Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Wednesday, August 10, 2016

 

know God before Bible

รู้เรื่องพระเจ้าก่อนพระคัมภีร์


How did people know about God before the Bible? Why was the Bible not available to most people throughout the centuries?

ประชาชนรู้เรื่องเกี่ยวกับพระเจ้าก่อนพระคัมภีร์ได้อย่างไร  ทำไมไม่จัดให้มีพระคัมภีร์พร้อมสำหรับคนส่วนใหญ่ตลอดหลายศตวรรษ


Question: "How did people know about God before the Bible?"
คำถาม: "ประชาชนรู้เรื่องเกี่ยวกับพระเจ้าก่อนพระคัมภีร์ได้อย่างไร "

Answer:  Even though people did not have the written Word of God, they were not without the ability to receive, understand and obey God.

คำตอบ: แม้ประชาชนไม่ได้มีพระคำของพระเจ้าฉบับเขียน   พวกเขาไม่ใช่ขาดความ

สามารถที่จะได้รับรู้    เข้าใจและเชื่อฟังพระเจ้า

In fact, there are many areas of the world today where Bibles are not available, yet people can and do know about God.

ในความเป็นจริง   มีหลายแห่งในโลกทุกวันนี้ที่ไม่สามารถมีพระคัมภีร์ไว้ใช้   แต่ผู้คนสามารถรู้จักเกี่ยวกับพระเจ้า

The issue is one of revelation—God’s revealing to man what He wants us to know about Himself.

ปัญหาก็คือการเปิดเผยของพระเจ้าอย่างหนึ่ง    พระเจ้าทรงเปิดเผยแก่มนุษย์ในสิ่งที่ทรงประสงค์ให้เรารู้เกี่ยวกับพระองค์เอง

While there has not always been a Bible, there have always been means for man to receive and understand God’s revelation.

ในขณะที่ยังไม่ได้มีพระคัมภีร์สักเล่ม   ก็ยังมีหลายวิถีทางเสมอสำหรับคนเราที่จะได้รับและเข้าใจการเปิดเผยของพระเจ้า

There are two categories of revelation, general and special.
มีการเปิดเผยสองประเภทด้วยกันคือ แบบทั่วไปและแบบพิเศษ
General revelation deals with what God communicates universally to all mankind.

การเปิดเผยทั่วไปเกี่ยวข้องกับสิ่งที่พระเจ้าทรงสื่อสารทั่วจักรวาลเพื่อมวลมนุษยชาติ

The external aspect of general revelation is what God must be the cause or source of.

ลักษณะภายนอกของการเปิดเผยทั่วไปคือ  สิ่งที่พระเจ้าต้องทรงเป็นต้นกำเนิดหรือแหล่ง

ที่มา

Because these things exist, and there must be a cause for existence, God must also exist.

เพราะสิ่งเหล่านี้ดำรงอยู่ได้   จะต้องมีต้นกำเนิดสำหรับการดำรงอยู่   พระเจ้าต้องทรงดำรงอยู่

Romans โรม 1:20 20For His invisible attributes, namely, His eternal power and divine nature, have been clearly perceived, ever since the creation of the world, in the things that have been made. So they are without excuse.

20ตั้งแต่เริ่มสร้างโลกมาแล้ว   สภาพที่ไม่ปรากฏของพระเจ้านั้น   คือฤทธานุภาพอันถาวรและเทวสภาพของพระองค์   ก็ได้ปรากฏชัดในสรรพสิ่งที่พระองค์ได้ทรงสร้าง   ฉะนั้นเขาทั้งหลายจึงไม่มีข้อแก้ตัวเลย

All men and women everywhere can look at creation and know that God exists. 

ชายและหญิงทุกคนทั่วทุกหนแห่งสามารถมองดูที่สรรพสิ่งที่ทรงสร้าง  และรู้ว่าพระเจ้าทรงดำรงอยู่จริง

Psalm เพลงสดุดี 19:1-4 1The heavens declare the glory of God, and the sky above proclaims his handiwork.

1ฟ้าสวรรค์ประกาศพระสิริของพระเจ้า   และภาคพื้นฟ้าสำแดงพระหัตถกิจของพระองค์  

2Day to day pours out speech, and night to night reveals knowledge.

