Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Saturday, June 25, 2016

 

glossolalia

สุรเสียง


What is glossolalia? Is the biblical gift of speaking in tongues the same thing as glossolalia?

สุรเสียงคืออะไร  เป็นของขวัญที่พระคัมภีร์พูดภาษาเดียวกับสุรเสียง


Question: "What is glossolalia?"
คำถาม: "สุรเสียงคืออะไร?"


Answer: Glossolalia, a phenomenon sometimes referred to as “ecstatic utterances,” is the uttering of unintelligible, language-like sounds while in a state of ecstasy.

คำตอบ: สุรเสียงปรากฏการณ์บางครั้งเรียกว่า "คำพูดสุขสันต์" เป็นของที่ไม่มีสาระเปล่งเสียงภาษาเช่นในขณะที่อยู่ในสถานะของความปีติยินดี ที่

Glossolalia is sometimes confused with xenoglossia, which is the biblical “gift of tongues.”

สุรเสียงบางครั้งก็สับสนกับ xenoglossia ซึ่งเป็นพระคัมภีร์ไบเบิล "ของขวัญของลิ้น."

However, whereas glossolalia is babbling in a nonexistent language, xenoglossia is the ability to speak fluently a language the speaker has never learned.
อย่างไรก็ตามในขณะที่มีการพูดพล่ามสุรเสียงในภาษาที่ไม่มีตัวตน xenoglossia คือความสามารถที่จะพูดได้อย่างคล่องแคล่วภาษาลำโพงที่ไม่เคยเรียนรู้
Additionally, whereas xenoglossia is not an innate or natural ability, studies have shown that glossolalia is a learned behavior.

นอกจากนี้ในขณะที่ xenoglossia ไม่ได้เป็นความสามารถโดยธรรมชาติหรือธรรมชาติการ ศึกษาได้แสดงสุรเสียงว่าเป็นพฤติกรรมการเรียนรู้

Research conducted by the Lutheran Medical Center demonstrates that glossolalia is readily learned by giving simple instructions.

งานวิจัยที่ดำเนินการโดยศูนย์การแพทย์ลูสุรเสียงแสดงให้เห็นว่าจะเรียนรู้ได้อย่างง่ายดายโดยการให้คำแนะนำง่ายๆ

Correspondingly, it was found that students could exhibit “speaking in tongues” in the absence of any indications of trance-like stupor or behaviors.

ตามลําดับมันก็พบว่านักเรียนสามารถแสดง "พูดภาษา" ในกรณีที่ไม่มีข้อบ่งชี้ของอาการมึนงงมึนงงเหมือนหรือพฤติกรรมใด ๆ

Another test conducted with sixty students showed that after listening to a one-minute sample of glossolalia, 20 percent were able to imitate it precisely.

การทดสอบอื่นดำเนินการกับนักเรียนหกสิบแสดงให้เห็นว่าหลังจากที่ฟัง ตัวอย่างหนึ่งนาทีของสุรเสียงร้อยละ 20 ก็สามารถที่จะเลียนแบบได้อย่างแม่นยำ

After some training, 70 percent succeeded.
หลังจากการฝึกอบรมบางส่วนร้อยละ 70 ประสบความสำเร็จ
In just about every part of the world, glossolalia can be observed.

ในเพียงเกี่ยวกับส่วนหนึ่งของโลกทุกสุรเสียงสามารถสังเกตได้

Pagan religions all over the world are obsessed with tongues.

ศาสนาอิสลามทั่วโลกกำลังหมกมุ่นอยู่กับลิ้น

These include the Shamans in the Sudan, the Shango cult of the West Coast of Africa, the Zor cult of Ethiopia, the Voodoo cult in Haiti, and the Aborigines of South America and Australia.

