Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear

Luke 24 part 2 After the Resurrection

ลูกาบทที่ 24 ตอนที่ 2 หลังจากการฟื้นคืนพระชนม์

           

Last time we talked about how Jesus came alive again from the dead. 

ครั้งที่แล้วเราพูดถึงเรื่องวิธีที่พระเยซูทรงฟื้นขึ้นจากความตาย

The women came to prepare His body for burial but found the tomb was empty because He had come alive again. 

พวกผู้หญิงไปที่อุโมงค์เพื่อเตรียมการฝังพระศพให้เสร็จสิ้น  แต่พวกเขาพบความว่างเปล่าเพราะพระองค์ทรงฟื้นพระชนม์อีกครั้ง

Jesus walked and talked with two of His followers and so they too reported to the eleven disciples that Jesus was alive. 

พระเยซูทรงดำเนินและสนทนากับผู้ติดตามพระองค์สองคน  และแล้วพวกเขาได้ไปรายงานกับสาวกสิบเอ็ดคนว่าพระเยซูทรงพระชนม์อยู่

Today as we continue, we find that while the disciples were talking about this Jesus appeared to them.

วันนี้ขณะที่เรายังคงศึกษาต่อไป  เราพบว่าในขณะที่พวกสาวกกำลังสนทนาถึงเรื่องนี้  พระเยซูทรงปรากฏแก่พวกเขา

           

The disciples didn’t believe in the resurrection at first. 

ตอนแรกพวกสาวกไม่เชื่อในการฟื้นคืนพระชนม์

Many exciting things had happened that Sunday, the disciples and probably some other believers met together that evening and shared with one another.

สิ่งที่น่าตื่นเต้นหลายอย่างได้เกิดขึ้นในวันอาทิตย์นั้น   พวกสาวกและอาจมีผู้เชื่อคนอื่นๆ บ้างมาพบกันในตอนเย็นและร่วมแบ่งปันกันและกัน

Then Jesus Himself appeared in the room!

จากนั้นพระเยซูทรงปรากฏพระกายในห้องนั้น

And the doors were shut!

และประตูก็ยังปิดอยู่

 

John 20:19 On the evening of that day, the first day of the week, the doors being locked where the disciples were for fear of the Jews, Jesus came and stood among them and said to them, “Peace be with you.”

ยอห์น20:19 ค่ำวันนั้นซึ่งเป็นวันอาทิตย์   เมื่อสาวกปิดประตูห้องที่พวกเขาอยู่เพราะกลัวพวกยิว   พระเยซูก็เสด็จเข้ามาและทรงยืนอยู่ท่ามกลางพวกเขาตรัสว่า   “สันติสุขจงดำรงอยกับท่านทั้งหลาย”

 

Jesus appears to His disciples

พระเยซูทรงปรากฏต่อพวกสาวกของพระองค์

 

Luke 24:36-49

36As they were talking about these things, Jesus himself stood among them, and said to them, “Peace to you!”

ลูกา24:36-49

 36ระหว่างที่พวกเขากำลังพูดเรื่องนี้อยู่   พระองค์เสด็จมาและทรงยืนอยู่ท่ามกลาง

พวกเขา และตรัสกับเขาว่า “สันติสุขจงดำรงอยู่กับท่านทั้งหลายเถิด”

37But they were startled and frightened and thought they saw a spirit.

37 พวกเขาต่างตื่นตกใจหวาดกลัวคิดว่าเห็นผี

38And he said to them, “Why are you troubled, and why do doubts arise in your hearts?

38พระองค์จึงตรัสกับพวกเขาว่า   “ท่านทั้งหลายวุ่นวายใจทำไม   เพราะอะไรท่านถึงเกิดความคิดสงสัยขึ้นในใจ

39See my hands and my feet, that it is I myself. Touch me, and see. For a spirit does not have flesh and bones as you see that I have.”

39จงดูที่มือและเท้าของเราว่าเป็นเราเอง   จงคลำตัวเราดู   เพราะว่าผีไม่มีเนื้อและกระดูกเหมือนอย่างที่พวกท่านเห็นว่าเรามี”

40And when he had said this, he showed them his hands and his feet.

40 เมื่อตรัสอย่างนั้นแล้ว   พระองค์ทรงสำแดงพระหัตถ์และพระบาทให้เขาเห็น

41And while they still disbelieved for joy and were marveling, he said to them, “Have you anything here to eat?”

