Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Wednesday, July 6, 2016

 

Jesus died for our sins

พระเยซูสิ้นพระชนม์เพราะบาปของเรา


What does it mean that Jesus died for our sins? Why was it necessary for Jesus to die for our sins?

มันหมายความว่าอะไรที่พระเยซูสิ้นพระชนม์เพราะบาปของเรา? ทำไมมันเป็นสิ่งจำเป็นที่พระเยซูจะสิ้นพระชนม์เพื่อบาปของเรา


Question: "What does it mean that Jesus died for our sins?"
คำถาม: "มันหมายความว่าอะไรที่พระเยซูสิ้นพระชนม์เพราะบาปของเรา?"

Answer:  Simply put, without Jesus’ death on the cross for our sins, no one would have eternal life.

คำตอบ: เพียงแค่  ปราศจากความตายของพระเยซูบนกางเขนเพื่อบาปของเรา   ไม่มีใครที่จะได้ชีวิตนิรันดร์

John ยอห์น 14:6 6Jesus said to him, “I am the way, and the truth, and the life. No one comes to the Father except through me.

6พระเยซูตรัสกับเขาว่า “เราเป็นทางนั้น   เป็นความจริงและเป็นชีวิต ไม่มีผู้ใดมาถึง พระบิดาได้นอกจากจะมาทางเรา

In this statement, Jesus declares the reason for His birth, death and resurrection—to provide the way to heaven for sinful mankind, who could never get there on their own.
ในคำตรัสนี้     พระเยซูทรงบอกเหตุผลในการบังเกิดของพระองค์ ความตายและการฟื้นคืนพระชนม์ เพื่อทรงเตรียมทางไปสวรรค์สำหรับมนุษย์ที่เป็นคนบาป   ผู้ที่ไม่สามารถหาทางไปสวรรค์ได้ด้วยตัวเอง
When God created Adam and Eve, they were perfect in every way and lived in a virtual paradise, the Garden of Eden.

เมื่อพระเจ้าทรงสร้างอาดัมและอีวา   พวกเขามีชีวิตที่สมบูรณ์แบบในทุกวิถีทาง   และอาศัยอยู่ในสวรรค์  สุขสบายในสวนเอเดน

Genesis ปฐมกาล 2:15 15The LORD God took the man and put him in the garden of Eden to work it and keep it.

15พระเจ้าจึงทรงให้มนุษย์นั้นอยู่ในสวนเอเดน ให้ทำและรักษาสวน

God created man in His image, meaning they also had the freedom to make decisions and choices of their own free will.

พระเจ้าได้ทรงสร้างมนุษย์ตามแบบพระฉายของพระองค์     หมายถึงพวกเขายังมีอิสระในการตัดสินใจและเลือกได้ตามเจตจำนงเสรีของตัวเอง

Genesis 3 goes on to describe how Adam and Eve succumbed to Satan’s temptations and lies.

ปฐมกาล 3 ได้บรรยายว่าอาดัมและอีวายอมจำนนต่อการทดลองของซาตานและคำมุสาอย่างไร

In doing so, they disobeyed the will of God by eating of the tree of knowledge from which they were forbidden:

ในการทำเช่นนั้น     พวกเขาไม่เชื่อฟังพระประสงค์ของพระเจ้า    โดยการรับประทานผลจากต้นไม้แห่งความรู้    ซึ่งพวกเขาไม่ได้รับอนุญาตให้ทำ:

Genesis ปฐมกาล 2:16-17 16And the LORD God commanded the man, saying, “You may surely eat of every tree of the garden,

16พระเจ้าจึงทรงบัญชาแก่มนุษย์นั้นว่า “บรรดาผลไม้ทุกอย่างในสวนนี้   เจ้ากินได้ทั้งหมด

17but of the tree of the knowledge of good and evil you shall not eat, for in the day that you eat of it you shall surely die.”