2วันส่งถ้อยคำให้แก่วัน   และคืนแจ้งความรู้ให้แก่คืน  

3There is no speech, nor are there words, whose voice is not heard.

3วาจาไม่มี ถ้อยคำก็ไม่มี และไม่มีใครได้ยินเสียงฟ้า  

4Their measuring line goes out through all the earth, and their words to the end of the world.  In them he has set a tent for the sun,

4ถึงกระนั้นเสียงฟ้าก็ออกไปทั่วแผ่นดินโลก และถ้อยคำก็แพร่ไปถึงสุดปลายพิภพ 

พระองค์ทรงตั้งเต็นท์ไว้ให้ดวงอาทิตย์  ณ ที่นั้น  

This further explains that the creation speaks clearly of God in a language that all understand.

ข้อนี้อธิบายต่ออีกว่า   สรรพสิ่งที่ทรงสร้างบอกอย่างชัดเจนถึงพระเจ้าในภาษาที่ทุกคนเข้าใจได้

The revelation from nature is clear.

การเปิดเผยจากธรรมชาติมีความชัดเจน

No one can excuse himself because of ignorance.

ไม่มีใครสามารถแก้ตัวของเขาเพราะความไม่รู้ไม่แยแส

There is no alibi for the atheist, and there is no excuse for the agnostic.
ไม่มีข้อแก้ตัวสำหรับผู้ที่ไม่เชื่อว่ามีพระเจ้า และไม่มีข้อแก้ตัวสำหรับผู้ที่ไม่เชื่อเรื่องพระเจ้า



Another aspect of general revelation—that which God has revealed to everyone—is in the presence of our conscience.

อีกแง่มุมของการเปิดเผยทั่วไป----ที่พระเจ้าได้ทรงสำแดงแก่ทุกคน---คือสามัญสำนึกของเราที่มีในตัวเรา


This is internal.

นี่เป็นเรื่องภายใน

Romans โรม 1:19 19For what can be known about God is plain to them, because God has shown it to them.

19เหตุว่าเท่าที่จะรู้จักพระเจ้าได้ก็แจ้งอยู่กับใจเขาทั้งหลาย   เพราะว่าพระเจ้าได้ทรงโปรดสำแดงแก่เขาแล้ว

People, because they possess an immaterial part, are conscious that God exists.

เพราะประชาชนยึดถือในสิ่งที่ไม่มีตัวตน    มีสามัญสำนึกว่าพระเจ้าทรงดำรงอยู่จริง

These two aspects of general revelation are illustrated in many stories of missionaries meeting native tribes who have never seen a Bible or heard of Jesus.

การเปิดเผยโดยทั่วไปทั้งสองด้านนี้ ได้แสดงให้เห็นภาพเรื่องราวมากมายของมิชชันนารีที่ประกาศสั่งสอนชนเผ่าพื้นเมือง  ผู้ที่ไม่เคยเห็นหรือได้ยินพระคัมภีร์หรือเรื่องของพระเยซู

Yet, when the plan of salvation is presented to them, they know that God exists because they see evidence of Him in nature, and they know they need a Savior because their consciences convict them of their sin and their need of Him. 
แต่กระนั้น  เมื่อแผนการแห่งความรอดถูกนำมาเสนอแก่พวกเขา   พวกเขารู้ว่าพระเจ้าทรงดำรงอยู่จริง   เพราะพวกเขาเห็นหลักฐานของพระองค์ในธรรมชาติ    และพวกเขารู้ว่าพวกเขาจำเป็นต้องมีพระผู้ช่วยให้รอด   เพราะสามัญสำนึกของพวกเขาทำให้เขาประจักษ์ว่าพวกเขาได้ทำบาป   และพวกเขาต้องการพระองค์
In addition to general revelation, there is special revelation that God uses to show mankind about Himself and His will.

นอกเหนือไปจากการเปิดเผยทั่วไป    มีการเปิดเผยพิเศษที่พระเจ้าทรงใช้เพื่อสำแดงให้มนุษยชาติรู้จักพระองค์เองและพระประสงค์ของพระองค์

Special revelation does not come to all people, but only to certain people at certain times.

