Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Friday, September 16, 2016

 

Genesis 14 Kings of the east capture Sodom and Gomorrah, Abraham rescues Lot; Abraham gives a tithe to Melchizedek

ปฐมกาล 14 กษัตริย์ จากทางทิศตะวันออกจับโสโดมและ Gomorrah, อับราฮัมช่วยเหลือ โลท อับราฮัมให้จำนวนภาษีย่อมเพื่อ เมลคีเซเดค

In chapter 14 we find the first recorded war, one in which Abram rescued Lot; and we find the appearance of the first priest, Melchizedek who blessed Abram and Abram gave him a tithe.  

ในบทที่ 14 เราพบว่าสงครามที่บันทึกไว้ครั้งแรกหนึ่งในที่อับรามช่วย โลท และเราจะพบลักษณะของพระสงฆ์ครั้งแรกที่ เมลคีเซเดค ที่อับราฮัมและความสุขให้เขาอับรามจำนวนภาษีย่อม

Mankind began early in making war. Although this is the first war recorded, I do not know that it is the first war that ever took place.

มนุษย์เริ่มต้นในการทำสงคราม แม้ว่านี้เป็นสงครามครั้งแรกที่บันทึกไว้ผมไม่ทราบว่ามันเป็นสงครามครั้งแรกที่เคยเกิดขึ้น

The reason it is recorded is because Lot, the nephew of Abram, is involved.

เหตุผลที่มันจะถูกบันทึกเป็นเพราะ โลท หลานของอับรามที่มีส่วนเกี่ยวข้อง

Abram Rescues Lot Genesis 14:1-16

อับรามช่วยเหลือ โลท ปฐมกาล 14:1-16

1 In the days of Amraphel king of Shinar, Arioch king of Ellasar, Chedorlaomer king of Elam, and Tidal king of Goiim,

1ในสมัยอัมราเฟลกษัตริย์เมืองชินาร์   อารีโอคกษัตริย์เมืองเอลลาสาร์   เคโดร์ลาโอเมอร์กษัตริย์เมืองเอลาม   และทิดาลกษัตริย์เมืองโกยิม

2 these kings made war with Bera king of Sodom, Birsha king of Gomorrah, Shinab king of Admah, Shemeber king of Zeboiim, and the king of Bela (that is, Zoar).

2กษัตริย์เหล่านี้ทำสงครามรบสู้กับเบ-รากษัตริย์เมืองโสโดม   กับบิรชากษัตริย์เมืองโกโมราห์  กับชินาบกษัตริย์เมืองอัดมาห์   กับเชเมเบอร์กษัตริย์เมืองเศโบยิม   และกับกษัตริย์เมืองเบ-ลา  (คือโศอาร์)

3 And all these joined forces in the Valley of Siddim (that is, the Salt Sea).

3กษัตริย์เมืองเหล่านี้รวมทัพกัน ณ ที่ราบสิดดิม  (คือทะเลเกลือ)

4 Twelve years they had served Chedorlaomer, but in the thirteenth year they rebelled.

4กษัตริย์เหล่านี้ยอมขึ้นแก่กษัตริย์เคโดร์ลาโอเมอร์สิบสองปี   แต่ในปีที่สิบสามก็กบฏ

5 In the fourteenth year Chedorlaomer and the kings who were with him came and defeated the Rephaim in Ashteroth-karnaim, the Zuzim in Ham, the Emim in Shaveh-kiriathaim,

5ในปีที่สิบสี่  เคโดร์ลาโอเมอร์กับกษัตริย์ที่รวมอยู่กับท่านนั้นก็ยกมารบชนะคนเรฟาอิมที่เมืองอัชทาโรทคารนาอิม   กับคนศูซิมที่เมืองฮาม   กับคนเอมิมที่เมืองชาเวห์-คีริยาธาอิม

6 and the Horites in their hill country of Seir as far as El-paran on the border of the wilderness.

