Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Wednesday, January 25, 2017

 

Exodus 15

อพยพบทที่ 15

The Song of Moses verses 1-19

บทเพลงของโมเสส ข้อ 1-19

1Then Moses and the people of Israel sang this song to the LORD, saying,

“I will sing to the LORD, for he has triumphed gloriously; the horse and his rider he has thrown into the sea.

1ขณะนั้นโมเสสกับชนชาติอิสราเอลร้องเพลง บทนี้   ถวายพระเจ้าว่า     “ข้าพเจ้าจะร้องเพลงถวายพระเจ้า เพราะพระองค์ทรงได้ชัยชนะอย่างใหญ่หลวง   พระองค์ทรงกวาดม้าและพลม้าลงในทะเล  

2The LORD is my strength and my song, and he has become my salvation; this is my God, and I will praise him, my father's God, and I will exalt him.

2พระเจ้าทรงเป็นผู้พิทักษ์ผู้ออกรบแทนข้าพเจ้า    พระองค์ทรงเป็นผู้ช่วยให้ข้าพเจ้ารอด   พระองค์นี่แหละเป็นพระเจ้าของข้าพเจ้า   ข้าพเจ้าจะสรรเสริญพระองค์   ทรงเป็นพระเจ้าของบรรพบุรุษของข้าพเจ้า   ข้าพเจ้าจะยกย่องสรรเสริญพระองค์  

3The LORD is a man of war; the LORD is his name.

3พระเจ้าทรงเป็นนักรบ   พระนามของพระองค์คือพระเยโฮวาห์  

4“Pharaoh's chariots and his host he cast into the sea, and his chosen officers were sunk in the Red Sea.

4พระองค์ทรงเหวี่ยงรถรบและโยนพลโยธา ของฟาโรห์ลงในทะเล   นายทหารรถรบชั้นยอดของฟาโรห์ก็จมในทะเลแดง  

5The floods covered them; they went down into the depths like a stone.

5น้ำท่วมเขา   เขาจมลงในทะเลที่ลึกประดุจก้อนหิน  

6Your right hand, O LORD, glorious in power, your right hand, O LORD, shatters the enemy.

6ข้าแต่พระเจ้า พระหัตถ์ขวาของพระองค์ ทรงอานุภาพยิ่ง ข้าแต่พระเจ้า   พระหัตถ์ขวาของพระองค์ทรงทำลายศัตรูให้พินาศไป  

7In the greatness of your majesty you overthrow your adversaries; you send out your fury; it consumes them like stubble.

7ด้วยเดชานุภาพอันยิ่งใหญ่ของพระองค์   พระองค์ทรงคว่ำปฏิปักษ์ของ
พระองค์เสีย   พระองค์ทรงใช้พระพิโรธของพระองค์    เผาผลาญเขาเสียอย่างตอฟาง  

8At the blast of your nostrils the waters piled up; the floods stood up in a heap; the deeps congealed in the heart of the sea.

8โดยลมที่ระบายจากช่องพระนาสิกน้ำก็ท่วมสูงขึ้นไป   น้ำท่วมก็ท้นสูงขึ้น    น้ำก็แข็งขึ้นในท้องทะเล  

9The enemy said, ‘I will pursue, I will overtake, I will divide the spoil, my desire shall have its fill of them. I will draw my sword; my hand shall destroy them.’

9พวกข้าศึกกล่าวว่า   'เราจะติดตาม   เราจะจับให้ทัน   เราจะริบสิ่งของมาแบ่งปันกัน  
เราจึงจะพอใจที่ได้กระทำกับพวกนั้นดังประสงค์   เราจะชักดาบออก   มือเราจะทำลาย
เขาเสีย'   

10You blew with your wind; the sea covered them; they sank like lead in the mighty waters.

10พระองค์ทรงบันดาลให้ลมพัดมา   น้ำทะเลก็ท่วมเขามิด   เขาจมลงในกระแสน้ำอันไหลแรงนั้นเหมือนตะกั่ว  

11“Who is like you, O LORD, among the gods? Who is like you, majestic in holiness, awesome in glorious deeds, doing wonders?