การเปิดเผยพิเศษไม่ได้มาถึงทุกคน   แต่มาถึงบางคนเฉพาะในบางช่วงเวลา

Examples from Scripture of special revelation are the “casting of the lot”

หลายตัวอย่างจากพระคัมภีร์เรื่องการเปิดเผยพิเศษได้แก่ “การจับฉลากกัน”  

Acts กิจการ 1:21-26 21So one of the men who have accompanied us during all the time that the Lord Jesus went in and out among us,

21เหตุฉะนั้น   ในบรรดาคนที่เป็นพวกเดียวกับเราเสมอตลอดเวลาที่พระเยซูเจ้าได้เสด็จเข้าออกกับเรา

22beginning from the baptism of John until the day when he was taken up from us—one of these men must become with us a witness to his resurrection.”

22คือตั้งแต่บัพติศมาของยอห์น   จนถึงวันที่พระเจ้าทรงรับพระองค์ขึ้นไปจากเรา   คนหนึ่งในพวกนี้จะต้องเป็นพยานกับเรา   ว่าพระองค์ได้ทรงคืนพระชนม์แล้ว”

23And they put forward two, Joseph called Barsabbas, who was also called Justus, and Matthias.

23เขาทั้งหลายจึงเสนอชื่อคนสองคนคือ   โยเซฟที่เรียกว่าบารซับบาส   มีนามสกุลว่ายุสทัสและมัทธีอัส

24And they prayed and said, “You, Lord, who know the hearts of all, show which one of these two you have chosen

24แล้วพวกศิษย์จึงอธิษฐานว่า “พระองค์ผู้ทรงทราบใจของมนุษย์ทั้งปวงเจ้าข้า   ขอทรงสำแดงว่าในสองคนนี้พระองค์ทรงเลือกคนไหน

25to take the place in this ministry and apostleship from which Judas turned aside to go to his own place.”

25ให้รับส่วนในการปรนนิบัตินี้   และรับตำแหน่งเป็นอัครทูตแทนยูดาส   ซึ่งได้หลงจากหน้าที่ไปยังที่ของตน”

26And they cast lots for them, and the lot fell on Matthias, and he was numbered with the eleven apostles.

26เขาทั้งหลายจึงจับฉลากกัน   และสลากนั้นได้แก่มัทธีอัสจึงนับเขาเข้ากับอัครทูตสิบเอ็ดคนนั้น

Proverbs สุภาษิต 16:33 33The lot is cast into the lap, but its every decision is from the LORD.

33ฉลากนั้นเขาทอดลงที่ตัก แต่การตัดสินมาจากพระเจ้าทั้งสิ้น

The Urim and Thummim (a special type of lot used by the High Priest.)

อูริมและทูมมิม (การจับฉลากแบบพิเศษที่ปุโรหิตชั้นสูงใช้)

Exodus อพยพ 28:30 30And in the breastpiece of judgment you shall put the Urim and the Thummim, and they shall be on Aaron's heart, when he goes in before the LORD. Thus Aaron shall bear the judgment of the people of Israel on his heart before the LORD regularly.

30จงใส่อูริมและทูมมิมไว้ในทับทรวง   และของสองสิ่งนี้จะอยู่ที่หัวใจของอาโรน เมื่อเข้าเฝ้าพระเจ้า   อาโรนจะรับภาระการพิพากษาเหล่าบุตรอิสราเอลไว้ที่ หัวใจของตนเสมอเฉพาะพระพักตร์พระเจ้า  

Numbers กันดารวิถี 27:21 21And he shall stand before Eleazar the priest, who shall inquire for him by the judgment of the Urim before the LORD. At his word they shall go out, and at his word they shall come in, both he and all the people of Israel with him, the whole congregation.”

