Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Sunday, July 10, 2016

 

sin God not forgive

บาปพระเจ้าไม่ทรงอภัย

Is there any sin that God will not forgive? Is there such a thing as an unforgivable sin?

มีบาปใดที่พระเจ้าจะไม่ทรงอภัยไหม  มีสิ่งใดที่เป็นบาปอันไม่น่าให้อภัยหรือไม่

Question: "Is there any sin that God will not forgive?"
คำถาม: "มีบาปใดที่พระเจ้าจะไม่ทรงอภัยไหม”

Answer: For the born-again child of God, there is no unforgivable sin.

คำตอบ: สำหรับบุตรที่เกิดใหม่อีกครั้งของพระเจ้า ไม่มีบาปใดที่ไม่สามารถให้อภัยได้

The believer’s sin was forgiven at the cross, and there is no longer any condemnation for those who are in Christ.

บาปของผู้เชื่อได้รับการอภัยแล้วที่กางเขน     และไม่มีการลงโทษใด ๆ อีกต่อไปสำหรับผู้ที่อยู่ในพระคริสต์

Romans โรม 8:11There is therefore now no condemnation for those who are in Christ Jesus. 

1เหตุฉะนั้นการลงโทษจึงไม่มีแก่คนทั้งหลาย   ที่อยู่ในพระเยซูคริสต์

John ยอห์น 3:17 17For God did not send His Son into the world to condemn the world, but in order that the world might be saved through Him.

17เพราะว่าพระเจ้าทรงให้พระบุตรเข้ามาในโลก   มิใช่เพื่อพิพากษาลงโทษโลก   แต่เพื่อช่วยกู้โลกให้รอดโดยพระบุตรนั้น

Throughout His ministry, Jesus bestowed the marvelous and surprising forgiveness of God.

ตลอดพันธกิจรับใช้ของพระองค์     พระเยซูทรงประทานการอภัยโทษที่แปลกและน่าอัศจรรย์ของพระเจ้า

Zacchaeus (Luke 19), the sinful woman in Cana (Luke 7), the paralytic in Galilee (Luke 5)—all of them were forgiven by the Lord.

ศักเคียส (ลูกา 19) ผู้หญิงคนบาปในคานา (ลูกา 7), คนเป็นอัมพาตในแคว้นกาลิลี (ลูกา 5) พวกเขาทุกคนได้รับการอภัยจากองค์พระผู้เป็นเจ้า

It didn’t matter what they had done; God was able to forgive.

มันไม่ได้สำคัญว่าพวกเขาได้ทำอะไรไป; พระเจ้าทรงสามารถให้อภัยได้

Matthew มัทธิว 21:31 31Which of the two did the will of his father?” They said, “The first.” Jesus said to them, “Truly, I say to you, the tax collectors and the prostitutes go into the kingdom of God before you.

31ก็บุตรสองคนนี้คนไหนเป็นผู้ทำตามใจของบิดาเล่า” เขาทูลตอบว่า  “คือบุตรคนแรก”   พระเยซูตรัสตอบเขาว่า   “เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า   พวกเก็บภาษีและหญิงแพศยาก็เข้าในแผ่นดินของพระเจ้าก่อนท่านทั้งหลาย

Jesus’ statement from the cross, “It is finished” means that the penalty for sin is paid in full.

คำตรัสของพระเยซูจากกางเขน "สำเร็จแล้ว" หมายความว่าโทษบาปได้รับการชดใช้ให้แล้ว

John ยอห์น 19:30 30When Jesus had received the sour wine, he said, “It is finished,” and He bowed His head and gave up His spirit.

30เมื่อพระเยซูทรงรับน้ำส้มองุ่นแล้ว   พระองค์ตรัสว่า   “สำเร็จแล้ว”   และทรงก้มพระเศียรลงสิ้นพระชนม์

The word translated “it is finished” is one word in the Greek: tetelestai.

คำที่แปลว่า “สำเร็จแล้ว” เป็นคำจากภาษากรีกว่า: tetelestai

This is a wonderful word. Tetelestai was stamped on receipts to mark them as “paid in full.”

นี้เป็นคำที่ประหลาดมาก Tetelestai ถูกประทับตราบนใบเสร็จรับเงินเพื่อเป็นเครื่องหมายว่าบิลเหล่านั้นได้ “ชำระครบถ้วนแล้ว”


And when a convicted criminal had completed his sentence and was freed from prison, a sign saying tetelestai was nailed to the door of his house as a token that he no longer owed a debt to society.
และเมื่ออาชญากรที่ถูกตัดสินคดีได้ถูกพิพากษาเสร็จสิ้น และเป็นอิสระจากการการจองจำ  สัญญาณที่บอกว่า tetelestai ถูกตอกตะปูไว้ที่ประตูบ้านของเขา   เป็นเครื่องหมายว่าเขาไม่เป็นหนี้ติดค้างสังคมอีกต่อไป
The Lord Jesus Christ became our sacrifice for sin.

