Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear

Acts 5-part 2 Signs, Wonders, and Persecution

กิจการ5ส่วนที่2  สิ่งมหัศจรรย์และการประหัตประหาร

 

Last time we spoke about

ครั้งสุดท้ายที่เราพูดเกี่ยวกับ

 Ananias and Saphira, a couple who wanted attention, praises and honor for themselves, they lied about selling their property and as a result both of them died. 

อานาเนียและ สัปฟีร คู่ผู้ที่ต้องการความสนใจสรรเสริญและเป็นเกียรติสำหรับตัวเองที่พวกเขาโกหกเกี่ยวกับการขายทรัพย์สินของพวกเขาและเป็นผลให้ทั้งสองของพวกเขาเสียชีวิต

As we continue today in Acts chapter 5, we read that the apostles, those who had been disciples of Jesus, were doing many miracles and more people were becoming Christians.

ที่เรายังคงในวันนี้ในกิจการบทที่ 5 เราอ่านที่อัครสาวกผู้ที่ได้รับสาวกของพระเยซูได้ทำอัศจรรย์มากมายและผู้คนมากขึ้นได้กลายเป็นคริสเตียน

Many signs and wonders done

พวกอัครทูตรักษาคนเจ็บป่วยหลายคน

Acts 5:12-16

12Now many signs and wonders were regularly done among the people by the hands of the apostles. And they were all together in Solomon's Portico.

กิจการ 5:12-16

12มีหมายสำคัญและการอัศจรรย์หลายอย่างที่พระเจ้าทรงทำด้วยมือของบรรดาอัครทูตท่ามกลางประชาชน และพวกเขารวมกันอยู่ที่เฉลียงของซาโลมอน

13None of the rest dared join them, but the people held them in high esteem.

13ส่วนคนอื่นๆ ไม่กล้าเข้ามาร่วมกับพวกเขา แต่ประชาชนเคารพพวกเขามาก

14And more than ever believers were added to the Lord, multitudes of both men and women,

14และชายหญิงจำนวนมากก็เชื่อถือและเข้ามาเป็นสาวกของพระเจ้ามากกว่าก่อน

15so that they even carried out the sick into the streets and laid them on cots and mats, that as Peter came by at least his shadow might fall on some of them.

15จนเขาทั้งหลายต่างหามคนเจ็บป่วยออกไปที่ถนนโดยวางบนที่นอนและแคร่ เพื่อว่าเมื่อเปโตรเดินผ่านไป อย่างน้อยเงาของท่านจะได้ถูกพวกเขาบางคน

16The people also gathered from the towns around Jerusalem, bringing the sick and those afflicted with unclean spirits, and they were all healed.

16ประชาชนจากเมืองที่อยู่รอบกรุงเยรูซาเล็มมารวมกัน และพาบรรดาคนป่วยและคนมีผีโสโครกเบียดเบียนมา และทุกคนก็หาย

The Bible speaks of spiritual gifts that God gives to Christians to enable them do the work God wants them to do. 

พระคัมภีร์ของประทานฝ่ายวิญญาณที่พระเจ้าประทานให้คริสเตียนเพื่อให้พวกเขาทำผลงานที่พระเจ้าต้องการให้ทำ

Gifts of healing and gifts of miracles were sign gifts which were given to the apostles.

ของขวัญของการบำบัดและของขวัญจากความมหัศจรรย์ได้ของขวัญป้ายที่ได้รับการอัครสาวก

They did many signs (a miracle that shows a message from God) among the people.

พวกเขาหลายสัญญาณ (มหัศจรรย์ที่จะแสดงข้อความที่มาจากพระผู้เป็นเจ้า) ในหมู่ประชาชน

The discipline in the church had put a fear of God in the people.

พวกเขาหลายสัญญาณ (มหัศจรรย์ที่จะแสดงข้อความที่มาจากพระผู้เป็นเจ้า) ในหมู่ประชาชน

Yet there were those who were still being saved.  Believers were being added to the Church.