41เมื่อพวกเขายังไม่ค่อยเชื่อ   เพราะเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างเหลือเชื่อ   และกำลังประหลาดใจอยู่นั้น   พระองค์ตรัสถามพวกเขาว่า   “ที่นี่มีอะไรกินบ้างไหม”

42They gave him a piece of broiled fish,

42พวกเขาก็เอาปลาย่างชิ้นหนึ่งมาให้พระองค์

43and he took it and ate before them.

43พระองค์ทรงรับมาเสวยต่อหน้าพวกเขา  

44Then he said to them, “These are my words that I spoke to you while I was still with you, that everything written about me in the Law of Moses and the Prophets and the Psalms must be fulfilled

44พระองค์ตรัสกับเขาว่า   “นี่เป็นถ้อยคำของเรา   ซึ่งเราบอกไว้กับท่านทั้งหลายขณะที่เรายังอยู่กับท่านว่า   บรรดาถ้อยคำที่เขียนไว้ในหมวดธรรมบัญญัติของโมเสส   ในหมวดผู้เผยพระวจนะและในหมวดเพลงสดุดีที่กล่าวถึงเรานั้น   จำเป็นจะต้องสำเร็จ”

45Then he opened their minds to understand the Scriptures,

45แล้วพระองค์ทรงช่วยให้ใจของพวกเขาสว่าง   เพื่อจะได้เข้าใจพระ

46and said to them, “Thus it is written, that the Christ should suffer and on the third day rise from the dead,

46พระองค์ตรัสกับเขาว่า   “มีถ้อยคำเขียนไว้อย่างนั้นว่า   พระคริสต์จะต้องทรงทนทุกข์

 และเป็นขึ้นจากตายในวันที่สาม

47and that repentance and forgiveness of sins should be proclaimed in his name to all nations, beginning from Jerusalem.

47และจะต้องประกาศทั่วทุกประชาชาติในพระนามของพระองค์   เรื่องการกลับใจใหม่ เพื่อการยกบาป   โดยเริ่มต้นที่กรุงเยรูซาเล็ม

48You are witnesses of these things.

48 พวกท่านเองก็เป็นพยานถึงสิ่งเหล่านี้

นี่แน่ะ เราจะส่งสิ่งที่พระบิดาของเราทรงสัญญานั้นลงมาเหนือท่าน แต่ท่านทั้งหลายจงคอยอยู่ในกรุง จนกว่าท่านจะสวมด้วยฤทธิ์เดชที่มาจากเบื้องบน”

49And behold, I am sending the promise of my Father upon you. But stay in the city until you are clothed with power from on high.”

49นี่แน่ะ   เราจะส่งสิ่งที่พระบิดาของเราทรงสัญญานั้นลงมาเหนือท่าน   แต่ท่านทั้งหลายจงคอยอยู่ในกรุงจนกว่าท่านจะสวมด้วยฤทธิ์เดชที่มาจากเบื้องบน”

           

When they saw Jesus, they thought maybe they were seeing a ghost. 

เมื่อพวกเขาเห็นพระเยซู พวกเขาคิดว่าไม่แน่บางทีพวกเขากำลังเห็นผี

Jesus showed that He was real, and alive from the dead. 

พระเยซูทรงสำแดงพระองค์ว่าทรงเป็นบุคคลจริงและมีชีวิตอยู่หลังจากความตาย

Jesus had tried to prepare them beforehand, telling them that He would die and would rise again. 

พระเยซูทรงพยายามเตรียมความพร้อมพวกเขาล่วงหน้าก่อน  ทรงบอกพวกเขาว่าพระองค์จะตายและจะฟื้นขึ้นอีกครั้ง

Jesus said, “Peace be unto you”

พระเยซูตรัสว่า "สันติภาพจงมีแด่พวกท่าน"

Because of His sacrifice on the cross, we can now have peace with God.  

เนื่องจากการสละพระชนม์ของพระองค์บนกางเขน   ตอนนี้เราก็มีความสงบกับพระเจ้า

 

Romans 5:1 Therefore, since we have been justified by faith, we have peace with God through our Lord Jesus Christ.

