Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Thursday, February 9, 2017

 

conflict in the church

ความขัดแย้งในคริสตจักร


How should conflict in the church be handled? What is the proper way for a church to solve conflicts among its members?

เราควรจัดการความขัดแย้งในคริสตจักรอย่างไร   อะไรเป็นวิธีที่เหมาะสมสำหรับคริสตจักรที่จะแก้ปัญหาความขัดแย้งในหมู่สมาชิก


Question: "How should conflict in the church be handled?"
คำถาม: "เราควรจัดการความขัดแย้งในคริสตจักรอย่างไร”


Answer:  There are many areas of a church where conflict can develop.

คำตอบ: มีหลายพื้นที่ในคริสตจักรที่สามารถก่อให้เกิดความขัดแย้งได้

However, most of them tend to fall under one of three categories: conflict due to blatant sin among believers, conflict with leadership, and conflict between believers.

แต่  ความขัดแย้งส่วนใหญ่มีแนวโน้มที่เกิดจากปัจจัยหนึ่งในความขัดแย้งสามรูปแบบ: ความขัดแย้งอันเนื่องจากความผิดบาปที่เห็นได้ชัดในหมู่ผู้เชื่อ     ความขัดแย้งกับผู้นำ  และความขัดแย้งระหว่างผู้เชื่อ

Admittedly, many issues can cross over and actually involve two or more of these categories.
เป็นที่ยอมรับกันว่า    หลายประเด็นสามารถข้ามพ้นไป    และแท้จริงมันเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งสองรูปแบบหรือมากกว่านั้น



Believers who blatantly sin pose a conflict for the church, as seen in 1 Corinthians 5.

ผู้เชื่อหลายคนที่ทำบาปชัดเจนก่อให้เกิดความขัดแย้งในโบสถ์  เราอ่านพบในพระธรรม 1 โครินธ์ 5

The church that does not deal with sin among the members will open the door to more problems.

คริสตจักรที่ไม่จัดการกับความผิดบาปในหมู่สมาชิก    เท่ากับเปิดประตูไปสู่ปัญหาอื่น ๆ อีกมากมาย

The church is not called to be judgmental of unbelievers, but the church is expected to confront and restore believers who are unrepentant of sins such as those listed in 

คริสตจักรไม่ได้ตั้งขึ้นมาเพื่อจะทำการตัดสินบรรดาผู้ไม่เชื่อ  แต่เป็นที่คาดว่าคริสตจักรจะเผชิญหน้าและรื้อฟื้นผู้เชื่อที่สำนึกผิดต่อบาป  ดังเช่นที่ระบุไว้ใน

1 Corinthians 1โครินธ์ 5:11 11But now I am writing to you not to associate with anyone who bears the name of brother if he is guilty of sexual immorality or greed, or is an idolater, reviler, drunkard, or swindler—not even to eat with such a one.

11แต่ข้าพเจ้าเขียนบอกท่านว่า   ถ้าผู้ใดได้ชื่อว่าเป็นพี่น้องแล้ว   แต่ยังล่วงประเวณี   เป็นคนโลภ   เป็นคนถือรูปเคารพ   เป็นคนปากร้าย   เป็นคนขี้เมา   หรือเป็นคนฉ้อโกง   อย่าคบคนอย่างนั้น   แม้จะกินด้วยกันก็อย่าเลย

Such individuals are to not be accepted by the church until they are willing to repent. 

แต่ละบุคคลดังกล่าวต้องไม่เป็นที่ยอมรับจากคริสตจักร    จนกว่าพวกเขาจะเต็มใจที่จะกลับใจใหม่

Matthew มัทธิว 18:15-17 15“If your brother sins against you, go and tell him his fault, between you and him alone. If he listens to you, you have gained your brother.

15“หากว่าพี่น้องของท่านผู้หนึ่งทำผิดบาปต่อท่าน   จงไปแจ้งความผิดบาปนั้นแก่เขา   สองต่อสองเท่านั้น   ถ้าเขาฟังท่าน   ท่านจะได้พี่น้องคืนมา

16But if he does not listen, take one or two others along with you, that every charge may be established by the evidence of two or three witnesses.

16แต่ถ้าเขาไม่ฟังท่านจงนำคนหนึ่งหรือสองคนไปด้วย   ให้เป็นพยานสองสามปากเพื่อทุกคำจะเป็นหลักฐานได้

17If he refuses to listen to them, tell it to the church. And if he refuses to listen even to the church, let him be to you as a Gentile and a tax collector.

17ถ้าเขาไม่ฟังคนเหล่านั้น   จงไปแจ้งความต่อคริสตจักร   ถ้าเขายังไม่ฟังคริสตจักรอีก   ก็ให้ถือเสียว่าเขาเป็นเหมือนคนต่างชาติหรือคนเก็บภาษี

This provides a concise procedure for the confrontation and restoration of a believer.