ยังมีผู้ที่ยังคงถูกบันทึกไว้ได้ โอ้บรรดาผู้ศรัทธาได้ถูกเพิ่มไปยังคริสตจักร

History records that by B.C. 300 there were millions of people in the Roman Empire who had turned to Christ.

ประวัติโดยก่อนคริสตศักราชที่ มี 300 ล้านคนในจักรวรรดิโรมันที่มีการเปิดให้พระเยซูคริสต์ถูก

At that time there was no written New Testament. The apostles were witnesses of the life of Christ.

ในขณะที่ไม่มีการเขียนพันธสัญญาใหม่คือ อัครสาวกถูกพยานของชีวิตของพระเยซูคริสต์

The sign gifts were given to them to demonstrate the fact that they spoke with God authority from God.  God gave them the ability to do signs and wonders.

ของขวัญที่ได้รับการลงชื่อเข้าใช้ให้พวกเขาแสดงให้เห็นถึงความจริงที่ว่าพวกเขาพูดกับพระเจ้าผู้มีอำนาจจากพระเจ้า ที่พระเจ้ามอบให้พวกเขาสามารถที่จะทำอาการและสิ่งมหัศจรรย์

Today we have a written New Testament as our authority.   So miraculous gifts of healing are not as important, but God does still heal and show His power and His truth.

วันนี้เรามีพันธสัญญาใหม่ที่เขียนเป็นผู้มีอำนาจของเรา ดังนั้นของขวัญที่อัศจรรย์ของการรักษาจะไม่ได้เป็นสิ่งสำคัญ แต่พระเจ้าจะยังคงรักษาและแสดงพลังและความจริงของพระองค์

We have seen that there was discipline within the early church.

เราได้เห็นว่ามีวินัยในช่วงต้นคริสตจักร

There was also persecution from without.

นอกจากนี้ยังมีการกดขี่ข่มเหงจากโดยไม่ต้อง

When the apostles exercised their gifts, they produced a reaction [1].

 เมื่ออัครสาวกที่ใช้ในของขวัญที่พวกเขาผลิตปฏิกิริยาที่เกิดขึ้น

It is an interesting thing, you can do great wonderful things for people and still someone won’t like what you did or won’t like you.  

มันเป็นสิ่งที่น่าสนใจที่คุณสามารถทำสิ่งที่ยอดเยี่ยมที่ดีสำหรับคนและยังคงมีคนจะไม่ชอบสิ่งที่คุณทำหรือจะไม่ชอบคุณ

Two of the disciples were arrested, not for doing anything wrong, but only for sharing Good News about Jesus, but after their arrest the prison opened for them.   They then began sharing the Good News again.

สาวกสอง คนเหล่าถูกจับกุมไม่ได้สำหรับการทำอะไรผิด แต่เพียงสำหรับการแบ่งปันข่าวดีเกี่ยวกับพระเยซู แต่หลังจากการจับกุมของพวกเขาในเรือนจำที่เปิดสำหรับพวกเขา จากนั้นพวกเขาเริ่มต้นการแบ่งปันข่าวดีอีกครั้ง

The Second Persecution

พวกอัครทูตถูกข่มเหง

Acts 5:17-42 (ESV)

17But the high priest rose up, and all who were with him (that is, the party of the Sadducees), and filled with jealousy

กิจการ 5:17-42

17มหาปุโรหิตและพรรคพวกคือพวกสะดูสีมีความอิจฉาอย่างยิ่ง

18they arrested the apostles and put them in the public prison.

18จึงจับพวกอัครทูตขังไว้ในคุกหลวง

19But during the night an angel of the Lord opened the prison doors and brought them out, and said,

19แต่ในเวลากลางคืนทูตสวรรค์องค์หนึ่งขององค์พระผู้เป็นเจ้ามาเปิดประตูคุกพาพวกอัครทูตออกไป และบอกว่า

20“Go and stand in the temple and speak to the people all the words of this Life.”