เหล่านี้รวมถึงหมอในซูดานลัทธิ Shango ของชายฝั่งตะวันตกของทวีปแอฟริกาลัทธิ Zor เอธิโอเปียลัทธิวูดูในเฮติและชาวพื้นเมืองของทวีปอเมริกาใต้และออสเตรเลีย

Murmuring or speaking gibberish that is construed to be deep mystical insight by holy men is an ancient practice.
บ่นหรือพูดพล่อยๆที่ถูกตีความว่าจะเป็นข้อมูลเชิงลึกที่ลึกลับลึกโดยคนบริสุทธิ์เป็นปฏิบัติโบราณ
There are basically two aspects to glossolalia.

โดยทั่วไปมีสองด้านเพื่อสุรเสียง

First is talking or murmuring in language-like sounds.

ครั้งแรกที่มีการพูดคุยหรือบ่นเสียงในภาษาเช่น

Practically everyone is able to do this; even children before they ever learn to speak can mimic real language, though unintelligibly.

จวนทุกคนมีความสามารถที่จะทำนี้ แม้กระทั่งเด็กก่อนที่พวกเขาเคยเรียนรู้ที่จะพูดภาษาสามารถเลียนแบบจริง แต่อ่านไม่ออก

There is nothing extraordinary about this.

ไม่มีอะไรพิเศษเกี่ยวกับเรื่องนี้

The other aspect of glossolalia is ecstasy or the demonstration of trance-like elation.

ด้านอื่น ๆ ของสุรเสียงเป็นความปีติยินดีหรือการสาธิตของความอิ่มเอมใจมึนงงเหมือน

There is nothing unusual about this either, although it is more difficult to do intentionally than to merely utter language-like sounds.
ไม่มีอะไรผิดปกติเกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นอย่างใดอย่างหนึ่งแม้ว่ามันจะเป็นเรื่องยากมากที่จะทำโดยเจตนากว่าเสียงภาษาเหมือนที่สุดเพียง
There are some Christians, especially within the Pentecostal movement, who believe there is a supernatural explanation for glossolalia similar to that described in the New Testament.

มีคริสเตียนบางคนโดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใน Pentecostal เคลื่อนไหวที่เชื่อว่ามีคำอธิบายที่เหนือธรรมชาติสำหรับสุรเสียงคล้ายกับที่ อธิบายไว้ในพันธสัญญาใหม่

They believe that the chief purpose of the gift of speaking in tongues is to manifest the Holy Spirit being poured out upon them just as on the day of Pentecost (Acts 2), which was prophesied by Joel.

พวก เขาเชื่อว่าวัตถุประสงค์หัวหน้าของที่ระลึกของการพูดภาษาแปลก ๆ คือการประจักษ์พระวิญญาณบริสุทธิ์ถูกเทลงมาบนพวกเขาเช่นเดียวกับในวันคริสต ชน (กิจการ 2) ซึ่งได้รับการพยากรณ์โดยโจเอล

Acts กิจการ 2:17 17“‘And in the last days it shall be, God declares,

that I will pour out my Spirit on all flesh, and your sons and your daughters shall prophesy, and your young men shall see visions, and your old men shall dream dreams;

17'พระเจ้าตรัสว่าในวาระสุดท้าย   เราจะเทฤทธิ์เดชแห่งพระวิญญาณของเรา โปรดประทานแก่มนุษย์ทั้งปวง   บุตราบุตรีของท่านทั้งหลายจะกล่าวคำพยากรณ์   คนหนุ่มของท่านจะเห็นนิมิต   และคนแก่จะฝันเห็น  
Among those Christian churches who do espouse the practice of glossolalia to one degree or another, there is no uniform agreement as to its workings.

ในบรรดาคริสตจักรคริสเตียนที่ทำหลักการปฏิบัติของสุรเสียงให้เป็นหนึ่งองศาหรืออื่น, ไม่มีข้อตกลงเครื่องแบบที่จะทำงานของมัน

For example, some are adamant that it is indeed a gift of the Holy Spirit, while others minimize its importance, saying Paul taught that the gift of “speaking in tongues” wasn’t nearly as important as the other gifts of the Holy Spirit (see 1 Corinthians 13).

