Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear

Luke 19-part 2 The Master Who Rewards the Faithful

ลูกา​บทที่ 19 ตอนที่ 2 เจ้านายผู้ให้รางวัลคนสัตย์ซื่อ

           

Last time we talked about Zacchaeus who climbed up in a tree to see Jesus and Jesus invited him down from the tree and his life was changed.   

ครั้งที่แล้วเราได้พูดถึงเรื่องเกี่ยวกับศักเคียส ที่ปีนขึ้นบนต้นไม้เพื่อดูพระเยซูและพระเยซูทรงเชิญชวนเขาลงมาจากต้นไม้   แล้วชีวิตของเขาก็เปลี่ยนแปลง

Today we find Jesus telling a parable to teach people about the coming kingdom of God and about stewardship.

วันนี้เราพบว่าพระเยซูทรงเล่าอุปมาเพื่อสอนประชาชนเรื่องราชอาณาจักรของพระเจ้าที่กำลังมาถึงและเกี่ยวกับการอารักขา

 

Jesus now is approaching Jerusalem.

พระเยซูกำลังเสด็จเข้าใกล้กรุงเยรูซาเล็ม

Many of His followers, including His apostles, think that He was about to set up His Kingdom on earth.

ผู้ติดตามพระองค์มากมาย  รวมทั้งอัครสาวกของพระองค์ คิดว่าพระองค์กำลังจะสถาปนาราชอาณาจักรของพระองค์บนโลก

But He is coming to Jerusalem to die.

แต่พระองค์กำลังเสด็จมาที่กรุงเยรูซาเล็มเพื่อจะสิ้นพระชนม์

He is showing them that the Kingdom is not coming immediately, but that Jesus would come back again and they then and we now must remain faithful and use what God has given to us. 

ทรงกำลังแสดงให้พวกเขาเห็นว่าราชอาณาจักรไม่ได้มาถึงในทันที  แต่พระเยซูจะเสด็จกลับมาอีกครั้ง  แล้วพวกเขาและเราตอนนี้ยังต้องซื่อสัตย์ที่จะใช้สิ่งที่พระเจ้าประทานแก่เรา

In the story it says they were each given a mina or a pound, it is an amount of money, about the amount of money most people of that day would earn in 100 days.

ในเรื่องกล่าวว่าพวกเขาได้รับเงินหนึ่งมินาหรือหนึ่งปอนด์  มันเป็นเงินจำนวนหนึ่ง  พอๆ กับที่คนส่วนใหญ่ในสมัยนั้นจะหาเงินได้ใน 100 วัน

 

Luke 19:11-27

11 As they heard these things, he proceeded to tell a parable, because he was near to Jerusalem, and because they supposed that the kingdom of God was to appear immediately.

ลูกา​19:11-27

11 ขณะที่ประชาชนกำลังฟังสิ่งเหล่านี้ พระองค์ก็ตรัสอุปมาเรื่องหนึ่งให้พวกเขาฟังต่อไปอีก เพราะพระองค์กำลังเสด็จมาใกล้กรุงเยรูซาเล็ม และเพราะเหตุที่พวกเขาคิดว่าแผ่นดินของพระเจ้ากำลังจะปรากฏในไม่ช้านี้ 

12 He said therefore, “A nobleman went into a far country to receive for himself a kingdom and then return.

12 พระองค์ตรัสว่า   “มีเจ้านายองค์หนึ่งกำลังจะเดินทางไปเมืองไกล   เพื่อรับอำนาจมาครองแผ่นดิน   แล้วจะกลับมาอีก

13 Calling ten of his servants, he gave them ten minas, and said to them, ‘Engage in business until I come.’

13 ท่านจึงเรียกทาสของท่านสิบคนมา  มอบเงินไว้กับพวกเขาสิบมินาแล้วสั่งว่า   'จงเอาไปค้าขายจนกว่าเราจะกลับมา'

14 But his citizens hated him and sent a delegation after him, saying, ‘We do not want this man to reign over us.’

14 แต่ชาวเมืองเกลียดชังท่านผู้นั้น   จึงส่งทูตตามหลังไปเพื่อทูลว่า   'เราไม่ต้องการให้ท่านผู้นี้มาปกครอง'

15 When he returned, having received the kingdom, he ordered these servants to whom he had given the money to be called to him, that he might know what they had gained by doing business.

