Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Friday, June 17, 2016

 

names Holy Spirit

พระนาม พระวิญญาณบริสุทธิ์


What are the names and titles of the Holy Spirit? What do the names and titles of the Holy Spirit reveal about who He is and what He does?

อะไรคือพระนามและพระยศศักดิ์ของพระวิญญาณบริสุทธิ์? พระนามและพระยศศักดิ์ของพระวิญญาณบริสุทธิ์เปิดเผยว่าทรงเป็นผู้ใดและทรงกระทำอะไร


Question: "What are the names and titles of the Holy Spirit?"
คำถาม: "อะไรคือพระนามและพระยศศักดิ์ของพระวิญญาณบริสุทธิ์"


Answer: The Holy Spirit is known by many names and titles, most of which denote some function or aspect of His ministry.

คำตอบ: พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงเป็นที่รู้จักกันว่ามีพระนามและพระยศศักดิ์มากมาย  ซึ่งส่วนใหญ่แสดงถึงการทำงานหรือแง่มุมบางอย่างของพันธกิจที่ทรงทำ

Below are some of the names and descriptions the Bible uses for the Holy Spirit:
ข้างล่างนี้คือพระนามและคำอธิบายบางอย่างที่พระคัมภีร์ใช้สำหรับพระวิญญาณบริสุทธิ์:
Author of Scripture:

ผู้เขียนพระคัมภีร์:

2 Peter 2 เปโตร 1:21 21For no prophecy was ever produced by the will of man, but men spoke from God as they were carried along by the Holy Spirit.

21เพราะว่าคำของผู้เผยพระวจนะนั้น   ไม่ได้มาจากความคิดในจิตใจของมนุษย์   แต่มนุษย์ได้กล่าวคำซึ่งมาจากพระเจ้า   ตามที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ได้ทรงดลใจเขา

2 Timothy 2 ทิโมธี 3:16 16All Scripture is breathed out by God and profitable for teaching, for reproof, for correction, and for training in righteousness,

16พระคัมภีร์ทุกตอนได้รับการดลใจจากพระเจ้า และเป็นประโยชน์ในการสอน   การตักเตือนว่ากล่าว   การปรับปรุงแก้ไขคนให้ดี   และการอบรมในทางธรรม

The Bible is inspired, literally “God-breathed,” by the Holy Spirit, the third Person of the Trinity.

พระคัมภีร์ถูกดลใจให้เขียน   อันที่จริง "พระเจ้าทรงระบายลมหายใจ" โดยพระวิญญาณบริสุทธิ์  พระภาคที่สามของตรีเอกานุภาพ

The Spirit moved the authors of all 66 books to record exactly what He breathed into their hearts and minds.

พระวิญญาณทรงเคลื่อนไหวผู้เขียนพระธรรรมทั้งหมด 66 ฉบับ บันทึกตามจริงสิ่งที่พระองค์ทรงสูดลมหายใจเข้าไปในจิตใจและความคิดของพวกเขา

As a ship is moved through the water by wind in its sails, so the biblical writers were borne along by the Spirit’s impulse.
เหมือนดังที่เรือแล่นไปมาในน้ำโดยลมพัดใบเรือของมัน    ดังนั้นผู้เขียนพระคัมภีร์ถูกดันไปตามแรงดลใจของพระวิญญาณ
Comforter / Counselor / Advocate:

ผู้เล้าโลม / ที่ปรึกษา / ทนายแก้ต่าง:

Isaiah อิสยาห์ 11:2 2And the Spirit of the LORD shall rest upon him, the Spirit of wisdom and understanding, the Spirit of counsel and might, the Spirit of knowledge and the fear of the LORD.

2และพระวิญญาณของพระเจ้าจะอยู่บนท่านนั้น คือวิญญาณแห่งปัญญาและความเข้าใจ  
วิญญาณแห่งการวินิจฉัยและอานุภาพ   วิญญาณแห่งความรู้และความยำเกรงพระเจ้า  

John ยอห์น 14:16 16And from his fullness we have all received, grace upon grace.

16และเราทั้งหลายได้รับจากความบริบูรณ์ของพระองค์   เป็นพระคุณซ้อนพระคุณ

John ยอห์น 15:26 26“But when the Helper comes, whom I will send to you from the Father, the Spirit of truth, who proceeds from the Father, he will bear witness about me.

