Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Wednesday, June 15, 2016

 

sign gifts

ของประทาน หมายสำคัญ


What was the purpose of the biblical sign gifts? Does the Spirit still give the 'sign' gifts, namely, tongues, prophecy, miracles?

อะไรคือจุดประสงค์ของหมายสำคัญตามพระคัมภีร์  พระวิญญาณยังทรงให้  ของประทาน  'หมายสำคัญ' ได้แก่ การพูดภาษาแปลกๆ  การพยากรณ์ และการอัศจรรย์ไหม


Question: "What was the purpose of the biblical sign gifts?"
คำถาม: "อะไรคือจุดประสงค์ของประทานหมายสำคัญตามพระคัมภีร์ "

Answer: When we speak of the biblical sign gifts, we are referring to miracles like speaking in tongues, visions, healing, raising the dead, and prophesying.

คำตอบ: เมื่อเราพูดถึงของของประทานหมายสำคัญตามพระคัมภีร์   เรากล่าวถึงการอัศจรรย์ เช่นการพูดภาษาแปลกๆ  นิมิต   การรักษา   การเป็นขึ้นจากตายและการพยากรณ์

There is no question among believers whether or not they existed, for the Bible plainly describes them.
ไม่มีคำถามในหมู่ผู้เชื่อ  ว่าสิ่งเหล่านี้เป็นจริงหรือไม่   เพราะพระคัมภีร์ได้อธิบายสิ่งเหล่านี้ชัดเจนแล้ว

Where disagreement arises among believers is their purpose, as well as the question of whether we should experience them today.

ขณะที่การไม่เห็นด้วยเกิดขึ้นในหมู่ผู้เชื่อคือจุดประสงค์ของพวกเขา   เช่นเดียวกับคำถามที่ว่าเราจะประสบเหตุการณ์เหล่านั้นในทุกวันนี้หรือไม่

Some say that these gifts are a sign of one's salvation, while others say they are a sign of the baptism of the Holy Spirit, and yet others say their purpose is to authenticate the message of the gospel.

บางคนกล่าวว่าของประทานเหล่านี้เป็นหมายสำคัญแห่งความรอดของคน   ขณะที่คนอื่นๆ บอกว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องหมายการรับบัพติสมาโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์   และคนอื่นยังบอกว่าจุดประสงค์ของสิ่งเหล่านี้คือเพื่อรับรองว่าข่าวสารของพระกิตติคุณเที่ยงตรง

How can we know the truth?

เราสามารถทราบความจริงได้อย่างไร

We must search the Scriptures to find God's purpose statements about these things.
เราต้องค้นหาข้อพระคัมภีร์เพื่อหาพระประสงค์ของพระเจ้าเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้
One of the earliest references to sign gifts in the Bible is found in Exodus 4, when Moses is being instructed by God about the deliverance from Egypt.

การอ้างอิงสมัยก่อนเรื่องหนึ่งคือของประทานหมายสำคัญในพระคัมภีร์ พบได้ในพระธรรมอพยพบทที่ 4 เมื่อพระเจ้าตรัสสั่งโมเสสเกี่ยวกับการปลดปล่อยจากอียิปต์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า

Moses worried that the people would not believe that God sent him, so God gave him the signs of the rod becoming a snake and his hand becoming leprous.

โมเสสเป็นห่วงว่าประชาชนจะไม่เชื่อว่าพระเจ้าทรงส่งท่านมา    ดังนั้นพระเจ้าได้ทรงประทานหมายสำคัญ  โดยการแปลงไม้เท้าให้กลายเป็นงู  และมือของท่านกลายเป็นโรคเรื้อน



God said these signs were “that they may believe that the LORD, the God of their fathers, the God of Abraham, the God of Isaac, and the God of Jacob, has appeared to you” (Exodus 4: 5).

พระเจ้าตรัสว่าหมายสำคัญเหล่านี้ " เพื่อเขาทั้งหลายจะได้เชื่อว่า พระเจ้าของบรรพบุรุษ

ของเขา  พระเจ้าของอับราฮัม พระเจ้าของอิสอัค  และพระเจ้าของยาโคบทรงปรากฏแก่เจ้าแล้ว" (อพยพ 4: 5)

If the people still did not believe, God told Moses to take water from the Nile and pour it on the ground, where it would turn to blood

ถ้าประชาชนยังคงไม่เชื่อ   พระเจ้าตรัสสั่งโมเสสให้ตักน้ำจากแม่น้ำไนล์  และเทลงบนพื้นดินแห้ง   แล้วมันจะกลายเป็นเลือด

Exodus อพยพ 4:9 9If they will not believe even these two signs or listen to your voice, you shall take some water from the Nile and pour it on the dry ground, and the water that you shall take from the Nile will become blood on the dry ground.”