21และเขาจะยืนอยู่ต่อหน้าเอเลอาซาร์ปุโรหิต   ผู้ซึ่งจะทูลถามเพื่อเขตามหลัตัดสินของอูริมต่อพระเจ้า   และคนทั้งปวงจะออกไป   และเข้ามาตามคำของปุโรหิตทั้งเจ้ากับคนทั้งปวงในอิสราเอลนั้น   คือชุมนุมชนทั้งหมด”

Deuteronomy พระราชบัญญัติ 33:8 8And of Levi he said, “Give to Levi your Thummim, and your Urim to your godly one, whom you tested at Massah, with whom you quarreled at the waters of Meribah;

8ท่านกล่าวถึงเลวีว่า “ทูมมิมและอูริมของพระองค์ อยู่กับผู้จงรักภักดีของพระองค์   ผู้ที่พระองค์ทรงทดลองแล้วที่ตำบลมัสสาห์   ผู้ที่พระองค์ได้ต่อสู้แล้วที่น้ำเมรีบาห์  

1 Samuel 1ซามูเอล 28:6 6And when Saul inquired of the LORD, the LORD did not answer him, either by dreams, or by Urim, or by prophets.

6และเมื่อซาอูลทูลถามพระเจ้า   พระเจ้ามิได้ทรงตอบพระองค์   ไม่ว่าด้วยความฝัน   หรือด้วยอูริม หรือด้วยผู้เผยพระวจนะ

Ezra เอสรา 2:63 63The governor told them that they were not to partake of the most holy food, until there should be a priest to consult Urim and Thummim.

63ผู้ว่าราชการเมืองสั่งเขามิให้รับอาหารบริสุทธิ์ที่สุด   จนกว่าจะมีปุโรหิตที่จะปรึกษากับอูริมและทูมมิมเสียก่อน  


Dreams and visions

ความฝันและนิมิตต่างๆ

Genesis ปฐมกาล 20:3,6 3But God came to Abimelech in a dream by night and said to him, “Behold, you are a dead man because of the woman whom you have taken, for she is a man's wife.”

3แต่พระเจ้าเสด็จมาหาอาบีเมเลค ทางพระสุบินในเวลากลางคืน   และตรัสกับอาบีเมเลคว่า “เจ้าจะต้องตายแน่ๆ เพราะหญิงซึ่งเจ้านำมานั้นมีสามีแล้ว”

6Then God said to him in the dream, “Yes, I know that you have done this in the integrity of your heart, and it was I who kept you from sinning against me. Therefore I did not let you touch her.

6แล้วพระเจ้าตรัสกับท่านในพระสุบินว่า “เรารู้แล้วว่าเจ้าทำดังนี้ด้วยความซื่อ   ยิ่งกว่านั้นอีกเราเองที่ป้องกันเจ้ามิให้ทำบาปต่อเรา   เหตุฉะนี้ เราจึงมิได้ให้เจ้าถูกต้องหญิงนั้น

Genesis ปฐมกาล 31:11-13,24 11Then the angel of God said to me in the dream, ‘Jacob,’ and I said, ‘Here I am!’

11ในความฝันนั้นทูตสวรรค์เรียกฉันว่า 'ยาโคบเอ๋ย'   ฉันตอบว่า 'พระเจ้าข้า'

12And he said, ‘Lift up your eyes and see, all the goats that mate with the flock are striped, spotted, and mottled, for I have seen all that Laban is doing to you.

12ท่านบอกว่า   'เงยหน้าขึ้นดู   แพะตัวผู้ที่สมจรกับฝูงสัตว์นั้น   เป็นสัตว์ลายด่างและลายเป็นแถบๆ   เพราะเราเห็นทุกสิ่งที่ลาบันทำกับเจ้า

13I am the God of Bethel, where you anointed a pillar and made a vow to me. Now arise, go out from this land and return to the land of your kindred.’”

13เราเป็นพระเจ้าแห่งเบธเอล   ที่เจ้าเจิมเสาศักดิ์สิทธิ์ไว้และปฏิญาณ   บัดนี้จงลุกขึ้นออกจากดินแดนนี้   และกลับไปยังดินแดนที่เจ้าเกิดมา'”

24But God came to Laban the Aramean in a dream by night and said to him, “Be careful not to say anything to Jacob, either good or bad.”

