Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Sunday, June 5, 2016

 

suffering servant

ผู้รับใช้ที่ต้องทนทุกข์ทรมาน


Is Isaiah 53 'The Suffering Servant' a prophecy about Jesus? Is Isaiah chapter 53 the clearest prophecy about Jesus' atoning sacrifice?

พระธรรมอิสยาห์บทที่ 53 “ ผู้รับใช้ที่ต้องทนทุกข์ทรมาน” เป็นคำพยากรณ์ถึงพระเยซูหรือไม่  พระธรรมอิสยาห์บทที่ 53 เป็นคำพยากรณ์ที่ชัดเจนที่สุดเกี่ยวกับการสละพระชนม์เพื่อไถ่บาปของพระเยซูหรือไม่


Question: "Is Isaiah 53 'The Suffering Servant' a prophecy about Jesus?"

คำถาม :  พระธรรมอิสยาห์บทที่53 “ ผู้รับใช้ที่ต้องทนทุกข์ทรมาน” เป็นคำพยากรณ์ถึงพระเยซูหรือไม่

Answer: Perhaps the greatest of all Messianic prophecies in the Tanakh (the Hebrew Scriptures / the Old Testament) concerning the advent of the Jewish Messiah is found in the 53rd chapter of the prophet Isaiah.

คำตอบ: บางทีคำพยากรณ์เกี่ยวกับพระเมสสิยาห์ทั้งหมดที่สำคัญที่สุดในทานัค (พระคัมภีร์ ฮีบรู/ พันธสัญญาเดิม) เป็นเรื่องเกี่ยวกับการถือกำเนิดของพระเมสสิยาห์ชาวยิวที่ปรากฏในพระธรรมอิสยาห์บทที่ 53

Isaiah อิสยาห์ 53 1Who has believed what they heard from us?  And to whom has the arm of the LORD been revealed?

1ใครเล่าจะเชื่อสิ่งที่เราทั้งหลายได้ยิน   พระกรของพระเจ้าได้ทรงสำแดงแก่ผู้ใด  

2For he grew up before him like a young plant, and like a root out of dry ground; he had no form or majesty that we should look at him, and no beauty that we should desire him.

2เพราะท่านได้เจริญขึ้นต่อพระพักตร์พระองค์อย่างต้นไม้อ่อน    และเหมือนรากแตกหน่อมาจากพื้นดินแห้ง   ท่านไม่มีรูปร่างหรือความสวยงาม   ซึ่งเราทั้งหลายจะมองท่าน   และไม่มีความงามที่เราจะพึงปรารถนาท่าน  

3He was despised and rejected by men; a man of sorrows, and acquainted with grief; and as one from whom men hide their faces he was despised, and we esteemed him not.

3ท่านได้ถูกมนุษย์ดูหมิ่นและทอดทิ้ง   เป็นคนที่รับความเจ็บปวด   และคุ้นเคยกับความเจ็บไข้   และดังผู้หนึ่งซึ่งคนทนมองดูไม่ได้   ท่านถูกดูหมิ่น และเราทั้งหลายไม่ได้นับถือท่าน  

4Surely he has borne our griefs and carried our sorrows; yet we esteemed him stricken, smitten by God, and afflicted.

4แน่ทีเดียวท่านได้แบกความเจ็บไข้ของเราทั้งหลาย   และหอบความเจ็บปวดของเราไป   กระนั้นเราทั้งหลายก็ยังถือว่าท่านถูกตี   คือพระเจ้าทรงโบยตีและข่มใจ  

5But he was wounded for our transgressions; he was crushed for our iniquities; upon him was the chastisement that brought us peace, and with his stripes we are healed.

5แต่ท่านถูกบาดเจ็บเพราะความทรยศของเราทั้งหลาย   ท่านฟกช้ำเพราะความบาปผิดของเรา การตีสอนอันทำให้เราทั้งหลายสมบูรณ์นั้นตกแก่ท่าน   ที่ท่านต้องฟกช้ำนั้นก็ให้เราหายดี  

6All we like sheep have gone astray; we have turned everyone to his own way;

and the LORD has laid on him the iniquity of us all.