9ถ้าเขาไม่เชื่อหมายสำคัญทั้งสองครั้งนี้   ทั้งไม่ฟังเสียงของเจ้า   จงตักน้ำในแม่น้ำไนล์มานิดหน่อยและเทลงที่ดินแห้ง   แล้วน้ำที่เจ้าตักมาจากแม่น้ำนั้นจะกลายเป็นเลือดบนดินแห้งนั้น”  

The purpose for the children of Israel was that they would believe God's messenger.
พระประสงค์สำหรับลูกหลานของอิสราเอลคือว่า   พวกเขาจะเชื่อในผู้ส่งสารของพระเจ้า
God also gave Moses miraculous signs to show Pharaoh, in order that he would let the people go.

พระเจ้าก็ทรงให้โมเสสมีหมายสำคัญการอัศจรรย์ที่จะแสดงต่อฟาโรห์    เพื่อที่ว่าพระองค์จะทรงยอมปล่อยชนชาติอิสราเอลไปเสีย

Exodus อพยพ 7:3-5 3But I will harden Pharaoh's heart, and though I multiply my signs and wonders in the land of Egypt,

3เราจะทำให้ใจของฟาโรห์แข็งกระด้างไป   แม้เราจะกระทำหมายสำคัญและอัศจรรย์ให้ทวีมากขึ้นในประเทศอียิปต์

4Pharaoh will not listen to you. Then I will lay my hand on Egypt and bring my hosts, my people the children of Israel, out of the land of Egypt by great acts of judgment.

4ฟาโรห์จะไม่เชื่อฟังเจ้า   แล้วเราจะยกมือของเราขึ้นปราบประเทศอียิปต์   และจะพาพลโยธาของเราคือชนชาติอิสราเอล ให้พ้นจากแผ่นดินอียิปต์ด้วยกิจการใหญ่โตอันทรงฤทธิ์

5The Egyptians shall know that I am the LORD, when I stretch out my hand against Egypt and bring out the people of Israel from among them.”

5ชาวอียิปต์จะรู้ว่าเราคือพระเจ้า ต่อเมื่อเราได้ยกมือขึ้นปราบอียิปต์   และพาชนชาติอิสราเอลออกจากพวกเขา”  

God told Moses that He would multiply His signs and wonders in Egypt, so “the Egyptians shall know that I am the LORD, when I stretch out my hand against Egypt and bring out the people of Israel from among them.”

พระเจ้าตรัสกับโมเสสว่า พระองค์จะทรงเพิ่มพูนหมายสำคัญและการอัศจรรย์ของพระ

องค์ในอียิปต์  ดังนั้น "ชาวอียิปต์จะรู้ว่าเราคือพระเจ้า  ต่อเมื่อเราได้ยกมือขึ้นปราบอียิปต์  และพาชนชาติอิสราเอลออกจากพวกเขา."

God wanted the Egyptian people to know that He was the one working to deliver the Israelites.

พระเจ้าทรงต้องการให้คนอียิปต์รู้ว่า  พระองค์ทรงเป็นผู้นั้นที่ทรงทำการปลดปล่อยชนชาติอิสราเอล

Exodus อพยพ 10:7 7Then Pharaoh's servants said to him, “How long shall this man be a snare to us? Let the men go, that they may serve the LORD their God. Do you not yet understand that Egypt is ruined?”

7บรรดาข้าราชการทูลฟาโรห์ว่า “คนนี้จะเป็นบ่วงแร้วดักเราไปนานสักเท่า ใด   ขอทรงพระกรุณาปลดปล่อยคนเหล่านั้นให้ไป นมัสการพระเจ้าของเขาเถิด   พระองค์ยังไม่ทราบหรือว่า อียิปต์กำลังพินาศแล้ว”  

Moses told Pharaoh that the final plague, which would kill the firstborn, was to show that God distinguished between the Egyptians and the Israelites.

โมเสสทูลฟาโรห์ว่าโรคระบาดสุดท้ายจะมาถึง  ซึ่งจะฆ่าบุตรหัวปี  เพื่อแสดงว่าพระเจ้าทรงแยกแยะระหว่างชนชาติอียิปต์และชนชาติอิสราเอล

The signs and wonders confirmed God's message to Pharaoh and the Egyptians, so they would know that Moses was sent by God.
หมายสำคัญและการอัศจรรย์   ยืนยันข่าวสารของพระเจ้าที่มีต่อฟาโรห์และชาวอียิปต์   ดังนั้นพวกเขาจะรู้ว่าโมเสสได้ถูกส่งมาโดยพระเจ้า
When Elijah confronted the false prophets on Mount Carmel (1 Kings 18), he prayed for God to miraculously send fire from heaven so the people would know.

