Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear

Luke 6-part 2 Love Your Enemies, Don’t Judge Others, and Build Your House Upon the Rock

ลูกาบทที่  6 ตอน 2  จงรักศัตรูของท่าน  อย่าพิพากษาคนอื่น  และจงสร้างบ้านของท่านบนศิลา

When someone does something bad to us, our natural response is to want to get even. 

เมื่อบางคนทำอะไรไม่ดีต่อเรา  การสนองตอบตามธรรมชาติของเราคือต้องการที่จะแก้แค้น<

We want to do something bad back to them, perhaps something even worse than they did.

เราต้องการทำอะไรที่ไม่ดีตอบโต้พวกเขบางทีเป็นสิ่งเลวร้ายกว่าที่พวกเขาทำ

But Jesus says, love your enemies

แต่พระเยซูตรัสว่าจงรักศัตรูของท่าน

27 But I say to you who hear, Love your enemies, do good to those who hate you,

27 “แต่เราบอกพวกท่านที่กำลังฟังอยู่ว่า   จงรักศัตรูของท่าน   จงทำดีกับคนที่เกลียดชังท่าน

28 bless those who curse you, pray for those who abuse you.

28 จงอวยพรแก่คนที่แช่งด่าท่าน   จงอธิษฐานเผื่อคนที่ทำร้ายท่าน

29 To one who strikes you on the cheek, offer the other also, and from one who takes away your cloak do not withhold your tunic either.

29 ใครตบแก้มของท่านข้างหนึ่ง   จงหันอีกข้างหนึ่งให้เขาด้วย   ใครเอาเสื้อคลุมของท่านไป   ถ้าเขาจะเอาเสื้อด้วยก็อย่าหวง

30 Give to everyone who begs from you, and from one who takes away your goods do not demand them back.

30 จงให้แก่ทุกคนที่ขอจากท่าน   และถ้าใครเอาสิ่งของของท่านไป   ก็อย่าทวงคืน

           

This next verse is sometimes called the Golden Rule.

                บางครั้งข้อพระคัมภีร์ต่อไปนี้ถูกเรียกว่า กฎทอง

31 And as you wish that others would do to you, do so to them.

31 จงปฏิบัติต่อคนอื่นเหมือนอย่างที่พวกท่านปรารถนาให้เขาปฏิบัติต่อท่าน  

 

 The Golden Rule exhorts us to be kind to other people. 

กฎทองเตือนสอน เราให้มีใจเมตตาต่อคนอื่นๆ<

To treat them like we want to be treated, not just our friends and family but also our enemies.

ปฏิบัติต่อพวกเขาเหมือนที่เราต้องการให้เขาปฏิบัติต่อเรา ไม่เพียงแต่เพื่อนๆ และครอบครัวของเราแต่รวมทั้งศัตรูของเราด้วย

This can have thousands of applications. 

ข้อนี้สามารถประยุกต์ใช้ได้นับพันอย่าง

It is about the same as answering the question, “What would Jesus Do?” 

มันเหมือนกับที่ตอบคำถามว่า " พระเยซูจะทรงทำอะไร?"

How would Jesus act and react in my situation?

พระเยซูจะทรงกระทำและตอบสนองในสถานการณ์ของผมอย่างไร

We are asking ourselves, what do others want?

เรากำลังถามตัวเอง ว่าคนอื่นๆ ต้องการอะไร

  Think about this in your marriage. 

            จงคิดถึงเรื่องนี้ในชีวิตสมรสของคุณ

Do you want to be greeted with a kiss in the morning (after you brushed your teeth)? 

คุณต้องการที่จะได้รับจูบในตอนเช้าไหม  (หลังจากที่คุณแปรงฟันแล้ว)

Then go kiss her first.

ถ้าเช่นนั้นจงไปจูบเธอก่อนสิ

Do you enjoy being served meals? 

คุณชอบให้มีคนเสริฟอาหารคุณหรือไม่

What then can you do to serve her? 

ถ้างั้นคุณสามารถเสริฟอาหารเธอไหมล่ะ

What additional things can you do for yourself that might lighten her work load? 