6ชาวโฮรีที่ภูเขาเสอีร์ซึ่งเป็นของตน     จนถึงเมืองเอลปารานใกล้ถิ่นทุรกันดาร

7 Then they turned back and came to En-mishpat (that is, Kadesh) and defeated all the country of the Amalekites, and also the Amorites who were dwelling in Hazazon-tamar.

7แล้วกลับมาถึงเมืองเอนมิสปัท  (คือคาเดช)  รบชนะหมด   เมืองของคนอามาเลขและทั้งคนอาโมไรต์ที่ตั้งอยู่   ณ ฮาซาโซนทามาร์

8 Then the king of Sodom, the king of Gomorrah, the king of Admah, the king of Zeboiim, and the king of Bela (that is, Zoar) went out, and they joined battle in the Valley of Siddim

8แล้วกษัตริย์เมืองโสโดม  กษัตริย์เมืองโกโมราห์   กษัตริย์เมืองอัดมาห์  กษัตริย์เมืองเศโบยิมและกษัตริย์เมืองเบ-ลา   (คือ  โศอาร์)  ก็ออกไปในที่ราบสิดดิม

9 with Chedorlaomer king of Elam, Tidal king of Goiim, Amraphel king of Shinar, and Arioch king of Ellasar, four kings against five.

9ปะทะกับเคโดร์ลาโอเมอร์กษัตริย์เมืองเอลาม   ทิดาลกษัตริย์เมืองโกยิม   อัมราเฟลกษัตริย์เมืองชินาร์   และอารีโอคกษัตริย์เมืองเอลลาสาร์   กษัตริย์สี่องค์ต่อสู้กับห้าองค์

10 Now the Valley of Siddim was full of bitumen pits, and as the kings of Sodom and Gomorrah fled, some fell into them, and the rest fled to the hill country.

10ที่ราบสิดดิมนั้นมีบ่อยางมะตอยเต็มไปหมด   เมื่อกษัตริย์เมืองโสโดม   และกษัตริย์เมืองโกโมราห์หนีมา   บางคนในพวกนั้นก็ตกลงไป   ส่วนผู้ที่เหลือนั้นก็หนีไปยังภูเขา

11 So the enemy took all the possessions of Sodom and Gomorrah, and all their provisions, and went their way.

11ข้าศึกเก็บข้าวของและเสบียงอาหารของชาวเมือง โสโดมและชาวเมืองโกโมราห์ไปสิ้น   แล้วก็ไป

12 They also took Lot, the son of Abram's brother, who was dwelling in Sodom, and his possessions, and went their way.

12เขาได้จับโลท  (บุตรของน้องชายอับราม)   ซึ่งอยู่ที่เมืองโสโดมและข้าวของของเขาไปด้วย  

13 Then one who had escaped came and told Abram the Hebrew, who was living by the oaks of Mamre the Amorite, brother of Eshcol and of Aner. These were allies of Abram.

13มีคนหนึ่งหนีมาจากที่รบนั้นบอกให้อับรามคนฮีบรูรู้   เพราะอับรามอาศัยอยู่ที่หมู่ต้นก่อหลวงของมัมเร   คนอาโมไรต์  พี่น้องของเอชโคล์และอาเนอร์   คนเหล่านี้เป็นไมตรีกับอับราม

14 When Abram heard that his kinsman had been taken captive, he led forth his trained men, born in his house, 318 of them, and went in pursuit as far as Dan.

14เมื่ออับรามได้ยินว่าพวกข้าศึกจับญาติสนิทไปได้   จึงนำพลชำนาญศึกที่เกิดในบ้านของตนสามร้อยสิบแปดคนไล่ตามไปทันที่เมืองดาน

15 And he divided his forces against them by night, he and his servants, and defeated them and pursued them to Hobah, north of Damascus.

