Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Saturday, September 10, 2016

 

Genesis 12

ปฐมกาลบทที่ 12


In the first eleven chapters we have seen four great events: the Creation, the fall of man, the Flood, and the Tower of Babel.

ในครั้งแรกบทที่สิบเอ็ดที่เราได้เห็นเหตุการณ์ที่ยิ่งใหญ่สี่ : การสร้าง, การตกของมนุษย์, น้ำท่วม, และหอคอยบาเบล

In all of these tremendous events God has been dealing with whole the human race but now the focus will be on Abraham and the nation of Israel.

ในทุกกิจกรรมเหล่านี้อย่างมากพระเจ้าได้รับการติดต่อกับทั้งการแข่งขันของมนุษย์ แต่ตอนนี้โฟกัสจะอยู่ในอับราฮัมและประเทศของอิสราเอล

Now we will have stories from the lives of four men.

ตอนนี้เราจะมีเรื่องราวจากชีวิตของสี่คน

God will no longer be dealing with events, but with a man, and from that man He will make a nation.

พระเจ้าจะไม่สามารถจัดการกับเหตุการณ์ แต่มีชายคนหนึ่งและจากคนที่เขาจะทำให้ประเทศชาติ

In the first section we will see Abraham the man of faith (Genesis 12 -23).

ในส่วนแรกเราจะเห็นอับราฮัมคนของความเชื่อ (ปฐมกาล 12 -23)

Then there will be his son Isaac (Genesis 24 -26).

แล้วจะมีไอแซคลูกชายของเขา (ปฐมกาล 24 -26)

Next there will be Jacob the one who deceives, but he was chosen and his name changed to Israel (Gen. 27 -- Gen 36), and then there will be his son Joseph's story (Genesis 37 -50).

ถัดไปจะมียาโคบเป็นผู้หนึ่งที่หลอก แต่เขาได้รับเลือกและชื่อของเขาเปลี่ยนไปเป็นประเทศอิสราเอล (ปฐมกาล. 27 -36) และจากนั้นจะมีเรื่องราวของโยเซฟบุตรชายของเขา (ปฐมกาล 37 - Gen 50)

These four patriarchs are very important to the understanding of the Word of God.

เหล่านี้สี่ครั้งโบราณกาลมีความสำคัญต่อความเข้าใจในพระวจนะของพระเจ้า

We will be looking at their stories in the rest of the Book of Genesis.

เราจะมองไปที่เรื่องราวของพวกเขาในส่วนที่เหลือของพระธรรมปฐมกาล


When God chose Abraham, He chose a man of faith.

เมื่อพระเจ้าเลือกอับราฮัม, เขาเลือกคนของศรัทธา

He is one of the greatest men who ever lived on this earth.

เขาเป็นหนึ่งในผู้ชายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เคยอาศัยอยู่บนโลกนี้

He became famous, well known. 

เขากลายเป็นที่มีชื่อเสียงที่รู้จักกันดี

He is probably the world's most famous man. Even in this day of radio, television, and computers probably more people have heard of Abraham than of anyone else, more than world leaders, movie starts, or athletes. 

เขาอาจเป็นคนมีชื่อเสียงมากที่สุดของโลก แม้ในวันนี้จากวิทยุ, โทรทัศน์, คอมพิวเตอร์และคนอาจเคยได้ยินมากขึ้นของอับราฮัมกว่าของคนอื่นมากกว่าที่เป็นผู้นำระดับโลกเริ่มต้นภาพยนตร์หรือนักกีฬา

Three world religions go back to Abraham: Judaism, Islam, and Christianity.

สามศาสนาโลกกลับไปที่อับราฮัม : ยูดายศาสนาอิสลามและศาสนาคริสต์


Another mark of a great man is that he must be noble of character, a generous man.

เครื่องหมายของคนดีก็คือว่าเขาจะต้องมีเกียรติของตัวละครที่เป็นคนใจกว้าง

Can you imagine anyone more generous than Abraham?