มีสิ่งใดอีกบ้างไหมที่คุณสามารถทำเพื่อช่วยตัวเอง   ซึ่งอาจช่วยลดการงานของเธอลง

What things does she need help with?

สิ่งใดบ้างที่เธอต้องการความช่วยเหลือ

How can you do to be more supportive and be a better listener and encourager?

คุณจะทำอย่างไรเพื่อช่วยสนับสนุนได้มากขึ้น  และจะเป็นผู้ฟังและผู้ให้กำลังใจที่ดีขึ้น

A woman wants to know she is secure. 

ผู้หญิงต้องการรู้ว่าเธอรู้สึกปลอดภัย

Are you helping your wife feel that way? 

คุณกำลังช่วยให้ภรรยาของคุณรู้สึกเช่นนั้นไหม

A man wants to be respected. 

คนเราต้องการให้คนเคารพนับถือ

Are you making your husband feel respected?

คุณกำลังทำให้สามีของคุณรู้สึกว่าคุณเคารพเขาหรือไม่

Think about this with your neighbors. 

จงคิดถึงเรื่องนี้กับเพื่อนบ้านของคุณ

Do you want help with your projects? 

คุณต้องการการช่วยเหลืองานโครงการของคุณหรือไม่

Then do what you can to help them. 

ถ้าเช่นนั้นจงทำสิ่งที่คุณสามารถช่วยพวกเขาได้

Do you enjoy a friendly greeting and conversation? 

คุณสนุกกับการทักทายปราศรัยแบบเป็นมิตรหรือไม่

Then lead out, try to learn their name and some things about them. 

ถ้างั้นจงเริ่มนำก่อน  พยายามรู้จักชื่อและบางสิ่งเกี่ยวกับพวกเขา

Be polite and considerate in your parking, your noise level at night, care of your pets, and care of your yard.

จงสุภาพและคิดถึงความคิดผู้อื่นเวลาคุณจอดรถ   ระดับเสียงดังเวลากลางคืน  ดูแลสัตว์เลี้ยงและดูแลสวนที่บ้านของคุณ

You can make a huge list of things to do and a huge list of things not to do. 

คุณสามารถจดรายการสิ่งที่ต้องทำยาวเหยียดและจดรายการสิ่งที่ต้องไม่ทำยาวเหยียด

There are many things that one might do, that others do not like. 

มีหลายๆ สิ่งที่คนหนึ่งอาจจะทำ  แต่คนอื่นๆไม่ชอบทำ

Are you restraining yourself for the sake of others? 

คุณควบคุมตัวเองเพื่อเห็นแก่ผู้อื่นหรือไม่

Such as not drinking alcohol so that you don’t cause a weaker brother to stumble. 

เช่น ไม่ดื่มแอลกอฮอล์  เพื่อที่คุณจะไม่ทำให้พี่น้องที่อ่อนแอสะดุด

Are you showing true compassion towards others?

คุณกำลังแสดงความเมตตาสงสารแท้จริงต่อผู้อื่นหรือไม่

To do right toward others, or “to do unto others as you would have them do unto you” requires selflessness rather than selfishness. It requires self-control.

เพื่อที่จะทำดีต่อคนอื่นๆ  หรือ  "จงปฏิบัติต่อคนอื่นเหมือนอย่างที่พวกท่านปรารถนาให้พวกเขาปฏิบัติต่อท่าน"  ต้องไม่เห็นแก่ตนเองยิ่งกว่า การเห็นแก่ตนเอง  จำเป็นต้องรู้จักควบคุมตนเอง

 

Matthew 22:39 …You shall love your neighbor as yourself.

 มัทธิว  22:39  …จงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง

Ephesians 4:32 Be kind to one another, tenderhearted, forgiving one another, as God in Christ forgave you.

เอเฟซัส 4:32 แต่จงมีใจกรุณา   มีใจสงสาร   และใจให้อภัยแก่กันและกัน   เหมือนอย่างที่พระเจ้าทรงให้อภัยพวกท่านในพระคริสต์

Philippians 2:4 Let each of you look not only to his own interests, but also to the interests of others.

