Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Wednesday, June 22, 2016

 

Spirit fire

วลีหลัก ไฟแห่งพระวิญญาณ


How is the Holy Spirit like a fire? What does the phrase 'Holy Spirit Fire' refer to?

ไฟแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์เป็นอย่างไร  วลีนี้ “ไฟแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์” หมายถึงอะไร


Question: "How is the Holy Spirit like a fire?"
คำถาม ไฟแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์เป็นอย่างไร


Answer: The Bible describes God as “a consuming fire” , so it is not surprising that fire often appears as a symbol of God’s presence.

คำตอบ  พระคัมภีร์บรรยายว่า พระเจ้าทรงเป็น”เพลิงที่เผาผลาญ” ดังนั้นเป็นเรื่องแปลกที่ไฟมักปรากฏเป็นสัญลักษณ์ของ การทรงสถิตของพระเจ้า

Hebrews ฮีบรู12:29 29for our God is a consuming fire.

29เพราะว่าพระเจ้าของเรานั้นทรงเป็นเพลิงที่เผาผลาญ

Examples include the burning bush.

ตัวอย่าง รวมเรื่องพุ่มไม้เป็นเปลวไฟ

Exodus อพยพ 3:2 2And the angel of the LORD appeared to him in a flame of fire out of the midst of a bush. He looked, and behold, the bush was burning, yet it was not consumed.

2ทูตของพระเจ้าก็ปรากฏแก่โมเสส ท่ามกลางพุ่มไม้เป็นเปลวไฟ   โมเสสมองดู   เห็นพุ่มไม้นั้นมีไฟลุกโชนอยู่ แต่มิได้ไหม้โทรมไป

The Shekinah glory

พระสิริ เชกินา


Exodus อพยพ 14:19 19Then the angel of God who was going before the host of Israel moved and went behind them, and the pillar of cloud moved from before them and stood behind them,

19ฝ่ายทูตของพระเจ้าซึ่งนำพลโยธานั้นกลับไปอยู่ข้างหลัง   และเสาเมฆซึ่งอยู่ข้างหน้า   ก็กลับมาตั้งอยู่ข้างหลังเขา

Numbers กันดารวิถี 9:14-15 14And if a stranger sojourns among you and would keep the Passover to the LORD, according to the statute of the Passover and according to its rule, so shall he do. You shall have one statute, both for the sojourner and for the native.”

14ถ้าคนต่างด้าวมาอาศัยอยู่ท่ามกลางเจ้าทั้งหลาย   จะใคร่ถือเทศกาลปัสกาแด่พระเจ้า ตามกฎเกณฑ์ของ เทศกาลปัสกาและตามกฎหมาย   ก็ให้เขาถือได้   เจ้าจงมีกฎเกณฑ์อย่างเดียวสำหรับทั้งคนต่างด้าว และชาวเมือง”

15On the day that the tabernacle was set up, the cloud covered the tabernacle, the tent of the testimony. And at evening it was over the tabernacle like the appearance of fire until morning.

15ในวันที่จัดตั้งพลับพลานั้น   มีเมฆมาปกคลุมพลับพลาไว้   คือเต็นท์พระโอวาท   เวลาเย็นเมฆนั้นก็อยู่เหนือพลับพลา   ปรากฏเหมือนเพลิงจนรุ่งเช้า

Ezekiel’s vision

นิมิตของเอเสเคียล

Ezekiel เอเสเคียล 1:4 4As I looked, behold, a stormy wind came out of the north, and a great cloud, with brightness around it, and fire flashing forth continually, and in the midst of the fire, as it were gleaming metal. 

4ดูเถิด   เมื่อข้าพเจ้ามองดู   ลมพายุก็พัดมาจากทางเหนือ   มีเมฆก้อนใหญ่ที่มีความสว่างอยู่รอบ   และมีไฟลุกวาบออกมาอยู่เสมอ   ท่ามกลางไฟนั้นดูประหนึ่งทองสัมฤทธิ์ที่แวบวาบ

Fire has many times been an instrument of God’s judgment.