โรม 5:1 เพราะฉะนั้น  เมื่อเราถูกชำระให้ชอบธรรมโดยความเชื่อแล้ว  เราจึงอยู่อย่างสงบสุขเฉพาะพระพักตร์พระเจ้าทางพระเยซูคริสตองค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา

           

Not only do we have peace with God but also peace from God.  

เราไม่เพียงแต่มีสันติสุขกับพระเจ้า  แต่ยังมีสันติสุขจากพระเจ้าด้วย

 

 

Philippians 4:6-7

6do not be anxious about anything, but in everything by prayer and supplication with thanksgiving let your requests be made known to God.

ฟีลิปปี 4:6-7

 6อย่ากระวนกระวายในสิ่งใดๆเลย   แต่จงทูลพระเจ้าให้ทรงทราบทุกสิ่งที่พวกท่านขอ  โดยการอธิษฐาน   และการวิงวอน   พร้อมกับการขอบพระคุณ

7And the peace of God, which surpasses all understanding, will guard your hearts and your minds in Christ Jesus.

7แล้วสันติสุขของพระเจ้าที่เกินความเข้าใจ   จะคุ้มครองจิตใจและความคิดของท่านทั้งหลายไว้ในพระเยซูคริสต์

 

Jesus even ate fish to prove to His disciples that He was alive and real, and He even invited them to feel His body.

แม้กระนั้นพระเยซูทรงเสวยปลาเพื่อพิสูจน์ให้พวกสาวกเห็นว่าพระองค์ทรงพระชนม์อยู่จริงและพระองค์ก็ทรงเชิญให้พวกเขาสัมผัสพระกายของพระองค์

Now they were witnesses that Jesus was alive. 

ตอนนี้พวกเขาเป็นพยานว่าพระเยซูทรงพระชนม์อยู่

Jesus promised to send them the Holy Spirit and they were told to wait in the city for the Holy Spirit, we will find out more what happened next week when we begin our study of the book of Acts.

พระเยซูทรงสัญญาว่าจะส่งพระวิญญาณบริสุทธิ์มา  และทรงสั่งพวกเขาให้รออยู่ในเมืองเพื่อรับพระวิญญาณบริสุทธิ์   เราจะพบว่ามีอะไรเกิดขึ้นในสัปดาห์หน้าเมื่อเราเริ่มต้นศึกษาพระธรรมกิจการ

During His ministry on Earth, the disciples related to Jesus, God the Son, in His human form. 

ในขณะที่ทรงทำพระราชกิจของพระองค์ในโลก  พวกสาวกเข้าร่วมกับพระเยซู, พระบุตรของพระเจ้าในรูปแบบของมนุษย์

Now that Jesus is on the throne in Heaven, Jesus prayed for a Helper for us. 

ตอนนี้พระเยซูประทับอยู่บนบัลลังก์ในสวรรค์   พระเยซูทรงอธิษฐานเพื่อเป็นผู้ช่วยเหลือเรา

The Holy Spirit is the One who comes to our side to walk with us through life. 

พระวิญญาณบริสุทธิ์เป็นบุคคลหนึ่งที่มาเคียงข้างเราเพื่อเดินไปกับเราตลอดชีวิต

He is a special Friend who never leaves us. 

พระองค์ทรงเป็นพระสหายพิเศษที่ไม่เคยละทิ้งเรา

He is there to help us in whatever situation we face. 

พระองค์ทรงอยู่ที่นั่น คอยช่วยเหลือเราในสถานการณ์ใดก็ตามที่เราเผชิญ

The Holy Spirit is a gift from the Father to anyone who believes in the Jesus Christ, the Son of God. 

พระวิญญาณบริสุทธิ์เป็นของประทานจากพระบิดาแก่ทุกคนที่เชื่อในพระเยซูคริสต์พระบุตรของพระผู้เป็นเจ้า

The Holy Spirit is here because we need Him! 

พระวิญญาณบริสุทธิ์สถิตอยู่ที่นี่เพราะเราต้องการพระองค์

Jesus knew how much we need the help of the Holy Spirit to live the holy life He desires. 

พระเยซูทรงรู้ว่าเราต้องการความช่วยเหลือจากพระวิญญาณบริสุทธิ์มากเพียงไรเพื่อที่จะมีชีวิตบริสุทธิ์

We need the help of the Holy Spirit to share the Gospel. 