24แต่ในกลางคืนพระเจ้าทรงมาปรากฏ แก่ลาบันคนอารัมในความฝัน   ตรัสแก่เขาว่า “ระวังอย่าพูดกับยาโคบเลย ไม่ว่าดีหรือร้าย”  

Joel โยเอล 2:28 28“And it shall come to pass afterward, that I will pour out my Spirit on all flesh; your sons and your daughters shall prophesy, your old men shall dream dreams, and your young men shall see visions.t

28“ต่อมาภายหลังจะเป็นอย่างนี้   คือเราจะเทพระวิญญาณของเรามาเหนือมนุษย์ทั้งปวง   บุตรชายบุตรหญิงของเจ้าทั้งหลายจะเผยพระวจนะ   คนชราของเจ้าจะฝัน และคนหนุ่มของเจ้าจะเห็นนิมิต  


Appearances of the Angel of the Lord

การปรากฏของทูตสวรรค์ของพระเจ้า

Genesis ปฐมกาล 16:7-14 7The angel of the LORD found her by a spring of water in the wilderness, the spring on the way to Shur.

7ทูตพระเจ้าพบหญิงนั้นที่น้ำพุในถิ่นทุรกันดาร   ข้างทางที่จะไปเมืองชูร์

8And he said, “Hagar, servant of Sarai, where have you come from and where are you going?” She said, “I am fleeing from my mistress Sarai.”

8จึงถามว่า “ฮาการ์ หญิงคนใช้ของนางซาราย   เจ้ามาจากไหนและเจ้าจะไปไหน” นางทูลตอบว่า “ข้าพระองค์หนีมาให้พ้นหน้านางซาราย   นายของข้าพระองค์”

9The angel of the LORD said to her, “Return to your mistress and submit to her.”

9ทูตของพระเจ้าจึงสั่งว่า “กลับไปหานายผู้หญิงของเจ้า และยอมอยู่ใต้บังคับเขาเถิด”

10The angel of the LORD also said to her, “I will surely multiply your offspring so that they cannot be numbered for multitude.”

10ทูตพระเจ้ากล่าวแก่หญิงนั้นว่า “เราจะให้พงศ์พันธุ์ของเจ้าทวีมากขึ้นจนนับไม่ถ้วน”

11And the angel of the LORD said to her, “Behold, you are pregnant and shall bear a son.  You shall call his name Ishmael, because the LORD has listened to your affliction.

11ทูตพระเจ้ากล่าวแก่นางอีกว่า “นี่แน่ะเจ้ามีครรภ์แล้ว จะคลอดบุตรชาย   และจะตั้งชื่อบุตรนั้นว่า อิชมาเอล เพราะพระเจ้าทรงรับฟังความทุกข์ร้อนของเจ้า

12He shall be a wild donkey of a man, his hand against everyone and everyone's hand against him, and he shall dwell over against all his kinsmen.”

12บุตรนั้นจะเป็นดังลาป่า มือเขาจะต่อสู้คนทั้งปวง   และมือคนทั้งปวงจะต่อสู้เขา   เขาจะอาศัยตรงหน้าพี่น้องของเขา”

13So she called the name of the LORD who spoke to her, “You are a God of seeing,” for she said, “Truly here I have seen him who looks after me.”

13นางฮาการ์จึงเรียกพระนามพระเจ้าผู้ตรัสแก่ตนว่า “พระองค์เป็นพระเจ้า ผู้ให้เห็น” และพูดว่า “ข้าพเจ้าได้เห็นพระองค์ที่นี่   แล้วยังมีชีวิตอยู่ได้อีกจริงหรือ”

14Therefore the well was called Beer-lahai-roi; it lies between Kadesh and Bered.

14เหตุฉะนี้จึงเรียกชื่อบ่อน้ำนั้นว่าเบเออลาไฮรอยอยู่ระหว่างเมืองคาเดช กับเมืองเบเรด  

Exodus อพยพ 3:2 2And the angel of the LORD appeared to him in a flame of fire out of the midst of a bush. He looked, and behold, the bush was burning, yet it was not consumed.

2ทูตของพระเจ้าก็ปรากฏแก่โมเสส ท่ามกลางพุ่มไม้เป็นเปลวไฟ   โมเสสมองดู   เห็นพุ่มไม้นั้นมีไฟลุกโชนอยู่ แต่มิได้ไหม้โทรมไป

2 Samuel 2 ซามูเอล 24:16 16And when the angel stretched out his hand toward Jerusalem to destroy it, the LORD relented from the calamity and said to the angel who was working destruction among the people, “It is enough; now stay your hand.” And the angel of the LORD was by the threshing floor of Araunah the Jebusite.