เมื่อเอลียาห์ได้เผชิญหน้ากับผู้พยากรณ์เท็จบนภูเขาคาร์เมล (1 พงศ์กษัตริย์บทที่ 18) ท่านได้อธิษฐานทูลขอให้พระเจ้าทรงสำแดงการอัศจรรย์  ส่งไฟลงมาจากสวรรค์เพื่อให้ผู้คนได้ประจักษ์

1 Kings 1 พงศ์กษัตริย์ 18:36-37 36And at the time of the offering of the oblation, Elijah the prophet came near and said, “O LORD, God of Abraham, Isaac, and Israel, let it be known this day that you are God in Israel, and that I am your servant, and that I have done all these things at your word.

36และอยู่มาเมื่อถึงเวลาถวายบูชา เอลียาห์ผู้เผยพระวจนะก็เข้ามาใกล้ทูลว่า “ข้าแต่พระเยโฮวาห์พระเจ้าแห่งอับราฮัม อิสอัคและอิสราเอล ขอให้ทราบเสียทั่วกันในวันนี้ว่า 

พระองค์คือพระเจ้าในอิสราเอล   และข้าพระองค์เป็นผู้รับใช้ของพระองค์  และข้าพระองค์ได้กระทำบรรดาสิ่งเหล่านี้  ตามพระดำรัสของพระองค์

37Answer me, O LORD, answer me, that this people may know that you, O LORD, are God, and that you have turned their hearts back.”

37ข้าขอแต่พระเจ้า ขอทรงฟังข้าพระองค์ ทรงฟังข้าพระองค์ เพื่อชนชาตินี้จะทราบว่าพระองค์คือพระเยโฮวาห์ ทรงเป็นพระเจ้า และพระองค์ทรงหันจิตใจของเขาทั้งหลายกลับมาอีก”

The miracles he and the other prophets performed were a confirmation that God had sent the prophets and that God was at work in Israel’s midst.
การอัศจรรย์ที่ท่านและผู้พยากรณ์อื่น ๆ ได้กระทำนั้น เป็นการยืนยันว่าพระเจ้าได้ทรงส่งผู้เผยพระวจนะมา   และว่าพระเจ้าทรงทรงทำงานท่ามกลางชนชาติอิสราเอล
Joel was given a message of God's judgment on Israel, and within that message was a prophecy of mercy and hope.

โยเอลได้รับข่าวสารการพิพากษาของพระเจ้าที่ลงโทษอิสราเอล   และภายในข่าวสารนั้นเป็นคำพยากรณ์เรื่องพระเมตตาและความหวัง

When the judgment came as prophesied, and the people responded with repentance, God said that He would then remove the judgments and restore His blessing:

เมื่อคำพิพากษามาถึงตามที่พยากรณ์ไว้  และผู้คนตอบสนองด้วยการกลับใจใหม่  พระเจ้าตรัสว่า  พระองค์จะทรงยกการพิพากษาออกและรื้อฟื้นพระพรของพระองค์ขึ้นใหม่

Joel โยเอล 2:27 27You shall know that I am in the midst of Israel, and that I am the LORD your God and there is none else.  And my people shall never again be put to shame.

27เจ้าจะรู้ว่าเราอยู่ท่ามกลางอิสราเอล   และเรานี่แหละคือพระเยโฮวาห์เป็นพระเจ้าของเจ้า   ไม่มีอื่นใดอีก   ประชากรของเราจะไม่ต้องขายหน้าอีก  

Immediately after that statement, God spoke about pouring His Spirit on the people, so they would prophesy, see visions, and see wonders happening.

ทันทีหลังจากคำประกาศนั้น  พระเจ้าตรัสเกี่ยวกับการเทพระวิญญาณของพระองค์แก่ประชากร  ดังนั้นพวกเขาจะพยากรณ์ได้   เห็นนิมิตได้  และเห็นการอัศจรรย์เกิดขึ้น

When the disciples began speaking in tongues on the day of Pentecost

เมื่อถึงวันเพนเทคอสต์  เหล่าสาวกเริ่มต้นพูดภาษาแปลกๆ

Acts กิจการ 2:1-21 1When the day of Pentecost arrived, they were all together in one place.

1เมื่อวันเทศกาลเพ็นเทคอสต์มาถึง   จำพวกศิษย์จึงรวมอยู่ในที่แห่งเดียวกัน

2And suddenly there came from heaven a sound like a mighty rushing wind, and it filled the entire house where they were sitting.

2ในทันใดนั้นมีเสียงมาจากฟ้าเหมือนเสียงพายุกล้าสั่นก้องทั่วตึกที่เขานั่งอยู่นั้น

3And divided tongues as of fire appeared to them and rested on each one of them.

3มีเปลวไฟสัณฐานเหมือนลิ้นปรากฏแก่เขากระจายอยู่บนเขาสิ้นทุกคน

4And they were all filled with the Holy Spirit and began to speak in other tongues as the Spirit gave them utterance.

