Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Wednesday, February 8, 2017

 

head coverings

สิ่งที่คลุมบนศีรษะ

Should Christian women wear a head covering? What was the meaning of head coverings in New Testament times?

ผู้หญิงคริสเตียนควรสวมผ้าคลุมศีรษะไหม  อะไรคือความหมายของสิ่งที่คลุมศีรษะในสมัยพันธสัญญาใหม่?

Question: "Should Christian women wear head coverings?"
คำถาม        ผู้หญิงคริสเตียนควรสวมผ้าคลุมศีรษะไหม "

Answer:คำตอบ:

1 Corinthians 1 โครินธ์ 11:3-16 3But I want you to understand that the head of every man is Christ, the head of a wife is her husband, and the head of Christ is God.

3แต่ข้าพเจ้าใคร่ให้ท่านเข้าใจว่า   พระคริสต์ทรงเป็นศีรษะของชายทุกคน   และชายเป็นศีรษะของหญิง   และพระเจ้าทรงเป็นพระเศียรของพระคริสต์

4Every man who prays or prophesies with his head covered dishonors his head,

4ผู้ชายที่อธิษฐานหรือเผยพระวจนะ   โดยมีผ้าคลุมศีรษะอยู่   ก็ทำความอัปยศแก่ศีรษะ

5but every wife who prays or prophesies with her head uncovered dishonors her head—it is the same as if her head were shaven.

5แต่ผู้หญิงที่อธิษฐานหรือเผยพระวจนะ   ถ้าไม่มีผ้าคลุมศีรษะก็ทำความอัปยศแก่ศีรษะ   เพราะเหมือนกับว่านางได้โกนผมเสียแล้ว

6For if a wife will not cover her head, then she should cut her hair short. But since it is disgraceful for a wife to cut off her hair or shave her head, let her cover her head.

6ถ้าผู้หญิงจะไม่คลุมศีรษะ   ก็ควรจะโกนผมเสีย   แต่ถ้าการที่ผู้หญิงจะตัดผม หรือโกนผมนั้น   เป็นสิ่งที่น่าอับอาย   จงเอาผ้าคลุมศีรษะเสีย

7For a man ought not to cover his head, since he is the image and glory of God, but woman is the glory of man.

7การที่ผู้ชายไม่สมควรจะคลุมศีรษะนั้น   ก็เพราะว่าผู้ชายเป็นพระฉายาและ พระสิริของพระเจ้า   ส่วนผู้หญิงนั้นเป็นศักดิ์ศรีของผู้ชาย

8For man was not made from woman, but woman from man.

8(เพราะว่าไม่ได้ทรงสร้างผู้ชายจากผู้หญิง   แต่ได้ทรงสร้างผู้หญิงจากผู้ชาย

9Neither was man created for woman, but woman for man.

9และไม่ได้ทรงสร้างผู้ชายไว้สำหรับผู้หญิง   แต่ทรงสร้างผู้หญิงไว้สำหรับผู้ชาย)

10That is why a wife ought to have a symbol of authority on her head, because of the angels. 

10ด้วยเหตุนี้เอง   ผู้หญิงจึงควรจะเอาสัญลักษณ์แห่งอำนาจนี้คลุมศีรษะ   เพราะเห็นแก่พวกทูตสวรรค์

11Nevertheless, in the Lord woman is not independent of man nor man of woman;

11(ถึงกระนั้นก็ดีในองค์พระผู้เป็นเจ้า   ผู้ชายก็ต้องพึ่งผู้หญิง   และผู้หญิงก็ต้องพึ่งผู้ชาย

12for as woman was made from man, so man is now born of woman. And all things are from God.

12เพราะว่าผู้หญิงนั้นทรงสร้างมาจากผู้ชายฉันใด   ต่อมาผู้ชายก็เกิดมาจากผู้หญิงฉันนั้น   แต่สิ่งสารพัดก็มีมาจากพระเจ้า)

13Judge for yourselves: is it proper for a wife to pray to God with her head uncovered?