Numbers กันดารวิถี11:1, 3 1And the people complained in the hearing of the LORD about their misfortunes, and when the LORD heard it, his anger was kindled, and the fire of the LORD burned among them and consumed some outlying parts of the camp.

1ประชาชนได้บ่นเรื่องเหตุร้าย ต่อพระเนตรพระกรรณของพระเจ้า   เมื่อพระเจ้าทรงทราบก็ทรงพระพิโรธ   มีไฟของพระเจ้ามาไหม้อยู่ท่ามกลาง เขาเผาค่ายรอบนอกเสียบ้าง

3So the name of that place was called Taberah, because the fire of the LORD burned among them.

3เขาจึงเรียกชื่อตำบลนั้นว่าทาเบราห์   เพราะไฟของพระเจ้ามาไหม้อยู่ท่าม กลางเขาทั้งหลาย  

2 Kings 2 พงศ์กษัตริย์ 1:10, 12 10But Elijah answered the captain of fifty, “If I am a man of God, let fire come down from heaven and consume you and your fifty.” Then fire came down from heaven and consumed him and his fifty.

10แต่เอลียาห์ตอบนายห้าสิบว่า “ถ้าข้าเป็นคนแห่งพระเจ้า   ก็ขอให้ไฟลงมาจากฟ้า สวรรค์เผาผลาญเจ้าและคนทั้งห้าสิบของเจ้าเถิด” แล้วไฟก็ลงมาจากฟ้าสวรรค์   และเผาผลาญเขากับคนทั้งห้าสิบของเขาเสีย  

12But Elijah answered them, “If I am a man of God, let fire come down from heaven and consume you and your fifty.” Then the fire of God came down from heaven and consumed him and his fifty.

12แต่เอลียาห์ตอบว่า “ถ้าข้าเป็นคนแห่งพระเจ้า   ก็ขอให้ไฟลงมาจากฟ้าสวรรค์เผาผลาญ เจ้าและคนทั้งห้าสิบของเจ้าเถิด” และไฟของพระเจ้าลงมาจากฟ้าสวรรค์   และเผาผลาญเขากับคนทั้งห้าสิบของเขาเสีย  

Also a sign of His power.

หมายสำคัญ ฤทธิ์อำนาจของพระองค์ด้วย

Judges ผู้วินิจฉัย 13:20 20And when the flame went up toward heaven from the altar, the angel of the LORD went up in the flame of the altar. Now Manoah and his wife were watching, and they fell on their faces to the ground.

20และอยู่มาเมื่อเปลวไฟจากแท่นบูชาพลุ่งขึ้นไปสวรรค์ ทูตของพระเจ้าก็ขึ้นไป ตามเปลวไฟแห่งแท่นบูชา   ขณะเมื่อมาโนอาห์และภรรยาคอยดูอยู่   และเขาทั้งสองก็ซบหน้าลงถึงดิน  

1 Kings 1 พงศ์กษัตริย์ 18:38 38Then the fire of the LORD fell and consumed the burnt offering and the wood and the stones and the dust, and licked up the water that was in the trench.

38แล้วไฟของพระเจ้าก็ตกลงมาและไหม้เครื่องเผาบูชา   และฟืนและหิน และผงคลี และเลียน้ำซึ่งอยู่ในคู
For obvious reasons, fire was important for the Old Testament sacrifices.

เพื่อเหตุผลที่ชัดเจน ไฟสำคัญมากเวลาถวายเครื่องบูชาในพันธสัญญาเดิม

The fire on the altar of burnt offering was a divine gift, having been lit originally by God Himself.

ไฟที่เผาเครื่องสักการบูชาบนแท่นบูชาเป็นของประทานจากเบื้องบน  ไฟนี้ได้จุดติดโดยพระเจ้าเองตั้งแต่ดั้งเดิม


Leviticus เลวีนิติ 9:24 24And fire came out from before the LORD and consumed the burnt offering and the pieces of fat on the altar, and when all the people saw it, they shouted and fell on their faces.