คุณสามารถจินตนาการทุกคนมากกว่าใจกว้างกว่าอับราฮัม?

When he and his nephew came back into the land of Palestine, he told Lot to choose any portion that he wanted, and Abraham said he would take what was left.

เมื่อเขาและหลานชายของเขามากลับเข้ามาในดินแดนของปาเลสไตน์ที่เขาบอกว่าจำนวนมากให้เลือกส่วนที่เขาต้องการใด ๆ และอับราฮัมกล่าวว่าเขาจะใช้สิ่งที่เหลือ

Do you think any man would do that in a business deal today?

คุณคิดว่าคนหนึ่งคนใดจะทำในการจัดการธุรกิจวันนี้?

Abraham was a generous man.

อับราฮัมเป็นคนใจกว้าง


Third, and this is what makes a man great in God’s eyes is that he must be a man of faith.

ที่สามและนี้คือสิ่งที่ทำให้ชายคนหนึ่งที่ดีในสายตาของพระเจ้าเป็นว่าเขาต้องเป็นคนของศรัทธา

In the Bible record the greatest thing that is said about Abraham is that he believed God.

ในบันทึกพระคัมภีร์สิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่มีการกล่าวเกี่ยวกับอับราฮัมเป็นว่าเขาเชื่อว่าพระเจ้า

Romans โรม 4:3 3For what does the Scripture say? “Abraham believed God, and it was counted to him as righteousness.”

3พระคัมภีร์ว่าอย่างไร   ก็ว่า   อับราฮัมเชื่อในพระเจ้าและเพราะความเชื่อนั้นเอง   พระเจ้าทรงถือว่าท่านเป็นคนชอบธรรม 

As we go through these chapters in Genesis, we will find that God appeared to this man seven times, each time to develop faith in his life.

ในฐานะที่เราผ่านบทเหล่านี้ในปฐมกาลเราจะพบว่าพระเจ้าทรงปรากฏว่าชายคนนี้เจ็ดครั้งเวลาในการพัฒนาความเชื่อในชีวิตของเขาในแต่ละ

This does not mean that he was perfect. The fact of the matter is that he failed many times.

นี้ไม่ได้หมายความว่าเขาสมบูรณ์แบบ ข้อเท็จจริงของเรื่องนี้คือการที่เขาล้มเหลวหลายครั้ง

God's Call And Promise To Abraham (12:1-3)

เรียกของพระเจ้าและสัญญาว่าจะอับราฮัม (12:1-3)

1Now the LORD said to Abram, “Go from your country and your kindred and your father's house to the land that I will show you.

1พระเจ้าตรัสแก่อับรามว่า   “เจ้าจงออกจากเมือง   จากญาติพี่น้อง   จากบ้านบิดาของเจ้า   ไปยังดินแดนที่เราจะบอกให้เจ้ารู้

2And I will make of you a great nation, and I will bless you and make your name great, so that you will be a blessing.

2เราจะให้เจ้าเป็นชนชาติใหญ่  เราจะอวยพรแก่เจ้า   จะให้เจ้ามีชื่อเสียงใหญ่โตเลื่องลือไป   แล้วเจ้าจะช่วยให้ผู้อื่นได้รับพร

3I will bless those who bless you, and him who dishonors you I will curse, and in you all the families of the earth shall be blessed.”

3เราจะอำนวยพรแก่คนที่อวยพรเจ้า  เราจะสาปคนที่แช่งเจ้า   บรรดาเผ่าพันธุ์ทั่วโลกจะได้พรเพราะเจ้า”  


The first three verses give us the threefold promise of God to Abraham (Abram), and actually this is the hub of the Bible.

แรกที่สามข้อให้เราสัญญาว่าสามเท่าของพระเจ้าที่อับราฮัม (อับราม) และจริงนี้เป็นศูนย์กลางของพระคัมภีร์

The rest of Scripture is an unfolding of this threefold promise.

ส่วนที่เหลือของพระคัมภีร์เป็นแฉของสัญญาเท่านี้

The first of the threefold promise is the land. God says, "I am going to show you a land, and I am going to give it to you."