17เว้นแต่ต้นไม้แห่งความสำนึกในความดีและความชั่ว   ผลของต้นไม้นั้นอย่ากิน   เพราะในวันใดที่เจ้าขืนกิน เจ้าจะต้องตายแน่”  

This was the first sin committed by man, and, as a result, all mankind is subject to both physical and eternal death by virtue of our sinful nature inherited from Adam. 
นี่เป็นบาปครั้งแรกที่มนุษย์ ได้กระทำ   และเป็นผลให้มนุษย์ทุกคนตกอยู่ภายใต้ความตายฝ่ายร่างกายและความตายนิรันดร์   โดยเหตุที่ธรรมชาติบาปของเราสืบทอดมาจากอดัม
God declared that all who sin will die, both physically and spiritually.

พระเจ้าทรงตรัสว่าทุกคนที่ทำบาปจะตาย   ทั้งฝ่ายร่างกายและจิตวิญญาณ

This is the fate of all mankind.

นี่คือชะตากรรมของมวลมนุษยชาติ

But God, in His grace and mercy, provided a way out of this dilemma, the shed blood of His Perfect Son on the cross.

แต่พระเจ้า  โดยพระคุณและพระเมตตาของพระองค์  ทรงจัดหาทางออกจากภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกนี้   โดยพระโลหิตที่หลั่งออกของพระบุตรที่สมบูรณ์แบบของพระองค์บนกางเขน

Hebrews ฮีบรู 9:22 22Indeed, under the law almost everything is purified with blood, and without the shedding of blood there is no forgiveness of sins.

22ความจริงนั้นตามพระบัญญัติถือว่า   เกือบทุกสิ่งจะบริสุทธิ์เพราะโลหิต   และถ้าไม่มีโลหิตไหลออกแล้ว   ก็จะไม่มีการอภัยบาปเลย



Through the shedding of blood, redemption is provided.

โดยการหลั่งพระโลหิตออกมา  จึงเกิดการทรงไถ่บาป

The Law of Moses provided a way for the people to be considered “sinless” or “right” in God’s eyes—the offering of animals sacrificed for sin.

บทบัญญัติของโมเสสได้เตรียมทางสำหรับคนที่จะได้รับการพิจารณาว่า "ไม่มีบาป" หรือ "ชอบธรรม" ในสายพระเนตรพระเจ้า    คือการถวายสัตว์เป็นเครื่องสักการบูชาเพื่อไถ่บาป

Exodus อพยพ 20:2-17 2“I am the LORD your God, who brought you out of the land of Egypt, out of the house of slavery.

2“เราคือพระเจ้าของเจ้า   ผู้ได้นำเจ้าออกจากแผ่นดินอียิปต์คือจากแดนทาส  

3“You shall have no other gods before me.

3“อย่ามีพระเจ้าอื่นใดนอกเหนือจากเรา  

4“You shall not make for yourself a carved image, or any likeness of anything that is in heaven above, or that is in the earth beneath, or that is in the water under the earth.

4“อย่าทำรูปเคารพสำหรับตน   เป็นรูปสิ่งใดซึ่งมีอยู่ในฟ้าเบื้องบน หรือบนแผ่นดินเบื้องล่าง   หรือในน้ำใต้แผ่นดิน

5You shall not bow down to them or serve them, for I the LORD your God am a jealous God, visiting the iniquity of the fathers on the children to the third and the fourth generation of those who hate me,

5อย่ากราบไหว้หรือปรนนิบัติรูป เหล่านั้น   เพราะเราคือพระเจ้าของเจ้า   เป็นพระเจ้าที่หวงแหน   ให้โทษบิดาตกทอดไปถึงลูกหลานของผู้ที่ชัง เราจนถึงสามชั่วสี่ชั่วอายุคน

6but showing steadfast love to thousands of those who love me and keep my commandments.

6แต่เราแสดงความรักมั่นคงต่อคนที่รักเรา   และปฏิบัติตามบัญญัติของเราจนถึงพันชั่วอายุ คน  

7“You shall not take the name of the LORD your God in vain, for the LORD will not hold him guiltless who takes His name in vain.

