Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Wednesday, June 29, 2016

 

erased book of life

หนังสือแห่งชีวิตที่ถูกลบ

Is it possible for a person's name to be erased from the Book of Life? When is a person's name written in the Book of Life? Can a name be erased from the Book of Life?

มันเป็นไปได้ไหมที่ชื่อของคนจะถูกลบออกจากหนังสือแห่งชีวิต     เมื่อไหร่ชื่อของคนจะถูกจดบันทึกในหนังสือแห่งชีวิต   ชื่อของคนจะถูกลบออกจากหนังสือแห่งชีวิตได้ไหม    


Question: "Is it possible for a person's name to be erased from the Book of Life?"

คำถาม: มันเป็นไปได้ไหมที่ชื่อของคนจะถูกลบออกจากหนังสือแห่งชีวิต    

Answer:  

คำตอบ:

Revelation วิวรณ์ 22:19 19and if anyone takes away from the words of the book of this prophecy, God will take away his share in the tree of life and in the holy city, which are described in this book.

19และถ้าผู้ใดตัดข้อความออกจากหนังสือพยากรณ์นี้ พระเจ้าก็จะทรงเอาส่วนแบ่งของ ผู้นั้น   ที่มีอยู่ในต้นไม้แห่งชีวิตและที่มีอยู่ในวิสุทธินครนั้น ซึ่งบรรยายไว้ในหนัง สือเล่มนี้ไปเสีย    

This verse is usually involved in the debate concerning eternal security.

ปกติข้อพระคัมภีร์นี้มักนำใช้ตอบโต้กันเกี่ยวกับสวัสดิภาพนิรันดร

Does Revelation 22:19 mean that, after a person’s name is written in the Lamb’s Book of Life, it can at some time in the future be erased?

ข้อพระคัมภีร์ในวิวรณ์ 22:19 หมายความว่า   หลังจากชื่อของบุคคลนั้นได้ถูกจดบันทึกในหนังสือแห่งชีวิตของพระเมษโปดก   มันอาจจะถูกลบออกได้ในอนาคตใช่ไหม

In other words, can a Christian lose his salvation?
ในอีกนัยหนึ่ง  คริสเตียนจะสูญเสียความรอดของเขาไหม
First, Scripture is clear that a true believer is kept secure by the power of God, sealed for the day of redemption.

ประการแรก   พระคัมภีร์กล่าวชัดเจนว่า   ผู้เชื่อแท้จะรอดปลอดภัยโดยอำนาจของพระเจ้า    ที่ทรงประทับตราหมายไว้  เพื่อวันที่จะทรงไถ่ให้รอด 

Ephesians เอเฟซัส 4:3030And do not grieve the Holy Spirit of God, by whom you were sealed for the day of redemption.

30และอย่าทำให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเจ้าเสียพระทัย   เพราะโดยพระวิญญาณนั้นท่านได้ถูกประทับตราหมายท่านไว้   เพื่อวันที่จะทรงไถ่ให้รอด 

John ยอห์น 6:39-40 39And this is the will of him who sent me, that I should lose nothing of all that he has given me, but raise it up on the last day.

39และพระประสงค์ของพระบิดาผู้ทรงใช้เรามานั้น   ก็คือให้เรารักษาบรรดาผู้ที่พระองค์ ได้ทรงมอบไว้กับเรา   มิให้หายไปสักคนเดียว   แต่ให้ฟื้นขึ้นมาในวันที่สุด

40For this is the will of my Father, that everyone who looks on the Son and believes in Him should have eternal life, and I will raise him up on the last day.”

40เพราะนี่แหละเป็นพระประสงค์ของพระบิดาของเรา   ที่จะให้ทุกคนที่เห็นพระบุตร   และวางใจในพระบุตรได้มีชีวิตนิรันดร์   และเราจะให้ผู้นั้นฟื้นขึ้นมาในวันสุดท้าย”  

The Lord Jesus Christ proclaimed:

พระเยซูคริสต์เจ้าทรงประกาศว่า:

John ยอห์น 10:28-29 28I give them eternal life, and they will never perish, and no one will snatch them out of my hand.