ครั้งแรกของสัญญาสามเท่าเป็นดินแดน พระเจ้าตรัสว่า"ข้าพเจ้าจะแสดงให้คุณที่ดินแลข้าพเจ้าะจะให้มันอยู่กับคุณ"

The second part of the promise is the nation, "I will make of you a great nation, and I will bless you, and make your name great." ข้าพเจ้าส่วนที่สองของสัญญาที่เป็นประเทศที่"จะทำให้ของคุณชาติที่ยิ่งใหญ่และข้าพเจ้าก็จะอวยพรให้คุณและทำให้ชื่อของคุณดี."

God also promised Abraham, "And I will bless them that bless you, and curse him that curses you."

พระเจ้ายังสัญญาอับราฮัม"และจะอวยพข้าพเจ้ารให้พวกเขาว่าเป็นพรแก่ท่านและสาปแช่งเขาสาปแช่งที่คุณ."

The third part of the promise is that God would make Abraham a blessing to other people.

ส่วนที่สามของสัญญาเป็นที่พระเจ้าจะทำให้อับราฮัมให้ศีลให้พรให้คนอื่น

"In thee shall all families of the earth be blessed."

"ครอบครัวทั้งหมดของแผ่นดินโลกจะอยู่ในเจ้าจะได้รับพร"


This is God's threefold promise.

สัญญานี้เป็นสามเท่าของพระเจ้า

Has God made good on His promises to Abraham? God has certainly brought from him a great nation, and it has probably the longest history as a nation of any people on this earth. No one can quite match them.

พระเจ้าทรงทำที่ดีในสัญญาของพระองค์เพื่อให้อับราฮัม? พระเจ้าได้ทรงนำมาแน่นอนจากเขาเป็นชาติที่ยิ่งใหญ่และมันอาจจะมีประวัติยาวนานที่สุดเป็นประเทศของคนใด ๆ ในโลกนี้ ไม่มีใครสามารถที่ค่อนข้างตรงกับพวกเขา


How about the second promise -- has Abraham been a blessing to all mankind? Yes, through the Lord Jesus Christ he has been a blessing to the whole world. Also the entire Word of God has come to us through Abraham.

วิธีการเกี่ยวกับสัญญาที่สอง -- อับราฮัมได้รับพระพรต่อมวลมนุษยชาติ? ใช่ผ่านองค์พระเยซูคริสต์ที่เขาได้รับพระพรให้กับคนทั้งโลก นอกจากนี้ยังมีคำทั้งหมดของพระเจ้าที่มีมาให้เราผ่านอับราฮัม

God has fulfilled all His promises to Abraham.  God gave the nation of Israel their land. 

พระเจ้าได้ทรงปฏิบัติตามสัญญาของเขาทั้งหมดเพื่ออับราฮัม พระเจ้าทรงให้ชนชาติอิสราเอลที่ดินของพวกเขา

For many years they didn’t occupy the land and there was no nation of Israel, but in 1945, the nation was established again. 

เป็นเวลาหลายปีพวกเขาไม่ได้ครอบครองที่ดินและมีชนชาติอิสราเอลไม่ แต่ในปี 1945 ประเทศชาติก่อตั้งขึ้นอีกครั้ง

They have some of the land but not all of it, and there is constant struggle with the Palestinians. 

พวกเขามีบางส่วนของที่ดินที่ แต่ไม่ทั้งหมดของมันและมีการต่อสู้อย่างต่อเนื่องกับชาวปาเลสไตน์

God said that He would not let them be in the land if they were disobedient and if they were away from Him. And they are away from Him today. As a result they are having trouble over there.

พระเจ้าตรัสว่าเขาจะไม่ให้พวกเขาได้ในแผ่นดินหากพวกเขาไม่เชื่อฟังและหากพวกเขาหนีไปจากเขา และพวกเขาจะหนีไปจากเขาในวันนี้ เป็นผลให้พวกเขาจะมีปัญหามากกว่าที่มี

The day will come when God will put the people of Israel back in the land, and they will have all the land they once had.  God is in control, and He is going to work things out His way.