24เปลวเพลิงพลุ่งออกมาต่อพระพักตร์พระเจ้า   เผาเครื่องเผาบูชาและไขมันซึ่งอยู่บนแท่น   เมื่อประชาชนทั้งหลายเห็นก็โห่ร้องและซบหน้าลง

God charged the priests with keeping His fire lit

พระเจ้าทรงตั้งให้พวกปุโรหิตมีหน้าที่รักษาไฟให้ลุกอยู่เสมอไป

Leviticus เลวีนิติ 6:13 13Fire shall be kept burning on the altar continually; it shall not go out.

13ต้องรักษาให้ไฟติดอยู่บนแท่นเรื่อยไป   อย่าให้ดับเป็นอันขาด  

God made it clear that fire from any other source was unacceptable

พระเจ้าตรัสชัดเจนว่าไฟจากที่อื่นเป็นที่ต้องห้ามมาถวายแด่พระองค์

Leviticus เลวีนิติ 10:1-2 1Now Nadab and Abihu, the sons of Aaron, each took his censer and put fire in it and laid incense on it and offered unauthorized*n1.4 fire before the LORD, which he had not commanded them.

1ฝ่ายนาดับกับอาบีฮูบุตรของอาโรน   ต่างนำกระถางไฟของเขามา   และเอาไฟใส่ในนั้น แล้วใส่เครื่องหอมลง   เอาไฟที่ต้องห้ามมาเผาถวายบูชาแด่พระเจ้า   ซึ่งพระองค์มิได้ทรงบัญชาให้เขากระทำเช่นนั้น

2And fire came out from before the LORD and consumed them, and they died before the LORD.

2ไฟก็พุ่งขึ้นมาจากที่พระเจ้าประทับไหม้เขาทั้งสอง   และเขาก็ตายต่อพระพักตร์พระเจ้า
In the New Testament, the altar can serve as a picture of our commitment to the Lord.

ในพันธสัญญาใหม่  แท่นบูชาถือเป็นเครื่องหมายการมอบถวายตัวต่อพระเจ้า

As believers in Jesus Christ, we are called upon to offer our bodies as “living sacrifices”

ในฐานะผู้เชื่อในพระเยซูคริสต์  เราถูกเรียกให้มาถวายตัวเป็น”เครื่องบูชาอันมีชีวิต”

Romans โรม 12:1 1I appeal to you therefore, brothers, by the mercies of God, to present your bodies as a living sacrifice, holy and acceptable to God, which is your spiritual worship. 

1พี่น้องทั้งหลาย   ด้วยเหตุนี้โดยเห็นแก่ความเมตตากรุณาของพระเจ้า   ข้าพเจ้าจึงวิงวอนท่านทั้งหลายให้ถวายตัวของท่านแด่พระองค์   เพื่อเป็นเครื่องบูชาที่มีชีวิตอันบริสุทธิ์และเป็นที่พอพระทัยพระเจ้า   ซึ่งเป็นการนมัสการโดยวิญญาณจิตของท่านทั้งหลาย

We are engulfed by the divine gift: the inextinguishable fire of the Holy Spirit.

เราได้รับของประทานจากเบื้องบนท่วมท้น  ไฟที่ไม่มีวันดับสิ้นของพระวิญญาณบริสุทธิ์

At the very beginning of the New Testament, the Holy Spirit is associated with fire.

ในตอนต้นของพันธสัญญาใหม่  พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงเกี่ยวข้องกับไฟ

John the Baptist predicts that Jesus will be the One to “baptize you with the Holy Spirit and with fire”

ยอห์น ผู้ให้บัพติสมาพยากรณ์ว่า พระเยซูจะทรงเป็นพระผู้ที่ “ให้บัพติสมาแก่ท่านทั้งหลายโดยฤทธิ์เดชแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์และด้วยไฟ”

Matthew มัทธิว 3:11 11“I baptize you with water for repentance, but he who is coming after me is mightier than I, whose sandals I am not worthy to carry. He will baptize you with the Holy Spirit and with fire.