15อับรามจึงแยกพลของตนออกเป็นกองๆในกลางคืน   ทั้งท่านและผู้รับใช้ของท่านก็เข้าตีพวกข้าศึก   ไล่ไปถึงเมืองโฮบาห์เหนือเมืองดามัสกัส

16 Then he brought back all the possessions, and also brought back his kinsman Lot with his possessions, and the women and the people.

16แล้วท่านนำข้าวของกลับคืนมาหมด   และนำโลทญาติสนิทของท่านกลับ   พร้อมกับข้าวของของเขากับผู้หญิงและประชาชนด้วย


The five cities in the plain of Jordan had been subject for twelve years to the kings of four eastern cities and finally revolted against them.

ห้าเมืองในธรรมดาของจอร์แดนที่ได้รับเรื่องสำหรับสิบสองปีเพื่อให้กษัตริย์ของสี่เมืองทางทิศตะวันออกและในที่สุดก็ปฏิวัติต่อต้านพวกเขา

This, of course, was a declaration of war; so the four kings invaded the plain of Jordan to bring the five kings into subjection.

นี้แน่นอนถูกประกาศสงคราม; เพื่อให้สี่กษัตริย์บุกธรรมดาของจอร์แดนที่จะนำห้าพระมหากษัตริย์ในการครอบงำ

While in Egypt with Abraham, Lot had gotten a taste of the world and enjoyed it.

ในขณะที่ในประเทศอียิปต์กับอับราฮัม, โลท มีอากาศรสชาติของโลกและชอบมัน

Scripture doesn’t record that Lot ever built an altar and sought the Lord, like his uncle Abraham did. Abraham was a friend of God

พระคัมภีร์ไม่ได้บันทึกว่ามากเท่าที่เคยสร้างแท่นบูชาและขอพระเจ้า, อับราฮัมเหมือนลุงของเขา อับราฮัมเป็นเพื่อนของพระเจ้า

James ยากอบ 2:23 23 and the Scripture was fulfilled that says, “Abraham believed God, and it was counted to him as righteousness”—and he was called a friend of God.

23และพระคัมภีร์ก็สำเร็จที่ว่า   อับราฮัมเชื่อพระเจ้า  และพระองค์ทรงถือว่า  ความเชื่อนั้นเป็นความชอบธรรมแก่ท่าน  และท่านได้ชื่อว่า  เป็น สหายของพระเจ้า


But Lot was the friend of the world. In time, Lot and became more worldly, more connected with the things of the world than with the things of God.

แต่โลทเป็นเพื่อน ๆ ของโลก ในเวลามากและกลายเป็นโลกมากขึ้นการเชื่อมต่อมากขึ้นกับสิ่งที่ของโลกกว่ากับสิ่งที่ของพระเจ้า

Lot’s capture was God’s way of disciplining him and reminding him that he had no business living in Sodom.

การจับ ของโลทถูกทางของพระเจ้าฝึกหัดเขาและเตือนเขาว่าเขาอาศัยอยู่ในธุรกิจไม่โสโดม

Probably, Abram was praying faithfully for his nephew that he might separate himself from the world and start living like a true believer in God.

อาจจะอับรามได้อธิษฐานนับถือสำหรับหลานชายของเขาว่าเขาอาจจะแยกตัวเองออกจากโลกและเริ่มต้นชีวิตเหมือนจริงเชื่อในพระเจ้า

When the kings of the east left the area of Sodom and Gomorrah with their captives, they moved north along the west bank of the Dead Sea, which was not too far from Hebron and Mamre where Abram was dwelling.

เมื่อพระมหากษัตริย์ของภาคตะวันออกที่ยังเหลือพื้นที่ของโสเมืองโดมและ เมืองโกโมราห์ ที่มีเชลยของพวกเขาไปทางทิศเหนือตามแนวฝั่งตะวันตกของทะเลเดดซีซึ่งไม่ไกลจากเมืองเฮโบรนและ เมืองมัมเรที่อับรามเป็นที่อยู่อาศัย

They were taking the women and the other people as slaves. Abram formed an army with all his shepherds and go against the armies of the invading kings to rescue his nephew Lot.