พระเยซูคริสต์ทรงกลายเป็นเครื่องบูชาไถ่บาปของเรา

John ยอห์น 1:29 29The next day he saw Jesus coming toward him, and said, “Behold, the Lamb of God, who takes away the sin of the world!

29วันรุ่งขึ้นยอห์นเห็นพระเยซูกำลังเสด็จมาทางท่าน   ท่านจึงกล่าวว่า   “จงดูพระเมษโปดกของพระเจ้า   ผู้ทรงรับความผิดบาปของโลกไปเสีย

Jesus was the perfect sacrifice

พระเยซูทรงเป็นเครื่องบูชาที่สมบูรณ์แบบ

Hebrews ฮีบรู 9:14 14how much more will the blood of Christ, who through the eternal Spirit offered himself without blemish to God, purify our conscience from dead works to serve the living God.

14พระโลหิตของพระเยซูคริสต์ ผู้ได้ทรงถวายพระองค์เองแด่พระเจ้า โดยพระวิญญาณนิรันดร์   ให้เป็นเครื่องบูชาอันปราศจากตำหนิ   ก็จะทรงชำระได้มากยิ่งกว่านั้นสักเพียงใด   เพื่อให้จิตใจของคนที่หมกมุ่น ในการประพฤติที่นำไปสู่ความตาย   หันไปรับใช้พระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่  

The promise to those who believe in Christ is that every sin they’ve ever committed or will commit is forgiven.

พระสัญญาที่มีต่อบรรดาผู้เชื่อในพระคริสต์คือว่า   บาปทุกอย่างที่พวกเขาได้เคยหรือจะกระทำก็ได้รับการอภัย

1 John 1 ยอห์น 1:7 7But if we walk in the light, as he is in the light, we have fellowship with one another, and the blood of Jesus his Son cleanses us from all sin.

7แต่ถ้าเราดำเนินอยู่ในความสว่าง   เหมือนอย่างพระองค์ทรงสถิตในความสว่าง   เราก็ร่วมสามัคคีธรรมซึ่งกันและกัน   และพระโลหิตของพระเยซูคริสต์ พระบุตรของพระองค์   ก็ชำระเราทั้งหลายให้ปราศจากบาปทั้งสิ้น

1 Corinthians 1โครินธ์ 6:9-10 9Do you not know that the unrighteous will not inherit the kingdom of God? Do not be deceived: neither the sexually immoral, nor idolaters, nor adulterers, nor men who practice homosexuality, 

9ท่านไม่รู้หรือว่า   คนอธรรมจะไม่มีส่วนในแผ่นดินของพระเจ้า   อย่าหลงเลย   คนล่วงประเวณี   คนถือรูปเคารพ   คนผิดผัวเมียเขา   โสเภณีชาย   ชายรักร่วมเพศ

10nor thieves, nor the greedy, nor drunkards, nor revilers, nor swindlers will inherit the kingdom of God.

10คนขโมย   คนโลภ   คนขี้เมา   คนปากร้าย   คนฉ้อโกง  จะไม่ได้รับส่วนในแผ่นดินของพระเจ้า

This lists a variety of scandalous sins that had at one time characterized the Corinthian believers.

นี่เป็นรายการของบาปอื้อฉาวหลากหลายชนิด  ที่ครั้งหนึ่งผู้เชื่อเมืองโครินธ์ได้แสดงเป็นอุปนิสัย

Paul uses that list to lead up to this truth:

เปาโลใช้รายการนั้นนำไปสู่ความจริงนี้:

1 Corinthians 1โครินธ์ 6:1111And such were some of you. But you were washed, you were sanctified, you were justified in the name of the Lord Jesus Christ and by the Spirit of our God.

11แต่ก่อนมีบางคนในพวกท่านเป็นคนอย่างนั้น   แต่ท่านได้รับการชำระแล้วได้ รับการทำให้บริสุทธิ์แล้ว   ได้รับการทำให้เป็นผู้ชอบธรรมใน พระนามของพระเยซูคริสตเจ้า   และพระวิญญาณแห่งพระเจ้าของเรา

Their sin was gone, removed from them.

บาปของเขาทั้งหลายก็หายไป  ถูกปลดออกไปเสีย

Psalm เพลงสดุดี 103:12 12as far as the east is from the west, so far does he remove our transgressions from us.