11ข้าแต่พระเจ้า   ในบรรดาพระทั้งปวง   องค์ไหนจะเป็นเหมือนพระองค์เล่า  
  องค์ไหนจะเหมือนพระองค์ผู้ทรงประกอบด้วยความบริสุทธิ์  
  และน่าเกรงขามเนื่องด้วยพระราชกิจอันรุ่งเรือง และอัศจรรย์ที่พระองค์ทรงกระทำ  

12You stretched out your right hand; the earth swallowed them.

12พระองค์ทรงเหยียดพระหัตถ์ขวาออก   แผ่นดินก็กลืนพวกเขาเสีย  

13“You have led in your steadfast love the people whom you have redeemed; you have guided them by your strength to your holy abode.

13พระองค์ทรงนำชนชาติ   ซึ่งพระองค์ทรงไถ่ไว้ด้วยความรักมั่นคงของพระองค์ พระองค์ทรงพาเขามาถึงที่สถิตอันบริสุทธิ์ของพระองค์   ด้วยพระเดชานุภาพ  

14The peoples have heard; they tremble; pangs have seized the inhabitants of Philistia.

14ชนชาติทั้งหลายได้ยินแล้ว   ก็พากันสะทกสะท้าน   ชาวประเทศฟีลิสเตียรู้สึกเสียวสยอง  

15Now are the chiefs of Edom dismayed; trembling seizes the leaders of Moab; all the inhabitants of Canaan have melted away.

15ครั้งนั้นพวกเจ้านายในเมืองเอโดมก็พากันหวาดกลัว    และพวกหัวหน้าในเมืองโมอับก็สะทกสะท้าน ชาวเมืองคานาอันทั้งปวงก็ระส่ำระสายไป  

16Terror and dread fall upon them; because of the greatness of your arm, they are still as a stone,

till your people, O LORD, pass by, till the people pass by whom you have purchased.

16ความรู้สึกเสียวสยองและความตกใจกลัวอุบัติขึ้นในใจของเขา    เนื่องด้วยฤทธานุภาพแห่งพระกรของพระองค์   เขาหยุดนิ่งอยู่เหมือนก้อนหิน ข้าแต่พระเจ้า จนประชากรของพระองค์ผ่านพ้นไป   จนชนชาติซึ่งพระองค์ทรงไถ่ไว้แล้วผ่านไป  

17You will bring them in and plant them on your own mountain, the place, O LORD, which you have made for your abode, the sanctuary, O Lord, which your hands have established.

17พระองค์ทรงนำเขาเข้ามา   และให้เขาตั้งหลักแหล่งอยู่บนภูเขาของพระองค์   ข้าแต่พระเจ้า   เป็นสถานที่ซึ่งพระองค์ทรงสร้างไว้เพื่อเป็นที่สถิตของพระองค์  ข้าแต่พระเจ้า   สถานนมัสการซึ่งพระหัตถ์ของพระองค์สถาปนาไว้  

18The LORD will reign forever and ever.”

18พระเจ้าจะทรงครอบครองอยู่เป็นนิตย์นิรันดร์”  

19For when the horses of Pharaoh with his chariots and his horsemen went into the sea, the LORD brought back the waters of the sea upon them, but the people of Israel walked on dry ground in the midst of the sea.

19เพราะเมื่อกองม้าของฟาโรห์กับราชรถ   และพลม้าของท่านลงไปในทะเล   พระเจ้าก็ทรงให้น้ำทะเลไหลกลับมาท่วมเสีย   แต่ชนชาติอิสราเอลเดินไปบนดินแห้งกลางทะเลนั้น


What a song of praise Moses sings, recognizing that the Lord has rescued them and destroyed their enemies. 

ช่างเป็นเพลงสรรเสริญไพเราะที่โมเสสร้อง    ทำให้ตระหนักว่าพระเจ้าได้ทรงช่วยกู้ชีวิตพวกเขาและทำลายศัตรูของพวกเขา

We too will sometimes get excited over God, and over the works of God, and over the victories that God has brought within our lives.

