Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear

Luke 21 Sacrifice in Your Giving, Don’t’ be Surprised by Persecution, Don’t be Afraid, and Don’t be Deceived

ลูกาบทที่ 21 การให้โดยเสียสละ อย่าแปลกใจถ้าถูกข่มเหง  อย่ากลัว  และอย่าให้ถูกหลอกลวง

 

Last time we talked about the Sadducees, another group of Jewish religious leaders, who did not believe in angels, or in the resurrection, came to Jesus with their question. 

ครั้งที่แล้วเราพูดถึงเรื่องพวกสะดูสี กลุ่มผู้นำทางศาสนาของชาวยิว ที่ไม่เชื่อในทูตสวรรค์ หรือในการฟื้นคืนชีพ มาถึงเรื่องที่พระเยซูทรงถูกพวกเขาซักถาม

Today we are going to talk about sacrifice in your giving, don’t’ be surprised by persecution, don’t be afraid, and don’t be deceived

วันนี้เรากำลังศึกษาเรื่อง เสียสละโดยการให้  อย่าแปลกใจถ้าถูกข่มเหง อย่ากลัว และอย่าให้ถูกหลอกลวง

 

Do you just give your loose change as an offering to the Lord, just your left overs, your surplus? 

คุณเพียงแค่ถวายเศษเงินเล็กน้อยให้แด่พระเจ้า  เพียงแค่ส่วนที่เหลือ ส่วนเกินของคุณหรือไม่

Or do you give sacrificially to the church and to the spread of the Gospel? 

หรือคุณถวายอย่างเสียสละแก่คริสตจักรและการเผยแพร่พระกิตติคุณ?

For many years, a man named Larry lived in a homeless shelter, so he could help support Cindy and me and other missionaries. 

นับเป็นเวลาหลายปี ชายคนที่ชื่อแลร์รี่ อาศัยอยู่ในที่พักของคนไร้บ้าน ดังนั้นเขาสามารถช่วยให้เงินสนับสนุนซินดี้และผมและผู้สอนศาสนาคนอื่นๆ

Now that is sacrificial giving.

ตอนนี้คือการให้อย่างเสียสละ

         

 

The Widow's Offering

เงินถวายของหญิงม่าย

 

Luke 21:1-4

ลูกา21:1-4

1Jesus looked up and saw the rich putting their gifts into the offering box,

1 พระองค์เงยพระพักตร์ขึ้นทอดพระเนตรเห็นคนมั่งมีทั้งหลายนำเงินมาใส่ในตู้เก็บเงินถวาย

2 and he saw a poor widow put in two small copper coins.

2 และพระองค์ทอดพระเนตรเห็นหญิงม่ายคนหนึ่งซึ่งเป็นคนขัดสน   นำเหรียญทองแดงสองอันมาใส่ด้วย

3 And he said, “Truly, I tell you, this poor widow has put in more than all of them.

3 พระองค์ตรัสว่า   “เราบอกท่านทั้งหลายจริงๆว่า   หญิงม่ายยากจนคนนี้เป็นคนที่ใส่ไว้มากกว่าเพื่อน

4 For they all contributed out of their abundance, but she out of her poverty put in all she had to live on.”

4 เพราะว่าทุกคนเอาเงินเหลือใช้มาใส่เพื่อถวาย แต่ผู้หญิงนี้ขาดแคลนที่สุด   ยังเอาเงินที่มีอยู่สำหรับเลี้ยงชีวิตมาใส่จนหมด”

”

Witnessing the donations made by the rich men, Jesus highlights how a poor widow donates only two coins, and the least valuable coins available at the time.

เป็นพยานเงินบริจาคที่ทำโดยชายที่ร่ำรวย    พระเยซูทรงเน้นความสำคัญว่าหญิงม่ายถวาย เงินเพียงสองเหรียญ และเงินเหรียญน้อยค่าที่สุดที่มีอยู่ในเวลานั้น

But, Jesus says this was everything she had, while the other people give only a small portion of their own wealth.

แต่ พระเยซูตรัสว่านี่คือทั้งหมดที่เธอมี ในขณะที่คนอื่นๆให้เพียงส่วนน้อยจากความมั่ง           คั่งของตัวเอง

 

God looks at the sacrifice of the giver.

