Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear
 
 
 

Saturday, March 11, 2017

 

pretribulation rapture

การรับขึ้นไปสวรรค์ก่อนกลียุค


What are the strengths and weaknesses of the pretribulation view of the Rapture, also known as pretribulation? When will the Rapture occur in relation to the Tribulation?

อะไรคือจุดแข็งและจุดอ่อนมุมมองเรื่องการรับขึ้นไปสวรรค์ก่อนกลียุค  ซึ่งเรียกกันว่าก่อนกลียุค  การรับขึ้นไปสวรรค์จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่เมื่อพูดถึงมหากลียุค


Question: "What are the strengths and weaknesses of the pretribulation view of the Rapture?"
คำถาม: " อะไรคือจุดแข็งและจุดอ่อนมุมมองเรื่องการรับขึ้นไปสวรรค์ก่อนกลียุค"

Answer: In eschatology, it is important to remember that almost all Christians agree on these three things: 1) there is coming a time of great tribulation such as the world has never seen, 2) after the Tribulation, Christ will return to establish His kingdom on earth, and, 3) there will be a Rapture—a translation from mortality to immortality—for believers

คำตอบ: ในเรื่องโลกาวินาศ   นับว่าสำคัญที่ต้องจำไว้ว่า  คริสเตียนเกือบทุกคนเห็นด้วยกับสามข้อเหล่านี้: 1) จะเกิดมหากลียุคในอนาคตอย่างที่โลกไม่เคยเห็นมาก่อน 2) หลังจากมหากลียุค   พระคริสต์จะเสด็จกลับมาสถาปนาราชอาณาจักรในโลก   และ 3) จะมีการรับขึ้นไปสวรรค์—การแปรเปลี่ยนจากความตายเป็นความอมตะสำหรับผู้เชื่อทั้ง

หลาย

John ยอห์น 14:1-3 1“Let not your hearts be troubled. Believe in God; believe also in Me.

1“อย่าให้ใจท่านทั้งหลายวิตกเลย   ท่านวางใจในพระเจ้า จงวางใจในเราด้วย

2In my Father's house are many rooms. If it were not so, would I have told you that I go to prepare a place for you?

2ในพระนิเวศของพระบิดาเรามีที่อยู่เป็นอันมาก   ถ้าไม่มีเราคงได้บอกท่านแล้ว   เพราะเราไปจัดเตรียมที่ไว้สำหรับท่านทั้งหลาย

3And if I go and prepare a place for you, I will come again and will take you to myself, that where I am you may be also.

3เมื่อเราไปจัดเตรียมที่ไว้สำหรับท่านแล้ว   เราจะกลับมาอีกรับท่านไปอยู่กับเรา   เพื่อว่าเราอยู่ที่ไหนท่านทั้งหลายจะได้อยู่ที่นั่นด้วย

1 Corinthians 1โครินธ์ 15:51-52 51Behold! I tell you a mystery. We shall not all sleep, but we shall all be changed,

51ดูก่อนท่านทั้งหลาย   ข้าพเจ้ามีความล้ำลึกที่จะบอกแก่ท่าน   คือว่าเราจะไม่ล่วงหลับหมดทุกคน   แต่เราจะถูกเปลี่ยนแปลงใหม่หมด

52in a moment, in the twinkling of an eye, at the last trumpet. For the trumpet will sound, and the dead will be raised imperishable, and we shall be changed.

52ในชั่วขณะเดียว   ในพริบตาเดียว   เมื่อเป่าแตรครั้งสุดท้าย   เพราะว่าจะมีเสียงแตร   และคนที่ตายแล้วจะเป็นขึ้นมาปราศจากเน่าเปื่อย   แล้วเราทั้งหลายจะถูกเปลี่ยนแปลงใหม่

1 Thessalonians เธสะโลนิกา 4:16-17 16For the Lord himself will descend from heaven with a cry of command, with the voice of an archangel, and with the sound of the trumpet of God. And the dead in Christ will rise first.