ยกตัวอย่างเช่นบางคนยืนกรานว่ามันย่อมเป็นของที่ระลึกของพระวิญญาณบริสุทธิ์ในขณะที่คนอื่น ๆ ลดความสำคัญของมันว่าพอลสอนว่าของขวัญของ "การพูดภาษาแปลก" ที่ไม่ได้เกือบที่สำคัญเป็นของขวัญอื่น ๆ ของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ( ดู 1 โครินธ์ 13)

Also, there are those wishing to avoid dividing the church on such issues by not speaking of it at all or dismissing it as a simple psychological experience.

นอกจากนี้ยังมีผู้ที่ต้องการที่จะหลีกเลี่ยงการหารคริสตจักรในประเด็นดังกล่าวโดยไม่ได้พูดถึงมันเลย

Then there are those who regard glossolalia as a deception of Satan himself.
หรือไล่มันเป็นประสบการณ์ทางด้านจิตใจที่เรียบง่าย
จากนั้นมีผู้ที่ถือว่าเป็นสุรเสียงหลอกลวงของซาตานตัวเอง
Exotic languages are heard and understood throughout the world, but existing languages are not heard or understood when spoken as “ecstatic utterances” or “tongues.”

ภาษาที่แปลกใหม่จะได้ยินและเข้าใจทั่วโลก แต่ภาษาที่มีอยู่จะไม่เคยได้ยินหรือเข้าใจเมื่อพูดว่า "คำพูดมีความสุข" หรือ "ลิ้น".

What we do hear is a profusion of hype, claims, confusion, and noise. We simply cannot declare, as at the time of the first church,

สิ่งที่เราทำจะได้ยินเป็นความฟุ่มเฟือยของ hype เรียกร้องความสับสนและเสียงรบกวน เราก็ไม่สามารถประกาศเป็นเวลาที่คริสตจักรแรก

Acts กิจการ 2:8 8And how is it that we hear, each of us in his own native language?

8เหตุไฉนเราทุกคนได้ยินเขาพูดภาษาของบ้านเกิดเมืองนอนของเรา
Simply put, the practice of glossolalia is not the biblical gift of tongues.

ใส่เพียงแค่การปฏิบัติของสุรเสียงไม่ได้เป็นของที่ระลึกในพระคัมภีร์ไบเบิลของลิ้น

Paul made it clear that the chief purpose of the gift of speaking in tongues was to be a sign for those who did not believe and to spread the good news, the gospel of Christ.

พอลทำให้มันชัดเจนว่าวัตถุประสงค์หัวหน้าของที่ระลึกของการพูดภาษาแปลก ๆ ที่จะเป็นสัญญาณสำหรับผู้ที่ไม่เชื่อและจะแพร่กระจายข่าวดีข่าวประเสริฐของพระเยซูคริสต์

1 Corinthians โครินธ์ 14:19, 22 19Nevertheless, in church I would rather speak five words with my mind in order to instruct others, than ten thousand words in a tongue.

19แต่ว่าในคริสตจักรข้าพเจ้าพอใจที่จะพูดสักห้าคำด้วยความคิด   เพื่อเป็นคติแก่คนอื่นดีกว่าที่จะพูดหมื่นคำเป็นภาษาแปลกๆ  

22Thus tongues are a sign not for believers but for unbelievers, while prophecy is a sign not for unbelievers but for believers.

22เหตุฉะนั้นการพูดภาษาแปลกๆจึงไม่เป็นหมายสำคัญแก่คนที่เชื่อแต่เป็นนิมิตแก่คนที่ไม่เชื่อ   แต่การเผยพระวจนะนั้น   ไม่ใช่สำหรับคนที่ไม่เชื่อ   แต่สำหรับคนที่เชื่อแล้ว

www.gotquestions.org/Thai

charismatic movement

การขับเคลื่อนโดยพลังจากของประทานฝ่ายวิญญาณ


What is the Charismatic movement? What was the origin of the Charismatic movement? Is the Charismatic movement biblical?

