Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear

Acts 5:1-11 Ananias and Sapphira 

กิจการ5:1-11 อานาเนียกับภรรยาชื่อสัปฟีรา

 

Last time we spoke about the first Christians giving tithes and offerings to the church and meeting the needs of others in church . 

ครั้งสุดท้ายที่เราพูดเกี่ยวกับ

คริสเตียนแรกให้จำนวนเล็กน้อยและเสนอไปยังคริสตจักรและตอบสนองความต้องการของผู้อื่นในคริสตจักร

Some like, Barnabas gave very generously, even selling property and giving the money to the church. 

บางบารนาบัสเช่นให้มากอย่างไม่เห็นแก่ตัวแม้จะขายทรัพย์สินและการให้เงินเพื่อคริสตจักร

At the end of chapter 4 we were introduced to this man Barnabas. He was an encourager, later he became a missionary. 

ในตอนท้ายของบทที่ 4 ที่เราได้รู้จักกับผู้ชายคนนี้บารนาบัส เขาเป็นผู้หนึ่งที่สนับสนุนให้ภายหลังเขาได้กลายเป็นมิชชันนารี

Barnabas gave a large piece of property.  Sometimes when you are very generous it attracts attention, people notice. 

บารนาบัสให้ชิ้นใหญ่ของสถานที่ให้บริการ บางครั้งเมื่อคุณเป็นคนใจกว้างมากมันดึงดูดความสนใจของคนแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

Two people noticed the attention that Barnabas received, and they wanted to have praise and attention too. 

สองคนสังเกตเห็นความสนใจที่บารนาบัสได้รับและพวกเขาต้องการที่จะมีการยกย่องและให้ความสนใจมากเกินไป

But they didn’t want to give away all of the profit from the sale of their property, they decided they would try to fool the other Christians to make them think that they were extra generous giving everything, when they really were only giving a part of the profit. 

แต่พวกเขาไม่ต้องการให้ไปทั้งหมดของกำไรที่ได้จากการขายทรัพย์สินของพวกเขา    พวกเขาตัดสินใจที่พวกเขาจะพยายามที่จะหลอกคริสเตียนอื่น ๆ ที่จะทำให้พวกเขาคิดว่าพวกเขาใช้ทุกอย่างให้ใจกว้าง  เมื่อพวกเขาจริงๆมีเพียง แต่ให้เป็นส่วนหนึ่ง ของกำไร

They wanted to look good before the other Christians.

พวกเขาต้องการให้ดูดีก่อนที่คริสตชนอื่น

 

Acts 5:1-12 (ESV)

1 But a man named Ananias, with his wife Sapphira, sold a piece of property,

กิจการ5:1-11

1 แต่มีชายคนหนึ่งชื่ออานาเนียกับภรรยาชื่อสัปฟีราขายที่ดินของตน

2 and with his wife's knowledge he kept back for himself some of the proceeds and brought only a part of it and laid it at the apostles' feet.

2 แล้วเก็บเงินค่าที่ดินส่วนหนึ่งไว้ ภรรยาของเขาก็รู้ด้วย อีกส่วนหนึ่งนั้นเขานำมาวางไว้ที่เท้าของพวกอัครทูต

3 But Peter said, “Ananias, why has Satan filled your heart to lie to the Holy Spirit and to keep back for yourself part of the proceeds of the land?

3 เปโตรจึงถามว่า “อานาเนีย ทำไมซาตานชื่อหนึ่งของมาร มีความหมายว่า ผู้ขัดขวาง (ปฏิปักษ์)จึงควบคุมใจของเจ้าให้โกหกต่อพระวิญญาณบริสุทธิ์ และทำให้เจ้าเก็บค่าที่ดินส่วนหนึ่งไว้?

4 While it remained unsold, did it not remain your own? And after it was sold, was it not at your disposal?  Why is it that you have contrived this deed in your heart?  You have not lied to men but to God.”