พระเจ้าทอดพระเนตรที่การเสียสละของผู้ให้

Generally, it is the one who cannot give much who is making the real sacrifice.  

โดยปกติแล้ว บุคคลที่ไม่สามารถให้ได้มากผู้นั้นกำลังให้โดยการเสียสละจริง

Our giving to God’s work shows the spiritual condition of our heart, showing our motives and priorities.

การที่เราถวายเพื่อพระราชกิจของพระเจ้าแสดงให้เห็นถึงสภาพฝ่ายวิญญาณจิตของเรา       แสดงถึงแรงจูงใจและลำดับความสำคัญของเรา

 

2 Corinthians 8:1-5

2โครินธ์8:1-5

1 We want you to know, brothers, about the grace of God that has been given among the churches of Macedonia,

1พี่น้องทั้งหลาย   เราอยากให้ท่านรู้ถึงพระคุณของพระเจ้า   ที่พระองค์ประทานแก่คริสตจักรต่างๆ   ในแคว้นมาซิโดเนีย

2for in a severe test of affliction, their abundance of joy and their extreme poverty have overflowed in a wealth of generosity on their part.

2 เพราะในขณะที่พวกเขาเผชิญการทดสอบมากมายจากความยากลำบากนั้น ความยินดีที่เต็มล้นและความยากจนอย่างที่สุดของพวกเขาได้ล้นออกมาเป็นใจกว้างขวางยิ่ง 

3For they gave according to their means, as I can testify, and beyond their means, of their own free will,

3 เพราะข้าพเจ้าเป็นพยานได้ว่า   พวกเขาถวายตามความสามารถ  ที่จริงก็เกินความสามารถและทำด้วยความสมัครใจ

4begging us earnestly for the favor of taking part in the relief of the saints—

4 พวกเขาวิงวอนเราอย่างมาก   ขอร้องให้มีส่วนในคุณความดีในการช่วยเหลือธรรมิกชนด้วย

5and this, not as we expected, but they gave themselves first to the Lord and then by the will of God to us.

5 และไม่เหมือนที่เราคาดหมายไว้   แต่พวกเขาถวายตัวเองแด่องค์พระผู้เป็นเจ้าก่อน   แล้วจึงมอบตัวให้กับเราตามพระประสงค์ของพระเจ้า

 

 

2 Corinthians 9:6-13

2โครินธ์ 9:6-13  

6The point is this: whoever sows sparingly will also reap sparingly, and whoever sows bountifully will also reap bountifully.

6นี่แหละคนที่หว่านเพียงเล็กน้อยก็จะเก็บเกี่ยวได้เพียงเล็กน้อย   คนที่หว่านมากก็จะเก็บเกี่ยวได้มาก

7Each one must give as he has made up his mind, not reluctantly or under compulsion, for God loves a cheerful giver.

7  แต่ละคนจงให้ตามที่เขาคิดหมายไว้ในใจ ไม่ใช่ให้ด้วยความเสียดาย ไม่ใช่ให้ด้วยความจำใจ เพราะว่าพระเจ้าทรงรักคนที่ให้ด้วยใจยินดี

8And God is able to make all grace abound to you, so that having all sufficiency in all things at all times, you may abound in every good work.

และพระเจ้าสามารถประทานพรทุกอย่างแก่ท่านทั้งหลายอย่างเหลือล้น เพื่อว่าเมื่อมีทุกอย่างเพียงพออยู่เสมอ ท่านยังจะมีเหลือล้นสำหรับการดีทุกอย่างด้วย

9As it is written,“He has distributed freely, he has given to the poor;

his righteousness endures forever.”

9   ตามที่เขียนไว้ว่า “เขาแจกจ่าย เขาให้แก่บรรดาคนยากจน ความชอบธรรมของเขาดำรงอยู่เป็นนิตย์”

10 He who supplies seed to the sower and bread for food will supply and multiply your seed for sowing and increase the harvest of your righteousness.

10  และพระองค์ผู้ประทานเมล็ดพืชแก่คนที่หว่าน และอาหารแก่คนที่กินก็จะประทานเมล็ดพืชแก่พวกท่าน และจะทรงเพิ่มพูนเมล็ดพืชของท่าน ทั้งจะทรงให้การเก็บเกี่ยวแห่งความชอบธรรมของท่านเจริญขึ้น 

11You will be enriched in every way for all your generosity, which through us will produce thanksgiving to God.