26แต่เมื่อองค์พระผู้ช่วยที่เราจะใช้มาจากพระบิดาหาท่านทั้งหลาย   คือพระวิญญาณแห่งความจริงผู้ทรงมาจากพระบิดานั้นได้เสด็จมาแล้ว   พระองค์ก็จะทรงเป็นพยานให้แก่เรา

John ยอห์น 16:7 7Nevertheless, I tell you the truth: it is to your advantage that I go away, for if I do not go away, the Helper will not come to you. But if I go, I will send him to you.

7อย่างไรก็ตามเราจะบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลาย   คือการที่เราจากไปนั้นก็เพื่อประโยชน์ของท่าน   เพราะถ้าเราไม่ไป   องค์พระผู้ช่วยก็จะไม่เสด็จมาหาท่าน   แต่ถ้าเราไปแล้ว   เราก็จะใช้พระองค์มาหาท่าน

All three words are translations of the Greek parakletos, from which we get “Paraclete,” another name for the Spirit.

ทั้งสามคำแปลจากคำภาษากรีกว่า parakletos จากที่เราได้คำว่า "ปลอบขวัญ" เป็นอีกพระนามหนึ่งของพระวิญญาณ
When Jesus went away, His disciples were greatly distressed because they had lost His comforting presence.

เมื่อพระเยซูเสด็จจากไป  พวกสาวกของพระองค์มีความทุกข์เศร้าใจอย่างมาก  เพราะขาดพระองค์ประทับด้วยเพื่อทรงเล้าโลมใจ

But He promised to send the Spirit to comfort, console, and guide those who belong to Christ.

แต่ทรงให้สัญญาว่า  จะทรงส่งพระวิญญาณมาเพื่อเล้าโลม  ปลอบโยน  และแนะนำบรรดาคนที่เป็นของพระคริสต์

The Spirit also “bears witness” with our spirits that we belong to Him and thereby assures us of salvation.
พระวิญญาณยังทรง "เป็นพยาน" แก่จิตวิญญาณของเรา  ว่าเราเป็นของพระองค์   และดังนั้นทำให้เรามั่นใจในความรอด
Convicter of Sin:

ผู้ทรงตัดสินความผิดบาป

John ยอห์น 16:7-11 7Nevertheless, I tell you the truth: it is to your advantage that I go away, for if I do not go away, the Helper will not come to you. But if I go, I will send him to you.

7อย่างไรก็ตามเราจะบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลาย   คือการที่เราจากไปนั้นก็เพื่อประโยชน์ของท่าน   เพราะถ้าเราไม่ไป   องค์พระผู้ช่วยก็จะไม่เสด็จมาหาท่าน   แต่ถ้าเราไปแล้ว   เราก็จะใช้พระองค์มาหาท่าน

8And when he comes, he will convict the world concerning sin and righteousness and judgment:

8เมื่อพระองค์นั้นเสด็จมาแล้ว   พระองค์จะทรงกระทำให้โลกรู้แจ้งในเรื่องความผิด   ความชอบธรรม   และการพิพากษา

9concerning sin, because they do not believe in me;

9ในเรื่องความผิดนั้น   คือเพราะเขาไม่วางใจในเรา

10concerning righteousness, because I go to the Father, and you will see me no longer;

10ในเรื่องความชอบธรรมนั้น   คือเพราะเราไปหาพระบิดา   และท่านทั้งหลายจะไม่เห็นเราอีก

11concerning judgment, because the ruler of this world is judged.

11ในเรื่องการพิพากษานั้น   คือเพราะเจ้า โลกนี้ถูกพิพากษาแล้ว  

The Spirit applies the truths of God to men’s own minds in order to convince them by fair and sufficient arguments that they are sinners.

พระวิญญาณทรงใช้ความจริงของพระเจ้าเข้ามาในจิตใจของคนเหล่านั้น  เพื่อให้พวกเขามั่นใจ  โดยการขัดแย้งที่เป็นธรรมและเพียงพอว่า   พวกเขาเป็นคนบาป

He does this through the conviction in our hearts that we are not worthy to stand before a holy God, that we need His righteousness, and that judgment is certain and will come to all men one day.