16ด้วยว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าจะเสด็จมาจากสวรรค์ด้วยพระดำรัสสั่ง   ด้วยสำเนียงเรียกของเทพบดีและด้วยเสียงแตรของพระเจ้า   และคนทั้งปวงในพระคริสต์ที่ตายแล้วจะเป็นขึ้นมาก่อน

17Then we who are alive, who are left, will be caught up together with them in the clouds to meet the Lord in the air, and so we will always be with the Lord.

17หลังจากนั้นเราทั้งหลายซึ่งยังเป็นอยู่   จะถูกรับขึ้นไปในเมฆพร้อมกับคนเหล่านั้น   และจะได้พบองค์พระผู้เป็นเจ้าในฟ้าอากาศ   อย่างนั้นแหละ   เราก็จะอยู่กับองค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นนิตย์


The only question regards the timing of the Rapture: when will it occur in relation to the Tribulation and the Second Coming?
คำถามเดียวเกี่ยวกับกำหนดเวลารับขึ้นไปสวรรค์คือ    มันจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่เมื่อพูดถึงมหากลียุคและการเสด็จมาครั้งที่สอง



There are primarily three theories about the timing of the Rapture: the belief that the Rapture will occur before the Tribulation begins (pretribulation), the belief that the Rapture will occur at the midpoint of the Tribulation (midtribulation), and the belief that the Rapture will occur at the end of the Tribulation (posttribulation).

มีทฤษฎีหลักสามอย่างเกี่ยวกับกำหนดเวลารับขึ้นไปสวรรค์: ความเชื่อที่ว่าการรับขึ้นไปสวรรค์จะเกิดขึ้นก่อนมหากลียุคเริ่มต้น (ก่อนกลียุค) ความเชื่อที่ว่าการรับขึ้นไปสวรรค์จะเกิดขึ้นตอนกลางมหากลียุค (กลางกลียุค) และความเชื่อว่าการรับขึ้นไปสวรรค์ จะเกิดขึ้นภายหลังมหากลียุค(ภายหลังกลียุค)

This article deals specifically with the pretribulation view.
บทความนี้เกี่ยวข้องเป็นพิเศษกับมุมมองแบบก่อนกลียุค
Pretribulation teaches that the Rapture occurs before the Tribulation starts.

มุมมองก่อนกลียุคสอนว่า   การรับขึ้นไปสวรรค์เกิดขึ้นก่อนมหากลียุคจะเริ่มขึ้น

At that time, the church will meet Christ in the air, and then sometime after that the Antichrist is revealed and the Tribulation begins.

ในขณะนั้น  คริสตจักรจะได้พบกับพระเยซูคริสต์ในอากาศ   แล้วต่อมาสักพักหลังจากที่ปฏิปักษ์พระคริสต์ถูกเปิดเผย   และมหากลียุคก็เริ่มต้น

In other words, the Rapture and Christ’s Second Coming (to set up His kingdom) are separated by at least seven years.

อีกนัยหนึ่ง  การรับขึ้นไปสวรรค์และการเสด็จมาครั้งที่สองของพระคริสต์ (เพื่อสถาปนาราชอาณาจักรของพระองค์) จะถูกคั่นด้วยเวลาอย่างน้อยเจ็ดปี

According to this view, the church does not experience any of the Tribulation. 
ตามมุมมองแบบนี้   คริสตจักรไม่ต้องเผชิญกับมหากลียุค
Scripturally, the pretribulation view has much to commend it.

ตามแบบพระคัมภีร์   มุมมองแบบก่อนกลียุคมีหลายอย่างมากที่จะยกย่อง

For example, the church is not appointed to wrath

ยกตัวอย่างเช่น   คริสตจักรไม่ถูกกำหนดให้ต้องรับพระอาชญา

1 Thessalonians  เธสะโลนิกา 1:9-10 9For they themselves report concerning us the kind of reception we had among you, and how you turned to God from idols to serve the living and true God,

9เพราะคนเหล่านั้นก็ได้รายงานเกี่ยวกับเราว่า   เราได้รับการต้อนรับจากพวกท่านอย่างไร   และกล่าวถึงการที่ท่านได้ละทิ้งรูปเคารพและหันมาหาพระเจ้า   เพื่อรับใช้พระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่และเที่ยงแท้

10and to wait for his Son from heaven, whom he raised from the dead, Jesus who delivers us from the wrath to come.