4 เขาเหล่านั้นก็ประกอบด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์   จึงตั้งต้นพูดภาษาอื่นๆตามที่พระวิญ

ญาณทรงโปรดให้พูด  

5Now there were dwelling in Jerusalem Jews, devout men from every nation under heaven.

5มีพวกยิวจากทุกประเทศทั่วใต้ฟ้าซึ่งเป็นผู้เกรงกลัวพระเจ้า   มาอยู่ในกรุงเยรูซาเล็ม

6And at this sound the multitude came together, and they were bewildered, because each one was hearing them speak in his own language.

6เมื่อมีเสียงอย่างนั้นเขาจึงพากันมา   และฉงนสนเท่ห์เพราะต่างคนต่างได้ยินเขาพูดภาษาของตัว

7And they were amazed and astonished, saying, “Are not all these who are speaking Galileans?

7คนทั้งปวงจึงประหลาดและอัศจรรย์ใจพูดว่า “ดูแน่ะ คนทั้งหลายที่พูดกันนั้นเป็นชาวกาลิลีทุกคนไม่ใช่หรือ

8And how is it that we hear, each of us in his own native language?

8เหตุไฉนเราทุกคนได้ยินเขาพูดภาษาของบ้านเกิดเมืองนอนของเรา

9Parthians and Medes and Elamites and residents of Mesopotamia, Judea and Cappadocia, Pontus and Asia,

9เช่นชาวปารเธียและมีเดีย ชาวเอลามและคนที่อยู่ในเขตแดนเมโสโปเตเมีย   และแคว้นยูเดียและแคว้นคัปปาโดเซีย ในแคว้นปอนทัสและเอเชีย

10Phrygia and Pamphylia, Egypt and the parts of Libya belonging to Cyrene, and visitors from Rome,

10ในแคว้นฟรีเจีย   แคว้นปัมฟีเลียและประเทศอียิปต์ในแขวงเมืองลิเบียซึ่งขึ้นกับนครไซรีน   และคนมาจากกรุงโรม   ทั้งพวกยิวกับคนเข้าจารีตยิว

11both Jews and proselytes, Cretans and Arabians—we hear them telling in our own tongues the mighty works of God.”

11ชาวเกาะครีตและชาวอาระเบีย   เราทั้งหลายต่างก็ได้ยินคนเหล่านี้กล่าวถึงมหกิจของพระเจ้า   ตามภาษาของเราเอง”

12And all were amazed and perplexed, saying to one another, “What does this mean?”

12เขาทั้งหลายจึงอัศจรรย์ใจ   และฉงนสนเท่ห์พูดกันว่า   “นี่อะไรกัน”

13But others mocking said, “They are filled with new wine.”

13แต่บางคนเยาะเย้ยว่า “คนเหล่านั้นเมาเหล้าองุ่นใหม่”

14But Peter, standing with the eleven, lifted up his voice and addressed them, “Men of Judea and all who dwell in Jerusalem, let this be known to you, and give ear to my words.

14ฝ่ายเปโตรได้ยืนขึ้นกับอัครทูตสิบเอ็ดคน   และได้กล่าวแก่คนทั้งปวงด้วยเสียงอันดังว่า   “ท่านชาวยูเดียและบรรดาคนที่อยู่ในกรุงเยรูซาเล็ม   จงทราบเรื่องนี้และฟังถ้อยคำของข้าพเจ้าเถิด

15For these men are not drunk, as you suppose, since it is only the third hour of the day. 

15ด้วยว่าคนเหล่านี้มิได้เมาเหล้าองุ่นเหมือนอย่างที่ท่านคิดนั้น   เพราะว่าเป็นเวลาสามโมงเช้า

16But this is what was uttered through the prophet Joel:

16แต่เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตามคำซึ่งโยเอลผู้เผยพระวจนะได้กล่าวไว้ว่า  

17“‘And in the last days it shall be, God declares, that I will pour out my Spirit on all flesh, and your sons and your daughters shall prophesy, and your young men shall see visions, and your old men shall dream dreams;

17'พระเจ้าตรัสว่าในวาระสุดท้าย   เราจะเทฤทธิ์เดชแห่งพระวิญญาณของเราโปรดประ

ทานแก่มนุษย์ทั้งปวง   บุตราบุตรีของท่านทั้งหลายจะกล่าวคำพยากรณ์  คนหนุ่มของท่านจะเห็นนิมิต และคนแก่จะฝันเห็น  

18even on my male servants and female servants in those days I will pour out my Spirit, and they shall prophesy.