วันนั้นจะมาเมื่อพระเจ้าจะนำคนอิสราเอลกลับมาในแผ่นดินและพวกเขาจะมีที่ดินทั้งหมดที่พวกเขาเคยมี พระเจ้าอยู่ในการควบคุมและเขาจะไปทำงานสิ่งที่ออกทางของพระองค์

Now what did Abraham do in response to God's three promises?

ตอนนี้อับราฮัมทำอะไรในการตอบสนองของพระเจ้าสามสัญญา?


Abraham's Response (12:4-9)

การตอบสนองของอับราฮัม (12:4-9)

44So Abram went, as the LORD had told him, and Lot went with him. Abram was seventy-five years old when he departed from Haran.

4ฝ่ายอับรามก็ไปตามพระดำรัสของพระเจ้า   โลทก็ไปด้วย   เมื่ออับรามออกจากเมืองฮารานนั้น  อายุได้เจ็ดสิบห้าปี

5And Abram took Sarai his wife, and Lot his brother's son, and all their possessions that they had gathered, and the people that they had acquired in Haran, and they set out to go to the land of Canaan. When they came to the land of Canaan,

5อับรามพานางซารายภรรยาของตน กับโลทบุตรของน้องชายและทรัพย์สมบัติที่ได้สะสมไว้   ทั้งบรรดาผู้คนที่ได้ไว้ที่เมืองฮารานนั้นออกเดินทาง ไปยังแผ่นดินคานาอัน   เมื่อไปถึงแคว้นคานาอันแล้ว

6Abram passed through the land to the place at Shechem, to the oak of Moreh. At that time the Canaanites were in the land.

6อับรามก็เดินผ่านเขตแดนมาถึงสถานที่เมืองเชเคม   คือ   ที่ต้นก่อหลวง ณ โมเรห์   คราวนั้นคนคานาอันอยู่ที่แผ่นดินนั้น

7Then the LORD appeared to Abram and said, “To your offspring I will give this land.” So he built there an altar to the LORD, who had appeared to him.

7พระเจ้าทรงสำแดงพระองค์ให้ปรากฏแก่อับราม  ตรัสว่า   “ดินแดนนี้เราจะยกให้พงศ์พันธุ์ของเจ้า”   อับรามสร้างแท่นที่นั่นถวายบูชาแก่พระเจ้าผู้สำแดงพระองค์ ให้ปรากฏแก่ท่าน

8From there he moved to the hill country on the east of Bethel and pitched his tent, with Bethel on the west and Ai on the east. And there he built an altar to the LORD and called upon the name of the LORD.

8อับรามย้ายไปจากที่นั่น  มาถึงภูเขาทางทิศ ตะวันออกของเมืองเบธเอล   จึงตั้งเต็นท์อยู่ที่นั่น   ให้เมืองเบธเอลอยู่ทางทิศตะวันตกและเมืองอัยอยู่ทิศตะวันออก   ส่วนท่านสร้างแท่นบูชาพระเจ้าที่นั่น   และนมัสการออกพระนามพระเจ้า

9And Abram journeyed on, still going toward the Negeb.

9แล้วอับรามก็เดินทางต่อไป   ยกเต็นท์เดินทางเรื่อยไปเป็นระยะๆยังเนเกบ

In verse 1 we read: "Now the LORD had said unto Abram." We know from other Scriptures that God had called Abram when he lived in Ur.