28เราให้ชีวิตนิรันดร์แก่แกะนั้น   แกะนั้นจะไม่พินาศเลย   และจะไม่มีผู้ใดแย่งชิงแกะเหล่านั้นไปจากมือของเราได้

29My Father, who has given them to me, is greater than all, and no one is able to snatch them out of the Father's hand.

29พระบิดาของเราผู้ประทานแกะนั้นให้แก่เราเป็นใหญ่กว่าทุกสิ่ง   และไม่มีผู้ใดอาจชิงแกะนั้นไปจากพระหัตถ์ของพระบิดาของเราได้


Salvation is God’s work, not ours, and it is His power that keeps us.
ความรอดเป็นพระราชกิจของพระเจ้า  ไม่ใช่ของตัวเราเอง  และโดยอำนาจของพระองค์ที่ทรงปกปักษ์รักษาเรา

Titus ทิตัส 3:5 5He saved us, not because of works done by us in righteousness, but according to his own mercy, by the washing of regeneration and renewal of the Holy Spirit,

5พระองค์ได้ทรงช่วยเราให้รอด   มิใช่ด้วยการกระทำที่ชอบธรรมของเราเอง   แต่พระองค์ทรงพระกรุณาชำระให้เรามีใจบังเกิดใหม่ และทรงสร้างเราขึ้นมาใหม่   โดยพระวิญญาณบริสุทธิ์


If the “anyone” referred to in Revelation 22:19 are not believers, who are they?

ถ้า “ผู้ใด” ที่กล่าวถึงในพระธรรมวิวรณ์ 22:19 ไม่ใช่ผู้เชื่อ พวกเขาเป็นใครกัน

In other words, who might want to either add to or take away from the words of the Bible?

ในอีกนัยหนึ่ง  ผู้ใดอาจจะเพิ่มเติมหรือเอาออกพระคำจากพระคัมภีร์ได้เล่า

Most likely, this tampering with God’s Word would be done not by true believers but by those who only profess to be Christians and who suppose that their names are in the Book of Life.

เป็นไปได้ที่สุด   การเปลี่ยนเพื่อทำลายพระวจนะของพระเจ้านี้จะไม่ได้กระทำโดยผู้เชื่อแท้   แต่โดยบรรดาผู้ที่เพียงแต่แสดงตัวเป็นคริสเตียนเท่านั้น   และผู้ที่คิดว่าชื่อของพวกเขาอยู่ในหนังสือแห่งชีวิต

Generally speaking, the two main groups who have traditionally tampered with the Revelation are pseudo-Christian cults and those who hold to very liberal theological beliefs.

พูดโดยทั่วไป   คนทั้งสองกลุ่มที่ตามธรรมเนียมได้ทำการเปลี่ยนเพื่อทำลายพระธรรมวิวรณ์  เป็นพวกลัทธิคริสเตียนหลอกลวง   และบรรดาผู้ที่เชื่อถือแบบลัทธิเสรีนิยม

Many cults and theological liberals claim the name of Christ as their own, but they are not born again—the definitive biblical term for a Christian.
หลักความเชื่อและลัทธิเสรีนิยมมากมายอ้างพระนามของพระคริสต์เป็นของตัวเอง   แต่พวกเขาไม่ได้เกิดใหม่เลย    คำศัพท์เฉพาะตามพระคัมภีร์สำหรับคริสเตียน
The Bible cites several examples of those who thought they were believers but whose profession was proven to be false.

พระคัมภีร์อ้างถึงตัวอย่างมากมายของบรรดาผู้ที่คิดว่าพวกเขาเป็นผู้เชื่อ แต่ปรากฏว่าการประกาศตนเป็นผู้เชื่อของเขานั้นเป็นเท็จ

In John 15, Jesus refers to them as branches that did not remain in Him, the true Vine, and therefore did not produce any fruit.

