Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Sunday, August 28, 2016

 

Genesis 8 The Flood Recedes

ปฐมกาล 8 น้ำท่วมลดลง

I.  God remembers Noah verse 1

I. พระเจ้าทรงจำของโนอาห์ข้อที่ 1

1 But God remembered Noah and all the beasts and all the livestock that were with him in the ark. And God made a wind blow over the earth, and the waters subsided.

1 พระเจ้าทรงระลึกถึงโนอาห์กับบรรดาสัตว์ป่า   และสัตว์ใช้งานที่อยู่กับโนอาห์ในนาวา   จึงทรงทำให้ลมพัดมาเหนือแผ่นดิน  น้ำก็ลดลง

The flood came in Noah’s 600th year, and in his 601st year, Noah and his family were back on dry ground. The ark rested on Mt. Ararat which is in Turkey. 

น้ำท่วมเข้ามาในปีที่ 600 ของโนอาห์และในปี 601 ของเขาโนอาห์และครอบครัวของเขาถูกย้อนกลับไปในพื้นดินแห้ง หีบ rested บนภูเขา ซึ่งเป็น Ararat ในตุรกี

The family could see the tops of the mountains. 

ครอบครัวจะได้เห็นยอดของภูเขา

Noah sent out the raven, then he sent out a dove, which brought back the olive branch.

โนอาห์ส่งออกดำขลับที่แล้วเขาก็ส่งนกพิราบออกซึ่งนำกลับไปที่สาขามะกอก

A week later, Noah again sent out the dove and it did not return.

สัปดาห์ต่อมาโนอาห์อีกครั้งที่ส่งออกนกพิราบและมันไม่ได้กลับ

On the first day of the first month of the next year, some scholars have figured this to be 1657 B.C.  Noah removed the covering of the ark and surveyed the earth. 

ในวันแรกของเดือนแรกของปีถัดไปให้นักวิชาการบางคนได้คิดนี้จะเป็น 1657 BC โนอาห์ออกจากหีบพันธสัญญาที่ครอบคลุมและการสำรวจโลก

We are told that "God remembered Noah"  and that "God made a wind to pass over the earth, and the waters went down. 

เราจะบอกว่า"จำได้ว่าพระเจ้าโนอาห์"และว่า"พระเจ้าทรงทำเพื่อให้ลมผ่านแผ่นดินและน้ำที่ลงไป

Noah was on God’s mind, it exciting to know that you and I are on God’s mind too. 

โนอาห์อยู่ในใจของพระเจ้ามันน่าตื่นเต้นที่จะรู้ว่าคุณและผมมีในใจของพระเจ้ามากเกินไป

The flood waters going down,  did not happen just overnight.

น้ำท่วมจะลงไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน

The buildup of the waters took over 150 days, and then there were 261 days in the waters going down. 

สะสมของน้ำที่เอากว่า 150 วันแล้วมี 261 วันในน้ำที่จะลง

So even though it rained for only forty days and forty nights, Noah, his family and all the animals were in the ark for a year.

ดังนั้นแม้ว่าฝนตกเพียงสี่สิบวันสี่สิบคืน, โนอาห์และครอบครัวสัตว์ทั้งหมดของเขาอยู่ในหีบสำหรับปี


II.  God renews His world 8:2-14

II พระเจ้าต่ออายุ โลกของพระองค์ 8:2-14

2 The fountains of the deep and the windows of the heavens were closed, the rain from the heavens was restrained,

2 ตาน้ำทั้งหลายของน้ำบาดาลและช่องฟ้า ทั้งหมดก็ปิด  ฝนจากฟ้าก็หยุด

3 and the waters receded from the earth continually. At the end of 150 days the waters had abated,

3 น้ำก็ลดลงจากแผ่นดินเรื่อยไป   เมื่อล่วงไปหนึ่งร้อยห้าสิบวันแล้วน้ำก็ลดลง

4 and in the seventh month, on the seventeenth day of the month, the ark came to rest on the mountains of Ararat.