20“จงไปยืนในบริเวณพระวิหารประกาศบรรดาข้อความแห่งชีวิตใหม่นี้ให้ประชาชนฟัง

21And when they heard this, they entered the temple at daybreak and began to teach. Now when the high priest came, and those who were with him, they called together the council, all the senate of the people of Israel, and sent to the prison to have them brought.

21เมื่อพวกอัครทูตได้ยินเช่นนั้น ก็เข้าไปในบริเวณพระวิหารตอนรุ่งเช้าและสั่งสอน   แต่มหาปุโรหิตกับพรรคพวกเรียกประชุมสภายิวและสมาชิกสภาทั้งหมดของคนอิสราเอล แล้วใช้คนไปที่คุกเพื่อพาพวกอัครทูตออกมา

22But when the officers came, they did not find them in the prison, so they returned and reported,

22พวกเจ้าหน้าที่ก็ไปแต่ไม่พบพวกอัครทูตในคุก จึงกลับมารายงานว่า

23“We found the prison securely locked and the guards standing at the doors, but when we opened them we found no one inside.”

23“เราเห็นคุกปิดอยู่แน่นหนามั่นคงและพวกยามยืนเฝ้าอยู่ตามประตู แต่เมื่อเปิดประตูเข้าไป ไม่เห็นใครอยู่ข้างใน”

24Now when the captain of the temple and the chief priests heard these words, they were greatly perplexed about them, wondering what this would come to.

24เมื่อหัวหน้ารักษาพระวิหารกับพวกหัวหน้าปุโรหิตได้ยินคำเหล่านี้ ก็ฉงนสนเท่ห์ในเรื่องของพวกอัครทูตว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป

25And someone came and told them, “Look! The men whom you put in prison are standing in the temple and teaching the people.”

25มีคนมาบอกพวกเขาว่า “นี่แน่ะ บรรดาคนที่ท่านทั้งหลายขังไว้ในคุกกำลังยืนสั่งสอนประชาชนอยู่ในบริเวณพระวิหาร”

26Then the captain with the officers went and brought them, but not by force, for they were afraid of being stoned by the people.

26แล้วหัวหน้ารักษาพระวิหารกับพวกเจ้าหน้าที่ก็ไปพาพวกอัครทูตมาโดยไม่ได้ทำอะไรรุนแรง เพราะกลัวว่าประชาชนจะเอาหินขว้าง

27And when they had brought them, they set them before the council. And the high priest questioned them,

27เมื่อพวกเขาพาพวกอัครทูตมาแล้วก็ให้ยืนหน้าสภา มหาปุโรหิตจึงกล่าวว่า

28saying, “We strictly charged you not to teach in this name, yet here you have filled Jerusalem with your teaching, and you intend to bring this man's blood upon us.”

28“เรากำชับพวกเจ้าอย่างแข็งขันแล้วว่าอย่าสอนโดยออกชื่อนี้ นี่แน่ะ พวกเจ้าทำให้คำสอนของพวกเจ้าแพร่ไปทั่วกรุงเยรูซาเล็ม และต้องการให้ความผิดเรื่องการตายของคนนั้นตกอยู่กับเรา

29But Peter and the apostles answered, “We must obey God rather than men.

29เปโตรกับอัครทูตคนอื่นๆ ตอบว่า “เราจำเป็นต้องเชื่อฟังพระเจ้ามากกว่าเชื่อฟังมนุษย์

30The God of our fathers raised Jesus, whom you killed by hanging him on a tree.

30พระเยซูผู้ซึ่งพวกท่านฆ่าเสียโดยแขวนไว้ที่ต้นไม้หมายถึง กางเขนนั้น พระเจ้าแห่งบรรพบุรุษของเราทรงให้เป็นขึ้นมาแล้ว

31God exalted him at his right hand as Leader and Savior, to give repentance to Israel and forgiveness of sins.

31พระเจ้าทรงตั้งพระองค์ไว้ที่พระหัตถ์เบื้องขวาของพระองค์ ให้เป็นองค์พระผู้นำและองค์พระผู้ช่วยให้รอด เพื่อจะให้ชนอิสราเอลกลับใจใหม่ แล้วจะทรงอภัยบาปของเขาทั้งหลาย

32And we are witnesses to these things, and so is the Holy Spirit, whom God has given to those who obey him.”