ทรงทำอย่างนี้ผ่านความเชื่อมั่นในจิตใจของเราว่า   เราไม่สมควรที่ยืนอยู่ต่อพระพักตร์พระเจ้าองค์บริสุทธิ์    ที่เราต้องการความชอบธรรมของพระองค์   และวาระการพิพากษานั้นแน่นอนและจะมาถึงทุกคนสักวันหนึ่ง

Those who deny these truths rebel against the conviction of the Spirit.
บรรดาผู้ที่ปฏิเสธความจริงเหล่านี้ต่อต้านการที่พระวิญญาณทรงตัดสินว่ากระทำผิด
Deposit / Seal / Earnest:

มัดจำ / ประทับตรา / จริงจัง

2 Corinthians 2โครินธ์ 1:22 22and who has also put his seal on us and given us his Spirit in our hearts as a guarantee.

22และพระองค์ทรงประทับตราเรา และประทานพระวิญญาณไว้ในใจของเราเป็นมัดจำด้วย  

2 Corinthians 2โครินธ์ 5:5 5He who has prepared us for this very thing is God, who has given us the Spirit as a guarantee.

5แต่พระเจ้าทรงเป็นผู้เตรียมเราไว้สำหรับการเปลี่ยนแปลงนี้   และพระองค์ได้ทรงโปรดประทานพระวิญญาณเป็นมัดจำไว้กับเรา  

Ephesians เอเฟซัส 1:13-14 13In him you also, when you heard the word of truth, the gospel of your salvation, and believed in him, were sealed with the promised Holy Spirit,

13ในพระองค์นั้น   ท่านทั้งหลายก็เช่นเดียวกัน   เมื่อท่านได้ฟังสัจวาทะ   คือข่าวประเสริฐเรื่องความรอดของท่าน   และได้วางใจในพระองค์   ได้รับการผนึกตราไว้ด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์แห่งพระสัญญา

14who is the guarantee of our inheritance until we acquire possession of it, to the praise of His glory.

14เป็นมัดจำของการรับมรดกของเรา   จนกว่าเราจะได้รับเป็นกรรมสิทธิ์   เป็นที่ถวายสรรเสริญแด่พระสิริของพระองค์

The Holy Spirit is God’s seal on His people, His claim on us as His very own.

พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงเป็นตราประทับของพระเจ้าต่อประชากรของพระองค์   ทรงถือสิทธิ์ว่าเราเป็นของพระองค์อย่างแท้จริง

The gift of the Spirit to believers is a down payment on our heavenly inheritance, which Christ has promised us and secured for us at the cross.

ของประทานฝ่ายพระวิญญาณแก่ผู้เชื่อ  เป็นการชำระเงินดาวน์ต่อมรดกที่เราได้รับจากสวรรค์ ซึ่งพระเยซูคริสต์ได้ทรงสัญญากับเรา   และทรงรับประกันแก่เราที่บนกางเขน

It is because the Spirit has sealed us that we are assured of our salvation.

มันเป็นเพราะพระวิญญาณได้ทรงประทับตราเราไว้   เราจะวางใจในความรอดของเรา

No one can break the seal of God.
ไม่มีใครสามารถแกะตราประทับของพระเจ้าออกได้
Guide:

ทรงแนะนำ:

John ยอห์น 16:13 13When the Spirit of truth comes, he will guide you into all the truth, for he will not speak on his own authority, but whatever he hears he will speak, and he will declare to you the things that are to come.

13เมื่อพระวิญญาณแห่งความจริงจะเสด็จมาแล้ว   พระองค์จะนำท่านทั้งหลายไปสู่ความจริงทั้งมวล   เพราะพระองค์จะไม่ตรัสโดยพลการ   แต่พระองค์จะตรัสสิ่งที่พระองค์ทรงได้ยิน   และพระองค์จะทรงแจ้งให้ท่านทั้ง หลายรู้ถึงสิ่งเหล่านั้นที่จะเกิดขึ้น

Just as the Spirit guided the writers of Scripture to record truth, so does He promise to guide believers to know and understand that truth.

เช่นเดียวกับที่พระวิญญาณทรงแนะนำผู้เขียนให้บันทึกพระคัมภีร์ตามความจริง   ดังนั้นจึงทรงสัญญาว่าจะทรงแนะนำผู้เชื่อให้รู้และเข้าใจความจริงนั้น

God’s truth is “foolishness” to the world, because it is “spiritually discerned”

ความจริงของพระเจ้าเป็น "ความโง่เขลา" แก่ชาวโลก  เพราะมัน  "ต้องสังเกตด้วยวิญญาณ"

1 Corinthians 1โครินธ์ 2:14 14The natural person does not accept the things of the Spirit of God, for they are folly to him, and he is not able to understand them because they are spiritually discerned.