4 ณ วันที่สิบเจ็ดของเดือนที่เจ็ด   นาวาก็ค้างอยู่บนเทือกเขาอารารัต

5 And the waters continued to abate until the tenth month; in the tenth month, on the first day of the month, the tops of the mountains were seen.

5 น้ำนั้นลดลงเรื่อยไปจนถึงเดือนที่สิบ  ในวันที่หนึ่งเดือนที่สิบ   ยอดภูเขาก็โผล่ขึ้นมา  

6 At the end of forty days Noah opened the window of the ark that he had made

6 เมื่อครบสี่สิบวันแล้ว  โนอาห์ก็เปิดหน้าต่างที่ทำไว้ในนาวา

7 and sent forth a raven. It went to and fro until the waters were dried up from the earth.

7 ปล่อยกาไปตัวหนึ่ง  กาก็บินไปมาจนน้ำลดแห้งจากแผ่นดิน

8 Then he sent forth a dove from him, to see if the waters had subsided from the face of the ground.

8 โนอาห์ก็ปล่อยนกพิราบตัวหนึ่ง   เพราะอยากรู้ว่าน้ำลดลงหมดไปจากแผ่นดินแล้วหรือยัง

9 But the dove found no place to set her foot, and she returned to him to the ark, for the waters were still on the face of the whole earth. So he put out his hand and took her and brought her into the ark with him.

9 แต่นกพิราบนั้นไม่พบที่ที่จะจับอาศัยอยู่ได้   เพราะน้ำยังท่วมพื้นแผ่นดินอยู่   จึงบินกลับมาหาโนอาห์ที่นาวา   โนอาห์จึงยื่นมือออกไปจับนกพิราบนั้น เข้ามาไว้ด้วยกันในนาวา

10 He waited another seven days, and again he sent forth the dove out of the ark.

10 โนอาห์คอยอยู่อีกเจ็ดวัน  จึงปล่อยนกพิราบไปจากนาวาอีก

11 And the dove came back to him in the evening, and behold, in her mouth was a freshly plucked olive leaf. So Noah knew that the waters had subsided from the earth.

11 ครั้นเวลาเย็นนกพิราบก็กลับมายังโนอาห์   และคาบใบมะกอกเทศเขียวสดมา   โนอาห์จึงรู้ว่าน้ำลดจากแผ่นดินแล้ว

12 Then he waited another seven days and sent forth the dove, and she did not return to him anymore.

12 โนอาห์คอยอยู่อีกเจ็ดวันจึงปล่อยนกพิราบไป   นกนั้นไม่กลับมาหาโนอาห์อีกเลย  

13 In the six hundred and first year, in the first month, the first day of the month, the waters were dried from off the earth. And Noah removed the covering of the ark and looked, and behold, the face of the ground was dry.

13 เมื่อถึงวันที่หนึ่งของเดือนที่หนึ่ง   ปีที่หกร้อยเอ็ด  น้ำก็แห้งจากแผ่นดิน   โนอาห์เปิดหลังคาที่ปิดนาวาแลดูเห็นว่าพื้นดินแห้ง

14 In the second month, on the twenty-seventh day of the month, the earth had dried out.

14 ครั้นถึงวันที่ยี่สิบเจ็ดเดือนที่สองแผ่นดินก็แห้งแล้ว

According to Genesis 7:24, the Flood reached its peak in 150 days.

ตามที่ปฐมกาล 7:24 น้ำท่วมถึงจุดสูงสุดใน 150 วัน

The heavy rain and the eruptions of water from beneath the earth had both stopped and during the next five months, God caused the water to recede and leave the dry land behind.