พวกเขาพาผู้หญิงและคนอื่น ๆ เป็นทาส อับรามกองทัพที่เกิดขึ้นกับทุกคนเลี้ยงแกะของเขาและไปกับกองทัพของกษัตริย์บุกรุกเพื่อช่วยเหลือหลานชายของเขาโลท

That is the reason all of this is mentioned here. It is a part of the life of Abram, and it is very important.

นั่นคือเหตุผลทั้งหมดนี้เป็นที่กล่าวถึงที่นี่ มันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตของอับรามและมันเป็นสิ่งสำคัญมาก

Abram, though a man of peace, was prepared for war. He didn’t fight from selfish motives to get personal gain; he fought because he loved Lot and wanted to help him.

อับรามแม้ว่าคนของสันติภาพได้จัดทำขึ้นสำหรับการทำสงคราม เขาไม่ได้ต่อสู้จากแรงจูงใจที่เห็นแก่ตัวที่จะได้รับประโยชน์ส่วนบุคคลเขาต่อสู้เพราะเขารักมากและอยากจะช่วยเขา

Abram Blessed by Melchizedek Genesis 14:17-24

อับรามจำเริญโดย เมลคีเซเดคปฐมกาล 14:17-24

17 After his return from the defeat of Chedorlaomer and the kings who were with him, the king of Sodom went out to meet him at the Valley of Shaveh (that is, the King's Valley).

17เมื่ออับรามกลับจากการรบชนะกษัตริย์เคโดร์ลาโอเมอร์   และกษัตริย์ทั้งหลายที่ร่วมกำลังกันนั้นแล้ว   กษัตริย์เมืองโสโดมก็ออกมารับอับราม ณ ที่ราบชาเวห์   (คือที่ราบของกษัตริย์)

18 And Melchizedek king of Salem brought out bread and wine. (He was priest of God Most High.)

18เมลคีเซเดคผู้เป็นทั้งกษัตริย์เมืองซาเลม   และปุโรหิตของพระเจ้าผู้สูงสุด   ก็นำขนมปังกับเหล้าองุ่นมาให้

19 And he blessed him and said,“Blessed be Abram by God Most High,

Possessor of heaven and earth;

19แล้วอวยพรท่าน   “ขอพระเจ้าผู้สูงสุดผู้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์และแผ่นดิน  
จงโปรดให้อับรามได้รับพระพรเถิด  

20 and blessed be God Most High, who has delivered your enemies into your hand!”

And Abram gave him a tenth of everything.

20สาธุการแด่พระเจ้าผู้สูงสุด   ผู้ทรงมอบศัตรูทั้งหลายไว้ในเงื้อมมือของท่าน”  

อับรามก็ยกหนึ่งในสิบจากข้าวของนั้นถวาย แก่กษัตริย์เมลคีเซเคด

21 And the king of Sodom said to Abram, “Give me the persons, but take the goods for yourself.”

21ฝ่ายกษัตริย์เมืองโสโดมตรัสแก่อับรามว่า   “ขอคืนคนให้แก่เรา  แต่ข้าวของนั้นท่านจงเอาไปเถิด”

22 But Abram said to the king of Sodom, “I have lifted my hand to the LORD, God Most High, Possessor of heaven and earth,

22อับรามกล่าวแก่กษัตริย์เมืองโสโดมว่า   “ข้าพเจ้ายกมือสาบานตัวต่อพระพักตร์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าผู้สูงสุด   ผู้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์และแผ่นดิน

23 that I would not take a thread or a sandal strap or anything that is yours, lest you should say, ‘I have made Abram rich.’

23ว่า  แม้เส้นด้ายหรือสายรัดรองเท้า   หรือสิ่งใดๆที่เป็นของของท่าน   ข้าพเจ้าก็จะไม่รับเพื่อมิให้ท่านพูดได้ว่า   'เราได้บำรุงอับรามให้มั่งมี'

24 I will take nothing but what the young men have eaten, and the share of the men who went with me. Let Aner, Eshcol, and Mamre take their share.”

