Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Tuesday, February 21, 2017

 

married to divorced woman

แต่งงานกับผู้หญิงที่หย่าร้าง

Can a man who is married to a divorced woman serve in church leadership? Does a man's wife's past play any role in determining if the man is qualified to serve as an elder, deacon, or pastor?

ผู้ชายที่แต่งงานกับผู้หญิงที่หย่าร้างแล้ว   สามารถรับใช้เป็นผู้นำคริสตจักรได้ไหม   อดีตของภรรยาของผู้ชายคนหนึ่งมีส่วนในการตัดสินว่าผู้ชายคนนั้นมีคุณสมบัติรับใช้เป็นผู้ปกครอง  มัคนายกหรือศิษยาภิบาลหรือไม่


Question: "Can a man who is married to a divorced woman serve in church leadership?"
คำถาม: " ผู้ชายที่แต่งงานกับผู้หญิงที่หย่าร้างแล้ว   สามารถรับใช้เป็นผู้นำคริสตจักรได้ไหม "

Answer:  As a background, please read our article on the “husband of one wife” phrase in 1 Timothy 3:2, 12 and Titus 1:6.

คำตอบ: เพื่อดูเบื้องหลังความเป็นมา  โปรดอ่านบทความของเรา  วลีที่ว่า "สามีของภรรยาเดียว"  ในพระธรรม 1 ทิโมธี 3: 2, 12 และติตัส 1: 6




While the qualification “husband of one wife” may, in some instances, disqualify a divorced and remarried man from serving in church leadership, an even more difficult question concerns a married man who has never been divorced, but is married to a woman who previously had a divorce.

บางตัวอย่างเช่น ขณะที่คุณสมบัติ "สามีของภรรยาเดียว" อาจจะทำให้ผู้ชายที่หย่าร้างและแต่งงานใหม่ขาดคุณสมบัติในการรับใช้เป็นผู้นำคริสตจักร    เกิดมีคำถามที่ยากกว่านี้  ที่เกี่ยวกับผู้ชายที่แต่งงานแล้วที่ไม่เคยหย่าร้าง   แต่ได้แต่งงานกับผู้หญิงคนหนึ่งที่ผ่านการหย่าร้างมาก่อนหน้านี้

There is no Scripture that explicitly deals with this issue, but there are biblical principles that can be applied.
ไม่มีข้อบ่งชัดเจนในพระคัมภีร์เกี่ยวกับเรื่องนี้   แต่มีหลักความเชื่อบางอย่างในพระคัมภีร์ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้
1 Timothy 1ทิโมธี 3:11 11Their wives likewise must be dignified, not slanderers, but sober-minded, faithful in all things.

11ฝ่ายพวกผู้หญิงก็เหมือนกัน   ต้องเป็นคนเอาการเอางาน   ไม่ใส่ร้ายผู้อื่น   เป็นคนรู้จักประมาณตน   และเป็นคนสัตย์ซื่อในประการทั้งปวง


This is an interesting verse in relationship to this issue.

นี้เป็นข้อพระคัมภีร์ที่น่าสนใจที่เกี่ยวกับปัญหานี้

It is not clear whether this verse is referring to the wives of deacons or to female deacons (deaconesses).

ไม่มีการบอกชัดเจนว่าข้อนี้หมายถึงภรรยาของมัคนายก   หรือว่ามัคนายกหญิง



The “wives of deacons” interpretation seems to be more likely, as it would be awkward for Paul to give qualifications for deacons in verses 8-10 and 12-13, with qualifications for deaconesses in between.

การตีความหมายว่า "ภรรยาของมัคนายก" ดูเหมือนว่าเป็นไปได้มากกว่า    เพราะมันเป็นที่น่าอึดอัดใจแก่เปาโล   ที่จะให้คุณสมบัติของมัคนายกในข้อ 8-10 และข้อ 12-13 โดยมีคุณสมบัติสำหรับมัคนายกหญิงแทรกเข้ามา

With this is mind, it is important to note that there is no “wife of one husband” qualification given for deacon’s wives.

ด้วยความคิดนี้  มันก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะสังเกตว่า  ไม่ได้ระบุคุณสมบัติของภรรยาของมัคนายกว่าต้องเป็น "ภรรยาของสามีคนเดียว” 

Neither is there a requirement to be “blameless” or “above reproach.”

ไม่มีข้อกำหนดว่าต้อง "ไม่มีที่ติ" หรือว่า "พ้นจากคำตำหนิ".