4 เมื่อที่ดินยังอยู่ก็เป็นของเจ้าไม่ใช่หรือ?  เมื่อขายแล้วเงินก็ยังอยู่ในสิทธิอำนาจของเจ้าไม่ใช่หรือ? มีอะไรทำให้ใจของเจ้าคิดทำอย่างนี้? เจ้าไม่ได้โกหกมนุษย์แต่โกหกพระเจ้า”

5 When Ananias heard these words, he fell down and breathed his last. And great fear came upon all who heard of it.

5 เมื่ออานาเนียได้ยินคำเหล่านั้นก็ล้มลงและสิ้นใจ ทุกคนที่รู้เรื่องก็เกิดความเกรงกลัวอย่างยิ่ง

6 The young men rose and wrapped him up and carried him out and buried him.

6 พวกคนหนุ่มก็มาห่อศพเขาแล้วหามไปฝัง

7 After an interval of about three hours his wife came in, not knowing what had happened.

7 หลังจากนั้นประมาณสามชั่วโมง ภรรยาของเขาซึ่งยังไม่ทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็เข้าไป

8 And Peter said to her, “Tell me whether you sold the land for so much.” And she said, “Yes, for so much.”

8 เปโตรถามนางว่า “เจ้าขายที่ดินได้ราคาเท่านั้นหรือ จงบอกข้าเถิดนางจึงตอบว่า “ได้เท่านั้นค่ะ”

9 But Peter said to her, “How is it that you have agreed together to test the Spirit of the Lord? Behold, the feet of those who have buried your husband are at the door, and they will carry you out.”

9 เปโตรจึงถามนางว่า “ทำไมเจ้าสองคนถึงพร้อมใจกันทดลองพระวิญญาณขององค์พระผู้เป็นเจ้าเล่า?  นี่แน่ะ เท้าของพวกคนที่ฝังศพสามีเจ้าอยู่ที่ประตู และพวกเขาจะหามศพของเจ้าออกไปด้วย”

10 Immediately she fell down at his feet and breathed her last. When the young men came in they found her dead, and they carried her out and buried her beside her husband.

10 ทันใดนั้นนางก็ล้มลงสิ้นใจแทบเท้าของเปโตร เมื่อพวกคนหนุ่มเข้ามาพบว่านางตายแล้ว ก็หามศพออกไปฝังไว้ข้างสามีของนาง

11And great fear came upon the whole church and upon all who heard of these things.

11 ทั่วคริสตจักรและทุกคนที่ได้ยินเหตุการณ์นั้นก็เกิดความเกรงกลัวอย่างยิ่ง

 

Obviously, they were trying to copy Barnabas. They saw that he got attention from others, and they thought it would be nice if they could get that kind of attention too.

เห็นได้ชัดว่าพวกเขาพยายามที่จะคัดลอกบารนาบัส พวกเขาเห็นว่าเขาได้รับความสนใจจากผู้อื่นและพวกเขาคิดว่ามันจะดีถ้าพวกเขาได้รับชนิดของความสนใจที่มากเกินไป

People sometimes do things just to get noticed by other people.  This is pride. 

คนบางครั้งทำสิ่งที่เพียงเพื่อให้ได้สังเกตเห็นโดยคนอื่น ๆ นี่คือความภาคภูมิใจ

Ananias and Sapphira were proud.  

อานาเนียและสัปฟีรามีความภาคภูมิใจ

There was nothing wrong with the fact that they kept back part of the money.

มีอะไรผิดพลาดกับความเป็นจริงคือการที่พวกเขาเก็บกลับมาเป็นส่วนหนึ่งของเงินที่

They had the authority to do this.  The property had been theirs and they had the privilege to do with the money whatever they wished.

พวกเขามีอำนาจในการทำเช่นนี้ ทรัพย์สินที่ได้รับพวกเขาและพวกเขามีสิทธิ์ที่จะทำอะไรกับเงินสิ่งที่พวกเขาปรารถนาที่

 

In church, we don’t have to give any certain amount.  Most Christians believe we should give a tithe, 10 percent.   

ในคริสตจักรเราไม่ได้มีเพื่อให้การใด ๆ จำนวนหนึ่ง คริสเตียนส่วนใหญ่เชื่อว่าเราควรให้จำนวนเล็กน้อย 10 เปอร์เซ็นต์

The church, a group of believers, fellowshipping and worshiping together, should give toward all of the expenses of that group and no money should have to come from outside of the group. 