6เราทุกคนได้เจิ่นไปเหมือนแกะ   เราทุกคนต่างได้หันไปตามทางของตนเอง   และพระเจ้าทรงวางลงบนท่าน   ซึ่งความบาปผิดของเราทุกคน  

7He was oppressed, and he was afflicted, yet he opened not his mouth; like a lamb that is led to the slaughter, and like a sheep that before its shearers is silent, so he opened not his mouth.

7ท่านถูกบีบบังคับและท่านถูกข่มใจ   ถึงกระนั้นท่านก็ไม่ปริปาก   เหมือนลูกแกะที่ถูกนำไปฆ่า   และเหมือนแกะที่เป็นใบ้อยู่หน้าผู้ตัดขนของมันฉันใด   ท่านก็ไม่ปริปากของท่านเลยฉันนั้น  

8By oppression and judgment he was taken away; and as for his generation, who considered that he was cut off out of the land of the living, stricken for the transgression of my people?

8ท่านถูกนำเอาไปด้วยการบีบบังคับและการตัดสิน   และเกี่ยวกับเชื้อสายของท่าน ผู้ใดเล่าคิดว่า   ท่านต้องถูกตัดออกไปจากแดนคนเป็น   ต้องถูกตีเพราะการทรยศของชนชาติของเรา  

9And they made his grave with the wicked and with a rich man in his death, although he had done no violence, and there was no deceit in his mouth.

9และเขาจัดหลุมศพของท่านไว้กับคนอธรรม   ในความตายของท่าน เขาจัดไว้กับเศรษฐีแม้ว่าท่านมิได้กระทำการทารุณประการใดเลย   และไม่มีการหลอกลวงในปากของท่าน  

10Yet it was the will of the LORD to crush him; he has put him to grief; when his soul makes an offering for sin, he shall see his offspring; he shall prolong his days; the will of the LORD shall prosper in his hand.

10แต่ก็ยังเป็นน้ำพระทัยของพระเจ้าที่จะให้ท่านฟกช้ำ   ด้วยความเจ็บไข้   เมื่อพระองค์ทรงกระทำให้วิญญาณของท่านเป็นเครื่องบูชาไถ่บาป   ท่านจะเห็นพงศ์พันธุ์ของท่าน   ท่านจะยืดวันทั้งหลายของท่าน   น้ำพระทัยของพระเจ้าจะเจริญขึ้นในมือของท่าน  

11Out of the anguish of his soul he shall see and be satisfied; by his knowledge shall the righteous one, my servant, make many to be accounted righteous, and he shall bear their iniquities.

11ท่านจะเห็นผลแห่งความทุกข์ลำบากแห่งวิญญาณจิตของท่าน และพอใจ โดยความรู้ของท่านผู้ชอบธรรมคือผู้รับใช้ของเรา   จะกระทำให้คนเป็นอันมากนับได้ว่าเป็นคนชอบธรรม และท่านจะแบกบรรดาความบาปผิดของเขาทั้งหลาย  

12Therefore I will divide him a portion with the many, and he shall divide the spoil with the strong, because He poured out His soul to death and was numbered with the transgressors; yet He bore the sin of many, and makes intercession for the transgressors.

12ฉะนี้เราจะแบ่งส่วนหนึ่งให้ท่านกับผู้ยิ่งใหญ่ และท่านจะแบ่งรางวัลกับคนแข็งแรง เพราะท่านเทวิญญาณจิตของท่านถึงความมรณะ    และถูกนับเข้ากับคนทรยศ   ถึงกระนั้นท่านก็แบกบาปของคนเป็นอันมาก    และทำการอ้อนวอนเพื่อผู้ทรยศ

This section of the Prophets, known as the “Suffering Servant,” has been long understood by the historical rabbis of Judaism to speak of the Redeemer who will one day come to Zion.

ภาคนี้ของศาสดาพยากรณ์ ที่รู้จักกันว่าเป็น “ผู้รับใช้ที่ต้องทนทุกข์ทรมาน” เป็นที่เข้าใจกันมานานโดยพวกรับบีในประวัติศาสตร์ของศาสนายูดาห์  พูดถึงพระผู้ไถ่ที่จะเสด็จมายังศิโยนสักวันหนึ่ง

Here is a sampling of what Judaism has traditionally believed about the identity of the "Suffering Servant" of Isaiah 53:
นี่คือตัวอย่างของสิ่งที่ศาสนายูดายได้เชื่อตามจารีตประเพณี   เกี่ยวกับเอกลักษณ์ของ “ผู้รับใช้ที่ต้องทนทุกข์ทรมาน” ในพระธรรมอิสยาห์บทที่ 53


The Babylonian Talmud says, "The Messiah, what is his name? The Rabbis say, The Leper Scholar, as it is said, ‘surely he has borne our griefs and carried our sorrows: yet we did esteem him a leper, smitten of God and afflicted...'" (Sanhedrin 98b).