Rather, the qualifications are “worthy of respect, not malicious talkers, temperate, and trustworthy” (1 Timothy 3:11).
แต่คุณสมบัติเหล่านั้น "มีค่าควรแก่การนับถือ   ไม่ใช่คนชอบพูดใส่ร้าย   รู้จักประมาณตนและน่าไว้วางใจ" (1 ทิโมธี 3:11)
There are many issues that relate to this question.

มีหลายประเด็นที่เกี่ยวข้องกับคำถามนี้

Was the wife the innocent party to an adulterous or abusive husband?

ภรรยาต้องเป็นผู้บริสุทธิ์ของสามีที่เป็นชู้   หรือประพฤติไม่เหมาะสมหรือไม่

Was the wife a believer when the divorce occurred?

ภรรยาเป็นผู้เชื่อหรือไม่เมื่อเกิดมีการหย่าร้างขึ้น


Is the wife’s ex-husband still causing problems or conflict?

อดีตสามีของภรรยายังคงก่อให้เกิดปัญหาหรือการทุ่มเถียงกันหรือไม่

Each of these questions must be considered.

แต่ละคำถามเหล่านี้จะต้องนำมาพิจารณา

Ultimately, though, the issue rests on the “above reproach / blameless” qualification required of elders and deacons.

แม้กระนั้น  ถึงที่สุดแล้ว  ปัญหาก็ตกอยู่ที่ คุณสมบัติที่จำเป็นของผู้ปกครองและมัคนายกที่จะต้อง “พ้นจากคำตำหนิ / ไม่มีที่ตำหนิ"

Does the fact that the wife is divorced result in a poor testimony in the community?

ความจริงที่ว่าภรรยาผู้ที่หย่าร้างแล้วมีผลเป็นพยานที่อ่อนในสังคมหรือไม่

Can the potential church leader genuinely be viewed as a godly man who is worthy of respect and able to be followed as an example?
แท้จริงผู้นำคริสตจักรที่มีศักยภาพถูกมองว่าเป็นคนเคร่งครัดในพระเจ้า   ผู้ที่มีค่าควรแก่การเคารพนับถือ   และสามารถเป็นตัวอย่างให้เราทำตามหรือไม่
It does not seem that this question can be answered universally.

มันดูเหมือนว่าคำถามนี้ไม่สามารถตอบได้ในแบบทั่วไป

There are simply too many factors involved.

เพียงแค่มีปัจจัยมากเกินไปมาเกี่ยวข้อง

A church that is faced with this issue must prayerfully examine the situation and attempt to discern, as much as possible, if the potential leader can be considered “above reproach.”

คริสตจักรที่เผชิญกับปัญหานี้ต้องหมั่นอธิษฐานเสมอ  ตรวจสอบสถานการณ์และพยายามหาความโปร่งใสให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้     ว่าผู้นำที่มีศักยภาพสามารถได้รับการพิจารณาว่า "พ้นจากคำตำหนิ" หรือไม่

If no potential damage to the church’s testimony can be discerned, then a man married to a divorced woman can be considered for church leadership.

หากสามารถเห็นได้แจ่มแจ้งว่า   ไม่มีความเสียหายร้ายแรงต่อพยานของคริสตจักร  แล้ว  ผู้ชายที่แต่งงานกับผู้หญิงที่หย่าร้างก็สามารถได้รับการพิจารณาให้เป็นผู้นำคริสตจักรได้

ordinances sacraments

พิธีตามพระบัญญัติ  พิธีศักดิ์สิทธิ์

What is the difference between ordinances and sacraments? Are baptism and communion considered ordinances or sacraments?

ความแตกต่างระหว่างพิธีตามพระบัญญัติ  และพิธีศักดิ์สิทธิ์คืออะไร พิธีบัพติศมาและพิธีมหาสนิทนับว่าเป็นพิธีตามพระบัญญัติ  หรือพิธีศักดิ์สิทธิ์


Question: "What is the difference between ordinances and sacraments?"
คำถาม: "ความแตกต่างระหว่างพิธีตามพระบัญญัติ และพิธีศักดิ์สิทธิ์คืออะไร "


Answer:  Roman Catholicism, Eastern Orthodoxy, and a few of the Protestant denominations use the term "sacrament" to refer to "a sign/rite which results in God's grace being conveyed to the individual."