10และรอคอยพระบุตรของพระเจ้าจากสวรรค์   ซึ่งพระเจ้าทรงให้เป็นขึ้นมาจากความตาย   คือพระเยซูผู้ทรงช่วยให้เราพ้นจากพระอาชญาที่จะมีมาภายหน้านั้น

Believers will not be overtaken by the Day of the Lord

บรรดาผู้เชื่อจะไม่ถูกกักกันไว้โดยวันแห่งองค์พระผู้เป็นเจ้า

1 Thessalonians เธสะโลนิกา 5:1-9 1Now concerning the times and the seasons, brothers, you have no need to have anything written to you.

1ดูก่อนพี่น้องทั้งหลาย   เรื่องวันและเวลาที่ทรงกำหนดไว้นั้น   ไม่จำเป็นจะต้องเขียนบอกให้ท่านรู้

2For you yourselves are fully aware that the day of the Lord will come like a thief in the night.

2เพราะท่านเองก็รู้ดีแล้วว่า   วันขององค์พระผู้เป็นเจ้า   จะมาเหมือนอย่างขโมยที่มาในเวลากลางคืน

3While people are saying, “There is peace and security,” then sudden destruction will come upon them as labor pains come upon a pregnant woman, and they will not escape.

3เมื่อเขาพูดว่า “สงบสุขและปลอดภัยแล้ว” เมื่อนั้นแหละความพินาศก็จะมาถึงเขาทันที   เหมือนกับความเจ็บปวดมาถึงหญิงที่มีครรภ์   เขาจะหนีก็ไม่พ้น

4But you are not in darkness, brothers, for that day to surprise you like a thief.

4แต่พี่น้องทั้งหลาย   ท่านไม่ได้อยู่ในความมืดแล้ว   วันนั้นจะมาถึงท่านอย่างขโมยมา

5For you are all children of light, children of the day. We are not of the night or of the darkness.

5ท่านเป็นบุตรของความสว่าง   และเป็นบุตรของกลางวัน   เราทั้งหลายไม่ได้เป็นของกลางคืนหรือของความมืด

6So then let us not sleep, as others do, but let us keep awake and be sober.

6เหตุฉะนั้นเราอย่าหลับเหมือนอย่างคนอื่น   แต่ให้เราเฝ้าระวังและไม่เมามาย

7For those who sleep, sleep at night, and those who get drunk, are drunk at night.

7เพราะว่าคนนอนหลับก็ย่อมหลับในเวลากลางคืน   และคนเมาก็ย่อมเมาในเวลากลางคืน

8But since we belong to the day, let us be sober, having put on the breastplate of faith and love, and for a helmet the hope of salvation.

8แต่เมื่อเราเป็นของกลางวันแล้วก็อย่าให้เราเมามาย   จงสวมความเชื่อกับความรักเป็นเกราะป้องกันอก   และสวมความหวังที่จะได้ความรอดเป็นหมวกเหล็ก

9For God has not destined us for wrath, but to obtain salvation through our Lord Jesus Christ,

9เพราะว่าพระเจ้ามิได้ทรงกำหนดเราไว้สำหรับพระอาชญา   แต่สำหรับให้เข้าสู่ความรอด   โดยพระเยซูคริสตเจ้าของเรา

The church of Philadelphia was promised to be kept from “the hour of trial that is going to come upon the whole world”

คริสตจักรเมืองฟิลาเดลเฟียได้รับพระสัญญาว่าจะรอดพ้นจาก "ชั่วโมงแห่งการพิพากษาที่กำลังจะมาถึงโลกทั้งมวล"

Revelation วิวรณ์ 3:10 10Because you have kept my word about patient endurance, I will keep you from the hour of trial that is coming on the whole world, to try those who dwell on the earth.

10เพราะเหตุที่เจ้าได้ประพฤติตามคำของเรา   คือให้มีความอดทน   เราจะป้องกันเจ้าให้พ้นจากช่วงเวลาแห่งการทดลองใจ   ซึ่งจะมีทั่วทั้งโลก   เพื่อจะลองใจคนทั้งปวงที่อยู่ในโลก

Note that the promise is not preservation through the trial but deliverance from the hour, that is, from the time period of the trial. 
โปรดสังเกตว่าพระสัญญาไม่ได้สงวนไว้ตลอดการทดลองใจ    แต่เป็นการปลดปล่อยจากชั่วโมงนั้น นั่นคือ  จากช่วงเวลาของการทดลองใจ

Pretribulation also finds support in what is not found in Scripture.