สิ่งนี้ตระเตรียมกระบวนการรัดกุมสำหรับการเผชิญหน้าและการฟื้นฟูผู้เชื่อ

Confrontation should be done carefully, meekly, and with the goal of restoration

การเผชิญหน้าควรจะทำอย่างระมัดระวัง    สุภาพอ่อนโยน   และมีเป้าหมายในการฟื้นกลับสู่สภาพเดิม

Galatians กาลาเทีย 6:1 1Brothers, if anyone is caught in any transgression, you who are spiritual should restore him in a spirit of gentleness. Keep watch on yourself, lest you too be tempted.

1ดูก่อนพี่น้องทั้งหลาย   แม้จับผู้ใดที่ละเมิดประการใดได้   ท่านซึ่งอยู่ฝ่ายพระวิญญาณ   จงช่วยผู้นั้นด้วยใจอ่อนสุภาพให้เขากลับตั้งตัวใหม่   โดยคิดถึงตัวเอง   เกรงว่าท่านจะถูกชักจูงให้หลงไปด้วย



Churches that lovingly discipline sinning individuals will curtail a great deal of conflict in the church.
คริสตจักรทั้งหลายที่ลงวินัยแต่ละบุคคลที่ทำบาปด้วยความรัก   จะตัดทอนความขัดแย้งในคริสตจักรลงอย่างมาก


At times, believers might not be content with the actions or policies of church leaders.

บางครั้ง  ผู้เชื่อทั้งหลายอาจจะไม่พอใจการกระทำหรือนโยบายของผู้นำคริสตจักร

An incident early in the history of the church illustrates this.

เหตุการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ของคริสตจักรเริ่มแรก ได้แสดงให้เราเห็นภาพนี้

Acts กิจการ 6:1-7 1Now in these days when the disciples were increasing in number, a complaint by the Hellenists arose against the Hebrews because their widows were being neglected in the daily distribution.

1ในคราวนั้นเมื่อศิษย์กำลังทวีมากขึ้น   พวกนิยมกรีกบ่นติเตียนพวกฮีบรูว่า   ในการแจกทานทุกๆวันนั้น   เขาเว้นไม่ได้แจกให้พวกแม่ม่ายชาวกรีก

2And the twelve summoned the full number of the disciples and said, “It is not right that we should give up preaching the word of God to serve tables.

2ฝ่ายอัครทูตทั้งสิบสองคนจึงเรียกบรรดาศิษย์ให้ประชุมกัน   แล้วกล่าวว่า   “ซึ่งเราจะละเลยพระวจนะของพระเจ้า   มัวไปแจกอาหารก็หาควรไม่

3Therefore, brothers, pick out from among you seven men of good repute, full of the Spirit and of wisdom, whom we will appoint to this duty.

3เหตุฉะนั้นพี่น้องทั้งหลายจงเลือกเจ็ดคนในพวกท่าน   ที่มีชื่อเสียงดีประกอบด้วย พระวิญญาณบริสุทธิ์และสติปัญญา   เราจะตั้งเขาให้ดูแลการงานนี้

4But we will devote ourselves to prayer and to the ministry of the word.”

4ฝ่ายพวกเราจะขะมักเขม้นอธิษฐาน และรับใช้พระเจ้าในพันธกิจแห่งพระวจนะเสมอไป”

5And what they said pleased the whole gathering, and they chose Stephen, a man full of faith and of the Holy Spirit, and Philip, and Prochorus, and Nicanor, and Timon, and Parmenas, and Nicolaus, a proselyte of Antioch.

5คนทั้งหลายเห็นชอบกับคำนี้   จึงเลือกสเทเฟนผู้ประกอบด้วยความเชื่อและพระวิญญาณ บริสุทธิ์   กับฟีลิป   โปรโครัส   นิคาโนร์   ทิโมน   ปารเมนัส   และนิโคเลาส์ชาวเมืองอัน ทิโอกซึ่งเป็นผู้เข้าจารีตฝ่ายศาสนายิว

6These they set before the apostles, and they prayed and laid their hands on them.

6คนทั้งเจ็ดนี้เขาให้มายืนต่อหน้าพวกอัครทูต แล้วพวกอัครทูตก็อธิษฐานและ วางมือบนเขา  

7And the word of God continued to increase, and the number of the disciples multiplied greatly in Jerusalem, and a great many of the priests became obedient to the faith.

7การประกาศพระวจนะของพระเจ้าได้เจริญขึ้น   และจำพวกศิษย์ก็ทวีขึ้นเป็น อันมากในกรุงเยรูซาเล็ม   และพวกปุโรหิตเป็นอันมากก็ได้เชื่อในพระศาสนา


A group of people in the Jerusalem church complained to the apostles that some people were not being cared for as they ought.