ฝนตกหนักและการปะทุของน้ำจากใต้โลกที่มีทั้งหยุดการทำงานและในช่วงถัดไปห้าเดือนที่เกิดจากพระเจ้าน้ำที่ลดลงและปล่อยให้แผ่นดินแห้งที่อยู่เบื้องหลัง

Where did the floodwaters go?

น้ำท่วมหายไปไหน

Dr. Warren Wiersbe says, Never underestimate the power of moving water!

ดร. วอร์เรน Wiersbe กล่าวว่าไม่เคยประมาทพลังในการเคลื่อนย้ายน้ำ!

It’s possible that the Flood greatly altered the contours of the land and created new areas for the water to fill, both on the surface of the earth and underground. 

เป็นไปได้ว่าน้ำท่วมโลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากรูปทรงของที่ดินและสร้างพื้นที่ใหม่สำหรับน้ำเพื่อเติมทั้งบนพื้นผิวของโลกและใต้ดิน

Since there were eruptions from beneath the earth, whole continents and mountain ranges could have risen and fallen, creating huge areas into which the water could spill.

ตั้งแต่มีการปะทุจากใต้แผ่นดินทั้งทวีปและเทือกเขาจะมีเพิ่มขึ้นและลดลง, การสร้างพื้นที่ขนาดใหญ่เป็นที่น้ำอาจจะรั่วไหล

The winds that God sent over the earth helped to evaporate the water and also move it to the places God had provided.

ลมที่ว่าพระเจ้าที่ส่งผ่านโลกช่วยในการระเหยของน้ำและยังย้ายไปยังสถานที่ที่พระเจ้าได้ให้

A God powerful enough to cover the earth with water is also wise enough to know how to dispose of it when its work is done.

พระเจ้าที่มีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะครอบคลุมพื้นโลกไปกับน้ำนอกจากนี้ยังฉลาดพอที่จะทราบวิธีการกำจัดของมันเมื่อการทำงานของมันจะทำ

Even when the ark seemed to rest safely, Noah was waiting for the Lord to tell him what to do.

แม้ในขณะที่หีบดูเหมือนจะส่วนที่เหลือได้อย่างปลอดภัย, โนอาห์ที่รอคอยพระเจ้าจะบอกเขาว่าจะทำอย่างไร

He waited forty days and then sent out the raven, later a dove came back bearing an olive branch which today is a familiar symbol of peace around the world.

เขารอเวลาสี่สิบวันและจากนั้นส่งออกไปดำขลับในภายหลังนกพิราบกลับมาแบกสาขามะกอกซึ่งวันนี้เป็นสัญลักษณ์ที่คุ้นเคยของสันติภาพทั่วโลก

A week later, when Noah sent the dove out the third time, it didn’t return; so he knew the water had dried up.

สัปดาห์ต่อมาเมื่อโนอาห์ส่งนกพิราบออกเป็นครั้งที่สามก็ไม่ได้กลับ; เพื่อให้เขารู้ว่าน้ำได้แห้งขึ้น

Noah waited upon the Lord for direction.  

โนอาห์รอพระเจ้าสำหรับทิศทางที่

We too must wait upon the Lord, and allow Him to direct our paths.  He wants to lead us. 

เราก็ต้องรอพระเจ้าและช่วยให้เขาไปตรงเส้นทางของเรา เขาต้องการที่จะนำเรา

God speaks us primarily through the Scriptures, but also can lay things on our heart and mind. 

พระเจ้าตรัสกับเราผ่านทางพระคัมภีร์เป็นหลัก แต่ยังสามารถวางสิ่งที่เกี่ยวกับหัวใจและจิตใจของเรา

Romans โรม10:17 So faith comes from hearing, and hearing through the word of Christ. ฉะนั้นความเชื่อเกิดขึ้นได้ก็เพราะการได้ยิน   และการได้ยินเกิดขึ้นได้ก็เพราะการประกาศพระคริสต์  


God also speaks to us through prayer. Few people ever hear an audible voice.