ทัลมุด แห่งบาบิโลน กล่าวว่า “ พระเมสสิยาห์ พระองค์ทรงนามว่าอะไร”  พวกรับบีกล่าว  ผู้รู้ที่ถูกสังคมรังเกียจ  ดังที่กล่าวว่า “ แน่ทีเดียวท่านได้แบกความเจ็บไข้ของเราทั้งหลาย   และหอบความเจ็บปวดของเราไป   กระนั้นเราทั้งหลายก็ยังถือว่าท่านถูกตี   คือพระเจ้าทรงโบยตีและข่มใจ  ...”  (สภาแซนเฮดริน 98 ข)


Midrash Ruth Rabbah says, "Another explanation (of Ruth 2:14):

มิดราช รูธ รับบาห์ กล่าวว่า “ มีคำอธิบายอื่น  (ในพระธรรมรูธ2.14)

He is speaking of king Messiah; ‘Come hither,' draw near to the throne; ‘and eat of the bread,' that is, the bread of the kingdom; ‘and dip thy morsel in the vinegar,' this refers to his chastisements, as it is said, `But he was wounded for our transgressions, bruised for our iniquities.'"

เขากำลังพูดถึงพระเมสสิยาห์กษัตริย์; 'เชิญมานี่เถิด' เข้าใกล้พระบัลลังก์; และมารับประทานขนมปังบ้าง  'นั่นคือขนมปังแห่งราชอาณาจักร; 'และเอาอาหารมาจิ้มในน้ำส้มเถิด' นี้หมายถึงเหตุการณ์วันวิปโยคของพระองค์   ดังที่กล่าวว่า `แต่ท่านถูกบาดเจ็บเพราะความทรยศของเราทั้งหลาย   ท่านฟกช้ำเพราะความบาปผิดของเรา”

Ruth นางรูธ 2:14 14And at mealtime Boaz said to her, “Come here and eat some bread and dip your morsel in the wine.” So she sat beside the reapers, and he passed to her roasted grain. And she ate until she was satisfied, and she had some left over.

14พอถึงเวลารับประทานอาหาร   โบอาสก็บอกนางว่า “เชิญมานี่เถิด   มารับประทานขนมปังบ้าง   และเอาอาหารมาจิ้มน้ำส้มเถิด” นางจึงนั่งลงข้างๆพวกคนเกี่ยวข้าว   โบอาสจึงส่งข้าวคั่วให้   และนางก็รับประทานจนอิ่ม   และยังเหลือไว้บ้าง


The Targum Jonathan says, "Behold my servant Messiah shall prosper; he shall be high and increase and be exceedingly strong."
พระคัมภีร์ฉบับแปลภาษาฮีบรูโจนาธัน ทาร์กัม กล่าวว่า “ดูเถิด ผู้รับใช้ของเรา พระเมสสิยาห์ จะทำอย่างมีสติปัญญา ท่านจะสูงเด่น และเป็นที่เทิดทูนและท่านจะสูงนัก”"
The Zohar says, "'He was wounded for our transgressions,' etc....

พระธรรมฉบับโซฮาร์ กล่าวว่า “ พระองค์ได้ทรงรับบาดเจ็บเพราะความบาปผิดของเราทั้งหลาย”

There is in the Garden of Eden a palace called the Palace of the Sons of Sickness; this palace the Messiah then enters, and summons every sickness, every pain, and every chastisement of Israel; they all come and rest upon him.