ในยอห์นบทที่ 15 พระเยซูทรงกล่าวถึงพวกเขา   เหมือนกิ่งก้านที่ไม่ได้ติดสนิทกับต้นองุ่น คือพระองค์ และดังนั้นจึงไม่เกิดผลใดๆ

We know they are false.

เรารู้ว่าพวกเขาไม่ถูกต้อง

Matthew มัทธิว 7:16, 20 16You will recognize them by their fruits. Are grapes gathered from thorn bushes, or figs from thistles?

16ท่านจะรู้จักเขาได้ด้วยผลของเขา   ผลองุ่นนั้นเก็บได้จากต้นไม้มีหนามหรือ   หรือว่าผลมะเดื่อนั้นเก็บได้จากพืชหนาม

20Thus you will recognize them by their fruits.

20เหตุฉะนั้น ท่านจะรู้จักเขาได้เพราะผลของเขา

True disciples will exhibit the fruit of the Holy Spirit who resides within them

สาวกแท้จะแสดงผลของพระวิญญาณบริสุทธิ์  ผู้ทรงสถิตอยู่ภายในพวกเขา

Galatians กาลาเทีย 5:22 22But the fruit of the Spirit is love, joy, peace, patience, kindness, goodness, faithfulness,

22ฝ่ายผลของพระวิญญาณนั้น คือความรัก ความปลาบปลื้มใจ สันติสุข ความอดกลั้นใจ   ความปรานี ความดี ความสัตย์ซื่อ

2 Peter 2 เปโตร 2:22 22What the true proverb says has happened to them: “The dog returns to its own vomit, and the sow, after washing herself, returns to wallow in the mire.”

22พฤติกรรมได้เกิดกับเขาตามสุภาษิตซึ่งเป็นความจริงที่ว่า   สุนัขเลียกินสิ่งที่มันสำรอกออกมา   และสุกรที่คนล้างมันให้สะอาด   แล้วกลับลุยลงไปนอนในปลักอีก

People making false professions are like dogs returning to their own vomit.

คนที่ปฏิญาณเท็จว่าเชื่อนั้น  ก็เป็นเหมือนสุนัขกลับไปกินอาเจียนของตัวเอง

The barren branch, the dog, and the pig are all symbols of those who profess to have salvation but who have nothing more than their own righteousness to rely upon, not the righteousness of Christ which truly saves.
กิ่งที่ไม่เกิดผล สุนัขและหมูเป็นสัญลักษณ์ของผู้ประกาศตนว่าเชื่อเพื่อจะรับความรอด แต่เป็นผู้ที่มีอะไรมากไปกว่าพึ่งพาความชอบธรรมของตัวเอง  ไม่ได้พึ่งพาความชอบธรรมของพระคริสต์ซึ่งจะช่วยให้รอดได้อย่างแท้จริง
It is doubtful that those who have repented of their sin and been born again would willingly tamper with God's Word in this way, adding to it or taking from it.

น่าสงสัยว่า   บรรดาผู้ที่ได้กลับใจจากบาปของพวกเขา  และได้เกิดใหม่อีกครั้งนั้น จะเต็มใจที่เปลี่ยนเพื่อทำลายพระวจนะของพระเจ้าในแบบนี้ โดยเพิ่มเติมหรือเอาออกไป

Of course, we recognize that good people have sincerely held differences in the area of textual criticism.

แน่นอน   เรารู้ว่าแท้จริงคนดีได้ยึดความแตกต่างในขอบเขตของการวิจารณ์เนื้อหา

But it can be demonstrated how cultists and liberals have repeatedly done both "adding to" and "taking away from."