พระเจ้ายังตรัสกับเราผ่านการสวดอ้อนวอน ไม่กี่คนที่เคยได้ยินเสียงที่ได้ยิน

Instead God impresses things on out mind as we pray. 

แต่สิ่งที่พระเจ้าสร้างความประทับใจในใจออกมาเป็นเราอธิษฐาน

He convicts us of sin, calms our anxieties, give us assurance, and grants us peace about right decisions. 

เขานักโทษจากความบาปของเรา, สงบความวิตกกังวลของเราให้เราเชื่อมั่นและความสงบสุขแก่เราเกี่ยวกับการตัดสินใจที่เหมาะสม

We have to take time to be quiet in prayer.  

เราต้องใช้เวลาในการที่จะเงียบสงบในคำอธิษฐาน

God never contradicts Himself. Give His written Word top priority. Its guidance is clear and unchanging.

พระเจ้าไม่เคยขัดแย้งกับพระองค์ ให้คำความสำคัญด้านการเขียนของเขา คำแนะนำของมันคือการที่ชัดเจนและไม่มีการเปลี่ยนแปลง

When God speaks to us in prayer, it will always confirm His Word.

เมื่อพระเจ้าตรัสกับเราในการอธิษฐานก็มักจะยืนยันพระวจนะของพระองค์

So if you think God is telling you something but it contradicts the Bible, then it is not God. 

ดังนั้นถ้าคุณคิดว่าพระเจ้าจะบอกคุณบางสิ่งบางอย่าง แต่มันขัดแย้งกับพระคัมภีร์แล้วมันไม่ได้เป็นพระเจ้า

Don’t lean on your own understanding. 

ยันไม่เกี่ยวกับความเข้าใจของคุณเอง

Proverbs สุภาษิต 3:5-6 5Trust in the LORD with all your heart,

and do not lean on your own understanding.

5จงวางใจในพระเจ้าด้วยสุดใจของเจ้า    และอย่าพึ่งพาความรอบรู้ของตนเอง  

6In all your ways acknowledge him, and he will make straight your paths.

6จงยอมรับรู้พระองค์ในทุกทางของเจ้า    และพระองค์จะทรงกระทำให้วิถีของเจ้าราบรื่น  
Obeying the will of God involves not only doing the right thing in the right way for the right motive, but it also means doing it at the right time.

เชื่อฟังน้ำพระทัยของพระเจ้าไม่เพียง แต่เกี่ยวข้องกับการทำสิ่งที่ถูกในทางที่เหมาะสมสำหรับแรงจูงใจที่ถูกต้อง แต่ก็ยังหมายถึงการทำมันในเวลาที่เหมาะสม


III. God rewards faith 8:15-19

III พระเจ้าศรัทธารางวัล 8:15-19

15 Then God said to Noah,

15 พระเจ้าตรัสแก่โนอาห์ว่า

16 “Go out from the ark, you and your wife, and your sons and your sons' wives with you.

16 “เจ้าจงออกไปจากนาวาเถิด   ทั้งภรรยาของเจ้าบุตรชายของเจ้า   และบุตรสะใภ้ของเจ้าด้วย

17 Bring out with you every living thing that is with you of all flesh—birds and animals and every creeping thing that creeps on the earth—that they may swarm on the earth, and be fruitful and multiply on the earth.”

17 จงพาสรรพสัตว์ที่มีชีวิต   ที่อยู่กับเจ้าทุกชนิด  คือนก   สัตว์และสัตว์เลื้อยคลานให้ออกมา   เพื่อจะได้เกิดพืชพันธุ์มากมายทวีขึ้นบนแผ่นดิน”

18 So Noah went out, and his sons and his wife and his sons' wives with him.

18 โนอาห์ก็ออกไปพร้อมกับบุตรภรรยาและบุตรสะใภ้

19 Every beast, every creeping thing, and every bird, everything that moves on the earth, went out by families from the ark.