7“อย่าออกพระนามพระเจ้าของเจ้าอย่างไม่สมควร เพราะผู้ที่ออกพระนามพระองค์อย่างไม่สมควรนั้น พระเจ้าจะทรงถือว่าไม่มีโทษก็หามิได้  

8“Remember the Sabbath day, to keep it holy.

8“จงระลึกถึงวันสะบาโต ถือเป็นวันบริสุทธิ์

9Six days you shall labor, and do all your work,

9จงทำการงานทั้งสิ้นของเจ้าหกวัน

10but the seventh day is a Sabbath to the LORD your God. On it you shall not do any work, you, or your son, or your daughter, your male servant, or your female servant, or your livestock, or the sojourner who is within your gates.

10แต่วันที่เจ็ดนั้นเป็นสะบาโตของพระเจ้าของเจ้า   ในวันนั้นอย่ากระทำการงาน ใดๆไม่ว่าเจ้าเอง   หรือบุตรชายบุตรหญิงของเจ้า   หรือทาสทาสีของเจ้า   หรือสัตว์ใช้งานของเจ้า   หรือแขกที่อาศัยอยู่ในประตูเมืองของเจ้า

11For in six days the LORD made heaven and earth, the sea, and all that is in them, and rested the seventh day. Therefore the LORD blessed the Sabbath day and made it holy.

11เพราะในหกวันพระเจ้าทรงสร้างฟ้าและแผ่นดิน   ทะเล และสรรพสิ่งซึ่งมีอยู่ในที่เหล่านั้น   แต่ในวันที่เจ็ดทรงพัก   เพราะฉะนั้นพระเจ้าทรงอวยพระพรวันสะบาโต   และทรงตั้งวันนั้นไว้เป็นวันบริสุทธิ์  

12“Honor your father and your mother, that your days may be long in the land that the LORD your God is giving you.

12“จงให้เกียรติแก่บิดามารดาของเจ้า   เพื่ออายุของเจ้าจะได้ยืนนานบนแผ่นดิน   ซึ่งพระเจ้าของเจ้าประทานให้แก่เจ้า  

13“You shall not murder.

13“อย่าฆ่าคน  

14“You shall not commit adultery.

14“อย่าล่วงประเวณีผัวเมียเขา  

15“You shall not steal.

15“อย่าลักทรัพย์  

16“You shall not bear false witness against your neighbor.

16“อย่าเป็นพยานเท็จใส่ร้าย เพื่อนบ้าน  

17“You shall not covet your neighbor's house; you shall not covet your neighbor's wife, or his male servant, or his female servant, or his ox, or his donkey, or anything that is your neighbor's.

17“อย่าโลภครัวเรือนของเพื่อนบ้าน   อย่าโลภภรรยาของเพื่อนบ้าน หรือทาสทาสีของเขา หรือโค   ลาของเขา   หรือสิ่งใดๆซึ่งเป็นของของเพื่อนบ้าน”

These sacrifices were only temporary, though, and were really a foreshadowing of the perfect, once-for-all sacrifice of Christ on the cross.

แม้ว่าการถวายเครื่องบูชาเหล่านี้เป็นเพียงชั่วคราว   แต่แล้วก็จริงๆเป็นลางบอกเหตุล่วงหน้าถึงการสละพระชนม์ของพระคริสต์บนกางเขนที่สมบูรณ์แบบ  เพียงครั้งเดียวเท่านั้น

Hebrews ฮีบรู 10:10 10And by that will we have been sanctified through the offering of the body of Jesus Christ once for all.

10และโดยน้ำพระทัยนั้นเองที่เราทั้งหลายได้รับการทรงชำระให้บริสุทธิ์   โดยการถวายพระกายของพระเยซูคริสต์เพียงครั้งเดียวเท่านั้น  
This is why Jesus came and why He died, to become the ultimate and the final sacrifice, the perfect sacrifice for our sins.