32เราคือสักขีพยานของเรื่องเหล่านี้ และพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่พระเจ้าประทานกับทุกคนที่เชื่อฟังพระองค์นั้นก็เป็นพยานด้วย”

33When they heard this, they were enraged and wanted to kill them.

33เมื่อพวกเขาฟังแล้วก็โกรธมาก คิดกันว่าจะฆ่าพวกอัครทูตเสีย

34But a Pharisee in the council named Gamaliel, a teacher of the law held in honor by all the people, stood up and gave orders to put the men outside for a little while.

34แต่มีคนหนึ่งชื่อกามาลิเอล เป็นพวกฟาริสีและเป็นอาจารย์สอนธรรมบัญญัติ เป็นที่นับถือของประชาชน เขายืนขึ้นในสภาแล้วสั่งให้พาพวกอัครทูตออกไปข้างนอกครู่หนึ่ง

35And he said to them, “Men of Israel, take care what you are about to do with these men.

35ท่านกล่าวกับพวกเขาว่า “ท่านชนชาติอิสราเอล สิ่งที่ท่านทั้งหลายคิดจะทำกับคนเหล่านี้นั้น จงระวังให้ดี  

36For before these days Theudas rose up, claiming to be somebody, and a number of men, about four hundred, joined him. He was killed, and all who followed him were dispersed and came to nothing.

36เพราะก่อนหน้านี้มีคนหนึ่งชื่อธุดาสซึ่งอ้างตัวว่าเป็นผู้ยิ่งใหญ่ มีผู้คนติดตามประมาณสี่ร้อยคน แต่ธุดาสถูกฆ่าและคนที่เป็นพรรคพวกก็กระจัดกระจายสาบสูญไป

37After him Judas the Galilean rose up in the days of the census and drew away some of the people after him. He too perished, and all who followed him were scattered.

37ต่อจากคนนี้มีอีกคนหนึ่งชื่อยูดาส เป็นชาวกาลิลีปรากฏตัวขึ้นในช่วงที่มีการจดทะเบียนสำมะโนครัว เขาเกลี้ยกล่อมผู้คนให้ติดตามเขาไป และคนนั้นก็พินาศด้วย คนที่เป็นพรรคพวกก็กระจัดกระจาย

38So in the present case I tell you, keep away from these men and let them alone, for if this plan or this undertaking is of man, it will fail;

38เพราะฉะนั้นในกรณีนี้ ข้าพเจ้าจึงขอบอกพวกท่านว่า จงปล่อยคนเหล่านี้ไปตามเรื่อง อย่าทำอะไรพวกเขาเลย เพราะว่าถ้าความคิดหรือกิจการนี้มาจากมนุษย์ มันจะล่มสลายไปเอง

39but if it is of God, you will not be able to overthrow them. You might even be found opposing God!” So they took his advice,

39แต่ถ้ามาจากพระเจ้า พวกท่านจะไม่สามารถทำลายพวกเขาได้ เกรงว่าพวกท่านกลับจะเป็นฝ่ายสู้รบกับพระเจ้า” 

40and when they had called in the apostles, they beat them and charged them not to speak in the name of Jesus, and let them go.

40พวกเขาจึงยอมฟังกามาลิเอล และเมื่อเรียกพวกอัครทูตเข้ามาแล้ว ก็เฆี่ยนและกำชับไม่ให้สอนในนามของพระเยซูแล้วปล่อยไป

41Then they left the presence of the council, rejoicing that they were counted worthy to suffer dishonor for the name.

41พวกอัครทูตจึงออกจากสภาไปด้วยความยินดี ที่พระเจ้าทรงนับว่าพวกเขามีค่าสมควรได้รับการหลู่เกียรติเพราะพระนามนั้น

42And every day, in the temple and from house to house, they did not cease teaching and preaching Jesus as the Christ.