14แต่มนุษย์ธรรมดาจะรับสิ่งเหล่านั้น ซึ่งเป็นของพระวิญญาณแห่งพระเจ้าไม่ได้   เพราะเขาเห็นว่าเป็นสิ่งโง่เขลา   และเขาไม่สามารถเข้าใจได้   เพราะว่าจะเข้าใจสิ่งเหล่านั้นได้ก็ต้องสังเกตด้วยวิญญาณ

Those who belong to Christ have the indwelling Spirit who guides us into all we need to know in regard to spiritual matters.

บรรดาผู้ที่เป็นของพระคริสต์มีพระวิญญาณทรงสถิต  ผู้ทรงแนะนำเราไปสู่ทุกสิ่งที่เราจำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับเรื่องฝ่ายวิญญาณ

Those who do not belong to Christ have no “interpreter” to guide them to know and understand God’s Word.
บรรดาผู้ที่ไม่ได้เป็นของพระคริสต์ไม่มี "ผู้แปลความ" เพื่อแนะนำให้พวกเขารู้และเข้าใจพระวจนะของพระเจ้า
Indweller of Believers:

ผู้ทรงสถิตในผู้เชื่อ:

Romans โรม 8:9-11 9You, however, are not in the flesh but in the Spirit, if in fact the Spirit of God dwells in you. Anyone who does not have the Spirit of Christ does not belong to him.

9ถ้าพระวิญญาณของพระเจ้าทรงสถิตอยู่ในท่านทั้งหลายจริงๆแล้ว   ท่านก็มิได้อยู่ใต้เนื้อหนัง   แต่อยู่ใต้พระวิญญาณ   ผู้ใดไม่มีพระวิญญาณของพระคริสต์   ผู้นั้นก็ไม่เป็นของพระองค์

10But if Christ is in you, although the body is dead because of sin, the Spirit is life because of righteousness.

10และถ้าพระคริสต์อยู่ในท่านทั้งหลายแล้ว   ถึงแม้ว่าร่างกายของท่านจะตายไปเพราะบาป   แต่วิญญาณจิตของท่านก็จะดำรงอยู่เพราะความชอบธรรม                                                                            11If the Spirit of him who raised Jesus from the dead dwells in you, he who raised Christ Jesus from the dead will also give life to your mortal bodies through his Spirit who dwells in you.

11ถ้าพระวิญญาณของพระองค์   ผู้ทรงชุบให้พระเยซูเป็นขึ้นมาจากความตาย   ทรงสถิตอยู่ในท่านทั้งหลาย   พระองค์ผู้ทรงชุบให้พระเยซูคริสต์เป็น ขึ้นมาจากความตายแล้วนั้น   จะทรงกระทำให้กายซึ่งต้องตายของท่าน   เป็นขึ้นมาใหม่   โดยเดชแห่งพระวิญญาณของพระองค์ซึ่งทรงสถิตอยู่ในท่านทั้งหลาย  

Ephesians เอเฟซัส 2:21-22 21in whom the whole structure, being joined together, grows into a holy temple in the Lord.

21ในพระองค์นั้นทุกส่วนของโครงร่างต่อกันสนิท   และเจริญขึ้นเป็นวิหารอันบริสุทธิ์ในองค์พระผู้เป็นเจ้า

22In him you also are being built together into a dwelling place for God by the Spirit.

22และในพระองค์นั้น   ท่านก็กำลังจะถูกก่อขึ้นให้เป็นที่สถิตของ พระเจ้าในฝ่ายพระวิญญาณด้วย

1 Corinthians 1โครินธ์ 6:19 19Or do you not know that your body is a temple of the Holy Spirit within you, whom you have from God? You are not your own,

19ท่านไม่รู้หรือว่า ร่างกายของท่านเป็นวิหารของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ซึ่งสถิตอยู่ในท่าน   ซึ่งท่านได้รับจากพระเจ้า ท่านไม่ใช่เจ้าของตัวท่านเอง

The Holy Spirit resides in the hearts of God’s people, and that indwelling is the distinguishing characteristic of the regenerated person.

พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงสถิตอยู่ในจิตใจประชากรของพระเจ้า   และการทรงสถิตนั้นเป็นพระลักษณะที่เด่นเป็นพิเศษของคนที่ถูกสร้างให้มีชีวิตใหม่

From within believers, He directs, guides, comforts, and influences us, as well as producing in us the fruit of the Spirit

จากภายในผู้เชื่อ  ทรงนำทาง ทรงแนะนำ ทรงเล้าโลมใจ  และทรงมีอิทธิพลต่อเรา  เช่นเดียว

กับทรงให้เราเกิดผลของพระวิญญาณ

Galatians กาลาเทีย 5:22-23 22But the fruit of the Spirit is love, joy, peace, patience, kindness, goodness, faithfulness,

22ฝ่ายผลของพระวิญญาณนั้น   คือความรัก   ความปลาบปลื้มใจ   สันติสุข   ความอดกลั้นใจ   ความปรานี   ความดี   ความสัตย์ซื่อ

23gentleness, self-control; against such things there is no law.

23ความสุภาพอ่อนน้อม   การรู้จักบังคับตน   เรื่องอย่างนี้ไม่มีธรรมบัญญัติห้ามไว้เลย

He provides the intimate connection between God and His children.

ทรงจัดเตรียมความสัมพันธ์ที่แนบสนิทระหว่างพระเจ้าและบุตรของพระองค์

All true believers in Christ have the Spirit residing in their hearts.
ผู้เชื่อแท้ทั้งหมดในพระคริสต์มีพระวิญญาณประทับอยู่ในจิตใจของพวกเขา
Intercessor:

ผู้ทรงวิงวอนขอ

Romans โรม 8:26 26Likewise the Spirit helps us in our weakness. For we do not know what to pray for as we ought, but the Spirit himself intercedes for us with groanings too deep for words.

26ในทำนองเดียวกัน   พระวิญญาณก็ทรงช่วยเราเมื่อเราอ่อนกำลังด้วย   เพราะเราไม่รู้ว่าเราควรจะอธิษฐานขอสิ่งใดอย่างไร   แต่พระวิญญาณทรงช่วยขอแทนเรา ในเมื่อเราคร่ำครวญอธิษฐานไม่เป็นคำ

One of the most encouraging and comforting aspects of the Holy Spirit is His ministry of intercession on behalf of those He inhabits.

ด้านหนึ่งของพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่ปลอบโยนและหนุนกำลังใจมากที่สุด   เป็นพันธกิจที่ทรงช่วยทูลวิงวอนขอแทน  เพื่อเห็นแก่คนที่ทรงสถิตอยู่

Because we often don’t know what or how to pray when we approach God, the Spirit intercedes and prays for us.

เพราะเรามักจะไม่ทราบว่าจะอธิษฐานขออะไรและอย่างไร  เมื่อเราเข้าใกล้พระเจ้า  พระวิญญาณทรงเข้ามาช่วยวิงวอนและอธิษฐานทูลขอแทนเรา

He interprets our “groanings,” so that when we are oppressed and overwhelmed by trials and the cares of life, He comes alongside to lend assistance as He sustains us before the throne of grace.

ทรงแปลความหมาย "ร้องคร่ำครวญ" ของเรา  เพื่อว่าเมื่อเรากำลังถูกกดขี่และครอบงำโดยการทดลองและการดูแลใส่ใจชีวิต   ทรงเสด็จมาเคียงข้างเพื่อให้ความช่วยเหลือ เมื่อพระ

องค์ทรงค้ำจุนเราต่อหน้าพระบัลลังก์แห่งพระคุณ
Revealer / Spirit of Truth:

ผู้ทรงเปิดเผย / พระวิญญาณแห่งความจริง:

John ยอห์น 14:17 17even the Spirit of truth, whom the world cannot receive, because it neither sees him nor knows him. You know him, for he dwells with you and will be in you.

17คือพระวิญญาณแห่งความจริง   ซึ่งโลกรับไว้ไม่ได้   เพราะแลไม่เห็นและไม่รู้จักพระองค์   ท่านทั้งหลายรู้จักพระองค์   เพราะพระองค์ทรงสถิตอยู่กับท่าน   และจะประทับอยู่ในท่าน  

John ยอห์น 16:13 13When the Spirit of truth comes, he will guide you into all the truth, for he will not speak on his own authority, but whatever he hears he will speak, and he will declare to you the things that are to come.