นี่คือเหตุผลที่พระเยซูเสด็จมาและเหตุผลที่ทรงสละพระชนม์    กลายเป็นการเสียสละที่สูงสุดครั้งสุดท้ายที่สมบูรณ์แบบสำหรับการไถ่บาปของเรา

Colossians โคโลสี 1:22 22He has now reconciled in His body of flesh by His death, in order to present you holy and blameless and above reproach before Him,

22บัดนี้พระองค์ทรงโปรดให้คืนดีกับพระองค์   โดยความตายแห่งพระกายเนื้อหนังของพระองค์ เพื่อจะได้ถวายท่านแด่พระเจ้าให้เป็น ผู้บริสุทธิ์ไร้มลทิน   และปราศจากตำหนิ

1 Peter  1 เปโตร 1:19 19but with the precious blood of Christ, like that of a lamb without blemish or spot.

19แต่ทรงไถ่ด้วยพระโลหิตประเสริฐของพระคริสต์ ดังเลือดลูกแกะที่ปราศจากตำห นิหรือจุดด่าง

Through Him, the promise of eternal life with God becomes effective through faith to those who believe in Jesus.

โดยพระองค์   พระสัญญาที่ให้เรามีชีวิตนิรันดร์กับพระเจ้า   จะมีผลสัมฤทธิ์โดยความเชื่อของคนที่เชื่อในพระเยซู

Galatians กาลาเทีย 3:22 22But the Scripture imprisoned everything under sin, so that the promise by faith in Jesus Christ might be given to those who believe.

22แต่พระคัมภีร์ได้บ่งว่าทุกคนอยู่ในความบาป เพื่อจะประทานตามพระสัญญาแก่คนทั้งปวง   ที่เชื่อโดยอาศัยความเชื่อในพระเยซูคริสต์เป็นหลัก  

These two words “faith” and “believing” are critical to our salvation.

ทั้งสองคำว่า "ความเชื่อ" และ "กำลังเชื่อ" มีความสำคัญยิ่งต่อความรอดของเรา

It is through our believing in the shed blood of Christ for our sins that we receive eternal life.

โดยเรามีความเชื่อในพระโลหิตของพระคริสต์  ว่าได้ชำระบาปของเรา   และเราจะได้รับชีวิตนิรันดร์

Ephesians เอเฟซัส 2:8-9 8For by grace you have been saved through faith. And this is not your own doing; it is the gift of God,

8ด้วยว่าซึ่งท่านทั้งหลายรอดนั้นก็รอดโดยพระคุณเพราะความเชื่อ   และมิใช่โดยตัวท่านทั้งหลายกระทำเอง   แต่พระเจ้าทรงประทานให้

9not a result of works, so that no one may boast.

9ความรอดนั้นจะเนื่องด้วยการกระทำก็หามิได้   เพื่อมิให้คนหนึ่งคนใดอวดได้

Lamb's book of life

หนังสือแห่งชีวิตของพระเมษโปดก

Is there a difference between the book of life and the Lamb's book of life? What exactly is the Lamb's book of life?

มีความแตกต่างระหว่างหนังสือแห่งชีวิตและหนังสือแห่งชีวิตของพระเมษโปดกไหม หนังสือแห่งชีวิตของพระเมษโปดกแท้จริงคืออะไร?


Question: "Is there a difference between the book of life and the Lamb's book of life?"
คำถาม:"มีความแตกต่างระหว่างหนังสือแห่งชีวิตและหนังสือแห่งชีวิตของพระเมษโปดกไหม"


Answer: There are eight references in the New Testament to the “book of life,” and two of them refer specifically to the book of life that belongs to the Lamb, Jesus Christ.