นอกจากนี้ มุมมองแบบก่อนกลียุคยังได้รับการสนับสนุนในสิ่งที่ไม่ได้พบในพระคัมภีร์

The word “church” appears nineteen times in the first three chapters of Revelation, but, significantly, the word is not used again until chapter 22.

คำว่า "คริสตจักร" ปรากฏสิบเก้าครั้งในพระธรรมวิวรณ์สามบทแรก   แต่คำนี้ไม่ได้ถูกใช้อย่างมีนัยสำคัญอีกเลยจนกระทั่งบทที่ 22

In other words, in the entire lengthy description of the Tribulation in Revelation, the word church is noticeably absent.

อีกนัยหนึ่ง ในการบรรยายยาวๆทั้งหมดเรื่องมหากลียุคในพระธรรมวิวรณ์   คำว่าคริสตจักรหายไปอย่างเห็นได้ชัด

In fact, the Bible never uses the word "church" in a passage relating to the Tribulation. 
ในความเป็นจริง พระคัมภีร์ไม่เคยใช้คำว่า "คริสตจักร" ในพระธรรมตอนที่เกี่ยวกับมหากลียุค

Pretribulation is the only theory which clearly maintains the distinction between Israel and the church and God’s separate plans for each.

ก่อนกลียุคเป็นเพียงทฤษฎีเดียวที่แยกแยะไว้อย่างชัดเจน   ระหว่างอิสราเอลและคริสตจักร และแผนการของพระเจ้าที่แยกแต่ละฝ่ายออกต่างหาก

The seventy “sevens” of Daniel 9:24 are decreed upon Daniel’s people (the Jews) and Daniel’s holy city (Jerusalem).

เจ็ดสิบ "สัปตะ" ในพระธรรมดาเนียล 9:24  ถูกกำหนดไว้สำหรับคนของดาเนียล (ชาว

ยิว) และเมืองศักดิ์สิทธิ์ของดาเนียล (กรุงเยรูซาเล็ม)

Daniel ดาเนียล 9:24 24“Seventy weeks are decreed about your people and your holy city, to finish the transgression, to put an end to sin, and to atone for iniquity, to bring in everlasting righteousness, to seal both vision and prophet, and to anoint a most holy place.

24“มีเจ็ดสิบสัปตะแห่งปีกำหนดไว้สำหรับชนชาติของ ท่านและนครบริสุทธิ์ของท่าน   เพื่อให้เสร็จสิ้นการทรยศ ให้บาปจบสิ้น และให้ลบมลทิน   เพื่อนำความชอบธรรมนิรันดร์เข้ามา   เพื่อประทับตราทั้งนิมิตและคำของ ผู้เผยพระวจนะไว้   และเพื่อจะเจิมสถานศักดิ์สิทธิ์ที่สุด

This prophecy makes it plain that the seventieth week (the Tribulation) is a time of purging and restoration for Israel and Jerusalem, not for the church. 
คำทำนายนี้ทำให้เห็นชัดว่าสัปดาห์ที่เจ็ดสิบ (มหากลียุค) เป็นช่วงเวลาแห่งการกวาดล้าง   และฟื้นฟูอิสราเอลและกรุงเยรูซาเล็ม  ไม่ใช่สำหรับคริสตจักร
Also, pretribulation has historical support.

นอกจากนี้  ก่อนกลียุคยังมีรื่องราวทางประวัติศาสตร์สนับสนุน 

John ยอห์น 21:22-23 22Jesus said to him, “If it is my will that he remain until I come, what is that to you? You follow me!”

22พระเยซูตรัสกับเขาว่า “ถ้าเราอยากจะให้เขาอยู่จนเรามานั้น   จะเป็นเรื่องอะไรของเจ้าเล่า   เจ้าจงตามเรามาเถิด!”