11เราให้เจ้าทั้งหลายรับบัพติศมาด้วยน้ำ   แสดงว่ากลับใจใหม่ก็จริง   แต่พระองค์ผู้จะมาภายหลังเรา   ทรงมีอิทธิฤทธิ์ยิ่งกว่าเราอีก   ซึ่งเราไม่คู่ควรแม้จะถอดฉลองพระบาทของพระองค์   พระองค์จะทรงให้เจ้าทั้งหลาย   รับบัพติศมาด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์และด้วยไฟ

When the Holy Spirit began His ministry of indwelling the early church, He chose to appear as “tongues of fire” resting on each of the believers.

เมื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงเริ่มต้นกระทำพระราชกิจ โดยการเสด็จมาประทับภายในคริสตจักรยุคแรก   พระองค์ทรงเลือกที่จะปรากฏเป็น “เปลวไฟสัณฐานเหมือนลิ้น”

กระจายอยู่บนผู้เชื่อแต่ละคน

Acts กิจการ 2:3-4 2And suddenly there came from heaven a sound like a mighty rushing wind, and it filled the entire house where they were sitting.

2ในทันใดนั้นมีเสียงมาจากฟ้าเหมือนเสียงพายุกล้าสั่นก้องทั่วตึกที่เขานั่งอยู่นั้น

3And divided tongues as of fire appeared to them and rested on each one of them.

3มีเปลวไฟสัณฐานเหมือนลิ้นปรากฏแก่เขากระจายอยู่บนเขาสิ้นทุกคน

4And they were all filled with the Holy Spirit and began to speak in other tongues as the Spirit gave them utterance.

4เขาเหล่านั้นก็ประกอบด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์   จึงตั้งต้นพูดภาษาอื่นๆตามที่ พระวิญญาณทรงโปรดให้พูด   

Fire is a wonderful picture of the work of the Holy Spirit.

ไฟเป็นภาพที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงสำแดงการอัศจรรย์

The Spirit is like a fire in at least three ways: He brings God’s presence, God’s passion, and God’s purity.

พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงเป็นเหมือนไฟอย่างน้อยสามด้าน  ทรงเผยให้พระเจ้าทรงปรากฏ ความรู้สึกแรงกล้าของพระเจ้า  และความบริสุทธิ์ของพระเจ้า

The Holy Spirit is the presence of God as He indwells the heart of the believer.

พระวิญญาณบริสุทธิ์คือพระเจ้าที่ทรงปรากฏเมื่อพระองค์ที่ทรงสถิตอยู่ภายในใจของผู้เชื่อ


Romansโรม 8:9 9You, however, are not in the flesh but in the Spirit, if in fact the Spirit of God dwells in you. Anyone who does not have the Spirit of Christ does not belong to him.

9ถ้าพระวิญญาณของพระเจ้าทรงสถิตอยู่ในท่านทั้งหลายจริงๆแล้ว ท่านก็มิได้อยู่ใต้เนื้อหนัง แต่อยู่ใต้พระวิญญาณ ผู้ใดไม่มีพระวิญญาณของพระคริสต์ ผู้นั้นก็ไม่เป็นของพระองค์

In the Old Testament, God showed His presence to the Israelites by overspreading the tabernacle with fire.

ในพันธสัญญาเดิม พระเจ้าทรงปรากฏแก่ชนชาติอิสราเอล โดยปรากฏเหมือนเพลิงปกคลุมเหนือพลับพลา

Numbers กันดารวิถี 9:14-15 14And if a stranger sojourns among you and would keep the Passover to the LORD, according to the statute of the Passover and according to its rule, so shall he do. You shall have one statute, both for the sojourner and for the native.”