คำตอบ: มีข้ออ้างอิงแปดข้อในพันธสัญญาใหม่ต่อ "หนังสือแห่งชีวิต" และสองข้อที่กล่าวเฉพาะหนังสือแห่งชีวิตที่เป็นของพระเมษโปดก คือพระเยซูคริสต์

Seven of the references appear in the book of Revelation. Those whose names are written in the book of life are those who belong to God, those who have attained eternal life. 
ข้ออ้างอิงเจ็ดข้อที่ปรากฏในพระธรรมวิวรณ์   บรรดาผู้ที่ชื่อของเขาถูกบันทึกไว้ ในหนังสือแห่งชีวิต   คือบรรดาผู้ที่เป็นของพระเจ้า    คือบรรดาผู้ที่ได้รับชีวิตนิรันดร์

Paul refers to those who have labored alongside him as those whose names are in the book of life, again identifying the book of life as a record of the names of those who have eternal salvation.

เปาโลกล่าวถึงบรรดาสหายที่ได้ร่วมแอกเคียงข้างกับท่านว่า   พวกเขาเป็นผู้ที่มีชื่ออยู่ในหนังสือแห่งชีวิต    ยืนยันอีกครั้งว่าหนังสือแห่งชีวิตเป็นบันทึกรายชื่อของผู้ที่ได้รับความรอดนิรันดร์

Philippians ฟีลิปปี 4:33Yes, I ask you also, true companion, help these women, who have labored side by side with me in the gospel together with Clement and the rest of my fellow workers, whose names are in the book of life.

3ข้าพเจ้าขอร้องท่านผู้เป็นเพื่อนร่วมแอกแท้ๆของข้าพเจ้า   ให้ท่านช่วยผู้หญิงเหล่านั้น   เพราะว่าเขาได้ทำงานเพื่อข่าวประเสริฐเคียงข้างกับข้าพเจ้าและเคลเมนท์   รวมทั้งคนอื่นที่เป็นเพื่อนร่วมงานของข้าพเจ้า ซึ่งชื่อของเขาเหล่านั้นมีอยู่ใน หนังสือชีวิตแล้ว  

Revelation วิวรณ์ 3:5 5The one who conquers will be clothed thus in white garments, and I will never blot his name out of the book of life. I will confess his name before my Father and before his angels.

5ผู้ใดมีชัยชนะ   ผู้นั้นจะสวมเสื้อสีขาว   และเราจะไม่ลบชื่อผู้นั้นออกจากหนังสือแห่งชีวิต   เราจะรับรองชื่อผู้นั้นต่อพระพักตร์พระบิดาของเรา และต่อหน้าเหล่าทูตสวรรค์ของ พระองค์

In the same way this refers to the book of life in which the names of believers in the Lord are found.

ในทำนองเดียวกัน  นี่ก็กล่าวถึงหนังสือแห่งชีวิตที่จะพบรายชื่อของผู้เชื่อในองค์พระผู้เป็นเจ้า


These are those who overcome the trials of earthly life, proving that their salvation is genuine.

เหล่านี้เป็นบรรดาผู้ที่เอาชนะการทดลองของชีวิตฝ่ายโลก    พิสูจน์ว่าความรอดของพวกเขานั้นเที่ยงแท้แน่นอน

This verse also makes it clear that, once a name is written in the book of life, Jesus promises that He will never blot it out, proving once more the doctrine of eternal security.

ข้อนี้ยังกล่าวชัดเจนว่า   ทันทีที่ชื่อถูกบันทึกไว้ในหนังสือแห่งชีวิต  พระเยซูทรงสัญญาว่าพระองค์จะไม่ทรงลบมันออกมา      ยืนยันอีกครั้งเป็นหลักคำสอนเรื่องความรอดนิรันดร์

The Lord Jesus, who is speaking to the churches in this part of Revelation, promises to acknowledge His own before His Father.

พระเยซูคริสต์เจ้า  ผู้ทรงตรัสถึงคริสตจักรต่างๆในตอนนี้ของพระธรรมวิวรณ์  ทรงสัญญาว่าจะทรงยอมรับคนของพระองค์ต่อพระพักตร์พระบิดาเจ้า

Revelation วิวรณ์ 20:15 15And if anyone's name was not found written in the book of life, he was thrown into the lake of fire.