19 บรรดาสัตว์ที่มีชีวิตและทุกสิ่งที่เลื้อยคลาน   กับบรรดานกและสัตว์ที่เคลื่อนไหวไปมา บนแผ่นดินก็ออกไปจากนาวาตามพันธุ์ของมัน

As we talked about before, Noah was a man of faith whose name is recorded in Hebrews 11 with those of other heroes of faith.

ในฐานะที่เราพูดคุยเกี่ยวกับก่อนที่โนอาห์เป็นคนของความเชื่อที่มีชื่อบันทึกไว้ในพระธรรมฮีบรู 11 กับบรรดาวีรบุรุษอื่น ๆ ของความเชื่อ

He had the faith to walk with God when the people of the world were ignoring and disobeying God.

เขามีความเชื่อที่จะเดินกับพระเจ้าเมื่อผู้คนของโลกที่ถูกละเลยและไม่เชื่อฟังพระเจ้า

Noah had the faith to serve God and to witness for God when no one else in the world was.

โนอาห์มีความเชื่อที่จะให้บริการพระเจ้าและเป็นพยานเพื่อพระเจ้าเมื่อไม่มีใครในโลกนี้

Now that the Flood was over, he exercised faith to wait on God before leaving the ark.  After being confined to the ark for over a year, he and his family must have been very anxious to get out of the ark and back on dry land; but they waited for God’s directions.

หลังจากที่ถูกกักขังอยู่ที่เรือกว่าปีที่เขาและครอบครัวของเขาต้องได้รับการกังวลมากที่จะออกจากเรือและด้านหลังบนที่ดินที่แห้ง; แต่พวกเขารอคอยสำหรับเส้นทางของพระเจ้า

Sometimes children in a family car, will ask, “are we there yet?”  That is usually just after a few hours of travel. 

บางครั้งเด็กในรถครอบครัวที่จะถามว่า"พวกเราจะได้มีหรือยัง"นั่นคือมักจะมีเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่มีการเดินทาง

God rewarded Noah’s faith, and the faith of his family, by caring for them in the ark for over a year and then preparing the earth for them so that they could leave the ark.

พระเจ้าได้รับการตอบแทนความเชื่อของโนอาห์และความเชื่อของครอบครัวของเขาโดยการดูแลสำหรับพวกเขาในเรือมานานกว่าปีที่แล้วการเตรียมดินสำหรับพวกเขาเพื่อให้พวกเขาสามารถออกจากเรือ

The Lord gave Noah’s family and the animals the same command that He had given at the beginning: “Be fruitful and multiply.”

พระเจ้าทรงประทานครอบครัวของโนอาห์และสัตว์คำสั่งเดียวกันกับที่เขาได้รับที่เริ่มต้น ได้ผลสำเร็จและคูณ"

What was it that caused the population to reject God’s word and perish? 

สิ่งที่มันเป็นที่เกิดจากประชากรในการปฏิเสธคำของพระเจ้าและพินาศ?

They believed that life would go on as it always had and that nothing would change.

พวกเขาเชื่อว่าชีวิตจะไปในที่ที่มันเคยมีและไม่มีอะไรที่จะเปลี่ยน

They said that God wouldn’t change or destroy the world but He did!

พวกเขากล่าวว่าพระเจ้าจะไม่เปลี่ยนแปลงหรือทำลายโลก แต่เขาไม่!

People today have the same attitude concerning the return of the Lord. 

คนวันนี้มีทัศนคติเดียวกันเกี่ยวกับการกลับมาขององค์พระผู้เป็นเจ้า

When it comes to saving faith, each of us must trust Jesus Christ personally.

เมื่อมันมาถึงความเชื่อที่ประหยัดเราแต่ละคนต้องไว้วางใจพระเยซูคริสต์เป็นการส่วนตัว


IV. God receives worship 8:20

IV พระเจ้าได้รับการเคารพบูชา 8:20

20 Then Noah built an altar to the LORD and took some of every clean animal and some of every clean bird and offered burnt offerings on the altar.