เราก็เช่นกัน   บางครั้งตื่นเต้นกับพระเจ้า   และกับพระราชกิจของพระเจ้า  และกับชัยชนะที่พระเจ้าได้ทรงนำมาสู่ชีวิตของเรา

God loves the praises of His people. 

พระเจ้าทรงโปรดคำสรรเสริญจากประชากรของพระองค์


I think that God appreciates our getting excited over Him and over His works. 

ผมคิดว่าพระเจ้าทรงชื่นชมยินดีที่เราตื่นเต้นกับพระองค์และพระราชกิจของพระองค์

Next Miriam and the women sing another song of praise to the Lord.

ต่อไป มิเรียมและพวกผู้หญิงร้องเพลงอื่นสรรเสริญถวายแด่พระเจ้า


The song of Miriam verses 20-21

บทเพลงของมิเรียม ข้อ 20-21

20Then Miriam the prophetess, the sister of Aaron, took a tambourine in her hand, and all the women went out after her with tambourines and dancing.

20ฝ่ายมิเรียมหญิงผู้เผยพระวจนะ   พี่สาวของอาโรนก็ถือรำมะนา   และหญิงทั้งปวงก็ถือรำมะนาเดินตาม   พร้อมกับเต้นรำไปด้วย

21And Miriam sang to them: “Sing to the LORD, for he has triumphed gloriously;

the horse and his rider he has thrown into the sea.”

21มิเรียมจึงร้องนำว่า “จงร้องเพลงถวายพระเจ้าเถิด   เพราะพระองค์ทรงได้ชัยชนะอย่างใหญ่หลวง   พระองค์ทรงกวาดม้าและพลม้าให้ตกลงไปในทะเล”


Bitter Water Made Sweet verses 22-27

น้ำขมทำให้ข้อพระคัมภีร์แสนหวาน ข้อ 22-27

22Then Moses made Israel set out from the Red Sea, and they went into the wilderness of Shur. They went three days in the wilderness and found no water.

22ต่อมาโมเสสนำพวกอิสราเอลออกจากทะเลแดงไปยังป่าชูร์   เดินไปในถิ่นทุรกันดารสามวัน   ก็มิได้พบน้ำเลย

23When they came to Marah, they could not drink the water of Marah because it was bitter; therefore it was named Marah.

23ครั้นมาถึงตำบลมาราห์   เขาก็กินน้ำที่ตำบลมาราห์นั้นไม่ได้   เพราะน้ำขม   เหตุฉะนั้นจึงตั้งชื่อว่ามาราห์

24And the people grumbled against Moses, saying, “What shall we drink?”

24ประชาชนก็พากันบ่น   และต่อว่าโมเสสว่า   “พวกเราจะเอาอะไรดื่ม”

25And he cried to the LORD, and the LORD showed him a log, and he threw it into the water, and the water became sweet.  There the LORD made for them a statute and a rule, and there he tested them,

25โมเสสก็ร้องทูลพระเจ้า   พระเจ้าจึงทรงชี้ให้ท่านเห็นต้นไม้ต้นหนึ่ง   เมื่อโยนต้นไม้นั้นลงในน้ำ   น้ำก็จืด ณ ที่นั้นพระองค์ทรงประทานกฎเกณฑ์   และกฎหมายไว้   และทรงลองใจเขาที่นั่น

26saying, “If you will diligently listen to the voice of the LORD your God, and do that which is right in his eyes, and give ear to his commandments and keep all his statutes, I will put none of the diseases on you that I put on the Egyptians, for I am the LORD, your healer.”

26พระองค์ตรัสว่า “ถ้าเจ้าทั้งหลายฟังพระสุรเสียงของพระเจ้าของเจ้า      และกระทำสิ่งที่ชอบในสายพระเนตรของพระองค์   เงี่ยหูฟังพระบัญญัติของพระองค์   และปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของพระองค์ทุกประการ   แล้วโรคต่างๆซึ่งเราบันดาลให้เกิดแก่ชาวอียิปต์นั้น   เราจะไม่ให้บังเกิดแก่พวกเจ้าเลย   เพราะเราคือพระเจ้าแพทย์ของเจ้า”  

27Then they came to Elim, where there were twelve springs of water and seventy palm trees, and they encamped there by the water.