18ในคราวนั้น   เราจะเทฤทธิ์เดชแห่งพระวิญญาณของเราบนทาสทาสีของเรา   และคน

เหล่านั้นจะกล่าวคำพยากรณ์  

19And I will show wonders in the heavens above and signs on the earth below,

blood, and fire, and vapor of smoke;

19เราจะสำแดงการอัศจรรย์ในอากาศเบื้องบน   และนิมิตที่แผ่นดินเบื้องล่าง   เป็นเลือด   ไฟ และไอควัน  

20the sun shall be turned to darkness and the moon to blood, before the day of the Lord comes, the great and magnificent day.

20ดวงอาทิตย์จะมืดไป และดวงจันทร์จะกลับเป็นเลือด ก่อนถึงวันใหญ่นั้น คือวันใหญ่ยิ่งของพระเจ้า  

21And it shall come to pass that everyone who calls upon the name of the Lord shall be saved.’

21และจะเป็นเช่นนี้คือ ทุกคนซึ่งได้ออกพระนามขององค์พระผู้เป็นเจ้าจะรอด'  

Peter declared, “This is that which was spoken by the prophet Joel.” What was the purpose?

เปโตรประกาศว่า "นี่คือสิ่งที่ศาสดาพยากรณ์โยเอลได้บอกกล่าวแล้ว" อะไรคือจุด

ประสงค์

That the people would know the message brought by Peter and the others was God's message.
คือว่าประชาชนจะได้รู้ว่าข้อพระธรรมที่กล่าวโดยเปโตรและคนอื่น ๆ เป็นข่าวสารของพระเจ้า


Jesus' ministry was accompanied by various signs and wonders.

พันธกิจพระเยซูนั้นทรงกระทำพร้อมกับหมายสำคัญและการอัศจรรย์มายมายหลายอย่าง

What was the purpose of His miracles?

อะไรคือพระประสงค์ที่ทรงสำแดงการอัศจรรย์

John ยอห์น 10:37-38 37If I am not doing the works of my Father, then do not believe me;

37ถ้าเราไม่ปฏิบัติพระราชกิจของพระบิดาของเรา   ก็อย่าวางใจในเราเลย

38but if I do them, even though you do not believe me, believe the works, that you may know and understand that the Father is in me and I am in the Father.”

38แต่ถ้าเราปฏิบัติพระราชกิจนั้น   แม้ว่าท่านมิได้วางใจในเรา   ก็จงวางใจเพราะพระราชกิจนั้นเถิด   เพื่อท่านจะได้รู้และเข้าใจว่าพระบิดาทรงอยู่ในเรา   และเราอยู่ในพระบิดา”

Jesus was responding to the Jews who wanted to stone Him for blasphemy.

พระเยซูทรงตอบชาวยิวที่อยากจะเอาหินขว้างพระองค์ หาว่าทรงหมิ่นประมาทต่อพระเจ้า

Just as in the Old Testament, the purpose of Jesus' miracles was to confirm God's hand on His Messenger.
เช่นเดียวกับในพันธสัญญาเดิม   จุดประสงค์ของการอัศจรรย์ของพระเยซู คือการยืนยันพระหัตถ์ของพระเจ้าอยู่เหนือผู้ส่งสารของพระองค์
When the Pharisees asked Jesus to show them a sign, Jesus said,

เมื่อพวกฟาริสีทูลขอพระเยซูให้ทรงสำแดงการอัศจรรย์แก่พวกเขา  พระเยซูตรัสว่า

Matthew มัทธิว 12:39-41 39But He answered them, “An evil and adulterous generation seeks for a sign, but no sign will be given to it except the sign of the prophet Jonah.

39พระองค์จึงตรัสตอบเขาว่า “คนชาติชั่วและคิดทรยศต่อพระเจ้าแสวงหาหมายสำคัญ   และจะไม่ทรงโปรดให้หมายสำคัญแก่เขา   เว้นไว้แต่หมายสำคัญของโยนาห์ผู้เผยพระวจนะ

40For just as Jonah was three days and three nights in the belly of the great fish, so will the Son of Man be three days and three nights in the heart of the earth.

40ด้วยว่า โยนาห์ได้อยู่ในท้องปลามหึมาสามวันสามคืน ฉันใดบุตรมนุษย์จะอยู่ในท้องแผ่นดินสามวันสามคืนฉันนั้น

41The men of Nineveh will rise up at the judgment with this generation and condemn it, for they repented at the preaching of Jonah, and behold, something greater than Jonah is here.

41ชนชาวนีนะเวห์จะลุกขึ้นในวันพิพากษาพร้อมกับคนยุคนี้ และจะเป็นตัวอย่างให้คนยุคนี้ได้รับโทษ ด้วยว่าชาวนีนะเวห์ได้กลับใจเสียใหม่ เพราะคำประกาศของโยนาห์ และซึ่งใหญ่กว่าโยนาห์มีอยู่ที่นี่

Jesus was very clear that the purpose of a sign was so people would acknowledge God's message and respond accordingly.