24ข้าพเจ้าจะไม่รับอะไรเลย   เว้นแต่เสบียงอาหารที่คนของข้าพเจ้าได้รับประทานเท่านั้น   กับส่วนของคนที่ไปกับข้าพเจ้า   คืออาเนอร์   เอชโคล์   และมัมเร   ให้เขารับส่วนของเขาไปเถิด”


The king of Sodom went out to meet Abram. But now someone else came out and meet Abram, and it is a good thing that he did, because the king of Sodom is going to put a temptation before Abram.

พระมหากษัตริย์ของเมืองโสโดมออกไปเพื่อให้ตรงกับอับราม แต่ตอนนี้คนอื่นออกมาและตอบสนองความอับรามและมันเป็นสิ่งที่ดีที่เขาได้เพราะพระมหากษัตริย์ของเมืองโสโดมจะไปวางล่อใจก่อนที่จะอับราม

When Abraham returned from battle, he was met by two kings: Bera, King of Sodom, and Melchizedek, King of Salem.

เมื่ออับราฮัมกลับมาจากการสู้รบที่เขาถูกพบโดยสองกษัตริย์ : เบ-รากษัตริย์ของเมืองโสโดมและ เมลคีเซเดคกษัตริย์ของเซเลม

Bera offered Abraham all the spoils in return for the people, while Melchizedek gave Abraham bread and wine.

เบ-รา อับราฮัมให้ริบทั้งหมดในทางกลับกันสำหรับคนในขณะที่ขนมปัง เมลคีเซเดค ให้อับราฮัมและไวน์

Abraham rejected Bera’s offer but accepted the bread and wine from Melchizedek and gave him tithes of the riches taken in battle.

อับราฮัมปฏิเสธข้อเสนอของ เบ-รา แต่ยอมรับขนมปังและไวน์จาก เมลคีเซเดค และให้เขา tithes ของทรัพย์สินที่นำมาในการต่อสู้


Abraham had to choose between two kings who represented two opposite ways of life.

Sodom was a wicked city.  Bera came offering the ways of the world. 

อับราฮัมต้องเลือกระหว่างสองกษัตริย์ที่เป็นตัวแทนสองวิธีที่ตรงข้ามของสิ่งมีชีวิต

สถานที่เลวร้ายเป็นเมืองที่ชั่วร้าย เบ-รา มานำเสนอวิธีการของโลก

Melchizedek means “king of righteousness,” and Salem means “peace.”

เมลคีเซเดค หมายถึง"พระมหากษัตริย์ของความชอบธรรม"และเซเลมหมายถึง"ความสงบสุข."

Hebrews chapter 7 and Psalm 110, a Psalm of David, both connect Melchizedek with Jesus Christ, the “King of peace” and the “King of righteousness”.

พระธรรมฮีบรูบทที่ 7 และสดุดี 110, สดุดีของดาวิดทั้งสองเชื่อมต่อ เมลคีเซเดค กับพระเยซูคริสต์ว่า"กษัตริย์ของสันติภาพ"และ"กษัตริย์ของความชอบธรรม"

Like Melchizedek in Abraham’s day, Jesus Christ is our King-Priest in heaven, enabling us to enjoy righteousness and peace as we serve Him.

เหมือน เมลคีเซเดค ในวันของอับราฮัม, พระเยซูคริสต์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระสงฆ์ของเราในสวรรค์ที่ทำให้เราเพลิดเพลินไปกับความชอบธรรมและความสงบสุขที่เราจะรับใช้พระองค์

We can see in the bread and wine a reminder of our Lord’s death for us on the cross.  So, when Abraham rejected Bera and accepted Melchizedek, he was making a statement of faith, saying, “Take the world, but give me Jesus.”