11 โดยทรงให้ท่านทั้งหลายมั่งคั่งขึ้นในทุกสิ่ง เพื่อบริจาคด้วยใจกว้างขวางอยู่เสมอ และจะทำให้เกิดการขอบพระคุณพระเจ้าผ่านเรา

12 For the ministry of this service is not only supplying the needs of the saints, but is also overflowing in many thanksgivings to God.

12 เพราะการปรนนิบัติในงานรับใช้นี้ ไม่เพียงเป็นการจัดหาให้กับธรรมิกชนที่ขัดสนเท่านั้น แต่ยังทำให้มีการขอบพระคุณพระเจ้าอย่างมากมายเหลือล้นด้วย

13By their approval of this service, they will glorify God because of your submission flowing from your confession of the gospel of Christ, and the generosity of your contribution for them and for all others,

13 โดยผลของการปรนนิบัตินี้ พวกเขาจะสรรเสริญพระเจ้าในเรื่องที่ท่านทั้งหลายยอมเชื่อฟังสมกับที่กล่าวยอมรับข่าวประเสริฐของพระคริสต์ และในเรื่องที่ท่านแบ่งปันกับพวกเขาและทุกคนด้วยใจกว้างขวาง 

 

Luke 6:38 give, and it will be given to you. Good measure, pressed down, shaken together, running over, will be put into your lap. For with the measure you use it will be measured back to you.”

ลูกา 6:38  จงให้เขา แล้วพวกท่านจะได้รับด้วยแบบยัดสั่นแน่นพูนล้นเต็มหน้าตักของท่าน เพราะว่าเมื่อท่านตวงให้เขาเท่าไร ท่านก็จะได้รับการตวงกลับคืนไปเท่านั้นเช่นกัน

 

Jesus foretells the destruction of the temple

พระเยซูทรงทำนายถึงการทำลายล้างพระวิหาร

 

Luke 21:5-9

ลูกา 21:5-9

 5 And while some were speaking of the temple, how it was adorned with noble stones and offerings, he said,

5  เมื่อบางคนพูดชมพระวิหารว่าตกแต่งไว้ด้วยศิลางามและด้วยของถวายต่างๆ พระองค์จึงตรัสว่า

6 “As for these things that you see, the days will come when there will not be left here one stone upon another that will not be thrown down.”

6 “สิ่งเหล่านี้ที่พวกท่านเห็นจะมีสักวันหนึ่งที่จะไม่มีก้อนหินซ้อนทับกันแม้แต่ก้อนเดียว แต่จะถูกทำลายลงหมด

7 And they asked him, “Teacher, when will these things be, and what will be the sign when these things are about to take place?”

7  พวกเขาทูลถามพระองค์ว่า   “พระอาจารย์ เหตุการณ์พวกนี้จะบังเกิดขึ้นเมื่อไหร่   อะไรเป็นหมายสำคัญว่าใกล้จะเกิดขึ้นแล้ว”

8 And he said, “See that you are not led astray. For many will come in my name, saying, ‘I am he!’ and, ‘The time is at hand!’ Do not go after them.

8 พระองค์จึงตรัสว่า   “ระวังให้ดี   อย่าให้ใครล่อลวงท่านให้หลง   เพราะว่าจะมีหลายคนมา   ต่างอ้างนามของเราบอกว่า   'เราเป็นผู้นั้น'   และบอกว่า   'เวลานั้นใกล้เข้ามาแล้ว'   อย่าตามพวกเขาไปเลย

9 And when you hear of wars and tumults, do not be terrified, for these things must first take place, but the end will not be at once.”

9 เมื่อพวกท่านได้ยินเรื่องการสงครามและการจลาจล   อย่าตื่นตกใจ เพราะว่าสิ่งเหล่านั้นจำเป็นต้องเกิดขึ้นก่อน  แต่วันสิ้นยุคจะยังไม่มาถึงทันที”  

           

The temple was a beautiful structure, with many costly decorations that a poor      widow could never give, and the disciples mentioned this to Jesus.