แต่ก็สามารถแสดงให้เห็นว่า   พวกถือลัทธิทั้งหลายและพวกเสรีนิยมได้ ทำทั้ง “ การเพิ่มเติม” และ”การเอาออกไป” ซ้ำแล้วซ้ำอีก

Thus, we can understand God's warning in Revelation 22:19 in this manner: anyone

who tampers with this crucial message will find that God did not place his name in the Book of Life, will be denied access to the Holy City, and will forfeit any expectation of all the good things He promises to His saints in this book.
ดังนั้นเราจึงสามารถเข้าใจคำเตือนของพระเจ้าในพระธรรมวิวรณ์ 22.19 ในลักษณะนี้ ใครก็ตามที่เปลี่ยนเพื่อทำลายข้อพระธรรมสำคัญนี้ จะพบว่าพระเจ้าไม่ได้ทรงใส่ชื่อของเขาในในหนังสือแห่งชีวิต   จะถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าในนครบริสุทธิ์  และจะสูญเสียความคาดหวังในทุกสิ่งที่ดีๆทั้งหลาย  ที่พระองค์ทรงสัญญากับธรรมิกชนของพระองค์ในหนังสือเล่มนี้
From a purely logical standpoint, why would the sovereign and omniscient God, He who knows the end from the beginning write a name in the Book of Life when He knows He will only have to erase it when that person eventually apostatizes and denies the faith?

จากมุมมองเชิงตรรกะอย่างบริสุทธิ์    ทำไมพระเจ้าผู้ทรงมีอำนาจปกครองสูงสุดและทรงรอบรู้ทุกอย่าง   พระองค์ผู้ทรงรู้จากเบื้องต้นเขียนชื่อลงในหนังสือของชีวิต   เมื่อทรงรู้ว่าจะต้องทรงลบมัน   เมื่อในที่สุดบุคคลนั้นก็ละทิ้งศาสนาและปฏิเสธความเชื่อ

Isaiah อิสยาห์ 46:10 10declaring the end from the beginning and from ancient times things not yet done, saying, ‘My counsel shall stand, and I will accomplish all my purpose,’

10ผู้แจ้งตอนจบให้ทราบตั้งแต่เริ่มต้น และแจ้งถึงสิ่งที่ยังไม่ได้ทำเลย   ให้ทราบตั้งแต่กาลโบราณ   กล่าวว่า 'แผนงานของเราจะยั่งยืน   และเราจะกระทำให้ความประสงค์ของเราสำเร็จทั้งสิ้น'  

Additionally, reading this warning within the context of the paragraph in which it appears clearly shows that God remains consistent: only those who have taken heed of His warnings, repented, and been born again will have any good to look forward to in eternity.

นอกจากนี้   การอ่านคำเตือนนี้  ภายในบริบทของย่อหน้าที่ปรากฏอย่างชัดเจน  แสดงให้เห็นว่าพระเจ้ายังทรงดำรงอยู่เสมอ: เฉพาะผู้ที่เอาใจใส่คำเตือนสอนของพระองค์  แล้วสำนึกผิดและได้เกิดใหม่อีกครั้ง  จะมีความหวังที่จะได้ชีวิตนิรันดร์

Revelation วิวรณ์ 22:6-19 6And he said to me, “These words are trustworthy and true. And the Lord, the God of the spirits of the prophets, has sent his angel to show his servants what must soon take place.”

6และทูตสวรรค์องค์นั้นบอกข้าพเจ้าว่า   “ถ้อยคำเหล่านี้เป็นคำสัตย์ซื่อและสัตย์จริง   และองค์พระผู้เป็นเจ้าพระเจ้าแห่งจิตวิญญาณของผู้เผยพระวจนะ   ได้ทรงใช้ให้ทูตสวรรค์ของพระองค์สำแดงแก่บรรดาผู้รับใช้ของพระองค์   เพื่อให้รู้เหตุการณ์ทั้งปวงซึ่งจะอุบัติขึ้นในไม่ช้า

7“And behold, I am coming soon. Blessed is the one who keeps the words of the prophecy of this book.”