เราต้องการความช่วยเหลือจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่จะแบ่งปันพระกิตติคุณ

We need the help of the Holy Spirit would to endure troubles and difficulties.

เราต้องการความช่วยเหลือจากพระวิญญาณบริสุทธิ์เพื่อจะอดทนต่อปัญหาและความยากลำบาก

We need the Holy Spirit to love one another.

เราต้องการพระวิญญาณบริสุทธิ์เพื่อที่เราจะรักคนอื่น

           

The disciples were witnesses. 

พวกสาวกหลายคนเป็นพยาน

They saw Jesus after the resurrection and could even touch him. 

พวกเขาเห็นพระเยซูหลังจากการฟื้นคืนพระชนม์และยังสามารถสัมผัสพระองค์ได้

A witness is somebody who tells what he has seen and heard.

พยานคือคนที่บอกสิ่งที่เขาได้เห็นและได้ยิน

As Christians, we are not judges sent to condemn the world.

ในฐานะที่เป็นคริสเตียนเราไม่ใช่เป็นผู้พิพากษาที่ถูกส่งไปประณามโลก

We are witnesses who point to Jesus Christ and tell lost sinners how to be saved.

เราเป็นพยานผู้ที่มุ่งไปที่พระเยซูคริสต์และบอกให้คนบาปที่หลงหายว่าเราจะรอดได้อย่างไร

We have not seen and touched Jesus, but we are witnesses too. 

เราไม่ได้เห็นและสัมผัสพระเยซู  แต่เราเป็นพยานด้วย

We have seen what He has done in our lives since we believed in Him and we must tell others.   

เราได้เห็นสิ่งที่พระองค์ได้ทรงกระทำในชีวิตของเรา เนื่องจากเราเชื่อในพระองค์และเราจะต้องบอกคนอื่น

Witnessing is not something that we do for the Lord; it is something that He does through us, if we are filled with the Holy Spirit.

การเป็นพยานไม่ใช่สิ่งที่เราทำเพื่อพระเจ้า  มันเป็นสิ่งที่พระองค์ทรงทำผ่านทางเรา, ถ้าเราประกอบไปด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์

 

Matthew 28:19-20

19Go therefore and make disciples of all nations, baptizing them in the name of the Father and of the Son and of the Holy Spirit,

มัทธิว28:19-20

19เพราะฉะนั้นท่านทั้งหลายจงออกไปและนำชนทุกชาติมาเป็นสาวกของเรา   จงบัพติศมาพวกเขาในพระนามของพระบิดา   พระบุตรและพระวิญญาณบริสุทธิ์

20teaching them to observe all that I have commanded you. And behold, I am with you always, to the end of the age.”

20และสอนพวกเขาให้ถือรักษาสิ่งสารพัดที่เราสั่งพวกท่านไว้   และนี่แน่ะเราจะอยู่กับท่านทั้งหลายเสมอไป จนกว่าจะสิ้นยุค”

 

The Ascension

การเสด็จขึ้นสู้สวรรค์

 

Luke 24:50-53

50Then he led them out as far as Bethany, and lifting up his hands he blessed them.

ลูกา24:50-53

 50พระองค์จึงพาพวกเขาออกไปจนถึงหมู่บ้านเบธานี   และยกพระหัตถ์ทั้งสองอวยพรเขา

51While he blessed them, he parted from them and was carried up into heaven.

51ขณะที่ทรงอวยพรอยู่นั้น   พระองค์เสด็จจากพวกเขา ไป [และพระเจ้าทรงรับพระองค์ขึ้นสู่สวรรค์

52And they worshiped him and returned to Jerusalem with great joy,

52 พวกเขาจึง(นมัสการพระองค์แล้ว )กลับไปที่กรุงเยรูซาเล็มด้วยความยินดีอย่างยิ่ง

53and were continually in the temple blessing God.

53และอยู่ในพระวิหารทุกวัน   สรรเสริญพระเจ้า

           

Jesus rose up into Heaven as they were standing there with Him on the Mount of Olives. 

พระเยซูเสด็จขึ้นเข้าสู่สวรรค์ขณะที่พวกเขากำลังยืนอยู่กับพระองค์บนภูพระองค์มะกอกเทศ

Jesus promised He will come again. 