16และเมื่อทูตสวรรค์ยื่นมือออกเหนือกรุงเยรูซาเล็ม จะทำลายเมืองนั้น   พระเจ้าทรงกลับพระทัยในเหตุร้ายนั้น   ตรัสสั่งทูตสวรรค์ผู้กำลังทำลายประชาชนว่า   “พอแล้ว  ยับยั้งมือของเจ้าได้”   ส่วนทูตของพระเจ้าก็อยู่ที่ลาน นวดข้าวของอาราวนาห์คนเยบุส

Zechariah เศคาริยาห์ 1:12 12Then the angel of the LORD said, ‘O LORD of hosts, how long will you have no mercy on Jerusalem and the cities of Judah, against which you have been angry these seventy years?’

12แล้วทูตสวรรค์ของพระเจ้ากล่าวว่า   'ข้าแต่พระเจ้าจอมโยธา   อีกนานเท่าใด   พระองค์จะไม่ทรงเมตตากรุงเยรูซาเล็มและหัวเมืองแห่งยูดาห์   ซึ่งพระองค์ก็ทรงกริ้วมาเจ็ดสิบปีแล้วพระเจ้าข้า'


The ministry of the prophets

พันธกิจของศาสดาพยากรณ์

2 Samuel 2 ซามูเอล 23:2 2 “The Spirit of the LORD speaks by me; His word is on my tongue.

2“โดยข้าพเจ้า พระวิญญาณของพระเจ้าได้ตรัส   พระวจนะของพระองค์อยู่ที่ลิ้นของข้าพเจ้า  

Zechariah เศคาริยาห์ 1:1 1In the eighth month, in the second year of Darius, the word of the LORD came to the prophet Zechariah, the son of Berechiah, son of Iddo, saying,

1ในเดือนที่แปด ปีที่สองแห่งรัชกาลดาริอัส   พระวจนะของพระเจ้ามายังเศคาริยาห์   บุตรเบเรคิยาห์ผู้เป็นบุตรอิดโด ผู้เผยพระวจนะว่า

These references are not an exhaustive list of every occurrence but should serve as good examples of this type of revelation.

คำอ้างอิงเหล่านี้ไม่ได้เป็นรายการที่ตรวจสอบเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด  แต่ควรทำหน้าที่เป็นตัวอย่างที่ดีของการเปิดเผยประเภทนี้

The Bible as we know it is also a form of special revelation.

ดังที่เรารู้  พระคัมภีร์ก็ยังเป็นรูปแบบของการเปิดเผยพิเศษด้วย

It is in a category all by itself, however, because it renders other forms of special revelation unnecessary for today.

มันจัดอยู่ในหมวดหมู่ทั้งหมดเอง   อย่างไรก็ตาม เพราะมันทำให้มีการเปิดเผยพิเศษในรูปแบบอื่น ๆ ที่ไม่สำคัญสำหรับทุกวันนี้

Even Peter, who along with John witnessed Jesus talking to Moses and Elijah on the Mount of Transfiguration (Matthew 17; Luke 9), declared this special experience to be inferior to the “more sure word of prophecy, to which you would do well to take heed” (2 Peter 1:19).

แม้แต่เปโตร ที่ไปพร้อมด้วยยอห์น  ร่วมเป็นสักขีพยานว่าพระเยซูทรงตรัสกับโมเสสและเอลียาห์บนภูเขาตอนทรงจำแลงพระกาย (มัทธิว 17 ลูกา 9) ประกาศประสบการณ์พิเศษนี้เป็นรองต่อ   " เรามีคำพยากรณ์ที่แน่นอนยิ่งกว่านั้นอีก จะเป็นการดีถ้าท่านทั้งหลาบถือตามคำนั้น "(2 เปโตร 1:19)

That is because the Bible is the written form of all the information God wants us to know about Him and His plan.