14ถ้าคนต่างด้าวมาอาศัยอยู่ท่ามกลางเจ้าทั้งหลาย   จะใคร่ถือเทศกาลปัสกาแด่พระเจ้า ตามกฎเกณฑ์ของ เทศกาลปัสกาและตามกฎหมาย   ก็ให้เขาถือได้   เจ้าจงมีกฎเกณฑ์อย่างเดียวสำหรับทั้งคนต่างด้าว และชาวเมือง”

15On the day that the tabernacle was set up, the cloud covered the tabernacle, the tent of the testimony. And at evening it was over the tabernacle like the appearance of fire until morning.

15ในวันที่จัดตั้งพลับพลานั้น   มีเมฆมาปกคลุมพลับพลาไว้   คือเต็นท์พระโอวาท   เวลาเย็นเมฆนั้นก็อยู่เหนือพลับพลา   ปรากฏเหมือนเพลิงจนรุ่งเช้า

This fiery presence provided light and guidance

ทรงปรากฏเป็นเปลวไฟให้แสงสว่างและทรงนำทาง

Numbers กันดารวิถี 9:17-23 17And whenever the cloud lifted from over the tent, after that the people of Israel set out, and in the place where the cloud settled down, there the people of Israel camped.

17เมื่อไรเมฆลอยขึ้นจากเต็นท์   ภายหลังนั้นพวกอิสราเอลก็ยกเดินไป   ครั้นเมฆนั้นลอยหยุดอยู่ที่ใด   คนอิสราเอลก็ตั้งค่ายอยู่ที่นั่น

18At the command of the LORD the people of Israel set out, and at the command of the LORD they camped. As long as the cloud rested over the tabernacle, they remained in camp.

18คนอิสราเอลออกเดินตามพระดำรัสของพระเจ้า   และเขาตั้งค่ายตามพระดำรัส ของพระเจ้า   ตราบใดที่เมฆพักอยู่เหนือพลับพลาเขาก็ยังตั้งค่ายอยู่

19Even when the cloud continued over the tabernacle many days, the people of Israel kept the charge of the LORD and did not set out.

19แม้เมื่อเมฆอยู่เหนือพลับพลานานหลายวัน   คนอิสราเอลก็ปฏิบัติตามพระบัญชา ของพระเจ้าไม่ยกเดินไป

20Sometimes the cloud was a few days over the tabernacle, and according to the command of the LORD they remained in camp; then according to the command of the LORD they set out.

20บางทีเมฆอยู่เหนือพลับพลาน้อยวัน   ตามพระดำรัสของพระเจ้าเขาก็ยังอยู่ในค่าย   แล้วตามพระดำรัสของพระเจ้าเขาก็ยกออกเดินทาง

21And sometimes the cloud remained from evening until morning. And when the cloud lifted in the morning, they set out, or if it continued for a day and a night, when the cloud lifted they set out.

21บางทีเมฆคงอยู่ตั้งแต่เย็นจนเช้า ครั้นเมฆลอยขึ้นในตอนเช้าเขาก็ยกออกเดิน หรือถ้าเมฆคงอยู่หนึ่งวันกับหนึ่งคืน เมื่อเมฆลอยขึ้นเขาก็ยกออกเดิน

22Whether it was two days, or a month, or a longer time, that the cloud continued over the tabernacle, abiding there, the people of Israel remained in camp and did not set out, but when it lifted they set out.

22ไม่ว่าเมฆจะคงอยู่เหนือพลับพลาสองวัน หรือเดือนหนึ่ง หรือเวลานานกว่า   คนอิสราเอลก็อยู่ในค่ายนานเท่านั้น   มิได้ยกออกไปแต่เมื่อเมฆลอยขึ้นเมื่อใดเขา ก็ยกออกไปเมื่อนั้น

23At the command of the LORD they camped, and at the command of the LORD they set out. They kept the charge of the LORD, at the command of the LORD by Moses.