คริสตจักรเป็นกลุ่มของบรรดาผู้ศรัทธาในพระเยซูสามัคคีธรรมและนมัสการร่วมกันควรให้ต่อค่าใช้จ่ายทั้งหมดของกลุ่มที่ไม่มีเงินและควรจะต้องมาจากภายนอกของกลุ่ม

So that money is given by people in the church to take care of all the food, the cost for any building, the cost for the fuel for the vehicles, and if anyone is an employee of the church, the church members should give enough to pay that employee. 

ดังนั้นเงินที่จะได้รับจากคนในคริสตจักรในการดูแลของอาหาร, ค่าใช้จ่ายสำหรับการสร้างใด ๆ ที่ค่าใช้จ่ายสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับยานพาหนะและถ้าใครเป็นพนักงานของโบสถ์เป็นสมาชิกคริสตจักรควรให้เพียงพอที่จะ จ่ายพนักงานที่

In addition to that, money should be given to help the poor and needy and to start new churches.

นอกจากนั้นเงินที่ควรจะได้รับการช่วยเหลือผู้ยากจนและขาดแคลนและการเริ่มต้นคริสตจักรใหม่

In the first church they were giving everything they owned.

ในคริสตจักรแรกที่พวกเขาให้ทุกสิ่งที่พวกเขาเป็นเจ้าของ

Ananias and Sapphira did not give all but kept back part of the money.

อานาเนียและสัปฟีราไม่ได้ให้ แต่เก็บไว้ทั้งหมดกลับเป็นส่วนหนึ่งของเงิน

Their problem, their sin, was that they lied about it. They said they were giving all when actually they were keeping part of it for themselves.  

ปัญหาบาปของตนได้ว่าพวกเขาโกหกเกี่ยวกับเรื่องนี้ พวกเขากล่าวว่าพวกเขาให้เป็นจริงทั้งหมดเมื่อพวกเขาถูกทำให้ส่วนหนึ่งของมันสำหรับตัวเอง

So, they were hypocrites (ผู้เสแสร้ง), they were pretending to be something they were not really.

ดังนั้นพวกเขาจึงถูกพวกมุนาฟิก (ผู้เสแสร้ง), พวกเขาทำท่าจะเป็นสิ่งที่ y ที่ถูกไม่ได้จริงๆ

 Sometime we might say or sing in a song, we are giving all, everything to the Lord.  We should not say that we are giving all, if we are not.

บางครั้งเราอาจจะพูดหรือร้องเพลงในเพลงที่เราจะให้ทุกทุกอย่างเพื่อพระเจ้า เราไม่ควรจะพูดว่าเราจะให้ทุกคนถ้าเราไม่ได้

 

Ananias and Sapphira said they were giving everything away to the church, but they were lying about it.  

อานาเนียและสัปฟีรากล่าวว่าพวกเขาให้ทุกอย่างออกไปเพื่อคริสตจักร แต่พวกเขาโกหกเกี่ยวกับมัน

The sin of this man and his wife was that they lied about it, to save face and to look good before the people.

ความบาปของชายคนนี้และภรรยาของเขาคือการที่พวกเขาโกหกเกี่ยวกับเรื่องนี้เพื่อบัน  ทึกใบหน้าและให้ดูดีก่อนที่คน

 

In Matthew, Jesus talks about this.

ในมัทธิวพูดถึงพระเยซูเกี่ยวกับเรื่องนี้

 

Matthew 6:1-6, 16-17 (ESV)

1“Beware of practicing your righteousness before other people in order to be seen by them, for then you will have no reward from your Father who is in heaven.