พระเยซูตรัสชัดเจนว่าจุดประสงค์ของหมายสำคัญ  คือเพื่อประชาชนจะได้รับทราบข่าวสารของพระเจ้าและตอบสนองตามนั้น

John ยอห์น 4:48 48So Jesus said to him, “Unless you see signs and wonders you will not believe.”

48พระเยซูจึงตรัสกับเขาว่า “ถ้าพวกท่านไม่เห็นหมายสำคัญและการอัศจรรย์ ท่านก็จะไม่เชื่อ”


The signs were a help to those who struggled to believe, but the message of salvation in Christ was the focus.
หมายสำคัญเป็นความช่วยเหลือแก่บรรดาผู้ที่พยายามจะเชื่อ แต่ข่าวประเสริฐแห่งความรอดในพระคริสต์เป็นหัวใจสำคัญ

This message of salvation was outlined by Paul.

ข่าวประเสริฐแห่งความรอดนี้เปาโลได้เขียนโครงร่างไว้

1 Corinthians 1โครินธ์ 1:21-23 21For since, in the wisdom of God, the world did not know God through wisdom, it pleased God through the folly of what we preach to save those who believe.

21เพราะตามที่ทรงกำหนดไว้ตามพระสติปัญญาของพระเจ้า   โลกไม่รู้จักพระเจ้าได้โดยปัญญาของตน   พระเจ้าจึงทรงโปรดช่วยคนที่เชื่อให้รอดโดยคำเทศนาเรื่องโง่ๆ

22For Jews demand signs and Greeks seek wisdom,

22พวกยิวขอเห็นหมายสำคัญ และพวกกรีกเสาะหาปัญญา

23but we preach Christ crucified, a stumbling block to Jews and folly to Gentiles,

23แต่พวกเราประกาศเรื่องพระคริสต์ผู้ทรงถูกตรึงที่กางเขนนั้น อันเป็นสิ่งที่ให้พวกยิวสะดุด และให้พวกต่างชาติถือว่าเป็นเรื่องโง่

Signs have their purpose, but they are a means to a greater end—the salvation of souls through the preaching of the gospel.

หมายสำคัญนั้นก็มีเป้าหมาย  แต่มันเป็นทางไปสู่ปลายทางสุดท้าย--ความรอดแห่งจิตวิญญาณผ่านทางการประกาศพระกิตติคุณ

1 Corinthians 1โครินธ์ 14:22 23If, therefore, the whole church comes together and all speak in tongues, and outsiders or unbelievers enter, will they not say that you are out of your minds?

23เหตุฉะนั้นถ้าคริสตจักรมีการประชุมแล้ว   คนทั้งปวงต่างก็พูดภาษาแปลกๆ และมีคนที่รู้ไม่ถึง หรือคนที่ไม่เชื่อเข้ามา เขาจะมิเห็นไปว่าท่านทั้งหลายคลั่งไปแล้วหรือ

Paul states clearly that “tongues are a sign not for believers but for unbelievers.”

เปาโลกล่าวอย่างชัดเจนว่า "การพูดภาษาแปลกๆ เป็นหมายสำคัญไม่ใช่แก่บรรดาผู้เชื่อเท่านั้น แต่สำหรับบรรดาผู้ไม่เชื่อด้วย"

God used miraculous signs like speaking in tongues to convince unbelievers that the message of Christ was true, but as the rest of the context shows, the more important thing was the clear declaration of the gospel message.
พระเจ้าทรงใช้หมายสำคัญการอัศจรรย์หลายอย่าง เช่นการพูดภาษาแปลกๆ ที่จะโน้มน้าวให้ผู้ไม่เชื่อประจักษ์ว่า ข่าวประเสริฐของพระคริสต์เป็นความจริง แต่ส่วนที่เหลือ

ของบริบทแสดงว่า  สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือการประกาศที่ชัดเจนของข่าวประเสริฐแห่งพระกิตติคุณ
One thing that is often overlooked in discussions about signs and miracles is the timing and placement of them in the Scriptures.

สิ่งหนึ่งที่มักถูกมองข้ามในการอภิปรายเกี่ยวกับหมายสำคัญและการอัศจรรย์  คือ กำหนด

เวลาที่เหมาะสมและการวางสิ่งเหล่านั้นในพระคัมภีร์

Contrary to popular belief, people in Bible times did not see miracles all the time.

ตรงข้ามกับความเชื่ออันเป็นที่นิยม    ผู้คนในสมัยพระคัมภีร์ไม่ได้เห็นปาฏิหาริย์ตลอดเวลา

In fact, the miracles of the Bible are generally grouped around special events in God's dealing with mankind.

แท้จริง การอัศจรรย์ในพระคัมภีร์ปกติจะถูกจัดเป็นกลุ่ม ๆ เกี่ยวกับเหตุการณ์พิเศษที่พระเจ้าทรงเกี่ยวข้องกับมนุษย์

Israel's deliverance from Egypt and entrance into the Promised Land were accompanied by many miracles, but the miracles faded away soon afterward.

