marked by miracles, which the Apostle John calls “signs”

พระราชกิจของพระเยซูได้ทรงสำแดงในรูปการอัศจรรย์   ซึ่งอัครสาวกยอห์นเรียกว่า "หมายสำคัญ"

John ยอห์น 2:11 11This, the first of His signs, Jesus did at Cana in Galilee, and manifested his glory. And His disciples believed in Him.

11นี่เป็นการกระทำอันเป็นหมายสำคัญครั้งแรกของพระเยซู   ทรงกระทำที่บ้านคานาแคว้นกาลิลี   และได้ทรงสำแดงพระสิริของพระองค์   และสาวกของพระองค์ก็ได้วางใจในพระองค์  


John’s point is that the miracles were proofs of the authenticity of Jesus’ message.
เป้าหมายของยอห์นคือว่า การอัศจรรย์เป็นบทพิสูจน์ความเที่ยงตรงของพระดำรัสสอนของพระเยซู
After Jesus’ resurrection, as the Church was being established and the New Testament was being written, the apostles demonstrated “signs” such as tongues and the power to heal. 

หลังจากพระเยซูทรงฟื้นคืนพระชนม์  คริสตจักรได้ถูกจัดตั้งขึ้นและพันธสัญญาใหม่กำลังถูกเขียน  อัครสาวกแสดงให้เห็นภาพ "หมายสำคัญ" เช่น “การพูดภาษาแปลกๆ” และฤทธิ์อำนาจในการรักษาโรค

1 Corinthians 1โครินธ์ 14:22 22Thus tongues are a sign not for believers but for unbelievers, while prophecy is a sign not for unbelievers but for believers.

22เหตุฉะนั้นการพูดภาษาแปลกๆจึงไม่เป็นหมายสำคัญแก่คนที่เชื่อแต่เป็นนิมิตแก่คนที่ไม่เชื่อ   แต่การเผยพระวจนะนั้น   ไม่ใช่สำหรับคนที่ไม่เชื่อ   แต่สำหรับคนที่เชื่อแล้ว

This is a verse that plainly says the gift was never intended to edify the church.
นี่คือข้อพระคัมภีร์ที่กล่าวชัดเจนว่า ของประทานก็ไม่ได้มีเจตนาจะให้เพื่ออบรมศีลธรรมแก่คริสตจักร

www.gotquestions.org/Thai

Worship Holy Spirit and Cessationism

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top