13ท่านทั้งหลายจงตัดสินเองเถิดว่า   เป็นการสมควรหรือไม่ที่ผู้หญิงจะไม่คลุมศีรษะ   เมื่ออธิษฐานต่อพระเจ้า

14Does not nature itself teach you that if a man wears long hair it is a disgrace for him,

14ธรรมชาติไม่ได้สอนท่านหรือว่า   ถ้าผู้ชายไว้ผมยาวก็เป็นที่น่าอาย

15but if a woman has long hair, it is her glory? For her hair is given to her for a covering.

15แต่ถ้าผู้หญิงไว้ผมยาวก็เป็นสง่า   เพราะว่าผมเป็นสิ่งที่ประทานให้แก่เขาเพื่อคลุมศีรษะ

16If anyone is inclined to be contentious, we have no such practice, nor do the churches of God.

16แต่ถ้าผู้ใดจะโต้แย้ง   เราและคริสตจักรของพระเจ้าไม่รับธรรมเนียมอย่างที่โต้แย้งนั้น

This addresses the issue of women and head coverings.

นี่เป็นการกล่าวถึงเรื่องของผู้หญิงและผ้าคลุมศีรษะ

The context of the passage is submission to the God-given order and "chain of command."

บริบทของพระธรรมตอนนี้คือ    การยอมเชื่อฟังระเบียบที่พระเจ้าทรงกำหนดไว้   และ พระบัญชาที่ผูกพัน

A "covering" on a woman's head is used as an illustration of the order, headship, and the authority of God.

“สิ่งที่คลุม.บนศีรษะของผู้หญิงคนหนึ่ง ถูกใช้เป็นเครื่องแสดง  ความเป็นระเบียบ  ความเป็นผู้นำครอบครัว และสิทธิอำนาจของพระเจ้า



The key verse of this passage is the first one we read.

ข้อพระคัมภีร์สำคัญของพระธรรมตอนนี้เป็นสิ่งแรกที่เราควรอ่าน

1 Corinthians 1โครินธ์ 11:3 3But I want you to understand that the head of every man is Christ, the head of a wife is her husband, and the head of Christ is God.

3แต่ข้าพเจ้าใคร่ให้ท่านเข้าใจว่า   พระคริสต์ทรงเป็นศีรษะของชายทุกคน   และชายเป็นศีรษะของหญิง   และพระเจ้าทรงเป็นพระเศียรของพระคริสต์

The rest of the passage deals with the implications of this truth.

เนื้อหาพระธรรมตอนที่เหลือนี้เกี่ยวกับการบอกแฝงเป็นนัยของความจริงนี้

The order of authority is God the Father, God the Son, the man or husband, and the woman or wife.

ระเบียบของสิทธิอำนาจคือ   พระเจ้าพระบิดา   พระบุตรพระเจ้า   ผู้ชายหรือสามี และผู้หญิงหรือภรรยา

The veil or covering on the head of a believing Corinthian wife showed that she was under the authority of her husband, and therefore in submission to God.
ผ้าคลุมศีรษะหรือที่ครอบคลุมบนศีรษะของภรรยาผู้เชื่อชาวเมืองโครินธ์แสดงให้เห็นว่าเธออยู่ภายใต้สิทธิอำนาจของสามีของเธอ   และดังนั้นเป็นการยอมเชื่อฟังทำตามพระเจ้า
Verse 10 is interesting: "For this reason the woman ought to have a symbol of authority on her head, because of the angels."

ข้อ 10 นี้น่าสนใจ “ ด้วยเหตุนี้เองผู้หญิงจึงควรเอาสัญลักษณ์แห่งอำนาจนี้คลุมศีรษะ เพราะเห็นแก่พวกทูตสวรรค์”

Why is it important to angels that a woman wear a head covering?

ทำไมจึงถือว่าสำคัญแก่พวกทูตสวรรค์ที่ผู้หญิงสวมผ้าคลุมศีรษะ

We know that God’s relationship with mankind is something that angels watch and learn from.