นั่นเป็นเพราะพระคัมภีร์เป็นรูปแบบการบันทึกข้อมูลทั้งหมด   ที่พระเจ้าทรงต้องการให้เรารู้เกี่ยวกับพระองค์และแผนการของพระองค์

In fact, the Bible contains everything we need to know in order to have a relationship with God.
แท้จริง   พระคัมภีร์มีทุกสิ่งที่เราจำเป็นต้องรู้ เพื่อที่จะมีสามัคคีธรรมกับพระเจ้า

So, before the Bible as we know it was available, God used many means to reveal Himself and His will to mankind.

ดังนั้น   ก่อนพระคัมภีร์ดังที่เรารู้ว่าหาได้ทั่วไปแล้ว   พระเจ้าทรงใช้หลายๆ วิธีที่จะเปิดเผยพระองค์เองและพระประสงค์ของพระองค์เพื่อมนุษยชาติ

It is amazing to think that God did not use just one form, but many.

น่าอัศจรรย์ใจมากที่คิดว่า   พระเจ้าไม่ได้ทรงใช้เพียงรูปแบบหนึ่ง แต่หลายๆ รูปแบบ

It makes us thankful that God gave us His written Word and preserved it for us today.

มันทำให้เรารู้สึกขอบคุณที่พระเจ้าทรงประทานแก่เรา    พระคำที่ทรงให้บันทึกไว้  และเก็บรักษาไว้สำหรับเราทุกวันนี้

We are not at the mercy of someone else telling us what God has said; we can study what He said for ourselves!

เราไม่ได้อยู่ที่ความเมตตาของคนอื่นบางคน   ที่กำลังบอกเราสิ่งที่พระเจ้าได้ตรัส; เราสามารถศึกษาสิ่งที่ได้ทรงตรัสเพื่อตัวเราเอง

Of course, the clearest revelation of God was His Son, Jesus Christ

แน่นอน  การเปิดเผยที่ชัดเจนที่สุดของพระเจ้า  คือพระบุตรของพระองค์  พระเยซูคริสต์

John ยอห์น 1:14 14And the Word became flesh and dwelt among us, and we have seen his glory, glory as of the only Son from the Father, full of grace and truth.

14พระวาทะได้ทรงบังเกิดเป็นมนุษย์และทรงอยู่ท่ามกลางเรา   บริบูรณ์ด้วยพระคุณและความจริง   เราทั้งหลายได้เห็นพระสิริของพระองค์   คือพระสิริอันสมกับพระบุตรองค์เดียวของพระบิดา

Hebrews ฮีบรู 1:3 3He is the radiance of the glory of God and the exact imprint of his nature, and he upholds the universe by the word of his power. After making purification for sins, he sat down at the right hand of the Majesty on high,

3พระบุตรทรงเป็นแสงสะท้อนพระสิริของพระเจ้า   และทรงมีสภาวะเป็นพิมพ์เดียวกันกับพระองค์   และทรงผดุงโลกไว้ด้วยพระดำรัสอันทรงฤทธิ์ของพระองค์   เมื่อพระองค์ได้ทรงชำระบาปแล้ว   ก็ได้ประทับ ณ เบื้องขวาของพระเจ้าเบื้องบน


When Jesus took on human form to walk this earth among us, that alone spoke volumes. 

เมื่อพระเยซูทรงรับสภาพมนุษย์   ทรงดำเนินในโลกนี้ท่ามกลางพวกเรา  เพียงเท่านั้นก็มีความหมายมากมาย

When He died for our sins on the cross, we were left with no doubt that God is love

เมื่อทรงสิ้นพระชนม์เพราะบาปของเราบนกางเขน    เราเลยปราศจากข้อสงสัยว่าพระเจ้าทรงเป็นความรัก

1 John 1ยอห์น 4:10 10In this is love, not that we have loved God but that he loved us and sent his Son to be the propitiation for our sins.

10ความรักที่ข้าพเจ้าพูดถึงนี้มิใช่ที่เรารักพระเจ้า   แต่ที่พระองค์ทรงรักเรา   และทรงใช้พระบุตรของพระองค์มาทรงเป็นผู้ลบล้างพระอาชญาที่ตกกับเราทั้งหลายเพราะบาปของเรา

www.gotquestions.org/Thai

Know God Before the Bible

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top