มัทธิว 6:1-6, 16-17

1“จงระวัง อย่าทำศาสนกิจเพื่ออวดคนอื่น มธ.23:5 ถ้าทำอย่างนั้นท่านทั้งหลายจะไม่ได้รับบำเหน็จจากพระบิดาของท่านผู้สถิตในสวรรค์

2 “เพราะฉะนั้น เมื่อท่านทำทานอย่าเป่าแตรข้างหน้า เหมือนพวกคนหน้าซื่อใจคด ที่ทำในธรรมศาลาและตามถนน เพื่อให้คนสรรเสริญ เราบอกความจริงแก่พวกท่านว่า พวกเขาได้รับบำเหน็จของพวกเขาแล้ว 2“เหตุฉะนั้น   เมื่อท่านทำทานอย่าเป่าแตร

 3 But when you give to the needy, do not let your left hand know what your right hand is doing,

3 แต่ท่านเมื่อทำทาน อย่าให้มือซ้ายรู้การกระทำของมือขวา

4so that your giving may be in secret. And your Father who sees in secret will reward you.

4เพื่อว่าทานของท่านจะเป็นทานลับ และพระบิดาของท่านผู้ทอดพระเนตรเห็นในที่ลี้ลับ จะประทานบำเหน็จแก่ท่าน

5“And when you pray, you must not be like the hypocrites. For they love to stand and pray in the synagogues and at the street corners, that they may be seen by others.  Truly, I say to you, they have received their reward.

5 “เมื่อท่านทั้งหลายอธิษฐาน อย่าเป็นเหมือนพวกหน้าซื่อใจคด เพราะพวกเขาชอบยืนอธิษฐานในธรรมศาลาและตามมุมถนนต่างๆ เพื่อจะให้คนทั้งปวงเห็น เราบอกความจริงกับพวกท่านว่าพวกเขาได้รับบำเหน็จของเขาแล้ว

6 But when you pray, go into your room and shut the door and pray to your Father who is in secret. And your Father who sees in secret will reward you.

6 ส่วนท่านเมื่ออธิษฐานจงเข้าในห้องชั้นใน และเมื่อปิดประตูแล้ว จงอธิษฐานต่อพระบิดาของท่านผู้สถิตในที่ลี้ลับ และพระบิดาของท่านผู้ทอดพระเนตรเห็นในที่ลี้ลับจะประทานบำเหน็จแก่ท่าน

16 “And when you fast, do not look gloomy like the hypocrites, for they disfigure their faces that their fasting may be seen by others. Truly, I say to you, they have received their reward.

16 “เมื่อท่านทั้งหลายถืออดอาหาร อย่าทำหน้าเศร้าหมองเหมือนพวกคนหน้าซื่อใจคด เพราะพวกเขาทำหน้าให้มอมแมม เพื่อจะให้คนเห็นว่าเขาถืออดอาหาร เราบอกความจริงแก่พวกท่านว่า พวกเขาได้บำเหน็จของเขาแล้ว

17 But when you fast, anoint your head and wash your face,

17 แต่ท่านเมื่อถืออดอาหาร จงล้างหน้าและเอาน้ำมันชโลมศีรษะ 18เพื่อคนทั้งหลายจะไม่รู้ว่าท่านถืออดอาหาร แต่ให้ปรากฏแก่พระบิดาของท่าน ผู้สถิตในที่ลี้ลับ และพระบิดาของท่าน ผู้ทอดพระเนตรเห็นในที่ลี้ลับจะประทานบำเหน็จแก่ท่าน

 

The Holy Spirit of God lives inside Christians.

พระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเจ้าภายในชีวิตคริสเตียน

Peter asked why have you listened to Satan in lying to the Holy Spirit? 

ปีเตอร์ถามว่าทำไมมีคุณฟังซาตานในโกหกให้กับพระวิญญาณบริสุทธิ์?

Peter was probably also surprised when Ananias fell down dead.

ปีเตอร์รู้สึกประหลาดใจอาจจะยังเมื่ออานาเนียก้มลงตาย

Do you know who struck Ananias dead? God did. 

คุณรู้ว่าใครหลงอานาเนียตาย? พระเจ้าทำ

God can give life, and He can take it away. This is God's universe. We are God's creatures.

พระเจ้าสามารถให้ชีวิตและเขาสามารถใช้มันออกไป จักรวาลนี้เป็นพระประสงค์ของพระเจ้า เราเป็นสัตว์ของพระเจ้า

We breathe His air.  We use bodies that He has given to us. He can take our bodies any time He wishes to. 