12ตะวันออกไกลจากตะวันตกเท่าใด   พระองค์ทรงปลดการละเมิด ของเราจากเราไปไกลเท่านั้น  
It is important to understand the condition of God’s forgiveness of sin.

มันสำคัญที่จะเข้าใจเงื่อนไขของการที่พระเจ้าทรงให้อภัยบาป

We can come to God only through the Lord Jesus.

เราสามารถมาหาพระเจ้าโดยทางพระเยซูเจ้าเท่านั้น

John ยอห์น 14:6 6Jesus said to him, “I am the way, and the truth, and the life. No one comes to the Father except through Me.

6พระเยซูตรัสกับเขาว่า “เราเป็นทางนั้น   เป็นความจริงและเป็นชีวิต   ไม่มีผู้ใดมาถึงพระบิดาได้นอกจากจะมาทางเรา

God’s forgiveness is available to all who receive Jesus

การให้อภัยของพระเจ้ามีแก่ทุกคนที่ได้ต้อนรับพระเยซู

John ยอห์น 3:16 16“For God so loved the world, that He gave His only Son, that whoever believes in Him should not perish but have eternal life.

16เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลก จนได้ทรงประทานพระบุต รองค์เดียวของพระองค์   เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ   แต่มีชีวิตนิรันดร์

Acts กิจการ 10:43 43To Him all the prophets bear witness that everyone who believes in Him receives forgiveness of sins through His name.”

43ผู้เผยพระวจนะทั้งหลายย่อมเป็นพยานถึงพระองค์ว่า   ทุกๆคนที่เชื่อถือในพระองค์นั้น   พระเจ้าจะทรงยกความผิดบาปของเขา   เพราะพระนามของพระองค์”

But for those who reject the Lord Jesus there is no forgiveness or remission of sin

แต่สำหรับบรรดาผู้ที่ปฏิเสธพระเยซูเจ้า ไม่มีการอภัยโทษและการชำระบาป

1 John 1 ยอห์น 5:12 12Whoever has the Son has life; whoever does not have the Son of God does not have life.

12ผู้ที่มีพระบุตรก็มีชีวิต   ผู้ที่ไม่มีพระบุตรก็ไม่มีชีวิต

God will forgive all sin in Christ.

พระเจ้าจะทรงให้อภัยบาปทั้งหมดโดยพระคริสต์

For those not in Christ there is no forgiveness:

สำหรับบรรดาผู้ที่ไม่ได้อยู่ในพระคริสต์  ก็จะไม่มีการให้อภัยบาป

John ยอห์น 3:36 36Whoever believes in the Son has eternal life; whoever does not obey the Son shall not see life, but the wrath of God remains on him.

36ผู้ที่วางใจในพระบุตรก็มีชีวิตนิรันดร์   ผู้ที่ไม่เชื่อฟังพระบุตรก็จะไม่ได้เห็นชีวิต   แต่พระพิโรธของพระเจ้าตกอยู่กับเขา
John wrote his first epistle to born-again believers, and he included this promise:

ยอห์นได้เขียนจดหมายฝากฉบับแรกถึงผู้เชื่อที่บังเกิดใหม่อีกครั้ง  และท่านรวมเรื่องพระสัญญานี้ด้วย:

1 John 1 ยอห์น 1:9 9If we confess our sins, He is faithful and just to forgive us our sins and to cleanse us from all unrighteousness.

9ถ้าเราสารภาพบาปของเรา   พระองค์ทรงสัตย์ซื่อและเที่ยงธรรม   ก็จะทรงโปรดยกบาปของเรา   และจะทรงชำระเราให้พ้นจากการอธรรมทั้งสิ้น

We all sin

เราทุกคนทำบาป

1 John 1 ยอห์น 1:8 8If we say we have no sin, we deceive ourselves, and the truth is not in us.

8ถ้าเราทั้งหลายจะว่าเราไม่มีบาป   เราก็ลวงตนเอง   และสัจจะไม่ได้อยู่ในเราเลย

But, when we do, God’s grace stands ready to forgive His children and restore the fellowship.
แต่เมื่อเราทำ พระคุณของพระเจ้าพร้อมที่จะให้อภัยแก่บุตรของพระองค์และฟื้นคืนการสามัคคีธรรมใหม่

The if at the beginning of 1 John 1:9 indicates a condition: if we “confess.”

คำว่า ถ้า ในตอนเริ่มต้นของ 1 จอห์น 1: 9 บ่งชี้เงื่อนไขว่า: ถ้าเรา "สารภาพ".

This word in the Greek is homologia (literally, “same word”), and it means “to say the same thing.”

คำในภาษากรีกนี้เป็น homologia (ตามตัวอักษร "คำเดียวกัน") และมันหมายถึง "พูดในสิ่งเดียวกัน."