13เมื่อพระวิญญาณแห่งความจริงจะเสด็จมาแล้ว   พระองค์จะนำท่านทั้งหลายไปสู่ความจริงทั้งมวล   เพราะพระองค์จะไม่ตรัสโดยพลการ   แต่พระองค์จะตรัสสิ่งที่พระองค์ทรงได้ยิน   และพระองค์จะทรงแจ้งให้ท่านทั้งหลายรู้ถึงสิ่งเหล่านั้นที่จะเกิดขึ้น

1 Corinthians 1โครินธ์ 2:12-16 12Now we have received not the spirit of the world, but the Spirit who is from God, that we might understand the things freely given us by God.

12เราทั้งหลายไม่ได้รับวิญญาณของโลก   แต่ได้รับพระวิญญาณซึ่งมาจากพระเจ้า   เพื่อเราทั้งหลายจะได้รู้ถึงสิ่งต่างๆ   ที่พระเจ้าได้ทรงโปรดประทานแก่เรา

13And we impart this in words not taught by human wisdom but taught by the Spirit, interpreting spiritual truths to those who are spiritual.

13เรากล่าวถึงเรื่องสิ่งเหล่านี้   ด้วยถ้อยคำซึ่งมิใช่ปัญญาของมนุษย์สอนไว้   แต่ด้วยถ้อยคำซึ่งพระวิญญาณได้ทรงสั่งสอน   คือเราได้อธิบายความหมายของเรื่องฝ่ายวิญญาณ   ให้คนที่มีพระวิญญาณฟัง  

14The natural person does not accept the things of the Spirit of God, for they are folly to him, and he is not able to understand them because they are spiritually discerned.

14แต่มนุษย์ธรรมดาจะรับสิ่งเหล่านั้น   ซึ่งเป็นของพระวิญญาณแห่งพระเจ้าไม่ได้   เพราะเขาเห็นว่าเป็นสิ่งโง่เขลา   และเขาไม่สามารถเข้าใจได้   เพราะว่าจะเข้าใจสิ่งเหล่านั้นได้ก็ต้องสังเกตด้วยวิญญาณ

15The spiritual person judges all things, but is himself to be judged by no one.

15แต่มนุษย์ฝ่ายวิญญาณวิจัยสิ่งสารพัดได้   แต่ไม่มีผู้ใดจะวิจัยใจคนนั้นได้

16“For who has understood the mind of the Lord so as to instruct him?” But we have the mind of Christ.

16เพราะว่า ใครเล่ารู้จักพระทัยของพระเจ้าเพื่อจะแนะนำสั่งสอนพระองค์ได้   แต่เราก็มีพระทัยของพระคริสต์

Jesus promised that, after the resurrection, the Holy Spirit would come to “แนะ you into all truth.” Because of the Spirit in our hearts, we are able to understand truth, especially in spiritual matters, in a way that non-Christians cannot.

พระเยซูทรงสัญญาว่า  หลังจากทรงฟื้นคืนพระชนม์  พระวิญญาณบริสุทธิ์จะเสด็จมาเพื่อ "ทรงแนะนำคุณไปสู่ความจริงทั้งมวล" เพราะพระวิญญาณทรงสถิตในใจเรา  ที่เราสามารถจะเข้าใจความจริง  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องฝ่ายวิญญาณ   ในทางที่ผู้ไม่ใช่คริสเตียนไม่สามารถทำได้

In fact, the truth the Spirit reveals to us is “foolishness” to them, and they cannot understand it.

ที่จริง   ความจริงแห่งพระวิญญาณที่เปิดเผยแก่เราเป็น "ความโง่เขลา" แก่พวกเขา  และพวกเขาไม่สามารถเข้าใจได้

But we have the mind of Christ in the Person of His Spirit within us.
แต่เรามีพระทัยของพระคริสต์ในพระภาคของพระวิญญาณทรงสถิตภายในตัวเรา
Spirit of God / the Lord / Christ:

พระวิญญาณของพระเจ้า / องค์พระเจ้า / พระคริสต์

Matthew มัทธิว 3:16 16And when Jesus was baptized, immediately he went up from the water, and behold, the heavens were opened to Him, and He saw the Spirit of God descending like a dove and coming to rest on Him;

16ครั้นพระองค์ทรงรับบัพติสมาแล้ว ในทันใดนั้นก็เสด็จขึ้นจากน้ำ   และท้องฟ้าก็แหวกออก และพระองค์ได้ทรงเห็นพระวิญญาณของพระเจ้าดุจนกพิราบ   ลงมาสถิตอยู่บนพระองค์

2 Corinthians 2โครินธ์ 3:17 17Now the Lord is the Spirit, and where the Spirit of the Lord is, there is freedom.

17องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเป็นพระวิญญาณ และพระวิญญาณขององค์พระผู้เป็นเจ้าทรงอยู่ที่ไหน เสรีภาพก็มีอยู่ที่นั่น

1 Peter 1 เปโตร 1:11 11inquiring what person or time the Spirit of Christ in them was indicating when he predicted the sufferings of Christ and the subsequent glories.