15 เมื่อท่านได้รับอำนาจครองแผ่นดินกลับมาแล้ว   ท่านจึงเรียกพวกทาสที่ท่านให้เงินไว้นั้นมา   เพื่อจะดูว่าพวกเขาค้าขายได้กำไรเท่าไหร่

16 The first came before him, saying, ‘Lord, your mina has made ten minas more.’

16 คนแรกมาบอกว่า   'ท่านเจ้าข้า   เงินหนึ่งมินาของท่านได้กำไรมาอีกสิบมินา'

17 And he said to him, ‘Well done, good servant! Because you have been faithful in a very little, you shall have authority over ten cities.’

17 ท่านจึงพูดกับเขาว่า   'ดีมาก เจ้าเป็นทาสที่ดี   เพราะเจ้าซื่อสัตย์ในของเล็กน้อย เจ้าจงมีอำนาจครอบครองสิบเมืองเถิด'

18 And the second came, saying, ‘Lord, your mina has made five minas.’

18 คนที่สองมาบอกว่า   ' ท่านเจ้าข้า   เงินหนึ่งมินาของท่านได้กำไรมาอีกห้ามินา'

19 And he said to him, ‘And you are to be over five cities.’

19 ท่านจึงพูดกับเขาเหมือนกันว่า   'เจ้าจงครอบครองห้าเมืองเถิด'

20 Then another came, saying, ‘Lord, here is your mina, which I kept laid away in a handkerchief;

20 อีกคนหนึ่งมาบอกว่า   'ท่านเจ้าข้า   นี่เงินหนึ่งมินาของท่าน  ข้าพเจ้าเอามันห่อผ้าเก็บไว้

21 for I was afraid of you, because you are a severe man. You take what you did not deposit, and reap what you did not sow.’

21 เพราะข้าพเจ้ากลัวท่าน เนื่องจากท่านเป็นคนเข้มงวด   ท่านเก็บผลที่ท่านไม่ได้ลงแรง   และเกี่ยวสิ่งที่ท่านไม่ได้หว่าน'

22 He said to him, ‘I will condemn you with your own words, you wicked servant! You knew that I was a severe man, taking what I did not deposit and reaping what I did not sow?

22 ท่านจึงตอบเขาว่า   'ไอ้ขี้ข้าชั่วช้า   เราจะพิพากษาเจ้าด้วยคำพูดของเจ้าเอง   เจ้าก็รู้ไม่ใช่หรือว่าเราเป็นคนเข้มงวด เก็บผลที่เราไม่ได้ลงแรง   และเกี่ยวสิ่งที่เราไม่ได้หว่าน

23 Why then did you not put my money in the bank, and at my coming I might have collected it with interest?’

23 แล้วทำไมเจ้าถึงไม่ฝากเงินของเราไว้ในธนาคาร   เมื่อเรามาจะได้รับเงินของเราพร้อมกับดอกเบี้ยด้วย'

24 And he said to those who stood by, ‘Take the mina from him, and give it to the one who has the ten minas.’

24 แล้วท่านสั่งคนที่ยืนอยู่ที่นั่นว่า  'จงเอาเงินหนึ่งมินาจากเขาไปให้กับคนที่มีสิบมินา'

25 And they said to him, ‘Lord, he has ten minas!’

25 แล้วพวกเขาพูดว่า  'ท่านเจ้าข้า  เขามีสิบมินาแล้ว'

26 ‘I tell you that to everyone who has, more will be given, but from the one who has not, even what he has will be taken away.

26 'เราบอกพวกเจ้าว่า  ทุกคนที่มีอยู่แล้วจะได้รับเพิ่มอีก  แต่คนที่ไม่มี  แม้แต่สิ่งที่เขามีอยู่นั้นก็จะต้องเอาไปจากเขา

27 But as for these enemies of mine, who did not want me to reign over them, bring them here and slaughter them before me.’”

27 ส่วนพวกศัตรูของเราที่ไม่ต้องการให้เราปกครอบพวกเขานั้น  จงพาเขามาที่นี่   แล้วฆ่าเสียต่อหน้าเรา' ”

           

Jesus explained that the kingdom would not come until a future time, but that His servants had better be faithful now to do the job assigned to them.

พระเยซูทรงอธิบายว่าราชอาณาจักรจะยังไม่มาถึงจนกว่าจะถึงเวลาในอนาคต   แต่ว่าสาวกของพระองค์ควรจะมีความซื่อสัตย์ในขณะนี้เพื่อที่จะทำงานที่ได้ทรงกำหนดแก่พวกเขา

 

The… nobleman in the parable represents the Lord Jesus Christ.