กลุ่มคนในคริสตจักรเยรูซาเล็มบ่นต่ออัครทูตว่า    บางคนไม่ได้รับการดูแลเท่าที่พวกเขาสมควรได้รับ

The situation was remedied, and the church grew.

สถานการณ์นั้นได้ถูกแก้ไขให้ดีขึ้นและคริสตจักรก็เติบโตขึ้น

The early church used a conflict as an opportunity to improve the ministry.

คริสตจักรยุคแรกได้ใช้ความขัดแย้งเป็นโอกาสเพื่อที่จะปรับปรุงงานพันธกิจ


However, when churches do not have a clear process for dealing with concerns, people tend to create their own platforms.

อย่างไรก็ตาม   เมื่อคริสตจักรไม่ได้มีกระบวนการที่ชัดเจนในการจัดการกับเรื่องราวต่างๆ  ผู้คนดูเหมือนอยากจะสร้างเวทีสำหรับพูดของตัวเองขึ้นมา

Individuals may begin polling others in the church, get involved in gossip, or even form a block of "concerned people."

แต่ละบุคคลอาจจะเริ่มต้นสำรวจความคิดเห็นคนอื่น ๆ ในคริสตจักร    เข้าร่วมซุบซิบนินทา   หรือแม้กระทั่งสร้างสิ่งปิดกั้น "ผู้คนที่เกี่ยวข้อง"

Leadership can help avoid these problems by being selfless, loving shepherds.

ผู้นำสามารถช่วยหลีกเลี่ยงปัญหาเหล่านี้โดยการไม่เห็นแก่ตัวเอง  เป็นผู้เลี้ยงแกะที่น่ารัก

Leaders should be servants and examples rather than lords.

ผู้นำควรเป็นผู้รับใช้และเป็นตัวอย่างมากกว่าเป็นเจ้านาย

1 Peter 1 เปโตร 5:1-3 1So I exhort the elders among you, as a fellow elder and a witness of the sufferings of Christ, as well as a partaker in the glory that is going to be revealed:

1เหตุฉะนั้นข้าพเจ้าจึงตักเตือนบรรดาผู้ใหญ่ในพวกท่านทั้งหลาย   ในฐานะที่ข้าพเจ้าก็เป็นผู้ใหญ่คนหนึ่ง   และเป็นพยานถึงความทุกข์ทรมานของพระคริสต์   และมีส่วนที่จะรับศักดิ์ศรีอันจะมาปรากฏภายหลัง

2shepherd the flock of God that is among you, exercising oversight, not under compulsion, but willingly, as God would have you; not for shameful gain, but eagerly;

2จงเลี้ยงฝูงแกะของพระเจ้าที่อยู่ในความดูแลของท่าน   ไม่ใช่ด้วยความฝืนใจแต่ด้วย ความเต็มใจ   ไม่ใช่ด้วยการเห็นแก่ทรัพย์สิ่งของที่ได้มา โดยทุจริต   แต่ด้วยใจเลื่อมใส

3not domineering over those in your charge, but being examples to the flock.

3และไม่ใช่เหมือนเป็นเจ้านายที่ข่มขี่ผู้ที่อยู่ใต้อำนาจ   แต่เป็นแบบอย่างแก่ฝูงแกะนั้น

Frustrated church members should respect the leaders, be slow to accuse them, and speak the truth lovingly to them, not to others about them.

สมาชิกโบสถ์ที่ท้อแท้ใจควรเคารพพวกผู้นำ     จงช้าที่จะไปกล่าวหาพวกเขา    และพูดความจริงด้วยความรักกับพวกเขา   ไม่ใช่พูดกับคนอื่น ๆ เกี่ยวกับพวกเขา

Hebrews ฮีบรู 13:7, 17 7Remember your leaders, those who spoke to you the word of God. Consider the outcome of their way of life, and imitate their faith.

7ท่านทั้งหลายจงระลึกถึงหัวหน้าของท่าน   ผู้ซึ่งได้ประกาศพระวจนะของพระเจ้าแก่ท่าน   และจงพิจารณาดูผลปลายทางที่เกิดแก่เขา   แล้วจงตามอย่างความเชื่อของเขา

17Obey your leaders and submit to them, for they are keeping watch over your souls, as those who will have to give an account. Let them do this with joy and not with groaning, for that would be of no advantage to you.