23So the saying spread abroad among the brothers that this disciple was not to die; yet Jesus did not say to him that he was not to die, but, “If it is my will that he remain until I come, what is that to you?”

23เหตุฉะนั้นคำที่ว่า   สาวกคนนั้นจะไม่ตายจึงลือไปท่ามกลางพวกพี่น้อง   พระเยซูมิได้ตรัสแก่เขาว่าสาวกคนนั้นจะไม่ตาย   แต่ตรัสว่า “ถ้าเราอยากจะให้เขาอยู่จนเรามานั้น   จะเป็นเรื่องอะไรของเจ้าเล่า”  

It would seem that the early church viewed Christ’s return as imminent, that He could return at any moment.

ดูเหมือนว่าคริสตจักรในสมัยแรกมองการเสด็จกลับมาของพระคริสต์ว่าใกล้จะมาถึงแล้ว   และว่าพระองค์อาจจะเสด็จมาในช่วงเวลาใดก็ได้

Otherwise, the rumor would not have persisted that Jesus would return within John’s lifetime.

มิฉะนั้น   ข่าวลือคงจะไม่ได้ยืนกรานว่า  พระเยซูจะเสด็จมาในสมัยที่ยอห์นยังมีชีวิตอยู่

Imminence, which is incompatible with the other two Rapture theories, is a key tenet of pretribulation. 
การใกล้จะมาถึง  ซึ่งเข้ากันไม่ได้กับทฤษฎีการรับขึ้นไปสวรรค์อีกสองแบบ  เป็นทฤษฎีหลักของมุมมองแบบก่อนกลียุค
And the pretribulation view seems to be the most in keeping with God’s character and His desire to deliver the righteous from the judgment of the world.

และมุมมองแบบก่อนกลียุค  ดูเหมือนเป็นไปได้มากที่สุดในการรักษาพระลักษณะของพระเจ้า   และพระประสงค์ของพระองค์     ที่จะทรงปลดปล่อยคนชอบธรรมให้พ้นจากการพิพากษาโลก

Biblical examples of God’s salvation include Noah, who was delivered from the worldwide flood; Lot, who was delivered from Sodom; and Rahab, who was delivered from Jericho

ตัวอย่างพระคัมภีร์เรื่องความรอดของพระเจ้ารวมเรื่องโนอาห์   ผู้ที่รอดชีวิตจากน้ำท่วมโลก; โลทผู้ที่รอดพ้นจากเมืองโสโดม    และราหับผู้ที่รอดชีวิตจากเมืองเยรีโค

2 Peter 2 เปโตร 2:6-9 6if by turning the cities of Sodom and Gomorrah to ashes he condemned them to extinction, making them an example of what is going to happen to the ungodly;

6และได้ทรงลงโทษเมืองโสโดมและเมืองโกโมราห์   ให้พินาศเป็นเถ้าถ่าน   เพื่อให้เป็นตัวอย่างแก่คนทั้งหลายที่ประพฤติอธรรม

7and if he rescued righteous Lot, greatly distressed by the sensual conduct of the wicked

7และได้ทรงช่วยโลทผู้ชอบธรรมให้รอด   ผู้มีความทุกข์ใหญ่หลวง   เพราะการประพฤติลามกของคนชั่วเหล่านั้น

8(for as that righteous man lived among them day after day, he was tormenting his righteous soul over their lawless deeds that he saw and heard);

8(เพราะเมื่อคนชอบธรรมอยู่ในหมู่คนชั่ว   ความประพฤติของคนชั่วที่ท่านได้เห็นและได้ยิน   ทำให้จิตใจที่ชอบธรรมของท่านรุ่มร้อนเป็นทุกข์ทุกวันคืน)

9then the Lord knows how to rescue the godly from trials, and to keep the unrighteous under punishment until the day of judgment,

9ดังนั้นองค์พระผู้เป็นเจ้าจึงทรงทราบว่า   จะช่วยคนชอบธรรมให้รอดพ้นจากการทดลองได้อย่างไร   และทรงทราบวิธีกักขังคนชั่วไว้   ให้รับโทษเมื่อถึงวันพิพากษา
One perceived weakness of pretribulation is its relatively recent development as a church doctrine, not having been formulated in detail until the early 1800s.