ฟีลิปปี 2:4 อย่าให้ต่างคนต่างเห็นแก่ประโยชน์ของตนเอง   แต่จงเห็นแก่ประโยชน์ของคนอื่นๆด้วย

Titus 1:8 …hospitable, a lover of good, self-controlled, upright, holy, and disciplined.

ทิตัส 1:8 …แต่มีอัธยาศัยต้อนรับแขก   รักความดี   มีสติสัมปชัญญะ   ชอบธรรม   บริสุทธิ์   รู้จักบังคับใจตนเอง

James 1:19 Know this, my beloved brothers: let every person be quick to hear, slow to speak, slow to anger;

ยากอบ 1:19 พี่น้องที่รักของข้าพเจ้า   จงเข้าใจในเรื่องนี้   คือให้ทุกคนไวในการฟัง   ช้าในการพูด   ช้าในการโกรธ

2 Peter 1:5-8 5For this very reason, make every effort to supplement your faith with virtue and virtue with knowledge,

2 เปโตร1:5-8  5ด้วยเหตุนี้เอง   พวกท่านจงพยายามอย่างที่สุดที่จะเอาคุณธรรมเพิ่มความเชื่อของพวกท่าน   เอาความรู้เพิ่มคุณธรรม

6and knowledge with self-control, and self-control with steadfastness, and steadfastness with godliness,

6เอาการควบคุมตัวเองเพิ่มความรู้   เอาความทรหดอดทนเพิ่มการควบคุมตัวเอง   และเอาความยำเกรงพระเจ้าเพิ่มความทรหดอดทน

7and godliness with brotherly affection, and brotherly affection with love.

7เอาความรักฉันพี่น้องเพิ่มความยำเกรงพระเจ้า   และเอาความรักเพิ่มความรักฉันพี่น้อง

8For if these qualities are yours and are increasing, they keep you from being ineffective or unfruitful in the knowledge of our Lord Jesus Christ.

8ถ้าสิ่งเหล่านี้เป็นคุณลักษณะของพวกท่านและเพิ่มพูนขึ้นเรื่อยๆ   ก็จะทำให้พวกท่านเป็นคนไม่ไร้ประโยชน์   และไม่ไร้ผลในการรู้จักพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา

1 Corinthians 8:9-13 9But take care that this right of yours does not somehow become a stumbling block to the weak.

1 โครินธ์ 8:9-13  9แต่จงระวังอย่าให้สิทธิของพวกท่าน   ทำให้พวกที่มีความเชื่ออ่อนแอสะดุด

10For if anyone sees you who have knowledge eating in an idol's temple, will he not be encouraged, if his conscience is weak, to eat food offered to idols?

10เพราะว่าถ้าใครเห็นท่านที่มีความรู้   นั่งรับประทานอาหารในโบสถ์ของรูปเคารพ   มโนธรรมที่อ่อนแอของคนนั้นก็จะเหิมขึ้น   และกินของที่บูชาแก่รูปเคารพไม่ใช่หรือ

11And so by your knowledge this weak person is destroyed, the brother for whom Christ died.

11ความรู้ของท่านจะทำให้พี่น้องที่มีความเชื่ออ่อนแอ   ซึ่งพระคริสต์ทรงยอมวายพระชนม์เพื่อเขาต้องพินาศไป

12Thus, sinning against your brothers and wounding their conscience when it is weak, you sin against Christ. _

12 และเมื่อพวกท่านทำผิดต่อพี่น้องเช่นนี้   และทำร้ายมโนธรรมที่อ่อนแอของพวกเขา   ท่านก็ทำผิดต่อพระคริสต์ด้วย

13Therefore, if food makes my brother stumble, I will never eat meat, lest I make my brother stumble.

13เพราะฉะนั้นถ้าอาหารเป็นเหตุที่ทำให้พี่น้องของข้าพเจ้าสะดุด   ข้าพเจ้าจะไม่กินเนื้อสัตว์อีกต่อไป   เพื่อว่าจะไม่ทำให้พี่น้องต้องสะดุด

 

This great truth is a principle that ought to govern our attitudes toward others… it must be practiced in every area of life.