พระเยซูทรงสัญญาว่าพระองค์จะเสด็จกลับมาอีกครั้ง

In fact, angels appeared to the disciples and said, Jesus would return in the same way they had seen Him go.

ในความเป็นจริงทูตสวรรค์ปรากฏต่อพวกสาวกและกล่าวว่า   พระเยซูจะเสด็จกลับมาในลักษณะเดียวกับที่พวกเขาเห็นพระองค์เสด็จไป

The believers were continually in the temple worshipping God. 

พวกผู้เชื่อยังคงนมัสการพระเจ้าต่อไปเรื่อย

Worship of our living God is a very important part of our lives. 

การนมัสการพระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่ของเรานับว่าสำคัญมากในชีวิตของเรา

When Christians assemble together to worship we come into the presence of God. 

เมื่อคริสเตียนมาอยู่ร่วมกันเพื่อที่จะนมัสการ   เรามาปรากฏตัวต่อพระพักตร์พระเจ้า

It is more than just going to church, and more than just singing praises.   

มันเป็นมากกว่าเพียงแค่ไปโบสถ์และมากกว่าเพียงแค่ร้องเพลงสรรเสริญ

Worship is giving worth and honor to God.

การนมัสการคือการสรรเสริญและถวายเกียรติแด่พระเจ้า

God is looking for people to worship Him  

พระเจ้าทรงกำลังมองหาคนที่จะนมัสการพระองค์

 

 

John 4:23-24

23 But the hour is coming, and is now here, when the true worshipers will worship the Father in spirit and truth, for the Father is seeking such people to worship him.

ยอห์น4:23-24

23แต่วาระนั้นใกล้เข้ามาแล้ว   และบัดนี้ก็ถึงแล้ว   คือเมื่อคนที่นมัสการอย่างแท้จริงจะนมัสการพระบิดาด้วยจิตวิญญาณและความจริง   เพราะว่าพระบิดาทรงแสวงหาคนเช่นนั้นนมัสการพระองค์

24God is spirit, and those who worship him must worship in spirit and truth.”

24พระเจ้าเป็นพระวิญญาณ   และคนที่นมัสการพระองค์จะต้องนมัสการด้วยจิตวิญญาณและความจริง”

 

The church is the Lord’s temple today, not the building that Christians meet in, but His people themselves. 

คริสตจักรเป็นวิหารของพระเจ้าทุกวันนี้   ไม่ใช่อาคารที่คริสเตียนมาพบปะกัน  แต่เป็นที่       รวมประชากรของพระองค์เอง

 

Ephesians 2:18-22

18For through him we both have access in one Spirit to the Father.

เอเฟซัส 2:18-22

 18เพราะว่าโดยทางพระคริสต์เราทั้งสองฝ่ายมีโอกาสเข้าเฝ้าพระบิดาโดยพระวิญญาณองค์เดียวกัน

19So then you are no longer strangers and aliens, but you are fellow citizens with the saints and members of the household of God,

19เพราะฉะนั้น พวกท่านจึงไม่ใช่คนนอกและคนต่างด้าวอีกต่อไป   แต่ว่าเป็นพลเมืองเดียวกับธรรมิกชน   และเป็นครอบครัวของพระเจ้า

20built on the foundation of the apostles and prophets, Christ Jesus himself being the cornerstone,

20ท่านทั้งหลายถูกก่อร่างสร้างขึ้นบนรากฐานของบรรดาอัครทูตและบรรดาผู้เผยพระวจนะ   มีพระเยซูคริสต์เป็นศิลาหัวมุม

21in whom the whole structure, being joined together, grows into a holy temple in the Lord.

21ในพระองค์นั้นทุกส่วนของโครงสร้างถูกเชื่อมต่อกัน   และเจริญขึ้นเป็นวิหารอันบริสุทธิ์ในองค์พระผู้เป็นเจ้า

22In him you also are being built together into a dwelling place for God by the Spirit.

22และในพระองค์นั้น   พวกท่านก็กำลังถูกก่อร่างสร้างขึ้นด้วยกันให้เป็นที่สถิตของพระเจ้าโดยฝ่ายพระวิญญาณ        

 

Our Enemy, the Devil wants people to worship other things and to worship him, 

ศัตรูของเรา   พญามาร  ต้องการให้ผู้คนนมัสการสิ่งอื่นๆและนมัสการมัน

 

Matthew 4:10 Then Jesus said to him, “Be gone, Satan! For it is written,“‘You shall worship the Lord your God and him only shall you serve.’”