15และถ้าผู้ใดที่ไม่มีชื่อจดไว้ในหนังสือชีวิต   ผู้นั้นก็ถูกทิ้งลงไปในบึงไฟ

Conversely, this reveals the fate of those whose names are not written in the book of life eternity in the lake of fire. 
ในทางตรงกันข้าม   สิ่งนี้แสดงให้เห็นชะตากรรมของบรรดาผู้ที่ชื่อไม่ได้จดบันทึกไว้ในหนังสือแห่งชีวิตนิรันดร์ว่า   พวกเขาจะตกลงไปอยู่ในบึงไฟ
Revelation วิวรณ์ 13:8 8and all who dwell on earth will worship it, everyone whose name has not been written before the foundation of the world in the book of life of the Lamb that was slain.

8และคนที่อยู่ในแผ่นดินโลกจะบูชาสัตว์ร้ายนั้น เว้นแต่คนทั้งปวงที่มีชื่อจดไว้ในหนังสือแห่งชีวิตของพระเมษโปดกผู้ทรงถูกปลงพระชนม์ ซึ่งบันทึกไว้ตั้งแต่แรกทรงสร้างโลก  

Revelation วิวรณ์ 21:2727But nothing unclean will ever enter it, nor anyone who does what is detestable or false, but only those who are written in the Lamb's book of life.

27สิ่งใดที่เป็นมลทิน   หรือผู้ใดที่ประพฤติเป็นที่น่าสะอิดสะเอียน   หรือพูดมุสาจะเข้าไปในนครไม่ได้เลย   เฉพาะคนที่มีชื่อจดไว้ในหนังสือชีวิตของพระเมษโปดกเท่านั้นจึงจะเข้าไปได้

Here we find the references to the "Lamb's book of life," in which also are the names of all those who have been washed by the blood of the Lamb, Jesus Christ.

ที่นี่เราจะพบคำอ้างอิงต่อ "หนังสือแห่งชีวิตของพระเมษโปดก" ซึ่งมีรายชื่อของทุกคนที่ ได้รับการชำระล้างโดยพระโลหิตของพระเมษโปดก  คือพระเยซูคริสต์

The Lamb who has been “slain from the creation of the world” has a book in which are written all those who have been redeemed by His sacrifice.

พระเมษโปดก  ผู้ทรงถูก "ฆ่าจากสรรพสิ่งในโลก"   ทรงมีหนังสือที่ได้จารึกชื่อทุกคนที่ได้รับการไถ่แล้วโดยการสละพระชนม์ของพระองค์

They are the ones who will enter the Holy City, the New Jerusalem and who will live forever in heaven with God.

พวกเขาเป็นคนที่จะเดินทางไปนครบริสุทธิ์คือกรุงเยรูซาเล็มใหม่   และผู้ที่จะได้เข้าอยู่ในสวรรค์กับพระเจ้าตลอดไป

Revelation วิวรณ์ 21:10 10And he carried me away in the Spirit to a great, high mountain, and showed me the holy city Jerusalem coming down out of heaven from God,

10ท่านได้นำข้าพเจ้าโดยพระวิญญาณขึ้นไปบนภูเขาสูงใหญ่   และได้สำแดงให้ข้าพเจ้าเห็นนครบริสุทธิ์   คือเยรูซาเล็ม   ซึ่งกำลังลอยลงมาจากสวรรค์และจากพระเจ้า

Since the book of life is that which records all who have eternal life through the Lamb, it’s clear that the book of life and the Lamb’s book of life are one and the same.

เพราะหนังสือแห่งชีวิตคือหนังสือที่บันทึกชื่อทุกคนที่ได้รับชีวิตนิรันดร์ผ่านพระเมษโปดก   ดังนั้นจึงชัดเจนว่าหนังสือแห่งชีวิตและหนังสือแห่งชีวิตของพระเมษโปดกนั้นเป็นเล่มเดียวกันและเหมือนกัน

www.gotquestions.org/thai

www.gotquestions.org/thai

Jesus Died for our Sins and Book of Life

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top