7และดูเถิด   เราจะมาในเร็วๆนี้” ผู้ใดที่ถือรักษาคำพยากรณ์ในหนังสือนี้ก็เป็นสุข  

8I, John, am the one who heard and saw these things. And when I heard and saw them, I fell down to worship at the feet of the angel who showed them to me,

8ข้าพเจ้าคือยอห์นเป็นผู้ได้ยินและได้เห็นเหตุการณ์เหล่านี้   และครั้นข้าพเจ้า ได้ยินและได้เห็นแล้ว   ข้าพเจ้าก็ทรุดตัวลงจะนมัสการแทบเท้าทูตสวรรค์   ที่ได้สำแดงเหตุการณ์เหล่านี้แก่ข้าพเจ้า

9but he said to me, “You must not do that! I am a fellow servant with you and your brothers the prophets, and with those who keep the words of this book. Worship God.”

9แต่ท่านห้ามข้าพเจ้าว่า “อย่าเลย   ข้าพเจ้าเป็นเพื่อนผู้รับใช้เช่นเดียวกับ ท่านและพวกพี่น้องของท่าน   ซึ่งเป็นพวกผู้เผยพระวจนะ   และพวกที่ถือรักษาถ้อยคำในหนังสือนี้   ท่านจงนมัสการพระเจ้าเถิด”  

10And he said to me, “Do not seal up the words of the prophecy of this book, for the time is near.

10และท่านบอกข้าพเจ้าว่า “อย่าประทับตราไว้ปิดคำพยากรณ์ในหนังสือนี้   เพราะว่าใกล้จะถึงเวลานั้นแล้ว

11Let the evildoer still do evil, and the filthy still be filthy, and the righteous still do right, and the holy still be holy.”

11ผู้ที่เป็นคนอธรรมก็ให้เขาประพฤติอธรรมต่อไป   ผู้ที่เป็นคนลามกก็ให้เขาลามกต่อไป   ผู้ที่เป็นคนชอบธรรมก็ให้เขากระทำการชอบธรรมต่อไปและผู้ที่เป็นคนบริสุทธิ์   ก็ให้เขาเป็นคนบริสุทธิ์ต่อไป”  

12“Behold, I am coming soon, bringing my recompense with me, to repay everyone for what he has done.

12“ดูเถิด   เราจะมาในเร็วๆนี้   และจะนำบำเหน็จของเรามาด้วย   เพื่อตอบแทนการกระทำของทุกคน

13I am the Alpha and the Omega, the first and the last, the beginning and the end.”

13เราคืออัลฟาและโอเมกา   เป็นเบื้องต้นและเป็นเบื้องปลาย   เป็นปฐมและเป็นอวสาน”  

14Blessed are those who wash their robes, so that they may have the right to the tree of life and that they may enter the city by the gates.

14คนทั้งหลายที่ชำระเสื้อผ้าของตนก็เป็นสุข   เพื่อว่าเขาจะได้มีสิทธิ์ในต้นไม้แห่งชีวิต   และเพื่อเขาจะได้เข้าไปในนครนั้นโดยทางประตู

15Outside are the dogs and sorcerers and the sexually immoral and murderers and idolaters, and everyone who loves and practices falsehood.

15ภายนอกนั้นมีสุนัข   คนใช้เวทมนตร์   คนล่วงประเวณี   คนฆ่ามนุษย์   คนไหว้รูปเคารพ   ทุกคนที่รักการมุสาและประพฤติตาม  

16“I, Jesus, have sent my angel to testify to you about these things for the churches. I am the root and the descendant of David, the bright morning star.”

16“เราคือเยซูผู้ใช้ให้ทูตสวรรค์ของเรา   ไปเป็นพยานสำแดงเหตุการณ์เหล่านี้แก่ท่าน   เพื่อคริสตจักรทั้งหลาย   เราเป็นเชื้อสายของดาวิด   และเป็นดาวประจำรุ่งอันสุกใส”  

17The Spirit and the Bride say, “Come.” And let the one who hears say, “Come.” And let the one who is thirsty come; let the one who desires take the water of life without price.