มัทธิว 4:10 พระเยซูจึงตรัสตอบว่า   “จงไปให้พ้น   เจ้าซาตาน   เพราะพระคัมภีร์มีเขียนไว้ว่า   จงกราบนมัสการองค์พระผู้เป็นเจ้าผู้เป็นพระเจ้าของท่าน   และปรนนิบัติพระองค์แต่ผู้เดียว”  

 

Worship comes through the heart by faith and is shown by our actions not just our words.   

การนมัสการด้วยจิตใจโดยความเชื่อและแสดงให้เห็นโดยการกระทำของเราไม่ใช่เพียงแต่คำพูดของเรา

 

 

Matthew 15:8-9

8“‘This people honors me with their lips, but their heart is far from me;

มัทธิว 15:8-9

8ชนชาตินี้ให้เกียรติเราแต่ปาก    ใจของพวกเขาห่างไกลจากเรา  

9in vain do they worship me, teaching as doctrines the commandments of men.’”

9พวกเขานมัสการเราโดยเปล่าประโยชน์    เพราะเอากฎเกณฑ์ของมนุษย์มาสอนว่า  
เป็นพระดำรัสสอน”

 

We worship showing our thankfulness for what God has done and recognize Him for who He is. 

เรานมัสการเพื่อแสดงการขอบพระคุณสำหรับสิ่งที่พระเจ้าได้ทรงทำ   และเราน้อมรับพระองค์อย่างที่พระองค์ทรงเป็น

Heaven will be a place to worship Him forever. 

สวรรค์จะเป็นสถานที่ที่จะนมัสการพระองค์ตลอดไป

 

Revelation 5:13 And I heard every creature in heaven and on earth and under the earth and in the sea, and all that is in them, saying, “To him who sits on the throne and to the Lamb be blessing and honor and glory and might forever and ever!”

วิวรณ์5:13 แล้วข้าพเจ้าได้ยินเสียงสิ่งที่ทรงสร้างทั้งหมด   ทั้งในสวรรค์   บนแผ่นดินโลก   ใต้แผ่นดินโลก   ในมหาสมุทร   และทุกสิ่งซึ่งอยู่ในที่เหล่านั้น   ร้องว่า   “ขอให้คำสดุดีพระเกียรติ   พระสิริและอานุภาพ จงมีแด่พระองค์ผู้ประทับบนพระที่นั่ง และแด่พระเมษโปดก”           

 

The challenge for us – will you be a witness filled with the Holy Spirit and will you worship God with all your heart?

สิ่งที่ท้าทายเราคือ–คุณจะเป็นพยานที่เต็มไปด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์และคุณจะนมัสการพระเจ้าสุดจิตสุดใจของคุณไหม?

Deciding to follow Jesus is the most important decision you can make.

การตัดสินใจที่จะติดตามพระเยซูคือการตัดสินที่สำคัญที่สุดที่คุณสามารถทำได้

God is the Creator. God loves you, He loves all people.

พระเจ้าทรงเป็นพระผู้สร้าง พระเจ้าทรงรักคุณ  พระองค์ทรงรักทุกคน

But God is perfect, and we are not.

แต่พระเจ้าทรงเป็นพระเจ้าที่สมบูรณ์แบบและเราไม่ได้เป็น

Since the first two people sinned in the garden all people since that time have done wrong, thought wrong, and spoke wrong.

ตั้งแต่มนุษย์สองคนแรกทำบาปในสวน   ตั้งแต่นั้นมาคนทั้งหมดได้ทำผิด คิดผิด และพูดผิด

This sin separates us from God, we can't go to Heaven to be with him in this condition.

ความบาปนี้แยกเราออกจากพระเจ้า   เราไม่สามารถไปสวรรค์เพื่อที่จะอยู่กับพระองค์ในสภาพนี้

But Jesus the son of God took the punishment for our sins by dying on the cross. He came alive again three days later.