20 โนอาห์สร้างแท่นบูชาพระเจ้าและเลือกเอาสัตว์ และนกประเภทไม่มลทินบางตัวมาเผาบูชาถวายที่แท่นนั้น

21 And when the LORD smelled the pleasing aroma, the LORD said in his heart, “I will never again curse the ground because of man, for the intention of man's heart is evil from his youth. Neither will I ever again strike down every living creature as I have done.

21 พระเจ้าทรงได้กลิ่นที่พอพระทัยแล้ว  ทรงดำริในพระทัยว่า   “เราจะไม่สาปแผ่นดินอีกต่อไป  แม้ว่ามนุษย์ไม่ดี   ถึงเค้าความคิดในใจของมนุษย์ล้วนแต่ชั่วตั้งแต่เด็กมา   เราจะไม่ประหารสิ่งทั้งหลายที่มีชีวิตเหมือนอย่างที่ เราได้กระทำแล้วนั้นอีก

22 While the earth remains, seedtime and harvest, cold and heat, summer and winter, day and night, shall not cease.”

22 โลกยังดำรงอยู่ตราบใด   จะมีฤดูหว่านกับฤดูเกี่ยว   เวลาเย็นกับเวลาร้อน   ฤดูร้อนกับฤดูหนาว  และมีวันและคืนเรื่อยไปตราบนั้น”

After he stepped out of the ark and stood on the renewed earth, Noah was so filled with gratitude that his first act was to lead his family in worship. 

หลังจากที่เขาก้าวออกมาจากเรือและยืนอยู่บนแผ่นดินโลกใหม่ที่โนอาห์ก็เต็มไปด้วยความกตัญญูที่ทำหน้าที่แรกของเขาคือเพื่อนำไปสู่ครอบครัวของเขาในการนมัสการ

We worship too out of gratitude. 

เรานมัสการเกินไปออกของความกตัญญู

Noah built an altar and offered some of the clean animals as sacrifices to the Lord. 

โนอาห์สร้างแท่นบูชาและนำเสนอบางส่วนของสัตว์ที่สะอาดเป็นเสียสละเพื่อพระเจ้า

In Old Testament days, when you sacrificed a burnt offering, you gave the entire animal or bird to the Lord with nothing kept back.  

ในวันที่พระคัมภีร์เก่าเมื่อคุณเสียสละที่ให้บริการเผาคุณให้สัตว์หรือนกทั้งหมดไปยังพระเจ้าที่มีอะไรเก็บไว้กลับ

The sacrifice symbolized total dedication to the Lord. 

เสียสละอุทิศตนสัญลักษณ์รวมถึงพระเจ้า

In a new step of commitment, Noah gave himself and his family completely to the Lord.

ในขั้นตอนใหม่ของความมุ่งมั่น โนอาห์ให้ตัวเองและครอบครัวของเขาอย่างสมบูรณ์เพื่อพระเจ้า

God had graciously protected them and brought them through the storm, so it was only fitting that they make themselves available to the Lord to do His will. 

พระเจ้าทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯป้องกันพวกเขาและนำพวกเขาผ่านพายุเพื่อให้มันเป็นเพียงที่เหมาะสมที่พวกเขาทำให้ตัวเองพร้อมที่จะพระเจ้าที่จะทำของเขาจะ

Jesus was our once for all sacrifice that was pleasing to God and now we are to be living sacrifices.  

พระเยซูเป็นของเราครั้งเดียวสำหรับการเสียสละที่ถูกที่พอพระทัยพระเจ้าและตอนนี้เรากำลังที่จะเสียสละชีวิต

Romans โรม 12:1-2 1I appeal to you therefore, brothers, by the mercies of God, to present your bodies as a living sacrifice, holy and acceptable to God, which is your spiritual worship.