เรารู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างพระเจ้ากับมนุษย์เป็นสิ่งที่พวกทูตสวรรค์เฝ้าดูและเรียนรู้จากนี้

1 Peter 1เปโตร 1:12 12It was revealed to them that they were serving not themselves but you, in the things that have now been announced to you through those who preached the good news to you by the Holy Spirit sent from heaven, things into which angels long to look.

12ก็ทรงโปรดเผยให้ผู้เผยพระวจนะเหล่านั้นทราบว่า   ที่เขาเหล่านั้นได้ ปรนนิบัติในเหตุการณ์ทั้งปวงนั้น   ไม่ใช่สำหรับเขาเองแต่สำหรับท่านทั้งหลาย   บัดนี้คนเหล่านั้นที่ประกาศข่าวประเสริฐแก่ท่านทั้งหลาย   ก็ได้กล่าวสิ่งเหล่านั้น แก่ท่านแล้ว   โดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่ทรงโปรดประทานจากสวรรค์   เป็นสิ่งซึ่งพวกทูตสวรรค์ปรารถนาจะได้ดู

Therefore, a woman's submission to God's delegated authority is an example to angels.

ดังนั้น การที่ผู้หญิงยอมจำนนเชื่อฟังต่อสิทธิอำนาจของพระเจ้าที่ได้ทรงมอบให้    เป็นตัวอย่างที่ดีแก่พวกทูตสวรรค์

The holy angels, who are perfectly submissive to God, expect that we, as followers of Christ, be the same.
พวกทูตสวรรค์ที่บริสุทธิ์  ผู้ที่ยอมจำนนต่อพระเจ้าอย่างสมบูรณ์   คาดหวังว่าเราผู้เป็นสาวกของพระเยซูคริสต์ก็จะเป็นเหมือนกัน
The covering mentioned in verse 13 could be a cloth, but it can also refer to a woman's hair length, based on the next two verses.

สิ่งที่คลุมไว้ที่กล่าวถึงในข้อ 13 อาจจะเป็นผ้า แต่ก็ยังสามารถหมายถึงความยาวเส้นผม ของผู้หญิงคนนั้น    ตามพระคัมภีร์สองข้อถัดไปคือ

1 Corinthians 1โครินธ์ 11:14-15 14Does not nature itself teach you that if a man wears long hair it is a disgrace for him,

14ธรรมชาติไม่ได้สอนท่านหรือว่า   ถ้าผู้ชายไว้ผมยาวก็เป็นที่น่าอาย

15but if a woman has long hair, it is her glory? For her hair is given to her for a covering.

15แต่ถ้าผู้หญิงไว้ผมยาวก็เป็นสง่า   เพราะว่าผมเป็นสิ่งที่ประ ทานให้แก่เขาเพื่อคลุมศีรษะ 

In the context of this passage, a woman who is wearing her hair longer marks herself out distinctly as a woman and not a man.

ในบริบทของพระธรรมตอนนี้    ผู้หญิงคนที่ไว้ผมยาวของเธอเป็นการแสดงตัวเองออกมาอย่างเห็นได้ชัดว่าเป็นผู้หญิงคนหนึ่งและไม่ได้เป็นผู้ชาย

The apostle Paul is saying that, in the Corinthian culture, when a wife's hair was longer than her husband's, it showed her submission to his headship.

อัครทูตเปาโลกำลังบอกว่า   ในวัฒนธรรมเมืองโครินธ์เมื่อเส้นผมของภรรยายาวกว่าของสามีของเธอ    มันแสดงให้เห็นว่าเธอยอมให้เขาเป็นผู้นำ

The roles of the male and female are designed by God to portray a profound spiritual lesson, that is, of submission to the will and the order of God.
บทบาทของชายและหญิงพระเจ้าทรงกำหนดไว้  เพื่อให้เห็นภาพเป็นบทเรียนที่ลึกซึ้งฝ่ายวิญญาณ  นั่นคือ  เป็นการยอมเชื่อฟังทำตามพระประสงค์และระเบียบของพระเจ้า
But why was hair an issue in Corinth?