พระวิหารมีโครงสร้างที่สวยงาม  พร้อมของตกแต่งล้ำค่ามากมายที่แม่ม่ายยากจน      ไม่สามารถถวายได้            และพวกสาวกทูลสิ่งนี้ต่อพระเยซู

But our Lord was not impressed.

แต่พระเจ้าของเราไม่ทรงประทับใจ

He told them that the day would come when the beautiful Jewish temple would be destroyed.

พระองค์ตรัสสอนพวกเขาว่าวันนั้นจะมาเมื่อพระวิหารที่สวยงามนี้จะถูกทำลาย

He had already announced that the city would be destroyed back in Luke 19.

พระองค์ทรงประกาศว่าเมืองจะถูกทำลาย  ย้อนกลับไปดูในลูกาบทที่ 19

 

Jesus left the temple and went to the Mount of Olives, and there Peter, James, and John asked Him three questions:

พระเยซูเสด็จออกจากพระวิหารและไปที่ภูขามะกอกเทศ  และที่นั่นเปโตร ยากอบและยอห์นทูลถามพระองค์สามข้อ

(1) When would the temple be destroyed?

(1) เมื่อไหร่ที่พระวิหารจะถูกทำลาย

(2) What would be the sign of His coming?

(2) อะไรจะเป็นหมายสำคัญของการเสด็จมาของพระองค์

(3) What would be the sign of the end of the age? [1]

(3) อะไรจะเป็นหมายสำคัญของจุดสิ้นยุค

 

Mark 13:3-4

มาระโก 13: 3-4

3And as he sat on the Mount of Olives opposite the temple, Peter and James and John and Andrew asked him privately,

3 เมื่อพระองค์ประทับบนภูเขามะกอกเทศตรงหน้าพระวิหาร   เปโตร   ยากอบ   ยอห์น   และอันดรูว์มากราบทูลถามพระองค์ส่วนตัวว่า

4“Tell us, when will these things be, and what will be the sign when all these things are about to be accomplished?”

4“ขอโปรดให้พวกข้าพระองค์ทราบว่าเหตุการณ์เหล่านี้จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่? อะไรคือหมายสำคัญที่จะแสดงว่าเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ใกล้จะสำเร็จ

 

The disciples thought that these three events would occur at the same time, but Jesus explained things differently.

พวกสาวกคิดว่าเหตุการณ์สามอย่างนี้จะเกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน แต่พระเยซูทรงอธิบายข้อเหล่านี้แตกต่างออกไป

Actually, the temple would be destroyed first, and then there would be a long period of time before He would return and establish His kingdom on earth. 

ที่จริงแล้ว พระวิหารจะถูกทำลายเป็นครั้งแรก  และจากนั้นจะเป็นช่วงเวลานานก่อนที่พระองค์จะเสด็จกลับมาและสร้างอาณาจักรของพระองค์บนโลก

The answer Jesus gave is called the Olivet Discourse, or we might say the message on the Mount of Olives, the greatest prophetic sermon Jesus preached.

คำตอบที่พระเยซูตรัสนี้ เรียกว่ารวมทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้นบนภูเขามะกอกเทศ  หรือเราอาจพูดว่าคำเทศนาบนภูเขามะกอกเทศ  คำพยากรณ์สำคัญที่สุดที่พระเยซูทรงตรัสสอน

It is recorded in greater detail in Matthew 24-25 and Mark 13, and you will want to compare the three passages.[2]

ถูกบันทึกรายละเอียดมากกว่านี้ในมัทธิวบทที่ 24-25 และมาระโกบทที่13, และคุณจะอยากเปรียบเทียบเนื้อหาทั้งสามตอน

 

Events of the last days and the tribulation

เหตุการณ์ในยุคสุดท้ายและความทุกข์ยากลำเค็ญ

 

Luke 21:10-19

ลูกา 21:10-19

10Then he said to them, “Nation will rise against nation, and kingdom against kingdom.

10 แล้วพระองค์ตรัสกับพวกเขาว่า   “ประชาชาติกับประชาชาติ  และอาณาจักรกับราชอาณาจักรจะต่อสู้กัน

11 There will be great earthquakes, and in various places famines and pestilences. And there will be terrors and great signs from heaven.