เราหายใจอากาศของพระองค์ เราใช้ร่างกายที่เขามีให้กับเรา เขาสามารถใช้ร่างกายของเราเวลาใดประสงค์พระองค์ไป

This was God’s discipline within the church.  God was the One who was responsible for the death of Ananias and Sapphira. 

นี่คือวินัยของพระเจ้าภายในคริสตจักร พระเจ้าเป็นผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการตายของอานาเนียและและสัปฟีรา

 

When Sapphira came in later, Peter knew what would happen to her.

เมื่อสัปฟีรามาในภายหลัง  ปีเตอร์รู้ว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับเธอ

Probably Peter did not know what was going to happen to Ananias, but now it is quite obvious what will happen to this woman.

ปีเตอร์อาจจะไม่ทราบสิ่งที่เกิดขึ้นจะเกิดขึ้นกับอานาเนีย แต่ตอนนี้มันเป็นที่ชัดเจนสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับผู้หญิงคนนี้

 

Ananias and Sapphira, although they were Christians, lied to the Holy Spirit and were removed from the fellowship of believers by death.

อานาเนียและและสัปฟีรา แม้ว่าพวกเขาคริสเตียนโกหกของพระวิญญาณบริสุทธิ์และถูกลบออกจากการคบหาของบรรดาผู้ศรัทธาโดยการตาย

They had committed the sin unto death.

พวกเขามีความมุ่งมั่นบาปแก่ความตาย

The testimony of these first believers was so important, that if they would not live holy lives before the Lord and would instead be proud liars then they could no longer live. 

คำเบิกความของผู้ศรัทธาก่อนเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญเพื่อที่ว่าพวกเขาจะไม่ใช้ชีวิตที่บริสุทธิ์ต่อพระพักตร์พระเจ้าและแทนจะเป็นความภาคภูมิใจโกหกแล้วพวกเขาไม่สามารถอาศัยอยู่

This was a sin unto death which Ananias and Sapphira committed.  

นี้เป็นบาปแก่ความตายซึ่งอานาเนียและและสัปฟีรามุ่งมั่น

God could not permit this kind of sin in the early church, this required discipline.   

พระเจ้าไม่อาจอนุญาตให้มีชนิดนี้จากความบาปของคริสตจักรในยุคแรกนี้จำเป็นต้องมีระเบียบวินัย

Up until this time the Christians shared and had all things in common.

จนถึงเวลานี้คริสตชนที่ใช้ร่วมกันและมีทุกสิ่งที่เหมือนกัน

If other Christians did the same thing or something similar, the church would not then continue to reproduce and form other healthy churches.

ถ้าคริสตชนอื่น ๆ ได้ในสิ่งเดียวกันหรือสิ่งที่คล้ายคริสตจักรจะไม่แล้วดำเนินการต่อในการทำซ้ำและรูปแบบคริสตจักรสุขภาพอื่น ๆ

 

Fear came upon all the church, and fear came upon people who heard of these things.

กลัวมาเมื่อคริสตจักรทั้งหมดและความกลัวมาเมื่อผู้คนที่ได้ยินในสิ่งเหล่านี้

Power from the Holy Spirit would continue in the church, and many, many people would believe and become Christians.

ไฟฟ้าจากพระวิญญาณบริสุทธิ์จะยังคงอยู่ในคริสตจักรและหลายคนจะเชื่อและกลายเป็นคริสเตียน

 

Another thing to notice in this passage is the spiritual discernment of Peter.

สิ่งที่จะต้องแจ้งให้ทราบในตอนนี้ก็คือค​​วามฉลาดทางจิตวิญญาณของ ปีเตอร์

The Holy Spirit showed Peter the truth about Ananias and Sapphira.  

พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงแสดงให้เห็นว่าปีเตอร์ความจริงเกี่ยวกับอานาเนียและและสัปฟีรา

The Holy Spirit can give us discernment about people and discernment about right and wrong.

พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงสามารถให้เราฉลาดเกี่ยวกับบุคคลและความฉลาดเกี่ยวกับการที่ถูกและผิด

 

Today God doesn’t usually cause Christians to suddenly drop dead, so people in churches may be hypocrites, proud, and liars. 