การปลดปล่อยชนชาติอิสราเอลออกจากอียิปต์และเข้าสู่ดินแดนแห่งพระสัญญา  เกิดขึ้นพร้อมกับการอัศจรรย์มากมาย  แต่การอัศจรรย์ค่อยๆ หายไปหลังจากนั้นไม่นาน

During the late kingdom years, when God was about to place the people in exile, He allowed some of His prophets to do miracles.

ในช่วงปลายราชอาณาจักร เมื่อพระเจ้าทรงจัดการให้ประชากรต้องตกเป็นเชลย   พระองค์ทรงอนุญาตให้ผู้พยากรณ์ของพระองค์บางคนกระทำการอัศจรรย์

When Jesus came to live among us, He did miracles, and in the early ministry of the apostles, they did miracles, but outside of those times, we see very few miracles or signs in the Bible.

เมื่อพระเยซูเสด็จมาประทับท่ามกลางพวกเรา    ได้ทรงกระทำการอัศจรรย์และในพันธกิจตอนต้นของอัครสาวก  พวกเขาได้ทำการอัศจรรย์  แต่นอกจากเวลาเหล่านั้น  เราเห็นการอัศจรรย์หรือหมายสำคัญในพระคัมภีร์ไม่กี่อย่าง

The vast majority of people who lived in Bible times never saw signs and wonders with their own eyes.

ส่วนใหญ่ของผู้คนที่มีชีวิตอยู่ในสมัยพระคัมภีร์   ไม่เคยเห็นหมายสำคัญและสิ่งอัศจรรย์ด้วยตาของตนเอง

They had to live by faith in what God had already revealed to them.
พวกเขาจะต้องมีชีวิตอยู่ด้วยความเชื่อในสิ่งที่พระเจ้าได้ทรงเปิดเผยแก่พวกเขาแล้ว



In the early church, the signs and wonders were primarily centered on the first presentation of the gospel among various people groups.

ในคริสตจักรยุคแรก   หมายสำคัญและการอัศจรรย์เริ่มแรกมุ่งไปที่การประกาศพระกิตติคุณแก่ประชาชนกลุ่มต่างๆ มากมาย

On the day of Pentecost.

ในวันเพนเทคอสต์

Acts กิจการ 2:5 5Now there were dwelling in Jerusalem Jews, devout men from every nation under heaven.

5มีพวกยิวจากทุกประเทศทั่วใต้ฟ้าซึ่งเป็นผู้เกรงกลัวพระเจ้า มาอยู่ในกรุงเยรูซาเล็ม

It was to these Jews, who had been raised in other lands and spoke those foreign languages, that the sign of tongues was first given.

ชาวยิวเหล่านี้   ผู้ที่ถูกเลี้ยงดูให้เติบโตในดินแดนอื่น   และได้พูดภาษาต่างประเทศ  นับเป็นครั้งแรกที่ได้เกิดการพูดภาษาแปลกๆ

Acts กิจการ 2:6-11 6And at this sound the multitude came together, and they were bewildered, because each one was hearing them speak in his own language.

6เมื่อมีเสียงอย่างนั้นเขาจึงพากันมา   และฉงนสนเท่ห์เพราะต่างคนต่างได้ยินเขาพูดภาษาของตัว

7And they were amazed and astonished, saying, “Are not all these who are speaking Galileans?

7คนทั้งปวงจึงประหลาดและอัศจรรย์ใจพูดว่า “ดูแน่ะ คนทั้งหลายที่พูดกันนั้นเป็นชาวกาลิลีทุกคนไม่ใช่หรือ

8And how is it that we hear, each of us in his own native language?

8เหตุไฉนเราทุกคนได้ยินเขาพูดภาษาของบ้านเกิดเมืองนอนของเรา

9Parthians and Medes and Elamites and residents of Mesopotamia, Judea and Cappadocia, Pontus and Asia,

9เช่นชาวปารเธียและมีเดีย   ชาวเอลามและคนที่อยู่ในเขตแดนเมโสโปเตเมีย   และแคว้นยูเดียและแคว้นคัปปาโดเซีย   ในแคว้นปอนทัสและเอเชีย

10Phrygia and Pamphylia, Egypt and the parts of Libya belonging to Cyrene, and visitors from Rome,

10ในแคว้นฟรีเจีย   แคว้นปัมฟีเลียและประเทศอียิปต์ในแขวงเมืองลิเบียซึ่งขึ้นกับนครไซรีน   และคนมาจากกรุงโรม   ทั้งพวกยิวกับคนเข้าจารีตยิว

11both Jews and proselytes, Cretans and Arabians—we hear them telling in our own tongues the mighty works of God.”