11 ทั้งจะเกิดแผ่นดินไหวใหญ่   และการกันดารอาหารและโรคระบาดในที่ต่างๆ   และจะเกิดความน่าสะพรึงกลัว   และหมายสำคัญใหญ่ๆจากฟ้าสวรรค์

12 But before all this they will lay their hands on you and persecute you, delivering you up to the synagogues and prisons, and you will be brought before kings and governors for my name's sake.

12  แต่ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์เหล่านั้น เขาทั้งหลายจะจับพวกท่านไว้ และจะข่มเหงและจะส่งมอบตัวท่านไปยังธรรมศาลาและคุก และจะพาท่านไปอยู่ต่อหน้ากษัตริย์และเจ้าเมือง เพราะพวกท่านเห็นแก่นามของเรา

13This will be your opportunity to bear witness.

13 สิ่งนี้จะเกิดกับพวกท่านเพื่อที่ท่านจะได้เป็นพยาน 

14Settle it therefore in your minds not to meditate beforehand how to answer,

14 เพราะฉะนั้นท่านจะต้องจดจำไว้ว่า ไม่ต้องเตรียมก่อนว่าจะแก้คดีอย่างไร 

15 for I will give you a mouth and wisdom, which none of your adversaries will be able to withstand or contradict.

15  เพราะว่าเราจะให้คำพูดและปัญญาแก่ท่าน ซึ่งพวกศัตรูของท่านทั้งหลายจะต่อต้านและคัดค้านไม่ได้

16You will be delivered up even by parents and brothers and relatives and friends, and some of you they will put to death.

16 แม้แต่บิดามารดา ญาติพี่น้องและมิตรสหายก็จะมอบตัวพวกท่านไว้ และพวกเขาจะฆ่าพวกท่านบางคน 

17 You will be hated by all for my name's sake.

17 ทุกคนจะเกลียดชังพวกท่านเพราะนามของเรา

18 But not a hair of your head will perish.

18 แต่ผมสักเส้นหนึ่งของท่านก็จะไม่เสียไป

19 By your endurance you will gain your lives.

19 พวกท่านจะได้ชีวิตรอดโดยความทรหดอดทนของท่าน

 

What Jesus described as signs of the last days can be seen in every age of the Church, for from the beginning there have been people claiming to be the spiritual leader to follow or even God himself, national and international upheavals, and religious persecution.

สิ่งที่พระเยซูทรงบรรยายว่าเป็นหมายสำคัญของยุคสุดท้ายที่สามารถเห็นได้ในคริสตจักรทุกยุค ตั้งแต่เริ่มต้นมีประชาชนที่อ้างว่าเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณที่ให้เราติดตามหรือ         แม้กระทั่งพระเจ้าเอง   ความวุ่นวายในชาติและนานาชาติและการข่มเหงทางศาสนา

But these things will increase and intensify as the time of Jesus’ coming draws near.       There will be religious delusion, and even God’s people will be in danger of being      deceived.

แต่สิ่งเหล่านี้จะทวีขึ้นและรุนแรงขึ้นเมื่อพระเยซูใกล้เสด็จมา  จะมีความเชื่อทางศาสนาที่       ผิดไป   และแม้กระทั่งประชากรของพระเจ้าจะตกอยู่ในอันตรายจากการถูกหลอกลวง

Satan is a counterfeiter who for centuries has led people astray by deceiving their minds and blinding their hearts.[3]

ซาตานเป็นจอมหลอกลวงมานานหลายศตวรรษแล้ว  ได้ชักนำผู้คนให้หลงไปโดยหลอก       ลวงความคิดและทำให้จิตใจของพวกเขามืดมัวไป  

 

Matthew 24:4-25

มัทธิว 24:4-25

4 And Jesus answered them, “See that no one leads you astray.

4 พระเยซูตรัสตอบว่า   “ระวังให้ดี   อย่าให้ใครล่อลวงพวกท่าน

5For many will come in my name, saying, ‘I am the Christ,’ and they will lead many astray.

5 เพราะว่าจะมีหลายคนมา   โดยอ้างนามของเราและกล่าวว่า ‘เราเป็นพระคริสต์’ และพวกเขาจะล่อลวงคนเป็นจำนวนมาก

6And you will hear of wars and rumors of wars. See that you are not alarmed, for this must take place, but the end is not yet.