วันนี้พระเจ้าไม่ได้มักจะทำให้เกิดคริสเตียนก็เลื่อนที่ตายแล้วเพื่อให้คนในคริสตจักรอาจจะเป็นพวกมุนาฟิก  ภูมิใจและโกหก

Sometimes people that way are even in leadership in the church. 

บางคนที่แม้กระทั่งวิธีการในการเป็นผู้นำในคริสตจักร

If those who lied to God in our churches were to drop down dead, we would have a lot of funerals.  

หากบรรดาผู้ที่กล่าวเท็จต่อพระเจ้าในโบสถ์ของเราได้ไปแบบหล่นลงที่ตายแล้วเราจะมีจำนวนมากในงานศพ

So, what should Christians today do?  We need to examine ourselves, and be careful to not be proud, not be a hypocrite, pretending to be something we are not, and to not lie. 

ดังนั้นสิ่งที่ควรคริสเตียนในวันนี้จะทำอย่างไร    เราจำเป็นต้องตรวจสอบตัวเองและระมัดระวังที่จะไม่ภาคภูมิใจไม่ได้รับการปากว่าตาขยิบ, ทำท่าจะเป็นสิ่งที่เราไม่ได้และไม่โกหก

We should give to meet the needs of the church and the needs of others in service to God but not to get the attention of other people.   

เราควรจะให้เพื่อให้ตรงกับความต้องการของคริสตจักรและความต้องการของผู้อื่นในการให้บริการให้กับพระเจ้า แต่ไม่ได้รับความสนใจจากคนอื่น ๆ

We should be like Barnabas and not like Ananias and Sapphira.

เราควรจะเหมือนบารนาบัสและไม่ชอบอานาเนียและและสัปฟีรา

This sermon is a part of a collection of sermons entitled New Testament Expository Sermons vol. 7 Acts copyright ©2018 by Dana Bratton available at Amazon.com in Kindle and paperback (English only).

คำสอนนี้เป็นตอนหนึ่งของชุดรวมคำสอนที่มีชื่อว่า  คำสอนเชิงอธิบายพันธสัญญาใหม่ ชุดที่ 7 พระธรรมกิจการ ลิขสิทธิ์© 2018 โดยนายเดนา แบรตตัน สามารถดูได้ที่ Amazon.com ในเครื่องอ่านหนังสืออีเล็คทรอนิกส์และหนังสือปกอ่อน (ภาษาอังกฤษ)

Scripture quotations are from the ESV® Bible (The Holy Bible, English Standard Version®, copyright ©2001 by Crossway, a publishing ministry of Good News Publishers. Used by permission. All rights reserved 

ข้อพระคัมภีร์คัดมาจากพระคัมภีร์ ESV® (พระคัมภีร์ฉบับมาตรฐานอังกฤษ®สงวนลิขสิทธิ์© 2001 โดย Crossway  พันธกิจการพิมพ์ของสำนักพิมพ์ข่าวประเสริฐ  โดยได้รับอนุญาต  ขอสงวนลิขสิทธิ์ทั้งหมด

Scripture quotations from the New American Standard Bible® (NASB), Copyright © 1960, 1962, 1963, 1968, 1971, 1972, 1973, 1975, 1977, 1995 by The Lockman Foundation Used by permission. www.Lockman.org

ข้อเสนอจากพระคัมภีร์ไบเบิลฉบับใหม่ (NASB) ลิขสิทธิ์ © 1960, 1962, 1963, 1968, 1971, 1972, 1973, 1975, 1977, 1995 โดย The Lockman Foundation
ใช้โดยได้รับอนุญาต
www.Lockman.org

 

Thai Scripture quotations are from The Holy Bible – Thai Standard Version 2011 Copyright © 2011 Thailand Bible Society

ข้อพระคัมภีร์ไทยคัดมาจากพระคัมภีร์  พระคริสตธรรมคัมภีร์ภาษาไทยฉบับมาตรฐาน 2011 สงวนลิขสิทธิ์© 2011 โดยสมาคมพระคริสตธรรมไทย

 

 

 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top