17ท่านทั้งหลายจงเชื่อฟังและยอมอยู่ในโอวาทของหัวหน้าของท่าน   จงให้เขาทำงานนี้ด้วยความชื่นใจ   ไม่ใช่ด้วยความเศร้าใจ   ซึ่งจะไม่เป็นประโยชน์อะไรแก่ท่านทั้งหลายเลย   เพราะว่าท่านเหล่านั้นดูแลรักษาจิตวิญญาณของท่านอยู่   เสมือนหนึ่งผู้ที่จะต้องเสนอรายงาน  

1 Timothy 1ทิโมธี 5:19 19Do not admit a charge against an elder except on the evidence of two or three witnesses.

19อย่ายอมรับคำกล่าวหาผู้ปกครองคนใด   เว้นเสียแต่จะมีพยานสองสามคน

Ephesians เอเฟซัส 4:15 15Rather, speaking the truth in love, we are to grow up in every way into him who is the head, into Christ,

15แต่ให้เรายึดความจริงด้วยใจรัก   เพื่อจะจำเริญขึ้นทุกอย่างสู่พระองค์ผู้เป็นศีรษะ   คือพระคริสต์



On those occasions when it appears a leader is not responding to a concern, an individual should follow the pattern set down in Matthew 18 to ensure that there is no confusion as to where each stands.

ในโอกาสเหล่านั้นเมื่อปรากฏว่าผู้นำไม่ตอบสนองเป็นธุระจัดการให้  แต่ละบุคคลควรทำตามรูปแบบที่บันทึกไว้ในพระธรรมมัทธิว 18 เพื่อรับประกันว่าไม่มีความสับสนวุ่นวายเรื่องที่ว่าแต่ละคนจะยืนอยู่ตรงไหนกัน

Matthew มัทธิว 18:15-17 15“If your brother sins against you, go and tell him his fault, between you and him alone. If he listens to you, you have gained your brother.

15“หากว่าพี่น้องของท่านผู้หนึ่งทำผิดบาปต่อท่าน   จงไปแจ้งความผิดบาปนั้นแก่เขา   สองต่อสองเท่านั้น   ถ้าเขาฟังท่าน   ท่านจะได้พี่น้องคืนมา

16But if he does not listen, take one or two others along with you, that every charge may be established by the evidence of two or three witnesses.

16แต่ถ้าเขาไม่ฟังท่านจงนำคนหนึ่งหรือสองคนไปด้วย   ให้เป็นพยานสองสามปากเพื่อทุกคำจะเป็นหลักฐานได้

17If he refuses to listen to them, tell it to the church. And if he refuses to listen even to the church, let him be to you as a Gentile and a tax collector.

17ถ้าเขาไม่ฟังคนเหล่านั้น   จงไปแจ้งความต่อคริสตจักร   ถ้าเขายังไม่ฟังคริสตจักรอีก   ก็ให้ถือเสียว่าเขาเป็นเหมือนคนต่างชาติหรือคนเก็บภาษี

The Bible warns that people in a church may have conflicts with each other.

พระคัมภีร์เตือนสอนว่าผู้คนในคริสตจักรอาจมีความขัดแย้งต่อกันและกันได้

Some conflict stems from pride and selfishness.

ความขัดแย้งบางอย่างมีรากมาจากความหยิ่งและความเห็นแก่ตัว

James ยากอบ 4:1-10 1What causes quarrels and what causes fights among you? Is it not this, that your passions are at war within you? 

1อะไรเป็นสาเหตุของสงคราม   และอะไรเป็นสาเหตุของการทะเลาะวิวาทกันในพวกท่าน   มิใช่กิเลสตัณหาของท่านหรือ   ที่ทำให้ท่านต่อสู้กัน

2You desire and do not have, so you murder. You covet and cannot obtain, so you fight and quarrel. You do not have, because you do not ask.

2ท่านทั้งหลายอยากได้   แต่ไม่ได้   ท่านก็ฆ่ากัน   ท่านโลภแต่ไม่ได้   ท่านก็ทะเลาะและทำสงครามกัน   ท่านไม่มีเพราะท่านไม่ได้ขอ

3You ask and do not receive, because you ask wrongly, to spend it on your passions.

3ท่านขอและไม่ได้รับ   เพราะท่านขอผิด   หวังได้ไปเพื่อสนองกิเลสตัณหาของท่าน

4You adulterous people! Do you not know that friendship with the world is enmity with God?  Therefore, whoever wishes to be a friend of the world makes himself an enemy of God.

4คนทุจริตเอ๋ย   ไม่รู้หรือว่า   การเป็นมิตรกับโลกนั้น   คือการเป็นศัตรูกับพระเจ้า   เหตุฉะนั้น   ผู้ใดใคร่เป็นมิตรกับโลก   ผู้นั้นก็ตั้งตัวเป็นศัตรูกับพระเจ้า

5Or do you suppose it is to no purpose that the Scripture says, “He yearns jealously over the spirit that he has made to dwell in us”?