6 ท่านจะได้ยินเสียงสงครามและข่าวลือเรื่องสงคราม คอยระวังอย่าตื่นตระหนกเลย เพราะว่าทุกสิ่งจะต้องเกิดขึ้น แต่ที่สุดปลายยุคยังมาไม่ถึง

7For nation will rise against nation, and kingdom against kingdom, and there will be famines and earthquakes in various places.

7  เพราะว่า ประชาชาติกับประชาชาติ และอาณาจักรกับอาณาจักรจะต่อสู้กัน ทั้งจะเกิดกันดารอาหารและแผ่นดินไหวในที่ต่างๆ

8All these are but the beginning of the birth pains.

8 แต่สิ่งทั้งหมดนี้เป็นการเริ่มต้นของความทุกข์เหมือนเมื่อเริ่มคลอดลูก

9“Then they will deliver you up to tribulation and put you to death, and you will be hated by all nations for my name's sake.

9 “ เวลานั้นพวกเขาจะมอบตัวท่านให้ทนทุกข์ลำบากและจะฆ่าท่านทั้งหลายเสีย และประชาชาติทั้งหมดจะเกลียดชังท่านเพราะนามของเรา

10And then many will fall away and betray one another and hate one another.

10 ในเวลานั้นคนจำนวนมากจะถดถอยไปและจะทรยศกันและกัน ทั้งจะเกลียดชังกันและกันด้วย 

11 And many false prophets will arise and lead many astray.

11 ผู้เผยพระวจนะเทียมเท็จหลายคนจะเกิดขึ้น และล่อลวงคนจำนวนมาก 

12 And because lawlessness will be increased, the love of many will grow cold.

12 ความรักของคนจำนวนมากจะเยือกเย็นลงเพราะความอธรรมแผ่กว้างออกไป 

13 But the one who endures to the end will be saved.

13 แต่ใครสู้ทนถึงที่สุดก็จะได้รับการช่วยให้รอด

14And this gospel of the kingdom will be proclaimed throughout the whole world as a testimony to all nations, and then the end will come.

14 ข่าวประเสริฐเรื่องแผ่นดินของพระเจ้านี้จะถูกประกาศไปทั่วโลก ให้เป็นคำพยานแก่บรรดาประชาชาติ แล้วที่สุดปลายจะมาถึง

15“So when you see the abomination of desolation spoken of by the prophet Daniel, standing in the holy place (let the reader understand),

15 “เพราะฉะนั้นเมื่อท่านเห็นสิ่งที่น่ารังเกียจซึ่งก่อให้เกิดความหายนะตั้งอยู่ในสถานบริสุทธิ์ ตามพระวจนะที่กล่าวโดยดาเนียลผู้เผยพระวจนะ (ให้ผู้อ่านเข้าใจเอาเถิด)

16 then let those who are in Judea flee to the mountains.

16 เมื่อนั้นให้พวกที่อยู่ในแคว้นยูเดียหนีไปที่ภูเขา 

17 Let the one who is on the housetop not go down to take what is in his house,

17 คนที่อยู่บนดาดฟ้า อย่าลงมาเก็บข้าวของออกจากบ้านของตน 

18 and let the one who is in the field not turn back to take his cloak.

18 ส่วนคนที่อยู่ตามทุ่งนา อย่ากลับไปเอาเสื้อผ้าของตน

19 And alas for women who are pregnant and for those who are nursing infants in those days!

19 วิบัติแก่บรรดาผู้หญิงที่มีครรภ์ และมีลูกอ่อนกินนมอยู่ในเวลานั้น

20 Pray that your flight may not be in winter or on a Sabbath.

20 จงอธิษฐานขอให้วันที่ท่านหนีนั้นจะไม่เกิดในฤดูหนาวหรือวันสะบาโต

21 For then there will be great tribulation, such as has not been from the beginning of the world until now, no, and never will be.

21 เพราะว่าในเวลานั้นจะเกิดความทุกข์ลำบากยิ่งใหญ่อย่างที่ไม่เคยมีตั้งแต่เริ่มโลกมาจนถึงทุกวันนี้ และจะไม่เกิดขึ้นอีกเลย 

22 And if those days had not been cut short, no human being would be saved. But for the sake of the elect those days will be cut short.