คำตอบ: นิกายโรมันคาทอลิก  ออร์โธดอกซ์ตะวันออกและนิกายโปรเตสแตนท์ไม่กี่อย่างใช้คำว่า "พิธีศักดิ์สิทธิ์" เพื่อหมายถึง " สัญลักษณ์ หรือพิธีปฏิบัติที่ถ่ายโอนให้กับแต่ละบุคคลโดยพระคุณของพระเจ้า"
Typically, there are seven sacraments in these denominations.

โดยทั่วไป   มีพิธีศักดิ์สิทธิ์เจ็ดอย่างในนิกายเหล่านี้

They are baptism, confirmation, holy communion, confession, marriage, holy orders, and the anointing of the sick.

ได้แก่ พิธีบัพติศมา  พิธีกำลัง  พิธีมหาสนิท พิธีสารภาพบาป พิธีสมรส พิธีศีลอนุกรม และพิธีเจิมคนไข้

According to the Catholic Church, “There are seven sacraments.   They were instituted by Christ and given to the Church to administer.  They are necessary for salvation.  The sacraments are the vehicles of grace which they convey.”

ตามแบบคริสตจักรคาทอลิก "มีพิธีศักดิ์สิทธิ์เจ็ดอย่าง  พิธีเหล่านี้ถูกจัดตั้งโดยพระคริสต์และมอบให้กับคริสตจักรเพื่อปฏิบัติการ   พิธีเหล่านี้สำคัญต่อความรอด พิธีศักดิ์สิทธิ์เป็นพาหนะลำเลียงพระคุณที่ได้ถ่ายโอนมา"

The Bible, in contrast, tells us that grace is not given through outward symbols and no ritual is “necessary for salvation.”

ตรงกันข้าม พระคัมภีร์สอนเราว่าพระคุณไม่ได้ทรงประทานผ่านสัญลักษณ์ภายนอก

และไม่มีพิธีกรรมใดที่ "จำเป็นสำหรับความรอด"

Grace is free.

พระคุณได้มาเปล่าๆ


Titus ทิตัส 3:4-7 4But when the goodness and loving kindness of God our Savior appeared,

4แต่เมื่อพระเมตตาและความรักของพระเจ้า   ผู้ทรงช่วยเราทั้งหลายให้รอด   ได้ปรากฏในโลกแล้ว

5He saved us, not because of works done by us in righteousness, but according to his own mercy, by the washing of regeneration and renewal of the Holy Spirit,

5พระองค์ได้ทรงช่วยเราให้รอด   มิใช่ด้วยการกระทำที่ชอบธรรมของเราเอง   แต่พระองค์ทรงพระกรุณาชำระให้เรามีใจบังเกิดใหม่   และทรงสร้างเราขึ้นมาใหม่  โดยพระวิญญาณ

บริสุทธิ์

6whom He poured out on us richly through Jesus Christ our Savior,


6พระองค์นั้นได้ทรงประทานแก่เราทั้งหลายอย่างบริบูรณ์   โดยพระเยซูคริสต์พระผู้ช่วยให้รอดของเรา

7so that being justified by His grace we might become heirs according to the hope of eternal life.

7เพื่อเราจะได้เป็นคนชอบธรรมแล้วโดยพระคุณของพระองค์   และจะได้เป็นผู้ได้รับมรดกที่มุ่งหวังคือชีวิตนิรันดร์
An ordinance is simply a “prescribed practice or ceremony.”

พิธีตามพระบัญญัติเป็นเพียง "พิธีการหรือการปฏิบัติตามที่สั่งไว้"

Protestants and Evangelicals see ordinances as symbolic reenactments of the gospel message that Christ lived, died, rose from the dead, ascended to heaven, and will someday return.

พวกโปรเตสแตนต์และอีแวนเจลิคัล มองดูพิธีตามพระบัญญัติเป็นพระราชบัญญัติเชิงสัญลักษณ์ของข่าวประเสริฐแห่งพระกิตติคุณว่า     พระเยซูคริสต์ทรงพระชนม์อยู่  ทรงสิ้นพระชนม์ ทรงฟื้นขึ้นมาจากความตาย  แล้วเสด็จขึ้นไปสู่สวรรค์ และสักวันหนึ่งจะเสด็จกลับมา

Rather than being requirements for salvation, ordinances are visual aids to help us better understand and appreciate what Jesus Christ accomplished for us in His redemptive work.