ขุนนาง ในอุปมาหมายถึงองค์พระเยซูคริสต์

He will receive the Kingdom from His Father, not from us.

พระองค์จะได้รับราชอาณาจักรจากพระบิดาของพระองค์  ไม่ใช่จากเรา

People will either receive Him or they will be destroyed.

ประชาชนจะต้อนรับพระองค์หรือว่าพวกเขาจะถูกทำลาย

He came the first time as a Savior.

ทรงเสด็จมาเป็นครั้งแรกในฐานะพระผู้ช่วยให้รอด

Next time He will come as King.[1]

ครั้งต่อไปพระองค์จะเสด็จมาในฐานะกษัตริย์

           

A mina was a unit of measurement, equal to 1.25 pounds or .57 kilograms, equal             to 50 shekels. 

เงินหนึ่งมินาเป็นหน่วยวัดอย่างหนึ่ง   เทียบเท่ากับ1.25ปอนด์หรือ. 57กิโลกรัม  เท่ากับเงิน50 เชเค

The mina, like the shekel, was also a unit of currency.

เงินมินา เหมือนเช่นเงินเชเคล ก็เป็นหน่วยวัดเงินตราด้วย

In ancient Greece, it originally equaled 70 drachmae and later was increased to 100 drachmae.

ในสมัยกรีกโบราณ  เริ่มแรกมันเท่ากับ 70 ดรัคเม และต่อมาได้เพิ่มขึ้นเป็น100 ดรัค เม

Possibly worth $18 U.S.[2]

อาจจะมีมูลค่า 18 ดอลล่าร์สหรัฐฯ

           

In the parable, you see three different responses to the Master.

ในอุปมา คุณเห็นการตอบสนองสามแบบที่แตกต่างกันต่อเจ้านาย

 

Faithful obedience vv. 16-19, 24

การเชื่อฟังอย่างสัตย์ซื่อข้อ 16-19, 24

 

Each of the servants received an amount of money equal to three months’ wages for a laboring man.  

            ทาสแต่ละคนได้รับเงินจำนวนเท่ากับค่าจ้างทำงานสามเดือนสำหรับคนทำงานหนัก

They could give the money to investors and earn interest, or purchase goods and sell them for a profit.

พวกเขาสามารถให้เงินแก่นักลงทุนและได้รับดอกเบี้ย   หรือซื้อสินค้าและขายมันเพื่อทำกำไร

The important thing was that they give back to their master more than he had given to them.            

สิ่งที่สำคัญคือว่าพวกเขาคืนเงินกลับให้แก่เจ้านายของพวกเขามากกว่าที่เขาได้รับ

How they did it was up to them, so long as it was legal and profitable.

วิธีที่พวกเขาทำมันขึ้นอยู่กับพวกเขา  ตราบใดที่มันถูกกฎหมายและทำกำไร

 

We are given a report on only three of the ten servants, and the first two proved to be successful.

เราทราบรายงานจากทาสเพียงสามคนในสิบคนเท่านั้น  และทาสสองคนแรกพิสูจน์แล้วว่าประสบความสำเร็จ

The first servant brought ten pounds more, the second brought five pounds more, and both were rewarded accordingly.

ทาสคนแรกทำเงินมากกว่าสิบปอนด์ คนที่สองทำได้มากกว่าห้าปอนด์และทาสทั้งสองได้รับรางวัลตามลำดับ

These men did their job faithfully even though they were promised no rewards.

คนเหล่านี้ทำงานอย่างสัตย์ซื่อแม้ว่าพวกเขาได้รับสัญญาว่าไม่มีบำเหน็จรางวัล

 

The Parable of the Talents in Matthew 25:14-30 is similar to the Parable of the Pounds here in Luke, in this parable, each of the ten servants received the same amount but different rewards, while in the Parable of the Talents, the servants received different amounts of money.  

อุปมาเรื่องตะลันต์ในมัทธิว25:14-30 คล้ายคลึงกับอุปมาเรื่องเงินปอนด์ที่นี่ในพระธรรมลูกา  ในอุปมานี้   ทาสแต่ละคนในสิบคนได้รับเงินจำนวนเท่ากัน  แต่ได้รับผลกำไรแตกต่างกัน ในขณะที่ในอุปมาเรื่องตะลันต์ ทาสได้รับเงินจำนวนที่แตกต่างกัน

The Parable of the Talents teaches us to be faithful to use our different gifts as God gives us opportunities to serve.