จุดอ่อนที่มองเห็นได้อย่างหนึ่งของแบบก่อนกลียุค  คือการพัฒนาเร็วๆนี้ อย่างสัมพันธ์กันเป็นหลักคำสอนคริสตจักร  ไม่ได้ให้รูปแบบรายละเอียดจนกระทั่งถึงต้นปีค.ศ. 1800

Another weakness is that pretribulation splits the return of Jesus Christ into two “phases”—the Rapture and the Second Coming—whereas the Bible does not clearly delineate any such phases. 
จุดอ่อนอีกอย่างก็คือว่าก่อนกลียุค   แบ่งการเสด็จมาของพระเยซูคริสต์ออกเป็นสอง "ขั้นตอน" –การรับขึ้นไปสวรรค์และการเสด็จมาครั้งที่สอง---ในขณะที่พระคัมภีร์ไม่ได้จำแนกแยกแยะเป็นขั้นตอนใดๆ

Another difficulty facing the pretribulation view is the fact that there will obviously be saints in the Tribulation

ความยากลำบากอีกอย่างต่อมุมมองก่อนกลียุค   ก็คือข้อเท็จจริงที่ว่า   เห็นชัดแจนว่าเกิดมีธรรมิกชนหลายคนในมหากลียุค

Revelation วิวรณ์ 13:7 7Also it was allowed to make war on the saints and to conquer them. And authority was given it over every tribe and people and language and nation,

7[ทรงยอมให้มันทำสงครามกับธรรมิกชน   และชนะเขา]    ทรงประทานให้มันมีอำนาจเหนือชนทุกเผ่า   ทุกชาติ   ทุกภาษา   และทุกประชาชาติ

Revelation วิวรณ์ 20:9 9And they marched up over the broad plain of the earth and surrounded the camp of the saints and the beloved city, but fire came down from heaven and consumed them,

9และคนเหล่านั้นยกขบวนออกไปทั่วแผ่นดินโลก   และล้อมกองทัพของพวกธรรมิกชน   และนครอันเป็นที่รักนั้นไว้   แต่ไฟได้ตกลงมาจากสวรรค์เผาผลาญคนเหล่านั้น

Pretribulationists answer this by distinguishing the saints of the Old Testament and the saints of the Tribulation from the church of the New Testament.

ผู้มีมุมองแบบก่อนกลียุคตอบคำถามนี้   โดยแยกแยะให้เห็นชัดเจนธรรมิกชนทั้งหลายในพันธสัญญาเดิม  และธรรมิกชนในมหากลียุคจากคริสตจักรในพันธสัญญาใหม่

Believers alive at the Rapture will be removed before the Tribulation, but there will be those who will come to Christ during the Tribulation.
ผู้เชื่อทั้งหลายที่มีชีวิตอยู่ในเวลารับขึ้นไปสวรรค์   จะถูกรับขึ้นไปก่อนมหากลียุค แต่จะมีบรรดาผู้ที่จะมาเชื่อพระคริสต์ช่วงมหากลียุค
And a final weakness of the pretribulational view is shared by the other two theories: namely, the Bible does not give an explicit time line concerning future events. และมีและจุดอ่อนสุดท้ายของมุมมองแบบก่อนกลียุคกล่าวโดยทฤษฎีอีกสองแบบ: นั่นคือ  พระคัมภีร์ไม่ได้ให้เส้นเวลาที่ชัดเจนเกี่ยวกับเหตุการณ์ในอนาคต

Scripture does not expressly teach one view over another, and that is why we have diversity of opinion concerning the end times and some variety on how the related  prophecies should be harmonized.

พระคัมภีร์ไม่สอนเด่นชัดมุมมองหนึ่งมากกว่าอีกมุมหนึ่ง   และนั่นคือเหตุผลที่เรามีความคิดเห็นหลากหลายเกี่ยวกับวาระสุดท้าย   และความหลากหลายบางอย่างว่าคำทำนายทั้งหลายที่สัมพันธ์กันควรจะผสมกลมกลืนกันอย่างไร

www.gotquestions.org/Thai

Pretribulation

 
 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top