17พระวิญญาณและเจ้าสาวตรัสว่า “เชิญมาเถิด” และให้ผู้ที่ได้ยินคำกล่าวว่า   “เชิญมาเถิด”   และให้ผู้ที่กระหายเข้ามา   ผู้ใดมีใจปรารถนา   ก็ให้ผู้นั้นมารับน้ำแห่งชีวิต   โดยไม่ต้องเสียอะไรเลย  

18I warn everyone who hears the words of the prophecy of this book: if anyone adds to them, God will add to him the plagues described in this book,

18ข้าพเจ้าเตือนทุกคนที่ได้ยินคำพยากรณ์ในหนังสือนี้ว่า   ถ้าผู้ใดจะเพิ่มเติมคำเข้าไปในหนังสือนี้   พระเจ้าก็จะทรงเพิ่มภัยพิบัติที่เขียน ไว้ในหนังสือเล่มนี้แก่ผู้นั้น

19and if anyone takes away from the words of the book of this prophecy, God will take away his share in the tree of life and in the holy city, which are described in this book.

19และถ้าผู้ใดตัดข้อความออกจากหนังสือพยากรณ์นี้   พระเจ้าก็จะทรงเอาส่วนแบ่งของผู้นั้น   ที่มีอยู่ในต้นไม้แห่งชีวิตและที่มีอยู่ใน วิสุทธนครนั้น   ซึ่งบรรยายไว้ในหนังสือเล่มนี้ไปเสีย    

All others, sadly, have a terrible and terrifying future awaiting them.
น่าเสียดาย คนอื่น ๆ ทั้งหมดมีอนาคตที่ยากลำบากและน่ากลัวรอพวกเขาอยู่
Revelation วิวรณ์ 3:5 5The one who conquers will be clothed thus in white garments, and I will never blot his name out of the book of life. I will confess his name before my Father and before his angels.

5ผู้ใดมีชัยชนะ   ผู้นั้นจะสวมเสื้อสีขาว   และเราจะไม่ลบชื่อผู้นั้นออกจากหนังสือแห่งชีวิต   เราจะรับรองชื่อผู้นั้นต่อพระพักตร์พระบิดาของเรา   และต่อหน้าเหล่าทูตสวรรค์ของ พระองค์

The “overcomer” mentioned in this letter to Sardis is the Christian.

“ ผู้ชนะ" ที่กล่าวถึงในจดหมายที่เขียนถึงชาวเมืองซาร์ดิสเป็นพวกคริสเตียน


1 John 1 ยอห์น 5:4-5 4For everyone who has been born of God overcomes the world. And this is the victory that has overcome the world—our faith.

4เพราะทุกคนที่เกิดจากพระเจ้า   ก็มีชัยต่อโลก และความเชื่อของเรานี่แหละเป็น ชัยชนะที่ชนะโลก

5Who is it that overcomes the world except the one who believes that Jesus is the Son of God? 

5ใครเล่าชนะโลก   ไม่ใช่คนอื่น   คือผู้ที่เชื่อว่าพระเยซูทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้านั่นเอง

1 John ยอห์น 2:13 13I am writing to you, fathers, because you know him who is from the beginning. I am writing to you, young men, because you have overcome the evil one.

I write to you, children, because you know the Father.