42พวกเขาสั่งสอนและประกาศว่าพระเยซูทรงเป็นพระคริสต์ทุกๆ วันไม่ได้ขาด ทั้งในบริเวณพระวิหารและตามบ้านเรือน

Notice that the Sadducees are leading in the persecution.  The Pharisees had led in the persecution against Jesus; then the Sadducees led the persecution against the first Christians.

ขอให้สังเกตว่าพวกสะดูสีที่จะเป็นผู้นำในการประหัตประหาร พวกฟาริสีได้นำไปสู่​​การประหัตประหารในการต่อต้านพระเยซูนั้นแล้วพวกสะดูสีที่นำไปสู่​​การประหัตประหารกับคริสเตียนแรก

So, the apostles are arrested for the second time and are put into prison.

ดังนั้นพวกอัครสาวกถูกจับกุมเป็นครั้งที่สองและจะใส่ลงในคุก

An angel released the apostles from prison and told them go back and teach more about Jesus in the temple, which they did.

ทูตสวรรค์องค์หนึ่งอัครสาวกออกจากคุกและบอกพวกเขากลับไปและสอนเพิ่มเติมเกี่ยวกับพระเยซูในพระวิหารซึ่งพวกเขา

The High Priest did not realize that these apostles had been freed from prison and he asked the officers to bring them to court, but the officers found no one in the prison.

มหาปุโรหิตไม่ทราบว่าอัครสาวกเหล่านี้ได้รับการปลดปล่อยจากเรือนจำและเขาถามเจ้าหน้าที่ที่จะนำพวกเขาไปยังศาล แต่เจ้าหน้าที่พบว่าไม่มีผู้ใดในเรือนจำ

People were listening to the apostles. They were good witnesses. They were real missionaries.

คนฟังพวกอัครสาวก พวกเขาเป็นพยานที่ดี พวกเขาเป็นมิชชันนารีจริง

Jesus had said that the gospel was to go out, first in Jerusalem.  We see that this has been done.

พระเยซูได้กล่าวว่าพระกิตติคุณเป็นที่จะออกไปเป็นครั้งแรกในกรุงเยรูซาเล็ม เราจะเห็นว่านี้ได้รับการทำ

The apostles were obeying what the Lord had told them to do.  Believers are commanded to obey government authority, except when it would disobey God.

  อัครสาวกถูกเชื่อฟังสิ่งที่พระเจ้าทรงบอกให้พวกเขาทำ โอ้บรรดาผู้ศรัทธาได้รับบัญชาให้เชื่อฟังผู้มีอำนาจของรัฐยกเว้นเมื่อมันจะไม่เชื่อฟังพระเจ้า         

There was one Rabbi, a teacher of the law who also was a teacher of Saul who later became the apostle Paul. 

มีอีกอย่างหนึ่งอาจารย์ในศาสนายิว, ครูของกฎหมายที่ยังเป็นครูของซาอูลที่ภายหลังได้กลายเป็นอัครทูตเปาโลได้

Gamaliel gives examples of men who had started trouble or a revolution and had a following, but after they were killed, their followers disbanded. Now he advises them that the same thing will happen to Jesus followers.

กามาลิเอ ให้ตัวอย่างของผู้ชายที่ได้เริ่มต้นปัญหาหรือการปฏิวัติและมีดังต่อไปนี้ แต่หลังจากที่พวกเขาถูกฆ่าตายติดตามของพวกเขาแยกวง ตอนนี้เขาให้คำแนะนำแก่พวกเขาว่าสิ่งเดียวกันจะเกิดขึ้นกับผู้ติดตามพระเยซู

If the court found these men innocent, they should have let them go. If they were guilty, of a crime then they should have held them and punished them.  