ในสวนเอเดน  มีสถานที่แห่งหนึ่งที่เรียกว่าที่ประทับของบุตรแห่งความเจ็บป่วย; ที่ประทับนี้พระเมสสิยาห์เสด็จเข้าไปข้างใน  และรับเอาโรคภัยทุกอย่าง ความเจ็บปวดทุกอย่าง   และการลงโทษของอิสราเอลทุกคน  พวกเขาทั้งหมดได้มาพักสงบในพระองค์

And were it not that he had thus lightened them off Israel and taken them upon himself, there had been no man able to bear Israel's chastisements for the transgression of the law: and this is that which is written, `Surely our sicknesses he hath carried.'"

และถ้าไม่ใช่ดังนั้นที่พระองค์ที่ได้ลดภาระของอิสราเอล  และทรงแบกรับไว้เอง คงไม่มีคนใดที่สามารถแบกรับการลงโทษอย่างแรงของอิสราเอลเพราะการล่วงละเมอบทบัญญัติได้ และนี่คือคำเขียนว่า “ แน่ทีเดียว ทรงได้แบกความเจ็บไข้ของเราทั้งหลาย”
The great (Rambam) Rabbi Moses Maimonides says, "What is the manner of Messiah's advent....there shall rise up one of whom none have known before, and signs and wonders which they shall see performed by him will be the proofs of his true origin; for the Almighty, where he declares to us his mind upon this matter, says, `Behold a man whose name is the Branch, and he shall branch forth out of his place' (Zechariah 6:12)

รับบีโมเสส ไมมอนไนด์ คนสำคัญ(ของแรมบัน) กล่าวว่า “ อะไรคือท่าทีของการจุติมากำเนิดของพระเมสสิยาห์.....จะมีคนหนึ่งเกิดมาที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน   และหมายสำคัญเหล่านั้น ซึ่งพวกเขาจะเห็น  กระทำโดยพระองค์ จะเป็นเครื่องพิสูจน์กำเนิดที่แท้จริงของพระองค์ เพราะพระเจ้าองค์ฤทธานุภาพ  ที่ซึ่งทรงประกาศแก่เราพระประสงค์ของพระองค์เรื่องนี้ กล่าวว่า “ดูเถิด ชายผู้ที่มีชื่อว่าพระอังกูร เพราะท่านจะไพบูลย์ในสถานที่ของท่าน” (เศคาริยาห์ 6.12 )

And Isaiah speaks similarly of the time when he shall appear, without father or mother or family being known, He came up as a sucker before him, and as a root out of dry earth, etc....in the words of Isaiah, when describing the manner in which kings will harken to him, At him kings will shut their mouth; for that which had not been told them have they seen, and that which they had not heard they have perceived."

และ อิสยาห์พูดในทำนองเดียวกันถึงเวลาที่พระองค์จะทรงปรากฏ โดยไม่มีบิดาหรือมารดาหรือ ครอบครัวอันเป็นที่รู้จัก  ทรงขึ้นมาเป็นผู้ที่ยอมอะไรง่ายๆต่อหน้าพระองค์   และเป็นหน่อที่แตกออกจาก แผ่นดินแห้ง ฯลฯ เป็นคำพูดของอิสยาห์  เมื่อบรรยายลักษณะที่กษัตริย์ทั้งหลายจะฟังพระองค์    กษัตริย์ทั้งหลายจะปิดพระโอษฐ์เมื่ออยู่ต่อพระองค์ เพราะนั่นไม่ใช่สิ่งที่บอกพวกเขาแต่พวกเขาจะได้เห็น และสิ่งไหนที่พวกเขาไม่ได้ยินพวก เขาได้รับรู้สิ่งเหล่านั้น


Unfortunately, modern rabbis of Judaism believe that the “Suffering Servant” of Isaiah 53 refers perhaps to Israel, or to Isaiah himself, or even Moses or another of the Jewish prophets.

น่าเสียดาย พวกรับบีในปัจจุบันของศาสนายูดาย  เชื่อว่า “ ผู้รับใช้ที่ต้องทนทุกข์ทรมาน” ในพระธรรมอิสยาห์บทที่ 53 อาจจะหมายถึงอิสราเอล หรืออิสยาห์เอง  หรือแม้แต่โมเสส หรือผู้พยากรณ์ชาวยิวคนหนึ่งในบรรดาทั้งหมด

But Isaiah is clear - he speaks of the Messiah, as many ancient rabbis concluded.