5หรือท่านคิดว่าเป็นสิ่งไร้สาระหรือ   ที่พระคัมภีร์กล่าวว่า   “พระองค์ทรงเป็นห่วงวิญญาณที่ได้ทรงประทานให้อยู่ในเราทั้งหลาย”

6But He gives more grace. Therefore it says, “God opposes the proud, but gives grace to the humble.”

6แต่พระองค์ก็ได้ทรงประทานพระคุณเพิ่มขึ้นอีก   เหตุฉะนั้น   พระคัมภีร์จึงกล่าวว่า   พระเจ้าทรงต่อสู้ผู้ที่หยิ่งจองหอง   แต่ทรงประทานพระคุณแก่คนที่ใจถ่อม

7Submit yourselves therefore to God. Resist the devil, and he will flee from you.

7เหตุฉะนั้น   ท่านทั้งหลายจงน้อมใจยอมฟังพระเจ้า   จงต่อสู้กับมาร   และมันจะหนีท่านไป

8Draw near to God, and he will draw near to you. Cleanse your hands, you sinners, and purify your hearts, you double-minded.

8ท่านทั้งหลายจงเข้าใกล้พระเจ้า   และพระองค์จะเสด็จมาใกล้ท่าน   คนบาปทั้งหลายเอ๋ย   จงชำระมือให้สะอาด   และคนสองใจ   จงชำระใจของตนให้บริสุทธิ์

9Be wretched and mourn and weep. Let your laughter be turned to mourning and your joy to gloom.

9จงเป็นทุกข์โศกเศร้าและร้องไห้   จงให้การหัวเราะกลับกลายเป็นการโศกเศร้า   และความปีติยินดีกลับกลายเป็นความเศร้าสลด

10Humble yourselves before the Lord, and he will exalt you.

10ท่านทั้งหลายจงถ่อมใจลงต่อองค์พระผู้เป็นเจ้า   และพระองค์จะทรงยกชูท่านขึ้น


Some conflicts come about because of offenses that have not been forgiven.

ความขัดแย้งบางอย่างเกิดขึ้นได้   เนื่องจากความบาดหมางใจที่ยังไม่ได้รับการให้อภัย

Matthew มัทธิว 18:18-35 18Truly, I say to you, whatever you bind on earth shall be bound in heaven, and whatever you loose on earth shall be loosed in heaven.

18เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า   สิ่งสารพัดซึ่งท่านจะกล่าวห้ามในโลก   ก็จะถูกกล่าวห้ามในสวรรค์   และสิ่งซึ่งท่านจะกล่าวอนุญาตในโลก   ก็จะได้รับอนุญาตในสวรรค์เหมือนกัน

19Again I say to you, if two of you agree on earth about anything they ask, it will be done for them by my Father in heaven.

19เรากล่าวแก่ท่านทั้งหลายอีกว่า   ถ้าในพวกท่านที่อยู่ในโลกสอง คนจะร่วมใจกันขอสิ่งหนึ่งสิ่งใด   พระบิดาของเราผู้ทรงสถิตในสวรรค์ก็จะทรงกระทำให้

20For where two or three are gathered in my name, there am I among them.”

20ด้วยว่ามีสองสามคนประชุมกันที่ไหนๆในนามของเรา   เราจะอยู่ท่ามกลางเขาที่นั่น”

21Then Peter came up and said to him, “Lord, how often will my brother sin against me, and I forgive him? As many as seven times?”

21ขณะนั้นเปโตรมาทูลพระองค์ว่า   “พระองค์เจ้าข้า   หากพี่น้องของข้าพระองค์จะกระทำผิดต่อข้าพระองค์เรื่อยไป   ข้าพระองค์ควรจะยกความผิดของเขาสักกี่ครั้ง   ถึงเจ็ดครั้งหรือ”

22Jesus said to him, “I do not say to you seven times, but seventy times seven.

22พระเยซูตรัสตอบเขาว่า “เรามิได้ว่าเพียงเจ็ดครั้งเท่านั้น   แต่เจ็ดครั้งคูณด้วยเจ็ดสิบ  

23“Therefore the kingdom of heaven may be compared to a king who wished to settle accounts with his servants. 

23“เหตุฉะนั้นแผ่นดินสวรรค์เปรียบเหมือนเจ้าองค์หนึ่งทรงประสงค์จะคิดบัญชีกับทาส

24When he began to settle, one was brought to him who owed him ten thousand talents.

24เมื่อตั้งต้นทำการนั้นแล้ว   เขาพาคนหนึ่งซึ่งเป็นหนี้หนึ่งหมื่นตะลันต์มาเฝ้า

25And since he could not pay, his master ordered him to be sold, with his wife and children and all that he had, and payment to be made.