แต่ทำไมมีปัญหาเรื่องผมในเมืองโครินธ์

The answer lies in the culture of the day.

คำตอบอยู่ที่การถือวัฒนธรรมของสมัยนั้น

The city of Corinth had a temple dedicated to Aphrodite, the goddess of love, and the place was infamous for the practice of ritual prostitution.

เมืองโครินธ์มีวิหารที่ถวายแด่พระนางแอฟโฟรไดท์   เทพีแห่งความรัก    และสถานที่นั้นเป็นที่น่าอับอายสำหรับพิธีกรรมปฏิบัติการค้าประเวณี



The women who served in the temple had their heads shaved.

ผู้หญิงที่ทำหน้าที่รับใช้ในพระวิหารได้โกนศีรษะของพวกเขาหมด

In the Corinthian culture, then, a shaved head marked a woman as a temple prostitute.

แล้วในวัฒนธรรมเมืองโครินธ์   ศีรษะที่โกนผมออกแสดงเครื่องหมายว่าผู้หญิงเป็นโสเภณีประจำพระวิหาร

Paul tells the church that a woman who is shorn or shaved should be covered.

เปาโลสอนคริสตจักรว่าผู้หญิงคนหนึ่งที่ตัดผมสั้นหรือโกนศีรษะ  นางควรได้คลุมศีรษะเสีย

1 Corinthians 1โครินธ์ 11:6 6For if a wife will not cover her head, then she should cut her hair short. But since it is disgraceful for a wife to cut off her hair or shave her head, let her cover her head.

6ถ้าผู้หญิงจะไม่คลุมศีรษะ   ก็ควรจะโกนผมเสีย   แต่ถ้าการที่ผู้หญิงจะตัดผมหรือโกนผมนั้น   เป็นสิ่งที่น่าอับอาย   จงเอาผ้าคลุมศีรษะเสีย

For a woman shorn of her hair had lost her "glory," and she was not under the protection of a husband.

สำหรับผู้หญิงที่ตัดเส้นผมของเธอได้สูญเสีย “สง่าราศี”ไป และนางก็ไม่ได้อยู่ภายใต้การคุ้มครองของสามี


A shorn head without a covering sent a message: "I refuse to submit to God's order."

ศีรษะที่ผมถูกตัดไปโดยไม่มีอะไรคลุมนั้น    เท่ากับส่งข้อความไปว่า “ฉันปฏิเสธที่ยอมจำนนเชื่อฟังระเบียบของพระเจ้า”

Therefore, Paul is teaching the Corinthians that hair length or the wearing of a "covering" by the woman was an outward indication of submission to God and to His established authority.

ดังนั้น เปาโลสอนชาวโครินธ์ว่า  ความยาวของผมหรือการสวม”ที่คลุมศีรษะ” ของผู้หญิง

นั้น  เป็นการแสดงออกภายนอกว่านางยอมจำนนเชื่อฟังพระเจ้าและสิทธิอำนาจของผู้ที่ทรงตั้งไว้

This was one way the Corinthian church was to be separate from the corrupt pagan culture surrounding them,

นี่เป็นวิธีหนึ่งที่คริสตจักรโครินธ์จะแยกต่างหากจากวัฒนธรรมพวกนอกรีตที่เสื่อมเสียที่ล้อมรอบพวกเขา

2 Corinthians 2โครินธ์ 6:17 17Therefore, if anyone is in Christ, he is a new creation. The old has passed away; behold, the new has come.

17เหตุฉะนั้นถ้าผู้ใดอยู่ในพระคริสต์   ผู้นั้นก็เป็นคนที่ถูกสร้างใหม่แล้ว   สิ่งสารพัดที่เก่าๆก็ล่วงไป   นี่แน่ะกลายเป็นสิ่งใหม่ทั้งนั้น
This passage does not teach the woman is inferior to the man or that she should be submissive to every man.