22 ถ้าไม่ได้ทรงให้วันเหล่านั้นย่นสั้นเข้า จะไม่มีมนุษย์รอดได้เลย  แต่เพราะทรงเห็นแก่พวกที่ทรงเลือก  จึงทรงให้วันเหล่านั้นย่นสั้นเข้า

23 Then if anyone says to you, ‘Look, here is the Christ!’ or ‘There he is!’ do not believe it.

23 ในเวลานั้นถ้าใครจะบอกท่านทั้งหลายว่า ‘นี่แน่ะ พระคริสต์อยู่ที่นี่’ หรือ ‘อยู่ที่โน่น’ อย่าเชื่อเลย

24 For false christs and false prophets will arise and perform great signs and wonders, so as to lead astray, if possible, even the elect.

24  เพราะว่าจะมีพระคริสต์เทียมเท็จและผู้เผยพระวจนะเทียมเท็จหลายคนปรากฏขึ้น แสดงหมายสำคัญและการอัศจรรย์ที่ยิ่งใหญ่ เพื่อล่อลวงแม้พวกที่พระเจ้าทรงเลือกถ้าเป็นได้

25 See, I have told you beforehand.

25 นี่แน่ะ เราบอกพวกท่านไว้ก่อนแล้ว 

 

Jesus mention of the book of Daniel is referring to the coming of the antichrist, at the middle of the seven-year tribulation where the antichrist will stop the worship of God        with sacrifices in the temple. 

พระเยซูทรงยกเอาพระธรรมดาเนียล  ที่อ้างถึงการมาของปฏิปักษ์พระคริสต์ ตอนกลาง        ของยุคแห่งความทุกข์ยากลำเค็ญเจ็ดปี   ที่ซึ่งปฏิปักษ์พระคริสต์จะหยุดนมัสการพระเจ้าที่           มีการถวายเครื่องบูชาในพระวิหาร.

 

Daniel 12:11-12

ดาเนียล12:11-12

11And from the time that the regular burnt offering is taken away and the abomination that makes desolate is set up, there shall be 1,290 days.

11และตั้งแต่เวลาเลิกเครื่องเผาบูชาเนืองนิตย์นั้น และการตั้งสิ่งที่น่าสะอิดสะเอียน ซึ่งทำให้เกิดการร้างเปล่าขึ้น จะเป็นเวลา หนึ่งพันสองร้อยเก้าสิบวัน

12 Blessed is he who waits and arrives at the 1,335 days.

12 ความสุขจะมีแก่ผู้ทนอยู่ได้   และมาถึงหนึ่งพันสามร้อยสามสิบห้าวัน

 

Revelation chapters 6-19 describe the Tribulation period in detail (1) first half of the Tribulation, chapters 6-9; (2) middle of the Tribulation, chapters 10-14; (3) last half of the Tribulation, chapters 15-19.[4]

พระธรรมวิวรณ์ บรรยายรายละเอียดถึง    ระยะเวลาแห่งความทุกข์ลำเค็ญใน              บทที่ 6-19 (1)     ครึ่งแรกของเวลาแห่งความทุกข์ยากลำเค็ญ บทที่ 6-9 (2)   กลางช่วงเวลาแห่งความทุกข์ยากลำเค็ญ      บทที่ 10-14(3)    ครึ่งหลังช่วงเวลาแห่งความทุกข์ยากลำเค็ญ บทที่15-19

 

Jesus message to Christians is be ready, don’t be deceived, and don’t be afraid.

พระเยซูทรงสั่งสอนคริสเตียนให้เตรียมพร้อม อย่าให้ถูกหลอก และอย่ากลัว

These things will happen.  

บรรดาสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้น

So, Jesus reminds His disciples and us, to sacrifice in your giving, don’t’ be surprised by persecution, don’t be afraid, and don’t be deceived.

ดังนั้นพระเยซูทรงเตือนสาวกของพระองค์และเรา   ที่จะถวายอย่างเสียสละ อย่าแปลกใจ      ถ้าถูกข่มเหง  อย่ากลัวและอย่าให้ถูกหลอก

 

Deciding to follow Jesus is the most important decision you can make.

การตัดสินใจที่จะติดตามพระเยซูคือการตัดสินที่สำคัญที่สุดที่คุณสามารถทำได้

God is the Creator. God loves you, He loves all people.