13ท่านทั้งหลายที่เป็นบิดา   ข้าพเจ้าเขียนจดหมายถึงท่าน   เพราะท่านทั้งหลายได้คุ้นกับพระองค์ผู้ทรงดำรงอยู่ตั้งแต่ปฐมกาล   ท่านทั้งหลายที่เป็นคนหนุ่มๆ   ข้าพเจ้าเขียนจดหมายถึงท่านเพราะท่าน ทั้งหลายได้ชนะมารร้ายนั้น   ท่านทั้งหลายผู้เป็นลูก   ข้าพเจ้าเขียนจดหมายถึงท่านเพราะท่านทั้งหลายได้คุ้นกับพระบิดา



All believers are “overcomers” in that they have been granted victory over the sin and unbelief of the world.
ผู้เชื่อทุกคนเป็น”ผู้ชนะ” ในแง่ที่พวกเขาได้รับชัยชนะต่อบาปและความไม่เชื่อของโลก
Some people see in Revelation 3:5 the picture of God’s pen poised, ready to strike out the name of any Christian who sins.

บางคนเห็นในพระธรรมวิวรณ์3:5 ภาพที่พระเจ้าทรงจรดปากกา  พร้อมแล้วที่จะลบออกชื่อของคริสเตียนคนใดที่ทำบาป


They read into it something like this: “If you mess up and don’t win the victory, then you’re going to lose your salvation!

พวกเขาตีความจากภาพเป็นดังนี้ "ถ้าเจ้าทำสกปรกและไม่เอาชัยชนะ  แล้วเจ้ากำลังจะสูญเสียความรอดไป”

In fact, I will erase your name from the Book of Life!” But this is NOT what the verse says. Jesus is giving a promise here, not a warning.
แท้จริง  เราจะลบชื่อของเจ้าออกจากหนังสือแห่งชีวิต “ แต่นี่ไม่ใช่ สิ่งที่ข้อพระคัมภีร์กล่าว  ที่นี่พระเยซูทรงให้พระสัญญา  ไม่ใช่คำเตือน”


Never does Scripture say that God erases a believer’s name from the Book of Life; there is never even a warning that He is contemplating it!

พระคัมภีร์ไม่ได้บอกว่าพระองค์จะทรงลบชื่อของผู้เชื่อจากหนังสือแห่งชีวิต; ไม่เคยมีแม้แต่คำเตือนว่าพระองค์จะทรงตรึกตรองเรื่องนี้!

The wonderful promise of Revelation 3:5 is that Jesus will NOT erase one’s name. Speaking to the “overcomers”—all those redeemed by the blood of the Lamb—Jesus gives His word that He will not delete their names.

พระสัญญาที่ยอดเยี่ยมของพระธรรมวิวรณ์3:5  คือว่าพระเยซูจะไม่ ทรงลบชื่อของบุคคลใด   การพูดถึง “ผู้ชนะทั้งหลาย”—บรรดาผู้ที่ถูกไถ่โดยพระโลหิตของพระเมษโปดก--- พระเยซูทรงตรัสว่าพระองค์จะไม่ทรงลบชื่อของเขาทั้งหลายออก


He affirms that once a name is there, it is there forever.

ทรงยืนยันว่าทันทีที่ชื่อถูกจดที่นั่น  ชื่อนั้นจะอยู่ที่นั่นตลอดไป

This is based on the faithfulness of God. 
สิ่งนี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความสัตย์ซื่อของพระเจ้า
The promise of Revelation 3:5 is directed to believers, who are secure in their salvation.

พระสัญญาในพระธรรมวิวรณ์3:5 กล่าวถึงผู้เชื่อโดยตรง  บรรดาผู้ที่ได้รับประกันความรอดของเขา

In contrast, the warning of Revelation 22:19 is directed to unbelievers, who, rather than change their hearts toward God, attempt to change God’s Word to suit themselves.ในทางตรงกันข้าม   คำเตือนสอนในพระธรรมวิวรณ์ 22:19 กล่าวถึงผู้ไม่เชื่อโดยตรง แทนที่จะเป็นผู้ที่เปลี่ยนจิตใจมุ่งมาหาพระเจ้า  เขากลับพยายามที่จะเปลี่ยนพระคำของพระเจ้าให้เข้ากับตัวเขาเอง

www.gotquesstions.org

Erased Book of Life

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top