23เขาตั้งค่ายอยู่ตามพระดำรัสของพระเจ้า   และเขายกออกเดิน   ตามพระดำรัสของพระเจ้า   เขาทั้งหลายก็ปฏิบัติงานของพระเจ้า   ตามพระดำรัสที่พระเจ้าตรัสสั่งโมเสส

In the New Testament, God guides and comforts His children with the Holy Spirit dwelling in our bodies—the “tabernacle” and the “temple of the living God”

ในพันธสัญญาใหม่ พระเจ้าทรงนำและเล้าโลมใจบุตรของพระองค์โดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ผู้ทรงสถิตภายในร่างกายของเรา--- “พลับพลาที่ประทับ” และ “พระวิหารแห่งพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์”

2 Corinthians 2โครินธ์ 5:1 1For we know that if the tent, which is our earthly home, is destroyed, we have a building from God, a house not made with hands, eternal in the heavens.

1เพราะเรารู้ว่า   ถ้าเรือนดินคือกายของเรานี้จะพังทำลายเสีย   เราก็ยังมีที่อาศัยซึ่งพระเจ้าทรงโปรดประทานให้   ที่มิได้สร้างด้วยมือมนุษย์   และตั้งอยู่เป็นนิตย์ในสวรรค์

2 Corinthians 2โครินธ์ 6:16 16What agreement has the temple of God with idols? For we are the temple of the living God; as God said, “I will make my dwelling among them and walk among them, and I will be their God, and they shall be my people.

16วิหารของพระเจ้าจะตกลงอะไรกับรูปเคารพได้   เพราะว่าเราเป็นวิหารของพระเจ้าผู้ทรง ดำรงพระชนม์   ดังที่พระเจ้าตรัสไว้ว่า “เราจะอยู่ในเขาทั้งหลายและจะดำเนินใน หมู่พวกเขา   และเราจะเป็นพระเจ้าของเขา และเขาจะเป็นชนชาติของเรา”
The Holy Spirit creates the passion of God in our hearts.

พระวิญญาณบริสุทธิ์สร้างก่อให้เกิดความรู้สึกแรงกล้าของพระเจ้าในจิตใจของพวกเรา

After the two traveling disciples talk with the resurrected Jesus, they describe their hearts as “burning within us”

หลังจากอัครสาวกสองคนกำลังเดินสนทนากับพระเยซูผู้ทรงฟื้นคืนพระชนม์แล้ว  พวกเขาบรรยายสภาพจิตใจว่า “ ใจเราเร่าร้อนภายใน”

Luke ลูกา 24:32 32They said to each other, “Did not our hearts burn within us while he talked to us on the road, while he opened to us the Scriptures?”

32เขาจึงพูดกันว่า “ใจเราเร่าร้อนภายในเมื่อพระองค์ตรัสกับเราตามทาง   เมื่อทรงอธิบายพระคัมภีร์ให้เราฟังมิใช่หรือ”

After the apostles receive the Spirit at Pentecost, they have a passion that lasts a lifetime and impels them to speak the word of God boldly.

หลังจากอัครสาวกได้รับพระวิญญาณในวันเพนเทคอสต์  พวกเขามีความรู้สึกแรงกล้าที่ดำรงอยู่ชั่วชีวิต  และกระตุ้นพวกเขาให้กล่าวพระวจนะของพระเจ้าด้วยใจกล้าหาญ

Acts กิจการ 4:31 31And when they had prayed, the place in which they were gathered together was shaken, and they were all filled with the Holy Spirit and continued to speak the word of God with boldness.

31เมื่อเขาอธิษฐานแล้ว   ที่ซึ่งเขาประชุมอยู่นั้นได้หวั่นไหว   และคนเหล่านั้นประกอบด้วย พระวิญญาณบริสุทธิ์   ได้กล่าวพระวจนะของพระเจ้าด้วยใจกล้าหาญ
The Holy Spirit produces the purity of God in our lives.

พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงชำระเราให้มีชีวิตที่บริสุทธิ์ต่อพระเจ้า  

God’s purpose is to purify us

พระเจ้าทรงประสงค์ที่จะชำระเราให้บริสุทธิ์

Titus ทิตัส 2:14 14who gave Himself for us to redeem us from all lawlessness and to purify for Himself a people for His own possession who are zealous for good works.

14ผู้ได้ทรงโปรดประทานพระองค์เองให้เรา   เพื่อไถ่เราให้พ้นจากการอธรรมทุกอย่าง   และทรงชำระเราให้บริสุทธิ์   เพื่อให้เป็นหมู่ชนพิเศษเฉพาะของพระองค์   และเป็นคนที่ขวนขวายกระทำการดี  

The Spirit is the agent of our sanctification

พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงเป็นผู้ชำระให้สะอาดบริสุทธิ์

1 Corinthians 1โครินธ์ 6:11 11And such were some of you. But you were washed, you were sanctified, you were justified in the name of the Lord Jesus Christ and by the Spirit of our God.

11แต่ก่อนมีบางคนในพวกท่านเป็นคนอย่างนั้น   แต่ท่านได้รับการชำระแล้วได้รับการ ทำให้บริสุทธิ์แล้ว   ได้รับการทำให้เป็นผู้ชอบธรรมในพระนามของพระเยซูคริสตเจ้า   และพระวิญญาณแห่งพระเจ้าของเรา

2 Thessalonians 2 เธสะโลนิกา 2:13 13But we ought always to give thanks to God for you, brothers beloved by the Lord, because God chose you as the first fruits to be saved, through sanctification by the Spirit and belief in the truth.

13ดูก่อนพี่น้องทั้งหลาย   ผู้เป็นที่รักขององค์พระผู้เป็นเจ้า   เราจำต้องขอบพระคุณพระเจ้าเพราะท่านอยู่เสมอ   เพราะว่าพระเจ้าได้ทรงเลือกท่านไว้ตั้งแต่เดิมให้ถึงที่รอด   โดยพระวิญญาณทรงชำระท่านให้บริสุทธิ์   และโดยท่านได้เชื่อความจริง

1 Peter 1 เปโตร 1:2 2according to the foreknowledge of God the Father, in the sanctification of the Spirit, for obedience to Jesus Christ and for sprinkling with his blood:  May grace and peace be multiplied to you.

2ซึ่งเป็นผู้ที่พระเจ้าพระบิดาได้ทรงเลือกและทรงกำหนดไว้แล้ว   และพระวิญญาณได้ทรงชำระแล้ว   เพื่อให้มีความนบนอบเชื่อฟังพระเยซูคริสต์   และให้ได้รับการประพรมด้วยพระโลหิตของพระองค์ ขอพระคุณและสันติสุขจงบังเกิดทวีคูณแก่ท่านทั้งหลายด้วยเถิด

As the silversmith uses fire to purge the dross from the precious metal, so God uses the Spirit to remove our sin from us.

เหมือนช่างเครื่องเงินที่ใช้ไฟเพื่อขจัดขี้โลหะจากโลหะที่มีค่า   ดังนั้นพระเจ้าทรงใช้พระวิญญาณบริสุทธิ์เพื่อทรงชำระเราให้พ้นจากบาป

Psalm เพลงสดุดี 66:10 10For you, O God, have tested us; you have tried us as silver is tried.

10ข้าแต่พระเจ้า เพราะพระองค์ทรงลองใจข้าพระองค์ทั้งหลาย   พระองค์ทรงทดลองข้าพระองค์อย่างทดลองเงิน  

Proverbs สุภาษิต 17:3 3The crucible is for silver, and the furnace is for gold,

and the LORD tests hearts.

3เบ้ามีไว้สำหรับเงิน และเตาถลุงมีไว้สำหรับทองคำ   และพระเจ้าทรงทดลองใจ  

His fire cleanses and refines.

ไฟของพระองค์ชำระล้างให้สะอาดและหล่อหลอมให้บริสุทธิ์

www.gotquestions.org/Thai

Spirit Fire

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top