อุปมาเรื่องตะลันต์นี้สอนเราให้สัตย์ซื่อในการใช้ของประทานต่างกันของเราตามที่พระเจ้าทรงให้โอกาสเรารับใช้

Some people have a great deal of ability, so God gives them greater opportunity.

บางคนมีความสามารถจัดการได้ดี  ดังนั้นพระเจ้าทรงให้พวกเขามีโอกาสมากกว่า

The important thing is not how much ability you have but how faithful you are to use what you have for the Lord.

สิ่งที่สำคัญคือไม่ใช่คุณมีความสามารถมากแค่ไหน  แต่คุณสัตย์ซื่อแค่ไหนที่จะใช้สิ่งที่คุณมีเพื่อพระเจ้า

In this parable each servant has the same amount of money, which probably represents the message of the Gospel. 

ในอุปมานี้ ทาสแต่ละคนได้รับเงินจำนวนเท่ากัน  ซึ่งอาจแทนข่าวประเสริฐแห่งพระกิตติคุณ

The faithful servants were rewarded by being made rulers of cities.

ทาสที่ซื่อสัตย์ได้รับรางวัลโดยถูกแต่งตั้งเป็นเจ้าเมืองปกครอง

The reward for faithful work is always, more work.

รางวัลสำหรับการงานที่สัตย์ซื่อเสมอคือการงานที่สัตย์ซื่อมากขึ้น

But what a compliment to be entrusted with the management of so many cities!

แต่ช่างเป็นคำชมเชยที่เราได้รับความไว้วางใจในการจัดการกับเมืองมากมาย!

How we serve the Lord today will help determine our reward and ministry when He comes to establish His kingdom on earth.

วิธีที่เรารับใช้พระเจ้าทุกวันนี้จะช่วยตัดสินบำเหน็จรางวัลและพันธกิจของเราเมื่อพระองค์เสด็จมาสถาปนาราชอาณาจักรของพระองค์บนโลก

Faithfulness now is preparation for blessed service then. [3]

แล้วตอนนี้ความสัตย์ซื่อคือการเตรียมความพร้อมเพื่อการรับใช้ที่ได้รับพระพร

 

Luke 16:10 One who is faithful in a very little is also faithful in much, and one who is dishonest in a very little is also dishonest in much.

ลูกา​ 16:10 “คนที่ซื่อสัตย์ในของเล็กน้อยจะซื่อสัตย์ในของมากด้วย และคนที่ไม่ซื่อสัตย์ในของเล็กน้อย จะไม่ซื่อสัตย์ในของมากเช่นกัน     

 

Unfaithful disobedience 20-23 

การไม่เชื่อฟังที่ไม่สัตย์ซื่อ ข้อ 20-23

 

At least one of the ten men did not obey his master and as a result lost even the money that the master gave him.

อย่างน้อยทาสคนหนึ่งในสิบคนไม่ได้เชื่อฟังเจ้านายของเขาและเป็นผลให้เงินเจ้านายมอบให้เขาต้องสูญเสียไป

It is a basic principle of the Christian life that wasted opportunity means loss of reward and possibly loss of the privilege of service.

มันเป็นหลักพื้นฐานชีวิตคริสเตียนที่ทำให้โอกาสเสียไปเปล่า   หมายถึงการสูญเสียบำเหน็จรางวัลและอาจจะสูญเสียสิทธิพิเศษในการรับใช้

If we do not use the gifts God gives us under His direction, why should we even have them? Somebody else can make better use of the gifts to the glory of God.

ถ้าเราไม่ใช้ของประทานที่พระเจ้าทรงมอบให้เราภายใต้คำสั่งสอนของพระองค์ แล้วเราจะเก็บมันไว้ทำไม?  คนอื่นสามารถใช้ประโยชน์ที่ดีกว่าจากของประทานเพื่อพระสิริของพระเจ้า

 

This servant was unfaithful because his heart was not right toward his master.

ทาสที่ไม่สัตย์ซื่อเพราะว่าจิตใจของเขาคิดไม่ดีต่อเจ้านายของเขา

He saw his master as a hard man who was demanding and unfair.

เขาเห็นเจ้านายของเขาเป็นคนแข็งกระด้างที่พิถีพิถันและไม่ยุติธรรม

The servant had no love for his master. 