ข้อพระธรรมตอนนี้ไม่ได้สอนว่า   ผู้หญิงคนนั้นเป็นคนที่ด้อยกว่าหรือว่าเธอควรจะยอมเชื่อฟังผู้ชายทุกคน

It is simply teaching God's order and spiritual headship in the marriage relationship.

มันเป็นเพียงแค่คำสอนเรื่องกฎระเบียบของพระเจ้า   และความเป็นผู้นำฝ่ายจิตวิญญาณในความสัมพันธ์แบบคู่สมรส



In the Corinthian culture, a woman who covered her head during worship or when she was in public displayed her submission to authority.
ในวัฒนธรรมเมืองโครินธ์  ผู้หญิงคนหนึ่งที่สวมผ้าคลุมศีรษะของเธอในระหว่างการนมัสการ    หรือเมื่อเธออยู่ในที่สาธารณะ    แสดงการที่เธอยอมจำนนเชื่อฟังผู้มีสิทธิอำนาจ
In today's culture, we no longer view a woman's wearing of a head covering as a sign of submission.

ในวัฒนธรรมของเราทุกวันนี้   เราไม่ได้ดูว่าผู้หญิงที่สวมผ้าคลุมศีรษะเป็นสัญลักษณ์ของการยอมจำนนเชื่อฟัง

In most modern societies, scarves and hats are fashion accessories, nothing more.

ในสังคมทันสมัยส่วนใหญ่  ผ้าพันคอและหมวกเป็นเครื่องประดับแฟชั่น ไม่สำคัญอะไร

A woman today still has the choice to wear a head covering if she views it as a sign of her submission to her husband’s authority.

ผู้หญิงทุกวันนี้ยังคงมีทางเลือกที่จะสวมผ้าคลุมศีรษะ   ถ้าเธอมองว่ามันเป็นสัญลักษณ์ของการที่เธอยอมจำนนเชื่อฟังสิทธิอำนาจของสามีของเธอ

However, it is a personal choice and not a sign of spirituality.

แต่  ก็เป็นการตัดสินใจเลือกส่วนตัว   และไม่ได้เป็นเครื่องหมายฝ่ายจิตวิญญาณ

The real issue is the heart’s attitude of obedience and submission to authority,

ปัญหาที่แท้จริงคือท่าทีของหัวใจแห่งการเชื่อฟัง  และยอมจำนนต่อผู้มีสิทธิอำนาจ

Ephesians เอเฟซัส 5:22 22Wives, submit to your own husbands, as to the Lord.

22ฝ่ายภรรยา   จงยอมฟังสามีของตน   เหมือนยอมฟังองค์พระผู้เป็นเจ้า

God is far more concerned with the attitude in the heart than a covering on the head.

พระเจ้าทรงสนพระทัยท่าทีในหัวใจเรามากกว่าเรื่องสิ่งที่ใช้คลุมบนศีรษะ

duties of elders in the church

หน้าที่ของผู้ปกครองในคริสตจักร

What are the duties of an elder in the church? How are elders to be the overseers of the church?

อะไรเป็นหน้าที่ของผู้ปกครองในคริสตจักร    ผู้ปกครองจะเป็นผู้ดูแลคริสตจักรได้อย่างไร


Question: "What are the duties of an elder in the church?"
คำถาม: "อะไรเป็นหน้าที่ของผู้ปกครองในคริสตจักร"

Answer:  The Bible spells out at least five duties and obligations of an elder:
คำตอบ: พระคัมภีร์ประกาศบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ปกครองอย่างน้อยห้าอย่างคือ:
1) The elders help to settle disputes in the church. “While Paul and Barnabas were at Antioch of Syria, some men from Judea arrived and began to teach the Christians 'unless you keep the ancient Jewish custom of circumcision taught by Moses, you cannot be saved.'