การขับเคลื่อนโดยพลังจากของประทานฝ่ายวิญญาณคืออะไร อะไรคือจุดเริ่มต้นของการขับเคลื่อนโดยพลังจากของประทานฝ่ายวิญญาณ การขับเคลื่อนโดย

พลังจากของประทานฝ่ายวิญญาณเป็นตามแบบพระคัมภีร์ไหม


Question: "What is the Charismatic movement?"
คำถาม: "การขับเคลื่อนโดยพลังจากของประทานฝ่ายวิญญาณคืออะไร?"

Answer: The Charismatic movement is an interdenominational Christian renewal movement and is one of the most popular and fastest-growing forces within the Christian world today.

คำตอบ: การขับเคลื่อนโดยพลังจากของประทานฝ่ายวิญญาณคือการขับเคลื่อนฟื้นใจใหม่ในนิกายคริสเตียนสากล และเป็นพลังขับเคลื่อนหนึ่งที่นิยมมากที่สุดและเติบโตเร็วที่สุด ภายในโลกคริสเตียนทุกวันนี้

The movement traces its roots to 1906, at the Azusa Street mission in Los Angeles, California, a Methodist-sponsored revival.

การขับเคลื่อนเริ่มปูฐานนำร่องปี ค.ศ 1906 ที่งานมิชชั่นที่ถนนอาซูซาในลอส แอนเจลิสรัฐแคลิฟอร์เนีย การฟื้นฟูที่ได้รับการสนับสนุนจากเมโธดิสท์

It was there that people claimed to have been “baptized by the Holy Spirit” in the manner recorded in Acts chapter 2 during the celebration of Pentecost.

ที่นั่น ผู้คนอ้างว่าพวกเขาได้"รับบัพติศมาโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์" ตามลักษณะที่บันทึกไว้ในพระธรรมกิจการบทที่ 2 ในช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองของเพนเทคอสต์

People speaking in tongues and miracles of healing roused people to a spiritual frenzy.

ผู้คนพูดภาษาแปลก ๆ และปาฏิหาริย์แห่งการรักษา   ได้เร้าใจคนให้ตื่นขึ้นคลั่งไคล้ฝ่ายจิตวิญญาณ

The people who attended those meetings spread their enthusiasm throughout the United States, and the Pentecostal/Charismatic movement began.
ผู้คนที่เข้าร่วมการประชุมเหล่านี้ ได้เผยแพร่ความกระตือรือร้นของพวกเขาทั่วทั้งประเทศสหรัฐอเมริกา   และการขับเคลื่อนโดยพลังจากของประทานฝ่ายวิญญาณ/การขับเคลื่อนแบบเพนเทคอสต์ก็เริ่มขึ้น
By the early 1970s, the movement had spread to Europe, and during the 1980s the movement expanded, with a number of new denominations evolving from it.

โดยช่วงต้นปี 1970 การขับเคลื่อนพลังได้แพร่กระจายไปยังยุโรป   และในช่วงปี ค.ศ. 1980 การขับเคลื่อนพลังได้ขยายไป   มีจำนวนนิกายใหม่ๆ พัฒนาจากนี้

It is not unusual to see its influence in many other denominations such as Baptists, Episcopalians, and Lutherans, as well as non-denominational churches.
มันเป็นเรื่องปกติทจะเห็นอิทธิพลของมันต่อนิกายอื่น ๆ อีกมากมาย เช่นแบ็บติสต์ อีพิสโคพาเลี่ยน และนิกายลูเธอรัน  เช่นเดียวกับคริสตจักรที่ไม่สังกัดนิกายมากมาย

The movement takes its name from the Greek words charis, which is the English transliteration of the Greek word for “grace,” and mata, which is the Greek word meaning “gifts.” Charismata, then, means “grace gifts.”

การขับเคลื่อนได้ใช้ชื่อจากคำภาษากรีกว่า คาริส ซึ่งเป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษของคำภาษากรีกว่า "พระคุณ" และมาต้า ซึ่งเป็นคำภาษากรีกหมายถึง "ของประทาน ฉะนั้น คาริสมาตา หมายความว่า "ของประทานแห่งพระคุณ."