11เขาได้สืบค้นหาบุคคลและเวลา   ซึ่งพระวิญญาณของพระคริสต์ผู้ทรง สถิตอยู่ในตัวเขาได้ทรงบ่งไว้   เมื่อเขาได้ทำนายถึงความทุกข์ทรมานของพระคริสต์   และถึงพระสิริที่จะมาภายหลัง

These names remind us that the Spirit of God is indeed part of the triune godhead and that He is just as much God as the Father and the Son.

พระนามเหล่านี้เตือนใจเราว่า   พระวิญญาณของพระเจ้าแท้จริงเป็นพระภาคหนึ่งของตรีเอกานุภาพ   และว่าทรงเท่าเทียมกับพระเจ้าพระบิดาและพระบุตร

He is first revealed to us at the creation, when He was “hovering over the waters,” denoting His part in creation, along with that of Jesus who “made all things”

ทรงถูกเปิดเผยครั้งแรกในสมัยการทรงสร้าง   เมื่อพระองค์ทรง "ปกคลุมอยู่เหนือน้ำ" แสดงถึงพระองค์ทรงมีส่วนร่วมในการทรงสร้าง   พร้อมกับพระเยซูผู้ได้ทรง "สร้างทุกสิ่ง"

John ยอห์น 1:1-3 1In the beginning was the Word, and the Word was with God, and the Word was God.

1ในปฐมกาลพระวาทะดำรงอยู่   และพระวาทะทรงสถิตอยู่กับพระเจ้า   และพระวาทะทรงเป็นพระเจ้า

2He was in the beginning with God.

2ในปฐมกาลพระองค์ทรงดำรงอยู่กับพระเจ้า

3All things were made through him, and without him was not anything made that was made.

3พระเจ้าทรงสร้างสิ่งทั้งปวงขึ้นมาโดยพระวาทะ ในบรรดาสิ่งที่เป็นมานั้น ไม่มีสักสิ่งเดียวที่ได้เป็นมานอกเหนือพระวาทะ

We see this same Trinity of God again at Jesus’ baptism, when the Spirit descends on Jesus and the voice of the Father is heard.
เราเห็นตรีเอกานุภาพเดียวกันอีกครั้ง  เมื่อพระเยซูทรงรับบัพติสมา  เมื่อพระวิญญาณเสด็จลงมาประทับอยู่บนพระเยซูและได้ยินพระสุรเสียงของพระบิดา
Spirit of Life:

พระวิญญาณแห่งชีวิต:

Romans โรม 8:2 2For the law of the Spirit of life has set you free in Christ Jesus from the law of sin and death.

2เพราะว่ากฎของพระวิญญาณแห่งชีวิตในพระเยซูคริสต์   ได้ทำให้ข้าพเจ้าพ้นจากกฎแห่งบาปและความตาย

The phrase “Spirit of life” means the Holy Spirit is the one who produces or gives life, not that He initiates salvation, but rather that He imparts newness of life.

วลีที่ว่า "พระวิญญาณแห่งชีวิต" หมายถึงพระวิญญาณบริสุทธิ์เป็นผู้ทรงให้กำเนิด หรือทรงประทานชีวิต  ไม่ใช่ว่าทรงให้กำเนิดความรอด  แต่ว่าทรงประทานชีวิตใหม่ให้

When we receive eternal life through Christ, the Spirit provides the spiritual food that is the sustenance of the spiritual life.

เมื่อเราได้รับชีวิตนิรันดร์ผ่านทางพระคริสต์   พระวิญญาณทรงให้อาหารฝ่ายจิตวิญญาณนั่นคือการบำรุงเลี้ยงของชีวิตฝ่ายวิญญาณ

Here again, we see the triune God at work.

ที่นี่อีกครั้ง เราเห็นตรีเอกานุภาพทรงทำพระราชกิจ

We are saved by the Father through the work of the Son, and that salvation is sustained by the Holy Spirit.
เรารอดแล้วโดยพระบิดาผ่านทางพระราชกิจของพระบุตร   และความรอดนั้นยั่งยืนมั่นคงโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์
Teacher:

ครู:

John ยอห์น 14:26 26But the Helper, the Holy Spirit, whom the Father will send in my name, he will teach you all things and bring to your remembrance all that I have said to you.