หากศาลพบว่าคนเหล่านี้บริสุทธิ์ที่พวกเขาควรจะมีให้พวกเขาไป หากพวกเขาผิดของอาชญากรรมนั้นพวกเขาควรมีการจัดพวกเขาและพวกเขาลงโทษ

They seemed to find them innocent but beat them anyway.  They should have listened to Gamaliel a little more carefully. [2]

พวกเขาดูเหมือนจะพบพวกเขาบริสุทธิ์ แต่ชนะพวกเขาต่อไป พวกเขาควรจะได้ฟัง กามาลิเอน้อยมากขึ้นอย่างระมัดระวัง

Notice they were teaching the Bible house to house, that’s what we need to do in Phuket, Phang Nga, and Krabi, teach the Bible house to house, family to family.

พวกเขาสังเกตเห็นการเรียนการสอนพระคัมภีร์ที่บ้านไปที่บ้านว่าเป็นสิ่งที่เราต้องทำในจังหวัดภูเก็ต, พังงา, กระบี่, สอนพระคัมภีร์ที่บ้านไปที่บ้านของครอบครัวให้กับครอบครัว

The apostles were rejoicing that they could suffer for the Lord.

อัครสาวกถูกยินดีที่เห็นว่าพวกเขาสามารถประสบสำหรับพระเจ้า

They continued to teach and to preach Jesus Christ.   

พวกเขายังคงสอนและเพื่อประกาศพระเยซูคริสต์ 

Have you received Jesus as your Lord and Savior?  “Believe on the Lord Jesus Christ and you will be saved.” 

ที่คุณได้รับพระเยซูเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าและผู้ช่วยให้รอดของคุณ? “เชื่อในองค์พระเยซูคริสต์และคุณจะถูกบันทึกไว้”

This sermon is a part of a collection of sermons entitled New Testament Expository Sermons vol. 7 Acts copyright ©2018 by Dana Bratton available at Amazon.com in Kindle and paperback (English only).

คำสอนนี้เป็นตอนหนึ่งของชุดรวมคำสอนที่มีชื่อว่า  คำสอนเชิงอธิบายพันธสัญญาใหม่ ชุดที่ 7 พระธรรมกิจการ ลิขสิทธิ์© 2018 โดยนายเดนา แบรตตัน สามารถดูได้ที่ Amazon.com ในเครื่องอ่านหนังสืออีเล็คทรอนิกส์และหนังสือปกอ่อน (ภาษาอังกฤษ)

Scripture quotations are from the ESV® Bible (The Holy Bible, English Standard Version®, copyright ©2001 by Crossway, a publishing ministry of Good News Publishers. Used by permission. All rights reserved 

ข้อพระคัมภีร์คัดมาจากพระคัมภีร์ ESV® (พระคัมภีร์ฉบับมาตรฐานอังกฤษ®สงวนลิขสิทธิ์© 2001 โดย Crossway  พันธกิจการพิมพ์ของสำนักพิมพ์ข่าวประเสริฐ  โดยได้รับอนุญาต  ขอสงวนลิขสิทธิ์ทั้งหมด

Scripture quotations from the New American Standard Bible® (NASB), Copyright © 1960, 1962, 1963, 1968, 1971, 1972, 1973, 1975, 1977, 1995 by The Lockman Foundation Used by permission. www.Lockman.org

ข้อเสนอจากพระคัมภีร์ไบเบิลฉบับใหม่ (NASB) ลิขสิทธิ์ © 1960, 1962, 1963, 1968, 1971, 1972, 1973, 1975, 1977, 1995 โดย The Lockman Foundation
ใช้โดยได้รับอนุญาต
www.Lockman.org

Thai Scripture quotations are from The Holy Bible – Thai Standard Version 2011 Copyright © 2011 Thailand Bible Society

ข้อพระคัมภีร์ไทยคัดมาจากพระคัมภีร์  พระคริสตธรรมคัมภีร์ภาษาไทยฉบับมาตรฐาน 2011 สงวนลิขสิทธิ์© 2011 โดยสมาคมพระคริสตธรรมไทย

[1] J. Vernon McGee, Thru The Bible with J. Vernon McGee, (Nashville, TN: Thomas Nelson, 1983), WORDsearch CROSS e-book,  "Chapter 5".

[2] Ibid.

.. 

 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top