To confess our sin means that we agree with God about it.

การที่จะสารภาพบาปของเรา  หมายความว่าเรายอมรับต่อพระเจ้าเกี่ยวกับเรื่องนี้

God’s forgiveness does not give us carte blanche to continue sinning.

การให้อภัยของพระเจ้าไม่ได้ให้เรามีอิสระเต็มที่เพื่อทำบาปได้อีกต่อไป

We do not treat grace so lightly

เราไม่ถือว่าพระคุณเป็นเรื่องเล็กน้อย

Romans โรม 6:1-2 1What shall we say then? Are we to continue in sin that grace may abound?

1ถ้าเช่นนั้นแล้วเราจะว่าอย่างไร   ควรเราจะอยู่ในบาปต่อไป   เพื่อให้พระคุณมีมากยิ่งขึ้นหรือ

2By no means! How can we who died to sin still live in it?

2อย่าให้เป็นอย่างนั้นเลย   พวกเราที่ตายต่อบาปแล้วจะมีชีวิตในบาปต่อไปอย่างไรได้

Rather, a born-again believer who is walking in fellowship with God will be sensitive to sin and quick to confess it to the Lord.

แต่  ผู้เชื่อที่บังเกิดใหม่อีกครั้ง   ผู้ที่กำลังเดินในการสามัคคีธรรมกับพระเจ้า  จะมีความรู้สึกอ่อนไหวที่จะทำบาป    และรีบเร่งที่จะสารภาพบาปต่อพระเจ้า

One of the most wonderful truths of Scripture is that God freely forgives sin.

ความจริงที่อัศจรรย์ที่สุดของพระคัมภีร์อย่างหนึ่งคือ   พระเจ้าทรงมีเสรีที่จะอภัยบาปเรา

Because God’s grace is infinite, there is no limit to the sin God is willing to forgive in Christ.

เพราะพระคุณของพระเจ้าเป็นอนันต์  ไม่มีขีดจำกัดต่อบาป   พระเจ้าทรงพอพระทัยที่จะให้อภัยโดยทางพระคริสต์

No sin is beyond the reach of God’s grace.

ไม่มีความผิดบาปที่อยู่เหนือการเข้าถึงพระคุณของพระเจ้า

Romans โรม 5:20 20Now the law came in to increase the trespass, but where sin increased, grace abounded all the more,

20เมื่อมีธรรมบัญญัติ   ก็ทำให้มีการละเมิดธรรมบัญญัติปรากฏมากขึ้น   แต่ที่ใดมีบาปปรากฏมากขึ้น   ที่นั้นพระคุณก็จะไพบูลย์ยิ่งขึ้น

The apostle Paul was “a blasphemer and a persecutor and a violent man” before his salvation.

อัครทูตเปาโลเป็น " ผู้หมิ่นประมาทต่อพระเจ้าและผู้กดขี่ข่มเหงและเป็นคนที่ใช้ความรุนแรง" ก่อนที่ท่านได้รับความรอด

1 Timothy 1ทิโมธี 1:13 13though formerly I was a blasphemer, persecutor, and insolent opponent. But I received mercy because I had acted ignorantly in unbelief,

13ถึงแม้ว่าเมื่อก่อนนั้นข้าพเจ้าเป็นคนหลู่พระเกียรติ   ข่มเหง   และทำการหมิ่นประมาทพระองค์   แต่ข้าพเจ้าได้รับพระกรุณา   เพราะว่าที่ข้าพเจ้าได้กระทำอย่างนั้น   ก็ได้กระทำไปด้วยความเชื่ออย่างโฉดเขลา

He called himself the chief of sinners, but after he found the grace of God, he said:

ท่านเรียกตัวเองว่าคนบาปตัวเอกเลย  แต่หลังจากที่ท่านได้รับพระคุณของพระเจ้า  ท่านกล่าวว่า:

1 Timothy 1 ทิโมธี 1:15 15The saying is trustworthy and deserving of full acceptance, that Christ Jesus came into the world to save sinners, of whom I am the foremost.

15คำนี้เป็นคำจริงและสมควรที่คนทั้งปวงจะรับไว้   คือว่าพระเยซูคริสต์ได้เสด็จมาในโลก   เพื่อจะได้ทรงช่วยคนบาปให้รอด   และในพวกคนบาปนั้นข้าพเจ้าเป็นตัวเอก

If God can save Paul, He can save anyone.

ถ้าพระเจ้าทรงช่วยเปาโลให้รอดได้  ทรงสามารถช่วยใครๆ ให้รอดได้

www.gotquestions.org/Thai

Sin God Will Not Forgive and True Gospel

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top