พระเจ้าทรงเป็นพระผู้สร้าง พระเจ้าทรงรักคุณ  พระองค์ทรงรักทุกคน

But God is perfect, and we are not.

พระเจ้าทรงสมบูรณ์แบบแต่เราไม่ใช่

Since the first two people sinned in the garden all people since that time have done wrong, thought wrong, and spoke wrong.

ตั้งแต่มนุษย์สองคนแรกทำบาปในสวน  ตั้งแต่เวลานั้นคนทั้งหมดได้ทำผิด  คิดผิด และพูดไม่ถูกต้อง

This sin separates us from God, we can't go to Heaven to be with Him in this condition.

ความบาปนี้แยกเราออกจากพระเจ้า  เราไม่สามารถไปสวรรค์เพื่อจะอยู่กับพระองค์ในสภาพนี้

But Jesus the son of God took the punishment for our sins by dying on the cross.

แต่พระบุตรของพระเจ้าทรงรับโทษบาปแทนเราโดยการตายบนไม้กางเขน

He came alive again three days later.

พระองค์ทรงฟื้นพระชนม์อีกครั้งสามวันต่อมา

 

Romans 3:23 For all have sinned and fallen short of the glory of God

โรม3:23 เพราะว่าทุกคนทำบาป และเสื่อมจากพระสิริของพระเจ้า

 

Romans 6:23 For the wages of sin is death, but the gift of God is eternal life through Jesus Christ our Lord.

โรม6:23 เพราะว่าค่าจ้างของความบาปคือความตาย   แต่ของประทานจากพระเจ้าคือชีวิตนิรันดร์ในพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา

 

Romans 10:9 because, if you confess with your mouth that Jesus is Lord and believe in your heart that God raised him from the dead, you will be saved.

โรม10:9 คือว่าถ้าท่านจะยอมรับด้วยปากของท่านว่า   พระเยซูทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า   และเชื่อในใจว่า   พระเจ้าได้ทรงให้พระองค์เป็นขึ้นมาจากความตาย   ท่านจะรอด

           

This sermon is a part of a collection of sermons entitled New Testament     Expository Sermons vol. 5 Luke 14-24 copyright ©2018 by Dana Bratton available at Amazon.com in Kindle and paperback (English only).

            คำสอนนี้เป็นตอนหนึ่งของชุดรวมคำสอนที่มีชื่อว่า คำสอนเชิงอธิบายพันธสัญญาใหม่ ชุดที่ 5 พระธรรมลูกา 14-24 ลิขสิทธิ์© 2018 โดยนายเดนา แบรตตัน สามารถดูได้ที่  Amazon.com ในเครื่องอ่านหนังสืออีเล็คทรอนิกส์และหนังสือปกอ่อน (ภาษาอังกฤษเท่านั้น) 

Scripture quotations are from the ESV® Bible (The Holy Bible, English Standard Version®, copyright ©2001 by Crossway, a publishing ministry of Good News       Publishers. Used by permission. All rights reserved 

 ข้อพระคัมภีร์คัดมาจากพระคัมภีร์ ESV® (พระคัมภีร์ฉบับมาตรฐานอังกฤษ®สงวนลิขสิทธิ์© 2001 โดย Crossway  พันธกิจการพิมพ์ของสำนักพิมพ์ข่าวประเสริฐ  โดยได้รับอนุญาต  ขอสงวนลิขสิทธิ์ทั้งหมด

           

Thai Scripture quotations are from The Holy Bible – Thai Standard Version 2011 Copyright © 2011 Thailand Bible Society

 ข้อพระคัมภีร์ไทยคัดมาจากพระคัมภีร์  พระคริสตธรรมคัมภีร์ภาษาไทยฉบับมาตรฐาน 2011 สงวนลิขสิทธิ์ 2011 โดยสมาคมพระคริสตธรรมไทย

 

 



     [1] Wiersbe, Warren.  Bible Exposition Commentary. Be Courageous (Luke 14-24).

    [2] Wiersbe, Warren.  Bible Exposition Commentary. Be Courageous (Luke 14-24).

    [3] Wiersbe, Warren.  Bible Exposition Commentary.  Be Courageous (Luke 14-24).

     [4] Wiersbe, Warren. Bible Exposition Commentary.  Be Courageous (Luke 14-24)

 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top