แต่อิสยาห์กล่าวอย่างชัดเจน— ท่านพูดถึงพระเมสสิยาห์  ดังที่รับบีสมัยโบราณสรุปไว้แล้ว
The second verse of Isaiah 53 confirms this clarity.

ข้อพระคัมภีร์ ข้อ 2 ในพระธรรมอิสยาห์บทที่ 53 ยืนยันความถูกต้องชัดเจนนี้

The figure grows up as “a young plant, and like a root out of dry ground.”

เขาจะได้เจริญเติบโตขึ้นเหมือน” ต้นไม้อ่อน และเหมือนรากแตกหน่อมาจากพื้นดินแห้ง”

The shoot springing up is beyond reasonable doubt a reference to the Messiah, and, in fact, it is a common Messianic reference in Isaiah and elsewhere.

รากที่แตกหน่อออกมา  เหนือคำสงสัยอย่างมีเหตุผลเชื่อถือได้ว่า   เล็งพระเมสสิยาห์  และ ตามความจริง เป็นการอ้างอิงพระเมสสิยาห์ตามปกติในพระธรรมอิสยาห์และที่อื่น

The Davidic dynasty was to be cut down in judgment like a felled tree, but it was promised to Israel that a new sprout would shoot up from the stump.

ราชวงศ์ของดาวิดจะถูกพิพากษาให้ล้มลงเหมือนต้นไม้ถูกโค่น แต่ทรงให้สัญญาแก่อิสราเอลว่า  จะมีต้นงอกขึ้นใหม่แตกหน่อมาจากกอ

King Messiah was to be that sprout.
กษัตริย์พระเมมสิยาห์คือหน่อที่งอกขี้นใหม่นั้น
Beyond doubt, the “Suffering Servant” of Isaiah 53 refers to Messiah.

โดยปราศจากข้อสงสัย “ ผู้รับใช้ที่ทนทุกข์” ในพระธรรมอิสยาห์บทที่ 53 หมายถึง พระเมสสิยาห์

He is the one highly exalted, before whom kings shut their mouths.

ทรงเป็นหนึ่งที่ถูกยกย่องอย่างมากต่อหน้าบรรดากษัตริย์ปิดปากของพวกเขา

Messiah is the shoot who sprang up from the fallen Davidic dynasty.

พระเมสสิยาห์คือหน่อที่ผุดขึ้นจากราชวงศ์ดาวิดที่ล่มสลายไป

He became the King of Kings.

ทรงกลายเป็นจอมกษัตริย์แห่งกษัตริย์ทั้งหลาย

He provided the ultimate atonement.
ทรงเตรียมการไถ่โทษบาปที่สุดยอด
Isaiah 53 must be understood as referring to the coming Davidic King, the Messiah. King Messiah was prophesied to suffer and die to pay for our sins and then rise again.

พระธรรมอิสยาห์บทที่53 เราต้องเข้าใจว่าหมายถึงการมาของราชวงศ์ของดาวิด มีคำพยากรณ์ว่าพระเมสสิยาห์กษัตริย์ต้องทนทุกข์ทรมานและตายเพื่อชดใช้บาปของเรา และจากนั้นเป็นขึ้นมาอีกครั้ง

He would serve as a priest to the nations of the world and apply the blood of atonement to cleanse those who believe.

พระองค์จะทรงทำหน้าที่เป็นปุโรหิตรับใช้แก่ประชาชาติในโลก  และใช้พระโลหิตแห่งการลบมลทินบาปเพื่อชำระผู้ที่เชื่อให้สะอาด

There is One alone to whom this can refer—Jesus Christ!
มีเพียงบุคคลเดียวที่กล่าวถึงในที่นี้- คือพระเยซูคริสต์
Those who confess Him are His children, His promised offspring, and the spoils of His victory.

บรรดาผู้ที่สารภาพบาปต่อพระองค์ก็ได้เป็นบุตรของพระองค์   ลูกหลานตามพระสัญญาของพระองค์   และของริบที่ได้มาจากชัยชนะของพระองค์

According to the testimony of the Jewish apostles, Jesus died for our sins, rose again, ascended to the right hand of God, and He now serves as our great High Priest who cleanses us of sin.