It emphasizes the manifestations of the gifts of the Holy Spirit as a sign of the presence of the Holy Spirit.

โดยจะเน้นการสำแดงของประทานฝ่ายพระวิญญาณบริสุทธิ์เป็นหมายสำคัญของการสถิตอยู่ของพระวิญญาณบริสุทธิ์

These gifts are also known as the biblical “charisms,” or spiritual gifts which supposedly give an individual influence or authority over large numbers of people.

ของประทานเหล่านี้เป็นที่รู้จัก "charisms" ตามพระคัมภีร์   หรือของประทานฝ่ายวิญญาณ ซึ่งคาดว่าจะมีอิทธิพลต่อบุคคล  หรือให้สิทธิอำนาจเหนือผู้คนมากมาย

The prominent gifts among these “charisms” are speaking in tongues and prophesying.

ของประทานที่โดดเด่นในหมู่คน "charisms" เหล่านี้เป็นการพูดภาษาแปลกๆ และการพยากรณ์

Charismatics hold that the manifestations of the Holy Spirit given to those in the first-century church may still be experienced and practiced today.
พวกคาริสเมติค ยึดถือการสำแดงของพระวิญญาณบริสุทธิ์ให้กับผู้ที่อยู่ในคริสตจักรในยุคแรก    คริสตจักรทุกวันนี้อาจจะยังไม่ได้รับประสบการณ์และฝึกหัดมาก่อน

The Charismatic movement is most known for its acceptance of speaking in tongues (also known as glossolalia), divine healing, and prophecies as evidence of the Holy Spirit.

การขับเคลื่อนโดยพลังจากของประทานฝ่ายวิญญาณเป็นที่รู้จักกันมากที่สุด   เพราะการยอมรับการพูดภาษาแปลก ๆ (ยังเป็นที่รู้จักในคำว่า glossolalia) การรักษาจากเบื้องบน และการทำนายเป็นหลักฐานของพระวิญญาณบริสุทธิ์

Most meetings are for praying and spirited singing, dancing, shouting “in the spirit,” and raising hands and arms in prayer.

การประชุมส่วนใหญ่มีการอธิษฐานและการร้องเพลงอย่างมีชีวิตชีวา  การเต้นรำ  การตะโกนว่า "ในพระวิญญาณ" และการยกมือและแขนในเวลาอธิษฐาน

Also, anointing the sick with oil is often part of the worship service.

นอกจากนี้  การเจิมคนป่วยด้วยน้ำมัน  มักจะเป็นส่วนหนึ่งพิธีนมัสการ

These are the primary reasons for the movement’s growth and popularity.

เหล่านี้เป็นเหตุผลหลักสำหรับการเติบโตของการขับเคลื่อนและความนิยมชมชอบ

While growth and popularity are certainly desirable, they cannot be used as a test for truth.
ขณะที่การเติบโตและความนิยมชมชอบ เป็นที่พึงประสงค์อย่างแน่นอน   พวกเขาไม่สามารถนำมาใช้เป็นการทดสอบความจริง
The question remains: is the Charismatic movement scriptural?

คำถามที่ยังคงอยู่ : การขับเคลื่อนโดยพลังจากของประทานฝ่ายวิญญาณเป็นตามพระคัมภีร์ไหม

We can best answer that question this way: we know that since the creation of mankind Satan’s insidious master plan has been simply to put a veil between God’s children and God’s inerrant Word.