1) ผู้ปกครองช่วยระงับข้อพิพาทในคริสตจักร "ในขณะที่เปาโลและบารนาบัสพักอยู่ที่อันติโอคแห่งซีเรีย  บางคนจากแคว้นยูเดียมาถึงและเริ่มต้นสั่งสอนคริสเตียนว่า 'ถ้าพวกท่านไม่รักษาประเพณีชาวยิวโบราณเรื่องการเข้าสุหนัตตามที่โมเสสกำหนดไว้  ท่านจะไม่สามารถรอดได้.

Paul and Barnabas, disagreeing with them, argued forcefully and at length.

เปาโลและบารนาบัสไม่เห็นด้วยกับพวกเขา  จึงถกเถียงโต้แย้งกันอย่างรุนแรงและยาวนาน

Finally, Paul and Barnabas were sent to Jerusalem, accompanied by some local believers, to talk to the apostles and elders about this question”

สุดท้ายเปาโลและบารนาบัสถูกส่งตัวไปยังกรุงเยรูซาเล็ม    พร้อมด้วยผู้เชื่อในท้องถิ่นเพื่อจะพูดคุยกับอัครทูตและผู้ปกครองเกี่ยวกับคำถามนี้"

Acts กิจการ 15:1-2 1But some men came down from Judea and were teaching the brothers, “Unless you are circumcised according to the custom of Moses, you cannot be saved.”

1มีบางคนลงมาจากแคว้นยูเดียได้สั่งสอนพวกพี่น้องว่า   ถ้าไม่เข้าสุหนัตตามจารีตของโมเสส จะรอดไม่ได้

2And after Paul and Barnabas had no small dissension and debate with them, Paul and Barnabas and some of the others were appointed to go up to Jerusalem to the apostles and the elders about this question.

2เมื่อเกิดการโต้แย้งและไล่เลียงกัน   ระหว่างเปาโลและบารนาบัสกับ คนเหล่านั้นมากมายแล้ว   เขาทั้งหลายได้ตั้งเปาโลและบารนาบัสกับคนอื่นๆ   ในพวกนั้นให้ขึ้นไปหารือกับอัครทูตและผู้ปกครองในกรุงเยรูซาเล็ม   ในเรื่องที่เถียงกันนั้น

The question was raised and forcefully argued, then taken to the apostles and elders for a decision.

คำถามได้ถูกยกขึ้นมาเป็นที่ถกเถียงกันอย่างรุนแรง    จากนั้นนำไปสู่อัครทูตและผู้ปกครองสำหรับการตัดสินชี้ขาด

This passage teaches that elders are decision makers.
ข้อพระธรรมตอนนี้สอนว่าผู้ปกครองเป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจ
2) They pray for the sick.

2) พวกเขาอธิษฐานวิงวอนให้คนป่วย

James ยากอบ 5:14 14Is anyone among you sick? Let him call for the elders of the church, and let them pray over him, anointing him with oil in the name of the Lord.

14มีผู้ใดในพวกท่านเจ็บป่วยหรือ   จงให้ผู้นั้นเชิญบรรดาผู้ปกครองของคริสตจักรมา   และให้ท่านเหล่านั้นอธิษฐานเพื่อเขา   และเจิมเขาด้วยน้ำมันในพระนาม ขององค์พระผู้เป็นเจ้า

An elder who meets the biblical qualifications has a godly life.

ผู้ปกครองผู้ที่มีคุณสมบัติตรงตามคุณสมบัติในพระคัมภีร์มีชีวิตที่ยำเกรงพระเจ้า

James ยากอบ 5:16 16Therefore, confess your sins to one another and pray for one another, that you may be healed. The prayer of a righteous person has great power as it is working. 