ตามคำพยานของอัครทูตยิว   พระเยซูสิ้นพระชนม์เพราะบาปของเรา    ทรงฟื้นขึ้นอีกครั้ง เสด็จขึ้นไปประทับเบื้องขวาพระหัตถ์ของพระเจ้า   และตอนนี้ทรงทำหน้าที่เป็นมหาปุโรหิตของเรา  ผู้ทรงชำระบาปของเราให้สะอาด

Hebrews ฮีบรู 2:17 17Therefore he had to be made like his brothers in every respect, so that he might become a merciful and faithful high priest in the service of God, to make propitiation for the sins of the people.

17เหตุฉะนั้นพระองค์จึงทรงต้องเป็นเหมือนกับพี่น้องทุกอย่าง   เพื่อว่าพระองค์จะได้ทรงเป็นมหาปุโรหิต   ผู้กอปรด้วยความเมตตาและความสัตย์ซื่อ   ในการกระทำกิจกับพระเจ้า   เพื่อลบล้างบาปของประชาชน

Hebrews ฮีบรู 8:1 1Therefore let us leave the elementary doctrine of Christ and go on to maturity, not laying again a foundation of repentance from dead works and of faith toward God,

1เหตุฉะนั้นขอให้เราผ่านหลักธรรมเบื้องต้นแห่งคริสตศาสนา   ไปสู่ความเป็นผู้ใหญ่   ไม่วางรากฐานซ้ำอีก   คือเรื่องการกลับใจจากการประพฤติที่นำไปสู่ความตาย   เรื่องความเชื่อในพระเจ้า

Jesus, the Jewish Messiah, is the one Isaiah foresaw.
พระเยซู  พระเมสสิยาห์ชาวยิว ทรงเป็นบุคคลที่อิสยาห์ได้ทำนายไว้ล่วงหน้า
Rabbi Moshe Kohen Ibn Crispin said, “This rabbi described those who interpret Isaiah 53 as referring to Israel as those "having forsaken the knowledge of our Teachers, and inclined after the `stubbornness of their own hearts,' and of their own opinion, I am pleased to interpret it, in accordance with the teaching of our Rabbis, of the King Messiah.

รับบี โมเช โคเฮน อิบ คริสปิน กล่าวว่า “รับบีนี้บรรยายถึงบรรดาคนที่แปลพระธรรมอิสยาห์บทที่53 กล่าวถึงอิสราเอลว่าเป็นเหล่าคน “ ที่ได้ละทิ้งความรู้ของศาสดาผู้สอนของเรา  และเอนเอียงไปหลังจาก “ความดื้อดึงในจิตใจของพวกเขา” และความคิดเห็นของเขาเอง ผมพอใจที่จะแปลมัน ตามคำสอนของพวกรับบี แห่งพระเมสสิยาห์กษัตริย์

This prophecy was delivered by Isaiah at the divine command for the purpose of making known to us something about the nature of the future Messiah, who is to come and deliver Israel, and his life from the day when he arrives at discretion until his advent as a redeemer, in order that if anyone should arise claiming to be himself the Messiah, we may reflect, and look to see whether we can observe in him any resemblance to the traits described here; if there is any such resemblance, then we may believe that he is the Messiah our righteousness; but if not, we cannot do so.”

อิสยาห์ได้กล่าวคำทำนายนี้  ตามพระบัญชาของพระเจ้าโดยที่ประสงค์ให้เรารู้จักบางสิ่งบางอย่างเกี่ยวกับพระลักษณะของพระเมสสิยาห์ในอนาคต  ผู้ที่จะเสด็จมาและปลดปล่อยอิสราเอล   และชีวิตของพระองค์จากวันที่ทรงบังเกิดมา   จนกระทั่งเหตุการณ์ที่ทรงเป็นพระมหาไถ่   เพื่อว่าถ้าใครสักคนจะอ้างว่าตัวเองเป็นพระเมสสิยาห์   เราอาจไตรตรองและมองดูว่าเราสามารถสังเกตอะไรในคนนั้นคล้ายคลึงกับลักษณะที่อธิบายที่นี่หรือไม่; ถ้ามีอะไรที่คล้ายคลึงกันเช่นนั้นเราอาจจะเชื่อว่าเขาเป็นพระเมสสิยาห์ผู้ทรงความชอบธรรมของเรา แต่ถ้าไม่มี  เราไม่สามารถทำเช่นนั้น"

Suffering Servant

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top