25ท่านจึงสั่งให้ขายตัวกับทั้งเมีย   และลูกและบรรดาสิ่งของที่เขามีอยู่นั้นเอามาใช้หนี้   เพราะเขาไม่มีเงินจะใช้หนี้

26So the servant fell on his knees, imploring him, ‘Have patience with me, and I will pay you everything.’

26ทาสลูกหนี้ผู้นั้นจึงกราบลงวิงวอนว่า   'ข้าแต่ท่าน   ขอโปรดผัดไว้ก่อน   แล้วข้าพเจ้าจะใช้หนี้ทั้งสิ้น'

27And out of pity for him, the master of that servant released him and forgave him the debt.

27เจ้าองค์นั้นมีพระทัยเมตตา   โปรดยกหนี้ปล่อยตัวเขาไป

28But when that same servant went out, he found one of his fellow servants who owed him a hundred denarii, and seizing him, he began to choke him, saying, ‘Pay what you owe.’

28แต่ทาสผู้นั้นออกไปพบคนหนึ่งเป็นเพื่อนทาสด้วยกัน   ซึ่งเป็นหนี้เขาอยู่หนึ่งร้อยเดนาริอัน   จึงจับคนนั้นบีบคอว่า   'จงใช้หนี้ให้ข้า'

29So his fellow servant fell down and pleaded with him, ‘Have patience with me, and I will pay you.’

29เพื่อนทาสคนนั้นได้กราบลงอ้อนวอนว่า   'ขอโปรดผัดไว้ก่อนแล้วข้าพเจ้าจะใช้ให้'

30He refused and went and put him in prison until he should pay the debt.

30แต่เขาไม่ยอม   จึงนำทาสลูกหนี้นั้นไปจำจองไว้จนกว่าจะใช้เงินนั้น

31When his fellow servants saw what had taken place, they were greatly distressed, and they went and reported to their master all that had taken place.

31ฝ่ายพวกเพื่อนทาสเมื่อเห็นเหตุการณ์เช่นนั้น   ก็พากันสลดใจยิ่งนัก   จึงนำเหตุการณ์ทั้งปวงไปกราบทูลเจ้าองค์นั้น

32Then his master summoned him and said to him, ‘You wicked servant! I forgave you all that debt because you pleaded with me.

32ท่านจึงทรงเรียกทาสนั้นมาสั่งว่า   'อ้ายข้าชาติชั่ว   เราได้โปรดยกหนี้ให้เอ็งหมด   เพราะเอ็งได้อ้อนวอนเรา

33And should not you have had mercy on your fellow servant, as I had mercy on you?’

33เอ็งควรจะเมตตาเพื่อนทาสด้วยกัน   เหมือนเราได้เมตตาเอ็งมิใช่หรือ'

34And in anger his master delivered him to the jailers, until he should pay all his debt.

34แล้วเจ้าองค์นั้นกริ้ว   จึงมอบผู้นั้นไว้แก่เจ้าหน้าที่ให้ทรมาน   จนกว่าจะใช้หนี้หมด

35So also my heavenly Father will do to every one of you, if you do not forgive your brother from your heart.”

35พระบิดาของเราผู้ทรงสถิตในสวรรค์   จะทรงกระทำแก่ท่านทุกคนอย่างนั้น   ถ้าหากว่าท่านแต่ละคนไม่ยกโทษให้แก่พี่น้องของท่านด้วยใจกว้างขวาง”


God has told us to strive for peace.

พระเจ้าทรงสอนเราให้มุ่งมั่นพยายามให้เกิดความสงบสุข

Romans โรม 12:18 18If possible, so far as it depends on you, live peaceably with all.

18ถ้าเป็นได้   คือเท่าที่เรื่องขึ้นอยู่กับท่าน   จงอยู่อย่างสงบสุขกับทุกคน

Colossians โคโลสี 3:12-15 12Put on then, as God's chosen ones, holy and beloved, compassion, kindness, humility, meekness, and patience,

12เหตุฉะนั้นในฐานะที่เป็นพวกซึ่งพระเจ้าทรงเลือกไว้   เป็นพวกที่บริสุทธิ์และ เป็นพวกที่ทรงรัก   จงสวมใจเมตตา   ใจปรานี   ใจถ่อม   ใจอ่อนสุภาพ   ใจอดทนไว้นาน

13bearing with one another and, if one has a complaint against another, forgiving each other; as the Lord has forgiven you, so you also must forgive.

13จงผ่อนหนักผ่อนเบาซึ่งกันและกัน   และถ้าแม้ว่าผู้ใดมีเรื่องราวต่อกัน   ก็จงยกโทษให้กันและกัน   องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงโปรดยกโทษให้ท่านฉันใด   ท่านจงกระทำอย่างนั้นเหมือนกัน

14And above all these put on love, which binds everything together in perfect harmony.