แต่พระเยซู พระบุตรของพระผู้เป็นเจ้าทรงแบกรับโทษแทนความบาปของเราโดยการตายบนกางเขน พระองค์ทรงฟื้นพระชนม์ใหม่อีกครั้งสามวันต่อมา

 

Romans 3:23 For all have sinned and fallen short of the glory of God

โรม3:23  เพราะว่าทุกคนทำบาป และเสื่อมจากพระสิริของพระเจ้า 

 

Romans 6:23 For the wages of sin is death, but the gift of God is eternal life through Jesus Christ our Lord.

โรม 6:23 เพราะว่าค่าจ้างของบาปคือความตาย   แต่ของประทานจากพระเจ้าคือชีวิตนิรันดร์ในพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา

 

Romans 10:9 because, if you confess with your mouth that Jesus is Lord and believe in your heart that God raised him from the dead, you will be saved.

โรม 10:9 คือว่าถ้าท่านจะยอมรับด้วยปากของท่านว่า   พระเยซูทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า  และเชื่อในใจว่า  พระเจ้าได้ทรงให้พระองค์เป็นขึ้นมาจากความตาย   ท่านจะรอด

    

If you want to accept Christ as your Savior and turn from your sins, you can ask Him to be your Savior and Lord by praying a prayer like this:

ถ้าคุณต้องการที่จะยอมรับพระคริสต์เป็นพระผู้ช่วยให้รอดของคุณ  และหันกลับจากความบาป  คุณสามารถทูลขอให้พระองค์เป็นพระผู้ช่วยให้รอดเป็นพระเจ้าของคุณโดยอธิษฐานเช่นนี้:  

 

Lord Jesus, I believe you are the Son of God.

ข้าแต่พระเยซู  ข้าพเจ้าเชื่อว่าพระองค์ทรงเป็นพระบุตรของพระผู้เป็นเจ้า

Thank you for dying on the cross for my sins.

ขอบคุณสำหรับการสิ้นพระชนม์บนกางเขนแทนความบาปของข้าพเจ้า

Please forgive my sins and give me the gift of eternal life.

ขอทรงกรุณาให้อภัยบาปและประทานชีวิตนิรันดร์เป็นของขวัญแก่ข้าพเจ้า

I ask you into my life and heart to be my Lord and Savior. I want to serve you always. 

ข้าพเจ้าทูลขอให้พระองค์เสด็จเข้าสู่ชีวิตและจิตใจของข้าพเจ้า และเป็นพระผู้ช่วยให้รอด ข้าพเจ้าอยากรับใช้พระองค์เสมอ

In Jesus name, amen.

ในพระนามพระเยซูเจ้า อาเมน

 

This sermon is a part of a collection of sermons entitled New Testament Expository Sermons vol. 5 Luke 14-24 copyright ©2018 by Dana Bratton available at Amazon.com in Kindle and paperback (English only).

คำสอนนี้เป็นตอนหนึ่งของชุดรวมคำสอนที่มีชื่อว่า คำสอนเชิงอธิบายพันธสัญญาใหม่ ชุดที่ 5 พระธรรมลูกา 14-24 ลิขสิทธิ์© 2018 โดยนายเดนา แบรตตัน สามารถดูได้ที่ Amazon.com ในเครื่องอ่านหนังสืออีเล็คทรอนิกส์และหนังสือปกอ่อน (ภาษาอังกฤษเท่านั้น) 

Scripture quotations are from the ESV® Bible (The Holy Bible, English Standard Version®, copyright ©2001 by Crossway, a publishing ministry of Good News Publishers. Used by permission. All rights reserved 

ข้อพระคัมภีร์คัดมาจากพระคัมภีร์ ESV® (พระคัมภีร์ฉบับมาตรฐานอังกฤษ®สงวนลิขสิทธิ์© 2001 โดย Crossway  พันธกิจการพิมพ์ของสำนักพิมพ์ข่าวประเสริฐ  โดยได้รับอนุญาต  ขอสงวนลิขสิทธิ์ทั้งหมด

 

Thai Scripture quotations are from The Holy Bible – Thai Standard Version 2011 Copyright © 2011 Thailand Bible Society

ข้อพระคัมภีร์ไทยคัดมาจากพระคัมภีร์  พระคริสตธรรมคัมภีร์ภาษาไทยฉบับมาตรฐาน 2011 สงวนลิขสิทธิ์ 2011 โดยสมาคมพระคริสตธรรมไทย

 

 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top