เราสามารถมองเห็นในขนมปังและไวน์การแจ้งเตือนของการตายของพระเจ้าของเราเพื่อเราบนไม้กางเขน ดังนั้นเมื่อถูกปฏิเสธ เบ-รา อับราฮัมและเป็นที่ยอมรับ เมลคีเซเดค, เขาทำให้คำสั่งของความเชื่อที่ว่า"ใช้ทั่วโลก แต่พระเยซูให้ฉัน"

Lot should have made the same decision, but he chose to return to his life of compromise.

โลทควรจะมีการตัดสินใจที่เหมือนกัน แต่เขาเลือกที่จะกลับไปมีชีวิตของเขาในการประนีประนอม


What do we know about Melchizedek? He is king of Salem and he is also priest of the most high God. 

เรารู้อะไรบ้างเกี่ยวกับ เมลคีเซเดค? พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ของซาเลมและเขายังเป็นปุโรหิตของพระเจ้าสูงที่สุด

He was the high priest for the world of that day. He has a knowledge of the living and true God. He is a priest of the living and true God.

เขาเป็นมหาปุโรหิตสำหรับโลกของวันนั้น เขามีความรู้ของพระเจ้าที่อยู่อาศัยและที่แท้จริง เขาเป็นปุโรหิตของพระเจ้าที่อยู่อาศัยและที่แท้จริง

He comes out, bringing bread and wine to Abram, like the Lord’s Supper. 

เขาออกมานำขนมปังและไวน์ที่อับรามเช่น Supper ของพระเจ้า

1 โครินธ์ Corinthians 11:26 For as often as you eat this bread and drink the cup, you proclaim the Lord's death until He comes.

เพราะว่าเมื่อท่านทั้งหลายกินขนมปังนี้และดื่มจากถ้วยนี้เวลาใด   ท่านก็ประกาศการวายพระชนม์ขององค์พระผู้เป็นเจ้า   จนกว่าพระองค์จะเสด็จมา


Nothing is said about Melchizedek’s parents, and that is strange because the Book of Genesis is the book of families. It tells about the beginnings of these families.

ไม่มีอะไรจะกล่าวเกี่ยวกับพ่อแม่ผู้ปกครองของ เมลคีเซเดค และที่แปลกเพราะว่าพระธรรมปฐมกาลเป็นหนังสือของครอบครัว จะบอกเกี่ยวกับจุดเริ่มต้นของครอบครัวเหล่านี้

Our Lord Jesus had no beginning or ending of days, and His priesthood follows the order of Melchizedek.

องค์พระเยซูของเราได้ไม่เริ่มต้นหรือสิ้นสุดของวันและปุโรหิตตามคำสั่งของ เมลคีเซเดค

As King, Christ is son of Abraham, He is son of David -- the Gospel of Matthew tells us that.

กษัตริย์ พระเยซูคริสต์เป็นบุตรของอับราฮัมเขาเป็นบุตรชายของดาวิด -- พระวรสารของมัทธิวบอกเราว่า

John ยอห์น1:1-2, 14 " 1In the beginning was the Word, and the Word was with God, and the Word was God.

1ในปฐมกาลพระวาทะดำรงอยู่   และพระวาทะทรงสถิตอยู่กับพระเจ้า   และพระวาทะทรงเป็นพระเจ้า

2He was in the beginning with God.

2ในปฐมกาลพระองค์ทรงดำรงอยู่กับพระเจ้า

14And the Word became flesh and dwelt among us, and we have seen his glory, glory as of the only Son from the Father, full of grace and truth.

14พระวาทะได้ทรงบังเกิดเป็นมนุษย์และทรงอยู่ท่ามกลางเรา   บริบูรณ์ด้วยพระคุณและความจริง   เราทั้งหลายได้เห็นพระสิริของพระองค์   คือพระสิริอันสมกับพระบุตรองค์เดียวของพระบิดา

14And the Word became flesh and dwelt among us, and we have seen his glory, glory as of the only Son from the Father, full of grace and truth.