14แล้วจงสวมความรักทับสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด   เพราะความรักย่อมผูกพันทุกสิ่งไว้ให้ถึงซึ่งความสมบูรณ์

15And let the peace of Christ rule in your hearts, to which indeed you were called in one body. And be thankful.

15และจงให้สันติสุขของพระคริสต์ครองจิตใจของท่าน   พระเจ้าทรงเรียกท่านไว้ให้เป็นกายเดียวด้วย   เพื่อสันติสุขนั้น   และท่านจงมีใจกตัญญู

It is the responsibility of each believer to seek to resolve conflict.

มันเป็นความรับผิดชอบของผู้เชื่อทุกคนที่จะพยายามแก้ปัญหาความขัดแย้งให้ได้

Some basic steps toward resolution include the following:
ขั้นตอนพื้นฐานบางอย่างเพื่อได้คำตอบรวมสิ่งต่อไปนี้คือ:
1. Develop the proper heart attitude—be meek; humble; forgiving; and patient

1. พัฒนาท่าทีจิตใจที่ถูกต้อง---อ่อนโยน ถ่อมตน ให้อภัย และมีใจอดทน

Galatians กาลาเทีย 6:1 1Brothers, if anyone is caught in any transgression, you who are spiritual should restore him in a spirit of gentleness. Keep watch on yourself, lest you too be tempted.

1ดูก่อนพี่น้องทั้งหลาย   แม้จับผู้ใดที่ละเมิดประการใดได้   ท่านซึ่งอยู่ฝ่ายพระวิญญาณ   จงช่วยผู้นั้นด้วยใจอ่อนสุภาพให้เขากลับตั้งตัวใหม่   โดยคิดถึงตัวเอง   เกรงว่าท่านจะถูกชักจูงให้หลงไปด้วย

James ยากอบ 4:10 10Humble yourselves before the Lord, and he will exalt you.

10ท่านทั้งหลายจงถ่อมใจลงต่อองค์พระผู้เป็นเจ้า   และพระองค์จะทรงยกชูท่านขึ้น

Ephesians เอเฟซัส 4:31-32 31Let all bitterness and wrath and anger and clamor and slander be put away from you, along with all malice.

31จงให้ใจขมขื่น   และใจขัดเคือง   และใจโกรธ   และการทะเลาะเถียงกัน   และการพูดให้ร้าย   กับการคิดปองร้ายทุกอย่างอยู่ห่างไกลจากท่านเถิด

32Be kind to one another, tenderhearted, forgiving one another, as God in Christ forgave you.

32และท่านจงเมตตาต่อกัน   มีใจเอ็นดูต่อกัน   และอภัยโทษให้กัน   เหมือนดังที่พระเจ้าได้ทรงโปรดอภัยโทษให้แก่ท่านในพระคริสต์นั้น

James ยากอบ 1:19-20 19Know this, my beloved brothers: let every person be quick to hear, slow to speak, slow to anger;

19ดูก่อนพี่น้องที่รักของข้าพเจ้า   จงทราบข้อนี้   จงให้ทุกคนไวในการฟัง   ช้าในการพูด   ช้าในการโกรธ

20for the anger of man does not produce the righteousness that God requires. 

20เพราะว่าความโกรธของมนุษย์ไม่ได้กระทำให้เกิดความชอบธรรมแห่งพระเจ้า


2. Evaluate your part in the conflict— (removing the log from your own eye first is necessary before helping others).

2. ประเมินส่วนของคุณในความขัดแย้ง- (จำเป็นต้องถอนไม้ท่อนออกจากตาของคุณเองก่อนที่จะช่วยเหลือผู้อื่น)

Matthew มัทธิว 7:1-5 1“Judge not, that you be not judged.

1“อย่ากล่าวโทษเขา   เพื่อพระเจ้าจะไม่ทรงกล่าวโทษท่าน

2For with the judgment you pronounce you will be judged, and with the measure you use it will be measured to you.

2เพราะว่าท่านทั้งหลายจะกล่าวโทษเขาอย่างไร   พระเจ้าจะทรงกล่าวโทษท่านอย่างนั้น   และท่านจะตวงให้เขาด้วยทะนานอันใด   พระเจ้าจะได้ทรงตวงให้ท่านด้วยทะนานอันนั้น

3Why do you see the speck that is in your brother's eye, but do not notice the log that is in your own eye?

3เหตุไฉนท่านมองดูผงที่ในตาพี่น้องของท่าน   แต่ไม้ทั้งท่อนที่อยู่ในตาของท่าน   ท่านก็ไม่รู้สึก

4Or how can you say to your brother, ‘Let me take the speck out of your eye,’ when there is the log in your own eye?