16เหตุฉะนั้นท่านทั้งหลายจงสารภาพบาปต่อกันและกัน   และจงอธิษฐานเพื่อกันและกัน   เพื่อท่านทั้งหลายจะพ้นโรคภัย   คำอธิษฐานของผู้ชอบธรรมนั้นมีพลังทำให้เกิดผล

One of the necessities in prayer is to pray for the Lord’s will to be done, and elders are expected to do this.
ความจำเป็นอย่างหนึ่งในการอธิษฐาน  คือการอธิษฐานขอให้พระประสงค์ของพระเจ้าสำเร็จ  และคาดหวังว่าผู้ปกครองจะทำเช่นนี้
3) They are to watch out for the church in humility.

3) พวกเขาจะคอยเฝ้าดูแลสมาชิกคริสตจักรด้วยความถ่อมใจ

1 Peter 1 เปโตร 5:1-4 1So I exhort the elders among you, as a fellow elder and a witness of the sufferings of Christ, as well as a partaker in the glory that is going to be revealed:

1เหตุฉะนั้นข้าพเจ้าจึงตักเตือนบรรดาผู้ใหญ่ในพวกท่านทั้งหลาย   ในฐานะที่ข้าพเจ้าก็เป็นผู้ใหญ่คนหนึ่ง   และเป็นพยานถึงความทุกข์ทรมานของพระคริสต์   และมีส่วนที่จะรับศักดิ์ศรีอันจะมาปรากฏภายหลัง

2shepherd the flock of God that is among you, exercising oversight, not under compulsion, but willingly, as God would have you; not for shameful gain, but eagerly;

2จงเลี้ยงฝูงแกะของพระเจ้าที่อยู่ในความดูแลของท่าน   ไม่ใช่ด้วยความฝืนใจแต่ ด้วยความเต็มใจ   ไม่ใช่ด้วยการเห็นแก่ทรัพย์สิ่งของที่ได้มาโดยทุจริต   แต่ด้วยใจเลื่อมใส

3not domineering over those in your charge, but being examples to the flock.

3และไม่ใช่เหมือนเป็นเจ้านายที่ข่มขี่ผู้ที่อยู่ใต้อำนาจ   แต่เป็นแบบอย่างแก่พวกลูกแกะนั้น

4And when the chief Shepherd appears, you will receive the unfading crown of glory.

4และเมื่อพระผู้เลี้ยงผู้ยิ่งใหญ่จะเสด็จมาปรากฏ   ท่านทั้งหลายจะรับศักดิ์ศรีเป็นมงกุฎที่ร่วงโรยไม่ได้เลย

Elders are God’s designated leaders of the church; the flock is entrusted to them.

ผู้ปกครองเป็นผู้นำของคริสตจักรที่ได้รับมอบหน้าที่จากพระเจ้า  ; พวกลูกแกะต้องไว้วางใจเชื่อฟังพวกเขา

They are not to lead for financial gain but because of their desire to serve and shepherd the flock.
พวกเขาต้องไม่เป็นผู้นำเพื่อเห็นแก่ประโยชน์ทางการเงิน   แต่เป็นเพราะความปรารถนาที่จะรับใช้และดูแลพวกลูกแกะ
4) They are to guard the spiritual life of the flock.

4) พวกเขาต้องปกป้องชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณของพวกลูกแกะ

Hebrews ฮีบรู 13:17 17Obey your leaders and submit to them, for they are keeping watch over your souls, as those who will have to give an account. Let them do this with joy and not with groaning, for that would be of no advantage to you.

17ท่านทั้งหลายจงเชื่อฟังและยอมอยู่ในโอวาทของหัวหน้าของท่าน   จงให้เขาทำงานนี้ด้วยความชื่นใจ   ไม่ใช่ด้วยความเศร้าใจ   ซึ่งจะไม่เป็นประโยชน์อะไรแก่ท่านทั้งหลายเลย   เพราะว่าท่านเหล่านั้นดูแลรักษาจิตวิญญาณของท่านอยู่   เสมือนหนึ่งผู้ที่จะต้องเสนอรายงาน  

This verse does not specifically say “elders,” but the context is about church leaders.