ในข้อ 1 เราอ่าน :"ตอนนี้พระเจ้าทรงตรัสกับอับราม." เรารู้จากพระคัมภีร์อื่น ๆ ที่พระเจ้าทรงเรียกอับรามเมื่อเขาอาศัยอยู่ใน Ur

Acts กิจการ7:2-4 2And Stephen said: “Brothers and fathers, hear me. The God of glory appeared to our father Abraham when he was in Mesopotamia, before he lived in Haran,

2ฝ่ายสเทเฟนจึงตอบว่า   “ดูก่อนพี่น้องและท่านผู้ใหญ่ทั้งหลาย   ขอฟังเถิด   พระเจ้าผู้กอปรด้วยพระสิริได้ปรากฏแก่อับราฮัมบิดาของเรา   เมื่อท่านยังอยู่ในประเทศเมโสโปเตเมีย   ก่อนที่ไปอาศัยอยู่ในเมืองฮาราน

3and said to him, ‘Go out from your land and from your kindred and go into the land that I will show you.’

3และได้ตรัสกับท่านว่า   'เจ้าจงออกจากเมืองและญาติพี่น้องของเจ้า   ไปยังดินแดนที่เราจะสำแดงให้เจ้า'

4Then he went out from the land of the Chaldeans and lived in Haran. And after his father died, God removed him from there into this land in which you are now living.

4อับราฮัมจึงออกจากแผ่นดินของชาวเคลเดีย   ไปอาศัยอยู่ที่เมืองฮาราน   หลังจากที่บิดาของท่านสิ้นชีพแล้ว   พระองค์ทรงให้ท่านออกจากที่นั่นมาอยู่ในแผ่นดินนี้   ที่ท่านทั้งหลายอาศัยอยู่ทุกวันนี้

Abraham obeyed God by leaving his home, his business, and the nice city of Ur,

อับราฮัมเชื่อฟังพระเจ้าโดยออกจากบ้าน ธุรกิจของเขาและเป็นเมืองที่ดีของ Ur

Yet it was not complete obedience because we read that he took with him some of his family. He took with him his father, Terah, and God had told Abraham not to take him.

แต่มันไม่ได้เชื่อฟังคำสั่งที่สมบูรณ์เพราะเราอ่านที่เขาเอากับเขาบางส่วนของครอบครัวของเขา เขาเอากับเขาพ่อ Terah ของเขาและพระเจ้าได้บอกอับราฮัมที่จะไม่ใช้เขา

Why was it that God wanted to get him out of the land and away from his relatives?

มันคือเหตุผลที่ว่าพระเจ้าทรงต้องการที่จะได้รับเขาออกจากที่ดินและอยู่ห่างจากญาติของเขา?

We learn the answer in the Book of Joshua

เราได้เรียนรู้คำตอบในหนังสือของโยชูวา

Joshua โยชูวา24:2. 2And Joshua said to all the people, “Thus says the LORD, the God of Israel, ‘Long ago, your fathers lived beyond the Euphrates, Terah, the father of Abraham and of Nahor; and they served other gods.

2แล้วโยชูวากล่าวกับประชาชนทั้งสิ้นว่า   “พระเยโฮวาห์พระเจ้าของอิสราเอลตรัสดังนี้ว่า   'ในกาลดึกดำบรรพ์   บรรพบุรุษของเจ้าอยู่ฟากตะวันออกของแม่น้ำยูเฟรติส   คือเท-ราห์   บิดาของอับราฮัมและของนาโฮร์   และเขาปรนนิบัติพระอื่น

Abram’s family served other gods.  So the call to Abram was to come away from that, have a close relationship with the one true God who would then bless Abram, give him a land, give him a family of his own with many descendants, and make him a blessing to the world.

ครอบครัวของอับรามเทพให้บริการอื่น ๆ ดังนั้นการเรียกร้องให้อับรามได้มาอยู่ห่างจากที่มีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับพระเจ้าเป็นผู้หนึ่งที่จริงแล้วจะอวยพรอับรามให้เขาที่ดินให้เขาเป็นครอบครัวของตัวเองกับลูกหลานจำนวนมากและทำให้เขาให้ศีลให้พรไป โลก

He is called Abram until chapter 17 where God changes his name to Abraham.

เขาเรียกว่าอับรามจนถึงบทที่ 17 ที่พระเจ้าเปลี่ยนแปลงชื่อของเขากับอับราฮัม

The time Abram had spent in Haran was delaying the blessing of God. God never appeared to him again until he had moved into the land of Palestine, until he had separated at least from his closer relatives and brought only Lot with him.