4เหตุไฉนท่านจะกล่าวแก่พี่น้องว่า   'ให้เราเขี่ยผงออกจากตาของเธอ'   แต่ที่จริงไม้ทั้งท่อนมีอยู่ในตาของท่านเอง

5You hypocrite, first take the log out of your own eye, and then you will see clearly to take the speck out of your brother's eye.

5ท่านคนหน้าซื่อใจคด   จงชักไม้ทั้งท่อนออกจากตาของท่านก่อน   แล้วท่านจะเห็นได้ถนัด   จึงจะเขี่ยผงออกจากตาพี่น้องของท่านได้  

3. Go to the individual (not to others) to voice your concern.

3. ไปพบเป็นส่วนบุคคล (ไม่ใช่พบคนอื่น ๆ)เพื่อออกเสียงแสดงความเป็นห่วงของคุณ

Matthew มัทธิว 18:15 15“If your brother sins against you, go and tell him his fault, between you and him alone. If he listens to you, you have gained your brother.

15“หากว่าพี่น้องของท่านผู้หนึ่งทำผิดบาปต่อท่าน   จงไปแจ้งความผิดบาปนั้นแก่เขา   สองต่อสองเท่านั้น   ถ้าเขาฟังท่าน   ท่านจะได้พี่น้องคืนมา


This must be done in love and not simply to air a grievance or vent emotion.

สิ่งนี้ต้องทำด้วยความรัก และไม่เพียงแต่จะระบายความข้องใจหรือระบายอารมณ์

Ephesians เอเฟซัส 4:15 15Rather, speaking the truth in love, we are to grow up in every way into him who is the head, into Christ,

15แต่ให้เรายึดความจริงด้วยใจรัก   เพื่อจะจำเริญขึ้นทุกอย่างสู่พระองค์ผู้เป็นศีรษะ   คือพระคริสต์

Accusing a person tends to encourage defensiveness.

การกล่าวหาบุคคลใดสักคนมีแนวโน้มที่จะส่งเสริมให้เกิดแรงต้านทานขึ้น

Therefore, address the problem rather than attack the person.

ดังนั้น จงปราศรัยกันถึงปัญหามากกว่าการโจมตีตัวบุคคล

This gives the person a better opportunity to clarify the situation or seek forgiveness for the offense.
นี้เป็นโอกาสที่ดีกว่าที่จะช่วยให้คนได้ชี้แจงสถานการณ์   หรือแสวงหาการอภัยโทษแทนการโจมตีกัน


4. If the first attempt at resolution does not accomplish the needed results, continue with another person who can help with mediation

4.หากความพยายามครั้งแรกนั้นไม่บรรลุผลลัพธ์ตามที่ต้องการ     จงไปพบกับอีกคนหนึ่งต่อไปเพื่อให้เขาช่วยเป็นคนกลางไกล่เกลี่ยให้

Matthew มัทธิว 18:16 16But if he does not listen, take one or two others along with you, that every charge may be established by the evidence of two or three witnesses.

16แต่ถ้าเขาไม่ฟังท่านจงนำคนหนึ่งหรือสองคนไปด้วย   ให้เป็นพยานสองสามปากเพื่อทุกคำจะเป็นหลักฐานได้

Remember that your goal is not to win an argument; it is to win your fellow believer to reconciliation.

โปรดจำไว้ว่าเป้าหมายของคุณคือไม่ได้เอาชนะความขัดแย้ง; มันคือการนำพี่น้องผู้เชื่อของคุณกลับมาเพื่อปรองดองกัน

Therefore, choose someone who can help you resolve the conflict.
ดังนั้น   จงเลือกคนที่สามารถช่วยให้คุณแก้ปัญหาความขัดแย้งได้
Conflict is best handled when individuals prayerfully and humbly focus on loving others, with the intent of restoring relationships.

ความขัดแย้งสามารถจัดการได้ดีที่สุดเมื่อแต่ละบุคคลอธิษฐานและถ่อมใจมุ่งเน้นไปที่ รักผู้อื่น   ด้วยความตั้งใจที่จะสานสัมพันธ์ใหม่อีกครั้ง

Most conflicts within a church should be manageable if the above biblical principles are followed.

ความขัดแย้งส่วนใหญ่ที่สุดในคริสตจักรควรสามารถจัดการสำเร็จได้    ถ้ามีการปฏิบัติตามหลักความเชื่อในพระคัมภีร์ดังกล่าวข้างต้น

However, there are times when outside counsel may help.

อย่างไรก็ตาม   บางครั้งก็อาจมีที่ปรึกษาภายนอกมาช่วย

We recommend utilizing resources such as the Peace Maker Ministries (www.hispeace.org).

เราขอแนะนำให้ใช้แหล่งที่มาอื่นๆ ที่สามารถช่วยได้  เช่นพันธกิจสร้างสันติภาพ (www.hispeace.org)

www.gotquestions.org/Thai

Church Conflict

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top