ทาสไม่มีความรักต่อเจ้านายของเขา

So, the one man just kept what he was given, and didn’t do anything with it. 

ดังนั้นทาสคนหนึ่งแค่เก็บเงินที่เขาได้รับไว้และไม่ได้ทำอะไรกับมัน

The master was not happy when he returned.

 เจ้านายไม่มีความสุขเมื่อเขากลับมา

 

Outright rebellion vv. 14-27 

การขัดขืนทั้งสิ้น ข้อ 14-27

 

The “citizens” or “enemies” are mentioned at the beginning and the ending and are an important part of the story, for most of the people in the crowd that day were in that category.

"ประชาชน" หรือ "ศัตรู" ถูกกล่าวถึงในตอนต้นและตอนสุดท้ายและเป็นตอนสำคัญของเรื่อง  เพราะว่าคนส่วนใหญ่ในฝูงชนสมัยนั้นจัดอยู่ในประเภทนั้น

Jesus was near Jerusalem, and in a few days, He would hear the mob shout, “We have no king but Caesar!”  

พระเยซูเสด็จมาใกล้กรุงเยรูซาเล็มและในไม่กี่วัน  พระองค์จะทรงได้ยินฝูงชนตะโกนว่า "เราไม่มีกษัตริย์ใดยกเว้นแต่ซีซาร์"

The huge crowd didn’t want Jesus to be their King, but He is the King of Kings and Lord of Lords. 

ฝูงชนจำนวนมากไม่ต้องการให้พระเยซูเป็นกษัตริย์ของพวกเขา  แต่พระองค์ทรงเป็นจอมกษัตริย์เหนือกษัตริย์และจอมเจ้านายเหนือเจ้านาย

Jesus Christ is calling men everywhere to repent and submit to Him.

พระเยซูคริสต์ทรงเรียกทุกคนให้สารภาพบาปและยอมรับพระองค์

 

The faithful servants obeyed because they trusted their master and wanted to please him.

ทาสที่ซื่อสัตย์เชื่อฟังเพราะพวกเขาเชื่อไว้วางใจเจ้านายของพวกเขาและต้องการที่จะให้เจ้านายพอใจ

The unfaithful servant disobeyed because he feared his master. But these citizens rebelled because they hated their king.

ทาสที่ไม่ซื่อสัตย์ไม่เชื่อฟังเพราะเขากลัวเจ้านายของเขา  แต่ประชาชนเหล่านี้ขัดขืนเพราะพวกเขาเกลียดกษัตริย์ของพวกเขา

          

We are living today in the period between Luke 19:14 and 15 when our Master is absent but will return according to His promise.

            เรามีชีวิตอยู่ทุกวันนี้ในช่วงเวลาระหว่าง ลูกา19:14 และ15 เมื่อเจ้านายของเราไม่อยู่แต่จะกลับมาตามพระสัญญาของพระองค์

We have been given a task to perform, and we must be faithful until He comes.

เราได้รับงานหนักที่จะต้องจัดการ  และเราต้องสัตย์ซื่อจนกระทั่งพระองค์เสด็จมา

What will the King say to us when He returns? [4]

กษัตริย์จะตรัสอะไรกับเราเมื่อพระองค์เสด็จกลับมา

 

1 Corinthians 4:2 Moreover, it is required of stewards that they be found trustworthy.

1 ​โครินธ์4:2 ยิ่งกว่านั้น บรรดาผู้รับมอบฉันทะย่อมได้รับการคาดหวังว่าต้องเป็นคนที่ไว้วางใจได้

           

While He is away, He has given you a talent.

ในขณะที่พระองค์ทรงไม่ได้ประทับอยู่  พระองค์ได้ประทานตะลันต์แก่คุณ

He has given every one of His servants an opportunity to use the gifts and abilities God has given you and to share the Gospel. 

ทรงได้ให้ทุกคนมีโอกาสที่จะใช้ของประทานและความสามารถที่พระเจ้าได้   ประทานให้คุณและเพื่อแบ่งปันพระกิตติคุณ

You are to be faithful to that over which He has made you steward.

คุณต้องสัตย์ซื่อต่อสิ่งที่ทรงมอบให้คุณอารักขาไว้

God may trust you with an entire city, a handful of people, or a home.

พระเจ้าอาจทรงไว้ใจให้คุณได้ครองทั้งเมือง  ประชาชนแค่หยิบมือหรือบ้านสักหลัง

Whatever it is, you are to be faithful.