14พระวาทะได้ทรงบังเกิดเป็นมนุษย์และทรงอยู่ท่ามกลางเรา   บริบูรณ์ด้วยพระคุณและความจริง   เราทั้งหลายได้เห็นพระสิริของพระองค์   คือพระสิริอันสมกับพระบุตรองค์เดียวของพระบิดา


Jesus had no beginning or ending of days as far as creation is concerned, He is the eternal God. He came out of heaven's glory, the Word was made flesh, and we beheld His glory. We have in Melchizedek a picture of the Lord Jesus Christ.  

พระเยซูทรงไม่เริ่มต้นหรือสิ้นสุดของวันจะเป็นสร้างเป็นห่วงนิรันดร์เขาเป็นพระเจ้า เขาออกมาจากพระสิริสวรรค์ของพระวจนะของพระเจ้าได้ถูกทำให้เนื้อและเราเห็นพระสิริของพระองค์ เรามีใน เมลคีเซเดค ภาพขององค์พระเยซูคริสต์

Melchizedek seems to be looking far ahead forward to the coming of the Lord Jesus and His death and resurrection, and with that in mind he blessed Abram:   Abram lived by the blessing of the Lord, not the bribery of the world. He did not want anybody to think that the world made him rich. 

เมลคีเซเดค ดูเหมือนว่าจะมองไกลไปข้างหน้าไปข้างหน้าเพื่อการเสด็จมาขององค์พระเยซูและความตายและฟื้นคืนพระชนม์ของพระองค์และด้วยการที่ในใจเขาความสุขอับราม : อับรามอาศัยอยู่โดยให้ศีลให้พรของพระเจ้าที่ไม่การติดสินบนของโลก เขาไม่ได้ต้องการใครที่จะคิดว่าโลกที่ทำให้เขารวย

Abram paid a tithe to Melchizedek here at the very beginning.

อับรามจ่ายเงินจำนวนภาษีย่อมเพื่อ เมลคีเซเดค ที่นี่ที่จุดเริ่มต้นมาก

God must have told or shown Abram the need to tithe as a part of our worship of God.  

พระเจ้าจะต้องได้บอกหรือแสดงอับรามจำเป็นที่จะต้องจำนวนภาษีย่อมเป็นส่วนหนึ่งของการนมัสการของเราเป็นของพระเจ้า

Genesis 14:20 is the first mention of tithing in the Bible.

ปฐมกาล 14:20 เป็นที่กล่าวถึงครั้งแรกของสิบในพระคัมภีร์

To tithe is to give God 10 percent, whether of money, farm produce, or animals.

จำนวนภาษีย่อมเพื่อที่จะให้พระเจ้าร้อยละ 10 ไม่ว่าจะเป็นเงินฟาร์มผลิตหรือสัตว์

When we tithe, we acknowledge that God owns everything and that we are grateful stewards of His wealth.

  เมื่อเราจำนวนภาษีย่อมที่เรารับทราบว่าพระเจ้าเป็นเจ้าของทุกอย่างและว่าเราเป็นเสนาบดีกตัญญูของความมั่งคั่งของพระองค์


When Abram started out, he made a covenant with God, probably saying something like, "Oh, God, I am not entering this war in order to get rich. I'm not after possessions. I want to rescue my nephew Lot." And God permitted him to do that.

เมื่ออับรามเริ่มออกเขาทำพันธสัญญากับพระเจ้าอาจจะเธอชอบพูดว่า"โอ้พระเจ้าผมไม่ได้เข้าสู่สงครามครั้งนี้เพื่อให้ได้รับที่อุดมไปด้วย. ฉันไม่ได้หลังจากทรัพย์สิน. ฉันต้องการที่จะช่วยเหลือหลานชายของฉัน โลท." และพระเจ้าทรงอนุญาตให้เขาทำที่

Genesis 14

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top