แทนที่จะเป็นข้อกำหนดเพื่อรับความรอด    พิธีตามพระบัญญัติเป็นโสตทัศนูปกรณ์ที่จะช่วยให้เราเข้าใจและชื่นชมมากขึ้น   ในสิ่งที่พระเยซูคริสต์ทรงกระทำสำเร็จสำหรับเราคือพระราชกิจแห่งการทรงไถ่บาป


Ordinances are determined by three factors: they were instituted by Christ, they were taught by the apostles, and they were practiced by the early church.

พิธีตามพระบัญญัติจะถูกกำหนดโดยปัจจัยสามอย่าง: สิ่งเหล่านี้ถูกจัดตั้งโดยพระคริสต์  โดยอัครทูตเป็นผู้นำไปสั่งสอน  และผู้คนในคริสตจักรยุคแรกถือปฏิบัติกัน

Since baptism and communion are the only rites which meet these criteria, there can be only two ordinances.

เพราะว่าพิธีบัพติศมาและพิธีมหาสนิทเป็นพิธีกรรมที่ตรงกับเกณฑ์เหล่านี้เท่านั้น    ดังนั้นจึงนับว่ามีเพียงศาสนพิธีที่ต้องปฏิบัติสองอย่างนี้เท่านั้น

Neither of the ordinances is required for salvation, and neither is a “vehicle of grace.” 
ไม่มีข้อกำหนดว่าต้องมีพิธีตามพระบัญญัติสำหรับรับความรอด    และไม่มีศาสนพิธีใดที่เป็น "พาหนะลำเลียงพระคุณ"
Ordinances are generally understood to be those things Jesus told us to observe with other Christians.

โดยทั่วไป  มีความเข้าใจว่า พิธีตามพระบัญญัติเป็นพิธีต่างๆ  ที่พระเยซูทรงสั่งให้เราถือปฏิบัติร่วมกับคริสเตียนคนอื่น


Regarding baptism

เรื่องเกี่ยวกับพิธีบัพติสมา

 Matthew มัทธิว 28:18-20 18And Jesus came and said to them, “All authority in heaven and on earth has been given to Me.

18พระเยซูจึงเสด็จเข้ามาใกล้แล้วตรัสกับเขาว่า “ฤทธานุภาพทั้งสิ้นในสวรรค์ก็ดี   ในแผ่นดินโลกก็ดีทรงมอบไว้แก่เราแล้ว

19Go therefore and make disciples of all nations, baptizing them in the name of the Father and of the Son and of the Holy Spirit,

19เหตุฉะนั้นเจ้าทั้งหลายจงออกไปสั่งสอนชนทุกชาติ   ให้เป็นสาวกของเรา   ให้รับบัพติศมาในพระนามแห่งพระบิดา   พระบุตรและพระวิญญาณบริสุทธิ์

20teaching them to observe all that I have commanded you. And behold, I am with you always, to the end of the age.”

20สอนเขาให้ถือรักษาสิ่งสารพัดซึ่งเราได้สั่งพวกเจ้าไว้   นี่แหละเราจะอยู่กับเจ้าทั้งหลายเสมอไป จนกว่าจะสิ้นยุค”


As for communion, also called the Lord’s Supper

สำหรับพิธีมหาสนิท  เรายังเรียกว่าอาหารค่ำมื้อสุดท้ายของพระเจ้า

Luke ลูกา 22:19-20 19And He took bread, and when He had given thanks, He broke it and gave it to them, saying, “This is My body, which is given for you. Do this in remembrance of Me.”

19พระองค์ทรงหยิบขนมปัง   โมทนาพระคุณ   แล้วหักส่งให้แก่เขาทั้งหลาย   ตรัสว่า   “นี่เป็นกายของเรา   [ซึ่งได้ให้สำหรับท่านทั้งหลาย  จงกระทำอย่างนี้ให้เป็นที่ระลึกถึงเรา”

20And likewise the cup after they had eaten, saying, “This cup that is poured out for you is the new covenant in My blood.

20เมื่อรับประทานแล้ว   จึงทรงหยิบถ้วยกระทำเหมือนกันตรัสว่า   “ถ้วยนี้ซึ่งเทออกเพื่อท่านทั้งหลายเป็นคำสัญญาใหม่   โดยโลหิตของเรา

Most churches observe these two practices, but may not necessarily refer to them as ordinances.

คริสตจักรส่วนใหญ่ถือปฏิบัติทั้งสองพิธี แต่ไม่จำเป็นจะต้องหมายความว่าทั้งสองพิธีนั้นเป็นพิธีที่ต้องปฏิบัติ

www.gotquestions.org/Thai

Married to Divorced and Ordinances and Sacraments

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top