11ชาวเกาะครีตและชาวอาระเบีย   เราทั้งหลายต่างก็ได้ยินคนเหล่านี้กล่าวถึงมหกิจของพระเจ้า   ตามภาษาของเราเอง”

They acknowledged that they were hearing in their native tongues about the wonderful works of God, and Peter told them that the only appropriate response was to repent of their sins.

พวกเขาได้ยอมรับเมื่อกำลังฟังเป็นภาษาท้องถิ่นของเขา   เรื่องพระราชกิจอันอัศจรรย์ของพระเจ้า   และเปโตรได้บอกพวกเขาว่าทางเดียวที่ตอบสนองอย่างเหมาะสม   คือให้พวกเขากลับใจใหม่หันจากบาป

Acts กิจการ 2:38 38And Peter said to them, “Repent and be baptized every one of you in the name of Jesus Christ for the forgiveness of your sins, and you will receive the gift of the Holy Spirit.

38ฝ่ายเปโตรจึงกล่าวแก่เขาว่า “จงกลับใจใหม่และรับบัพติศมา ในพระนามแห่งพระเยซูคริสต์สิ้นทุกคน   เพื่อพระเจ้าจะทรงยกความผิดบาปของท่านเสีย   แล้วท่านจะได้รับพระราชทานพระวิญญาณบริสุทธิ์

When the gospel was first presented among the Samaritans, Philip did signs and wonders.

เมื่อพระกิตติคุณถูกประกาศออกไปครั้งแรกท่ามกลางชาวสะมาเรีย   ฟิลิปได้กระทำหมายสำคัญและการอัศจรรย์

Acts กิจการ 8:13 13Even Simon himself believed, and after being baptized he continued with Philip. And seeing signs and great miracles performed, he was amazed.

13ฝ่ายซีโมนเองก็เชื่อด้วย   เมื่อรับบัพติศมาแล้วก็อยู่กับฟีลิปต่อไป   และประหลาดใจที่เห็นนิมิตกับการอัศจรรย์ซึ่งฟีลิปได้กระทำ  
Again, when Peter was sent to Cornelius, a Gentile, God gave a miraculous sign to confirm His work

อีกครั้งเมื่อเปโตรถูกส่งไปพบโครเนลิอัส  ชาวต่างชาติ   พระเจ้าทรงประทานหมายสำคัญอัศจรรย์เพื่อยืนยันพระราชกิจของพระองค์

Acts กิจการ10:45-46 45And the believers from among the circumcised who had come with Peter were amazed, because the gift of the Holy Spirit was poured out even on the Gentiles.

45ฝ่ายพวกที่ได้เข้าสุหนัตซึ่งเชื่อถือในพระเยซูเจ้า   คือที่มาด้วยกันกับเปโตรก็ประหลาดใจ   เพราะว่าพระเจ้าได้ทรงประทานพระวิญญาณบริสุทธิ์   ให้ลงมาบนคนต่างชาติด้วย

46For they were hearing them speaking in tongues and extolling God. Then Peter declared,

46เพราะเขาได้ยินคนเหล่านั้นพูดภาษาต่างๆ   และยกย่องสรรเสริญพระเจ้า   เปโตรจึงย้อนถามว่า

When Peter was questioned by the other apostles, he gave this as evidence of God's leading

เมื่ออัครสาวกอื่น ๆได้ถามเปโตร ท่านได้ให้การนี้เป็นหลักฐานว่าพระเจ้าทรงนำท่าน

Acts กิจการ 11:18 18When they heard these things they fell silent. And they glorified God, saying, “Then to the Gentiles also God has granted repentance that leads to life.”

18ครั้นคนทั้งหลายได้ยินคำเหล่านั้นก็นิ่งอยู่   แล้วได้สรรเสริญพระเจ้าว่า   “พระเจ้าได้ทรงโปรดแก่คนต่างชาติให้กลับใจใหม่   จนได้ชีวิตรอดด้วย”
In every instance, the sign gifts were a confirmation of God's message and messenger, in order that people might hear and believe.

ในทุกกรณี ของประทานหมายสำคัญเป็นเครื่องยืนยันข่าวประเสริฐและผู้ส่งสารของพระเจ้า  เพื่อว่าประชาชนจะได้ยินและเชื่อถือ

Once the message was confirmed, the signs faded away.

ทันทีที่ข่าวประเสริฐได้รับการยืนยัน   หมายสำคัญก็ค่อยๆ หายไป

We typically don't need those signs to be repeated in our lives, but we do need to receive the same gospel message.

โดยปกติเราไม่ต้องการหมายสำคัญดังกล่าวให้เกิดขึ้นอีกในชีวิตของเรา   แต่เราจำเป็นต้องรับข่าวประเสริฐแห่งพระกิตติคุณเหมือนกัน

www.gotquestions.org/Thai

Sign Gifts part 2

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top