เราสามารถตอบคำถามนั้นได้ดีที่สุดอย่างนี้    เรารู้ว่านับตั้งแต่การทรงสร้างมนุษยชาติ  แผนแม่บทร้ายกาจของซาตาน    เพียงแค่วางม่านกั้นระหว่างบุตรของพระเจ้า  และพระวจนะที่ไม่ผิดพลาดของพระเจ้า

It began in the Garden of Eden when the serpent asked Eve, “Did God really say . . .?” (Genesis 3:1), thereby raising doubt as to the authority and authenticity of what God had said.                                                                                                                                        มันเริ่มต้นในสวนเอเดนเมื่องูถามอีวาว่า  " จริงหรือที่พระเจ้าทรงบอกว่า . . "(ปฐมกาล 3: 1) ซึ่งได้เพิ่มความสงสัยในสิทธิอำนาจและความเที่ยงตรงของคำที่พระเจ้าได้ตรัส

Ever since that day, he continues to attack the inerrancy and sufficiency of the Bible.

นับตั้งแต่นั้นมา   มันยังคงโจมตีความไม่ผิดพลาดและความเพียงพอของพระคัมภีร์

Without question, we know that Satan has stepped up the pace of this strategy.

ปราศจากคำถาม   เรารู้ว่าซาตานได้ก้าวขึ้นสู่ย่างก้าวของกลยุทธ์นี้

1 Peter 1 เปโตร 5:8 8Be sober-minded; be watchful. Your adversary the devil prowls around like a roaring lion, seeking someone to devour.

8ท่านทั้งหลายจงสงบใจจงระวังระไวให้ดี ด้วยว่าศัตรูของท่านคือมารวนเวีย นอยู่รอบๆ ดุจสิงห์คำรามเที่ยวไปเสาะหาคนที่มันจะกัดกินได้
Today, we are witnessing a growing menace of demonic activity in the realm of the miraculous.

ทุกวันนี้ เรากำลังเป็นพยานต่อภัยคุกคามที่มารกระทำให้ใหญ่โตขึ้นในอาณาจักรแห่งการอัศจรรย์

Where Satan does not succeed in taking the Bible from us, he works hard at taking us from the Bible.

ขณะที่ซาตานไม่ประสบความสำเร็จในการรับพระคัมภีร์จากเรา   มันทำงานอย่างหนักที่จะพาเราออกจากพระคัมภีร์

He does this simply by getting Christians to focus their attention on the claims of men and women to some supernatural experience.

มารทำอย่างนี้ได้ง่ายเพียงแต่ให้คริสเตียนมุ่งเน้นความสนใจของพวกเขา ชายและหญิง อ้างอิงว่าได้สัมผัสกับสิ่งที่เหนือธรรมชาติบางอย่าง

As a result, those who seek after the experiences of others have neither time nor interest in searching the Scriptures for God’s truth.
ผลก็คือ บรรดาผู้ที่แสวงหาประสบการณ์ของผู้อื่น   ไม่มีเวลาหรือสนใจในการค้นหาความจริงในพระคัมภีร์เรื่องความจริงของพระเจ้า
There is no denying that God performs miracles.

ไม่มีการปฏิเสธว่าพระเจ้าทรงสำแดงปาฏิหาริย์

Some of what occurs in the Charismatic movement very well may be a true work of the Holy Spirit.

บางอย่างของสิ่งที่ได้เกิดขึ้นในการขับเคลื่อนโดยพลังจากของประทานฝ่ายวิญญาณอย่างดี  อาจเป็นงานที่แท้จริงของพระวิญญาณบริสุทธิ์

However, the core truth is this: the Body of Christ does not need new apostles, nor new faith healers, nor self-styled miracle workers.

อย่างไรก็ตาม แก่นแท้ความจริงคือ: พระกายของพระคริสต์ไม่จำเป็นต้องการสาวกใหม่ๆหรือผู้รักษาความเชื่อใหม่  หรือคนทำการอัศจรรย์สไตล์ตัวเอง

What the Church needs is to return to the Word of God and proclaim the whole counsel of God in the power and love of the Holy Spirit.

สิ่งที่คริสตจักรต้องการคือ   การหันกลับไปดูพระวจนะของพระเจ้า  และประกาศถ้อยคำ

สั่งสอนทั้งหมดของพระเจ้า  โดยฤทธิ์เดชและความรักของพระวิญญาณบริสุทธิ์

www.gotquestions.org/Thai

 

Glossolalia and Charismatic Movement

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top