ข้อนี้ไม่ได้พูดเฉพาะเจาะจงว่า "ผู้ปกครอง" แต่บริบทเป็นเรื่องเกี่ยวกับผู้นำคริสตจักร

They are accountable for the spiritual life of the church.
พวกเขามีความรับผิดชอบต่อชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณของสมาชิกคริสตจักร
5) They are to spend their time in prayer and teaching the Word.

5) พวกเขาต้องใช้เวลาในการอธิษฐานและสั่งสอนพระวจนะ

Acts กิจการ 6:2-4 2And the twelve summoned the full number of the disciples and said, “It is not right that we should give up preaching the word of God to serve tables.

2ฝ่ายอัครทูตทั้งสิบสองคนจึงเรียกบรรดาศิษย์ให้ประชุมกัน   แล้วกล่าวว่า   “ซึ่งเราจะละเลยพระวจนะของพระเจ้า   มัวไปแจกอาหารก็หาควรไม่

3Therefore, brothers, pick out from among you seven men of good repute, full of the Spirit and of wisdom, whom we will appoint to this duty.

3เหตุฉะนั้นพี่น้องทั้งหลายจงเลือกเจ็ดคนในพวกท่าน   ที่มีชื่อเสียงดีประกอบด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์และสติปัญญา   เราจะตั้งเขาให้ดูแลการงานนี้

4But we will devote ourselves to prayer and to the ministry of the word.”

4ฝ่ายพวกเราจะขะมักเขม้นอธิษฐาน   และรับใช้พระเจ้าในพันธกิจแห่งพระวจนะเสมอไป”

This is for the apostles, Peter was both an apostle and an elder.

ข้อนี้สำหรับอัครทูตทั้งหลาย เปโตรเป็นทั้งอัครทูตและผู้ปกครอง

1 Peter 1เปโตร 5:1 1So I exhort the elders among you, as a fellow elder and a witness of the sufferings of Christ, as well as a partaker in the glory that is going to be revealed:

1เหตุฉะนั้นข้าพเจ้าจึงตักเตือนบรรดาผู้ใหญ่ในพวกท่านทั้งหลาย   ในฐานะที่ข้าพเจ้าก็เป็นผู้ใหญ่คนหนึ่ง   และเป็นพยานถึงความทุกข์ทรมานของพระคริสต์   และมีส่วนที่จะรับศักดิ์ศรีอันจะมาปรากฏภายหลัง

This verse also shows us the difference between the duties of elder and deacon.
ข้อพระคัมภีร์นี้ยังแสดงให้เราเห็นความแตกต่างระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ปกครองและมัคนายก

Simply put, the elders should be peacemakers, prayer warriors, teachers, leaders by example, and decision makers.

เพียงแค่ผู้ปกครองควรเป็นผู้สร้างสันติ   นักรบอธิษฐาน   ครูผู้สอน  ผู้นำ โดยเป็นตัวอย่างและผู้มีอำนาจตัดสินใจ

They are the preaching and teaching leaders of the church.

พวกเขาเป็นผู้นำของคริสตจักรที่ทำหน้าที่เทศนาและสั่งสอนพระวจนะ

It is a position to be sought but not taken lightly—read this warning:

มันเป็นตำแหน่งที่ต้องถูกสอดส่อง ไม่ใช่เป็นงานง่ายๆสบาย ๆ--จงอ่านคำเตือนนี้:

James ยากอบ 3:1 1Not many of you should become teachers, my brothers, for you know that we who teach will be judged with greater strictness.

1ดูก่อนพี่น้องของข้าพเจ้า   อย่าให้เป็นอาจารย์กันมากหลายคนเลย   เพราะท่านก็รู้ว่า   เราทั้งหลายที่เป็นผู้สอนนั้น   จะได้รับการทรงพิพากษาที่เข้มงวดกว่าผู้อื่น

www.gotquestions.org/Thai

Head Covering and Duties of Elders

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top