1พี่น้องทั้งหลาย   ด้วยเหตุนี้โดยเห็นแก่ความเมตตากรุณาของพระเจ้า   ข้าพเจ้าจึงวิงวอนท่านทั้งหลายให้ถวายตัวของท่านแด่พระองค์   เพื่อเป็นเครื่องบูชาที่มีชีวิตอันบริสุทธิ์และเป็นที่พอพระทัยพระเจ้า   ซึ่งเป็นการนมัสการโดยวิญญาณจิตของท่านทั้งหลาย

2Do not be conformed to this world, but be transformed by the renewal of your mind, that by testing you may discern what is the will of God, what is good and acceptable and perfect.

2อย่าประพฤติตามอย่างคนในยุคนี้   แต่จงรับการเปลี่ยนแปลงจิตใจ   แล้วอุปนิสัยของท่านจึงจะเปลี่ยนใหม่   เพื่อท่านจะได้ทราบน้ำพระทัยของพระเจ้า   จะได้รู้ว่าอะไรดี   อะไรเป็นที่ชอบพระทัยและอะไรดียอดเยี่ยม  


V. God’s promise 8:21-22

V. สัญญา ของพระเจ้า 8:21-22

God was gracious in His response to Noah’s faith, obedience, and worship. 

พระเจ้าทรงโปรดปรานในการตอบสนองความศรัทธาของโนอาห์พระองค์เชื่อฟังและนมัสการ

God promised to never destroy the earth by flood again. 

พระเจ้าทรงสัญญาที่จะไม่ทำลายแผ่นดินโลกโดยน้ำท่วมอีกครั้ง

The sign of His promise is the rainbow. 

ลงชื่อเข้าใช้พระสัญญาของพระองค์คือรุ้ง

God says the imagination of man’s heart is evil. So even after the flood, people still have a sin problem.  

พระเจ้าตรัสว่าจินตนาการของหัวใจของชายผู้นั้นเป็นความชั่วร้าย ดังนั้นแม้หลังจากที่น้ำท่วมที่ผู้คนยังมีปัญหาความบาป

The Flood wiped out the sinners, but it couldn’t change hearts. Therefore, to have another judgment won’t solve the problem.

น้ำท่วมเช็ดออกคนบาป แต่ก็ไม่สามารถเปลี่ยนหัวใจ ดังนั้นเพื่อให้มีการพิพากษาอื่นที่ไม่ได้จะแก้ปัญหา

But in grace, God says He will not send another flood or curse the ground. 

แต่ในพระคุณพระเจ้าตรัสว่าพระองค์จะไม่ส่งน้ำท่วมอีกหรือสาปแช่งพื้นดิน

The answer to our sin problem has come through the work of Jesus Christ.  

คำตอบสำหรับปัญหาความบาปของเราที่มีมาผ่านการทำงานของพระเยซูคริสต์

Now because of Jesus death on the cross God can say, “A price has been paid for the sins of the world, and I can withhold judgment. Justice has been met, My law has been upheld, and I can show grace to a lost world. I will not send another flood and wipe out the human race. Instead, I will offer them My great salvation.”

ขณะนี้เพราะการตายของพระเยซูบนไม้กางเขนพระเจ้าทรงสามารถพูดว่า"ราคาได้รับการชำระเงินสำหรับบาปของโลกและข้าพเจ้าสามารถระงับการตัดสิน ความยุติธรรมได้ถูกพบ, กฎหมายของข้าพเจ้าได้รับการยึดถือปฏิบัติและข้าพเจ้าสามารถแสดงพระคุณไปสู่โลกที่สูญหาย ข้าพเจ้าจะไม่ส่งน้ำท่วมอีกและเช็ดออกมนุษย์ แต่ข้าพเจ้าจะนำเสนอให้พวกเขารอดที่ดีของข้าพเจ้า"

This doesn’t mean that God doesn’t judge sin today or that there will be no future judgment of the world. 