ไม่ว่าเป็นแบบใด คุณก็ต้องสัตย์ซื่อ

Some may gain five times and some may gain ten times while the Lord is away but when He comes again, He will reward you according to your faithfulness.

บางคนอาจจะได้รับห้าเท่า   และบางคนอาจจะได้รับสิบเท่า  ในขณะที่พระเจ้าทรง     อยู่ไกลที่ใดสักแห่ง  แต่เมื่อพระองค์เสด็จมาอีกครั้ง พระองค์จะประทานรางวัลแก่คุณตามความสัตย์ซื่อของคุณ

 

We have all sinned and deserve God's judgment.

เราทุกคนทำบาปและสมควรได้รับการลงโทษจากพระเจ้า

God, the Father, sent His only Son to satisfy that judgment for those who believe in Him.

พระเจ้า พระบิดาทรงส่งพระบุตรองค์เดียวของพระองค์เพื่อแยกรับการ          พิพากษาโทษแทนผู้ที่เชื่อในพระองค์

Jesus, the creator and eternal Son of God, who lived a sinless life, loves us so much that He died for our sins, taking the punishment that we deserve, He was buried, and rose from the dead according to the Bible.

พระเยซู พระผู้สร้างและพระบุตรนิรันดร์ของพระเจ้า  ผู้ทรงปราศจากบาปในชีวิต     ทรงรักเรามากจนพระองค์สิ้นพระชนม์เพื่อความบาปของเรา  ทรงรับการลงโทษที่เราสมควรได้รับ  พระองค์ทรงถูกฝังไว้, และทรงฟื้นจากความตายตามพระคัมภีร์

If you truly believe and trust in your heart, receiving Jesus alone as your Savior, yielding to Jesus as Lord, you will be saved from judgment and spend eternity with God in heaven.

ถ้าคุณเชื่ออย่างแท้จริงและจิตใจของคุณเชื่อวางใจ    ต้อนรับพระเยซูเพียงองค์เดียวเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของคุณ   รับพระเยซูเป็นพระเจ้า   คุณจะรอดพ้นจากการพิพากษาและมีชีวิตนิรันดร์กับพระเจ้าในสวรรค์

 

This sermon is a part of a collection of sermons entitled New Testament     Expository Sermons vol. 5 Luke 14-24 copyright ©2018 by Dana Bratton available at Amazon.com in Kindle and paperback (English only).

คำสอนนี้เป็นตอนหนึ่งของชุดรวมคำสอนที่มีชื่อว่า คำสอนเชิงอธิบายพันธสัญญา     ใหม่ ชุดที่ 5 พระธรรมลูกา 14-24 ลิขสิทธิ์© 2018 โดยนายเดนา แบรตตัน สามารถ   ดูได้ที่ Amazon.com ในเครื่องอ่านหนังสืออีเล็คทรอนิกส์และหนังสือปกอ่อน        (ภาษาอังกฤษเท่านั้น) 

 

Scripture quotations are from the ESV® Bible (The Holy Bible, English Standard Version®, copyright ©2001 by Crossway, a publishing ministry of Good News Publishers. Used by permission. All rights reserved 

ข้อพระคัมภีร์คัดมาจากพระคัมภีร์ ESV® (พระคัมภีร์ฉบับมาตรฐานอังกฤษ®            สงวนลิขสิทธิ์© 2001 โดย Crossway  พันธกิจการพิมพ์ของสำนักพิมพ์ข่าวประเสริฐ  โดยได้รับอนุญาต  ขอสงวนลิขสิทธิ์ทั้งหมด

 

Thai Scripture quotations are from The Holy Bible – Thai Standard Version 2011 Copyright © 2011 Thailand Bible Society

ข้อพระคัมภีร์ไทยคัดมาจากพระคัมภีร์  พระคริสตธรรมคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ  มาตรฐาน 2011 สงวนลิขสิทธิ์ 2011 โดยสมาคมพระคริสตธรรมไทย



[1] J. Vernon McGee, Thru the Bible with J. Vernon McGee, (Nashville, TN: Thomas Nelson, 1983), WORDsearch CROSS e-book, Luke 19.

[2] Mina, Wikipedia, https://en.wikipedia.org/wiki/Mina_(unit) (accessed June 15, 2018.

          [3] Warren Wiersbe, Bible Exposition Commentary – Be Courageous (Luke 14-24), (Colorado Springs, CO: Victor, 2003), WORDsearch CROSS e-book, 53.

 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top