26แต่องค์ผู้ช่วยคือพระวิญญาณบริสุทธิ์ซึ่งพระบิดาจะทรงใช้มาในนามของเรานั้น   จะทรงสอนท่านทั้งหลายทุกสิ่ง   และจะให้ท่านระลึกถึงทุกสิ่งที่เรา ได้กล่าวไว้แก่ท่านแล้ว

1 Corinthians 1โครินธ์ 2:13 13And we impart this in words not taught by human wisdom but taught by the Spirit, interpreting spiritual truths to those who are spiritual.*n13.3

13เรากล่าวถึงเรื่องสิ่งเหล่านี้   ด้วยถ้อยคำซึ่งมิใช่ปัญญาของมนุษย์สอนไว้   แต่ด้วยถ้อยคำซึ่งพระวิญญาณได้ทรงสั่งสอน   คือเราได้อธิบายความหมายของเรื่อง ฝ่ายวิญญาณ   ให้คนที่มีพระวิญญาณฟัง  

Jesus promised that the Spirit would teach His disciples “all things” and bring to their remembrance the things He said while He was with them.

พระเยซูได้ทรงสัญญาว่า  พระวิญญาณจะสอนสาวกของพระองค์ "ทุกสิ่ง" และชักนำให้พวกเขาระลึกถึงสิ่งที่พระองค์ทรงสอนไว้เมื่อทรงประทับอยู่กับพวกเขา

The writers of the New Testament were moved by the Spirit to remember and understand the instructions Jesus gave for the building and organizing of the Church, the doctrines regarding Himself, the directives for holy living, and the revelation of things to come.
ผู้เขียนพันธสัญญาใหม่ถูกดลใจโดยพระวิญญาณ   ในการจดจำและเข้าใจคำสั่งสอนของพระเยซู   ที่ทรงให้เพื่อสร้างและจัดการคริสตจักร   หลักคำสอนเกี่ยวกับพระองค์เอง   คำสั่งสำหรับการมีชีวิตที่บริสุทธิ์  และการเปิดเผยของหลายๆ สิ่งที่จะมาถึง
Witness:

พยาน:

Romans โรม 8:16 16The Spirit himself bears witness with our spirit that we are children of God,

16พระวิญญาณนั้นเป็นพยานร่วมกับวิญญาณจิตของเราทั้งหลายว่า   เราทั้งหลายเป็นบุตรของพระเจ้า

Hebrews ฮีบรู 2:4 4while God also bore witness by signs and wonders and various miracles and by gifts of the Holy Spirit distributed according to his will.

4ทั้งนี้พระเจ้าก็ทรงเป็นพยานด้วย   โดยทรงแสดงหมายสำคัญและการอัศจรรย์   และโดยการอิทธิฤทธิ์ต่างๆ   และโดยของประทานจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ ซึ่งทรงประทานตามน้ำพระทัยของพระองค์

Hebrews ฮีบรู 10:15 15And the Holy Spirit also bears witness to us; for after saying,

15และพระวิญญาณบริสุทธิ์ก็ทรงเป็นพยานให้แก่เราด้วย   เพราะว่าพระองค์ได้ตรัสไว้แล้ว ว่า  

The Spirit is called “witness” because He verifies and testifies to the fact that we are children of God, that Jesus and the disciples who performed miracles were sent by God, and that the books of the Bible are divinely inspired.

พระวิญญาณทรงถูกเรียกว่า "พยาน" เพราะพระองค์จะทรงพิสูจน์ยืนยันและเป็นพยานถึงความจริงที่ว่าเราเป็นบุตรของพระเจ้า   และว่าพระเยซูและเหล่าสาวกที่แสดงปาฏิหาริย์ถูกส่งมาจากพระเจ้า  และว่าพระธรรมต่างๆในพระคัมภีร์ได้รับแรงดลใจจากเบื้องบนให้เขียน

Further, by giving the gifts of the Spirit to believers, He witnesses to us and the world that we belong to God.

นอกจากนี้โดยการให้ของประทานแห่งพระวิญญาณแก่ผู้เชื่อ   ทรงเป็นพยานแก่เราและโลกว่าพวกเราเป็นของพระเจ้า

www.gotquestions.org/Thai

Names of the Holy Spirit

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top