เวลาอับรามมีการใช้จ่ายใน Haran ที่ถูกชะลอการให้ศีลให้พรของพระเจ้า พระเจ้าไม่เคยปรากฏกับเขาอีกครั้งจนกว่าเขาจะได้ย้ายเข้าในแผ่นดินของปาเลสไตน์จนกระทั่งเขาได้แยกออกจากกันอย่างน้อยจากญาติใกล้ชิดของเขาและนำมาเฉพาะ Lot กับเขา


Abram left the nice city and came into the land of Canaan, "and the Bible says the Canaanite was then in the land."

อับรามซ้ายของเมืองที่ดีและเข้ามาในแผ่นดินคานาอัน"และพระคัมภีร์กล่าวว่าคานาอันที่ถูกแล้วในแผ่นดิน."

The Canaanites were evil people.   Abram's purpose in coming to Canaan was certainly not to be more comfortable.

ชาวคานาอันถูกคนชั่วร้าย อับรามวัตถุประสงค์ในการที่จะมาถึงคานาอันก็ไม่แน่นอนที่จะสะดวกสบายมากขึ้น

He came in obedience to God's command.

เขามาในการเชื่อฟังคำสั่งของพระเจ้า

Now he has obeyed, and notice what happens.  Abram built an altar unto the Lord when He appears to him this second time.

ตอนนี้เขาได้เชื่อฟังและแจ้งให้ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น อับรามสร้างแท่นบูชาแด่พระเจ้าเมื่อพระองค์ทรงปรากฏแก่เขานี้ครั้งที่สอง

While he was in Haran, the place of delay, God had not appeared to him.

ในขณะที่เขาอยู่ใน Haran, สถานที่ของความล่าช้าที่พระเจ้าไม่ได้ปรากฏแก่

God did not appear again to him until after he had moved out and had begun to obey God with the revelation of God that he had.

พระเจ้าไม่ได้ปรากฏอีกครั้งเพื่อเขาจนหลังจากที่เขาได้ย้ายออกและได้เริ่มที่จะเชื่อฟังพระเจ้าด้วยการเปิดเผยของพระเจ้าที่เขาได้

Now God appears to him again.  Abram does two things when he gets into the land.

ตอนนี้พระเจ้าจะปรากฏขึ้นกับเขาอีกครั้ง อับรามสองสิ่งเมื่อเขาได้รับเป็นที่ดิน

He pitched his tent, he set up a home and moved in, but not a permanent home yet.

เขาแหลมเต็นท์ของเขาตั้งค่าบ้านและย้ายไปใน แต่ไม่ได้ที่อยู่ถาวรยัง

Then he built an altar, a place to worship God and show others that worship.

The Canaanites soon learned that Abram was a man who worshiped the Lord. 

แล้วเขาก็สร้างแท่นบูชาสถานที่เพื่อนมัสการพระเจ้าและอื่น ๆ แสดงให้เห็นว่านมัสการ

ชาวคานาอันเร็ว ๆ นี้ได้เรียนรู้ว่าอับรามเป็นคนที่บูชาพระเจ้า

And Abram journeyed, going on still toward the south.  Abram was called to leave the big city where he grew up and go into a new land far, far away. 

และอับรามเดินทาง, ยังคงเกิดขึ้นไปยังภาคใต้ อับรามถูกเรียกว่าที่จะออกจากเมืองใหญ่ที่เขาโตขึ้นและไปเข้าในแผ่นดินใหม่ที่ไกลออกไป

We believe we were called to move from America to Thailand to serve the Lord.   If God calls you to go out to a new land, will you trust and obey?

เราเชื่อว่าเราถูกเรียกว่าการย้ายจากอเมริกามาที่ประเทศไทยเพื่อให้บริการแก่พระเจ้า ถ้าพระเจ้าทรงเรียกคุณออกไปยังดินแดนที่ใหม่คุณจะวางใจและเชื่อฟัง?

Genesis 12

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top