นี้ไม่ได้หมายความว่าพระเจ้าไม่ได้ตัดสินความผิดบาปในวันนี้หรือว่าจะไม่มีการตัดสินอนาคตของโลก

One of the great judgments God can send to sinners is to let them have their own way and then pay for it in their own lives.

หนึ่งในการใช้ดุลยพินิจที่ดีของพระเจ้าสามารถส่งไปยังคนบาปคือการให้พวกเขามีทางของตัวเองแล้วจ่ายสำหรับมันในชีวิตของตัวเอง

That’s the judgment the world is experiencing right now.

ที่การตัดสินของโลกกำลังประสบในขณะนี้

There will be a future global judgment, but not a judgment of water; it will be a judgment of fire.

จะมีการตัดสินระดับโลกในอนาคต แต่ไม่ได้รับการตัดสินของน้ำ; มันจะถูกตัดสินจากไฟไหม้

2 Peter เปโตร 3:6-7 6and that by means of these the world that then existed was deluged with water and perished.

6ด้วยน้ำนั้นเองชาวโลกที่มีอยู่ในขณะนั้น   ก็ได้ถูกทำลายให้พินาศไปเพราะน้ำท่วม

7But by the same word the heavens and earth that now exist are stored up for fire, being kept until the day of judgment and destruction of the ungodly.

7และโดยพระวจนะเดียวกันนั้นเอง   ท้องฟ้าและแผ่นดินโลกที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้   ก็มีไว้สำหรับให้ไฟเผาผลาญ   คือเก็บไว้จนกว่าจะถึงวันทรงพิพากษาและวันพินาศแห่งบรรดาทุรชน  


VI. The seasons restored 8:22

VI ฤดูกาลที่บูรณะ 8:22

The Flood had interrupted the normal cycle of the seasons for a year, but that would never be repeated.

น้ำท่วมที่มีขัดจังหวะรอบปกติของฤดูกาลสำหรับปี แต่ที่จะไม่ได้ซ้ำแล้วซ้ำอีก

Instead, God reaffirmed that the rhythm of days and weeks and seasons would continue as long as the earth endured.

แต่พระเจ้าทรงยืนยันว่าจังหวะของวันและสัปดาห์และฤดูกาลจะยังคงตราบเท่าที่แผ่นดินทน

Without this guarantee, mankind could never be sure of having the necessities of life.

โดยไม่มีการรับประกันนี้มนุษย์ไม่สามารถจะตรวจสอบว่ามีสิ่งจำเป็นของชีวิต

We know now that the steady cycle of days and nights, weeks and months, seasons and years, is maintained by the rotation of the earth on its axis and the orbit of the earth around the sun.

เรารู้ว่าตอนนี้ที่รอบคงที่ของวันและคืน, สัปดาห์และเดือนฤดูกาลและปีเป็นที่เก็บรักษาโดยการหมุนของโลกบนแกนและวงโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ของมัน

God made it that way so that His universe would operate effectively.

พระเจ้าทรงทำมันที่ทางเพื่อที่ว่าจักรวาลของเขาจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

If God were to dim the sun, rearrange the seasons, or tilt the earth at a different angle, our lives would be in jeopardy. 

ถ้าพระเจ้ามีดวงอาทิตย์สลัวจัดเรียงตามฤดูกาลหรือเอียงแผ่นดินที่มุมที่แตกต่างกันในชีวิตของเราจะอยู่ในอันตราย

God invites us to live a day at a time. Jesus taught us to pray, “Give us this day our daily bread.”

พระเจ้าเชื้อเชิญเราให้มีชีวิตอยู่วันที่เวลา พระเยซูทรงสอนเราให้อธิษฐานขอ"ให้เราในวันนี้ขนมปังประจำวันของเรา."

Genesis 8

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top