27พวกเขามาถึงตำบลเอลิม ที่มีบ่อน้ำพุสิบสองบ่อ   มีต้นอินทผลัมเจ็ดสิบต้น   พวกเขาจึงตั้งค่ายใกล้บ่อน้ำนั้น

 

In this story, we can see great successes are often followed by failure. 

ในเรื่องนี้  เราสามารถเห็นความสำเร็จใหญ่หลวงมากมาย   ตามมาหลังจากความล้มเหลวเสมอ

They are happy, relieved, and full of praise after passing thru the sea, and they look back at their enemies washing ashore, dead. 

พวกเขามีความสุข  รู้สึกโล่งใจและเต็มไปด้วยคำสรรเสริญ   หลังจากเดินทางข้ามทะเล  และพวกเขาหันไปมองเหล่าศัตรูที่ตายเกลื่อนชายฝั่ง

They sing a song of praise and just a few days later they are down in the dumps.  They are quick to start complaining.

พวกเขาร้องเพลงสรรเสริญ   และเพียงแค่ไม่กี่วันต่อมาพวกเขาก็ไม่มีความสุข  พวกเขาเริ่มบ่นอีกอย่างรวดเร็ว


Moses put up with some really difficult people. 

โมเสสแบกรับประชาชนบางคนที่มีปัญหามากจริงๆ

Probably no leader put up with more complaining or lack of appreciation. 

บางทีไม่มีผู้นำคนไหนอดทนต่อการบ่นมากมาย   หรือการขาดความชื่นชมยินดี

They loved to complain.  They loved to criticize. 

พวกเขาชอบบ่น  พวกเขาชอบวิพากษ์วิจารณ์

The Bible says that is the reason it took them forty years to get into the Promised Land. 

พระคัมภีร์กล่าวว่านั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้พวกเขาเสียเวลานานถึงสี่สิบปี  เพื่อจะได้เข้าสู่ดินแดนแห่งพระสัญญา


God gave them chance after chance to go in, but they were full of unbelief. 

พระเจ้าทรงประทานโอกาสครั้งแล้วครั้งเล่าแก่พวกเขาที่จะเข้าในแผ่นดินนั้น แต่พวกเขาก็เต็มไปด้วยความไม่เชื่อ

They would complain, criticize, gripe,  God would say, “Okay, one more lap around the desert.” 

พวกเขาจะบ่นต่อว่า  วิพากษ์วิจารณ์    พระเจ้าจะตรัสว่า "เอาล่ะ วนอีกสักหนึ่งรอบในทะเลทราย."

They spent forty years in the desert and died in the desert because they were complainers. 

พวกเขาเสียเวลาสี่สิบปีในทะเลทรายและเสียชีวิตในทะเลทราย   เพราะพวกเขาเป็นพวกชอบบ่น

They questioned Moses’ motives, they doubted his decisions, and they challenged his leadership. 

พวกเขาสอบถามแรงจูงใจของโมเสส   พวกเขาสงสัยการตัดสินใจของท่าน  และพวกเขาท้าทายความเป็นผู้นำของท่าน

In this story they say, “You just brought us out here to die.”

ในเรื่องนี้พวกเขากล่าวว่า "ท่านเพียงแค่นำเราออกมาที่นี่เพื่อจะตาย."

Moses may have said, “Is this the thanks that I get?  I’ve led you out of Egypt.  I’m leading you into the Promised Land and all you can do is criticize, judge me, be upset, and be critical.”

โมเสสอาจได้กล่าวว่า "นี่คือคำขอบคุณที่เราได้รับหรือ   เราได้นำเจ้าออกจากอียิปต์ เรากำลังนำเจ้าเข้าสู่ดินแดนแห่งพระสัญญา  และทั้งหมดที่เจ้าสามารถทำได้คือวิพากษ์

วิจารณ์  ตัดสินเรา   ผิดหวัง   และทำตัวยุ่งยาก"


 

Exodus 15

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top