            ความจริงที่สำคัญนี้เป็นหลักการที่ควรจะควบคุมท่าทีของเราต่อคนอื่นๆ  ซึ่งต้องฝึกหัดในทุกพื้นที่ชีวิต

The person who practices the Golden Rule refuses to say or do anything that would harm himself or others. 

บุคคลที่ปฏิบัติตามกฎทองคำปฏิเสธที่จะพูดหรือทำสิ่งใดที่จะทำร้ายตัวเองหรือผู้อื่น

If our judging of others is not governed by this principle, we will become proud and critical, and our own spiritual character will degenerate. 

ถ้าการพิพากษาคนอื่นไม่ได้อยู่ภายใต้หลักการนี้   เราจะกลายเป็นหยิ่งยโสและชอบจับผิดและลักษณะนิสัยฝ่ายจิตวิญญาณของเราเองจะเสื่อมลง

Practicing the Golden Rule releases the love of God in our lives and enables us to help others, even those who want to hurt us. 

การฝึกกฎทองทำให้เราสำแดงความรักของพระเจ้าในชีวิต  และทำให้เราช่วยเหลือผู้อื่นแม้แต่คนที่ต้องการทำร้ายเรา

But remember that practicing the Golden Rule means paying a price.

แต่จงจำไว้ว่าการฝึกกฎทองหมายถึงการได้รับผลจากสิ่งที่ทำไว้

If we want God’s best for ourselves and others, but others resist God’s will, then they will oppose us.

ถ้าเราต้องการสิ่งดีที่สุดจากพระเจ้าเพื่อตัวเองและคนอื่นๆ  แต่คนอื่นๆ ต่อต้านน้ำพระทัยพระเจ้า  แล้วพวกเขาจะขัดขวางเรา

We are salt, and salt stings the open wound. 

พวกเราเป็นเกลือ  และเกลือทำให้แผลที่เปิดเจ็บปวด

We are light, and light exposes dirt.[1]

                เราเป็นแสงสว่างและความสว่างส่องให้เห็นสิ่งสกปรก

 

32 If you love those who love you, what benefit is that to you? For even sinners love those who love them.

32  “ถ้าพวกท่านรักเฉพาะคนที่รักท่าน   ควรนับว่าเป็นคุณความดีของท่านด้วยหรือ   เพราะแม้แต่พวกคนบาปก็ยังรักเฉพาะคนที่รักเขาเหมือนกัน

33 And if you do good to those who do good to you, what benefit is that to you? For even sinners do the same.

33 ถ้าพวกท่านทำดีเฉพาะกับคนที่ทำดีต่อท่าน   ควรนับว่าเป็นคุณความดีของท่าน   หรือ เพราะแม้แต่พวกคนบาปก็ทำอย่างนั้นเหมือนกัน

34 And if you lend to those from whom you expect to receive, what credit is that to you? Even sinners lend to sinners, to get back the same amount.

34 ถ้าท่านทั้งหลายให้ยืมเฉพาะคนที่ท่านหวังจะได้คืน   ควรนับว่าเป็นคุณความดีของท่านหรือ   เพราะแม้แต่พวกคนบาปก็ยังให้คนบาปยืม   โดยหวังจะได้คืนเหมือนกัน

35 But love your enemies, and do good, and lend, expecting nothing in return, and your reward will be great, and you will be sons of the Most High, for he is kind to the ungrateful and the evil.

35 แต่จงรักศัตรูของท่าน   และทำดีต่อเขา   จงให้เขายืมโดยไม่หวังที่จะได้คืน   แล้วบำเหน็จของท่านทั้งหลายจะมีบริบูรณ์   แล้วท่านจะเป็นบุตรขององค์ผู้สูงสุด   เพราะว่าพระองค์ทรงพระกรุณาทั้งต่อคนอกตัญญูและคนชั่ว

36 Be merciful, even as your Father is merciful.

36 พวกท่านจงมีใจเมตตากรุณา   เหมือนอย่างพระบิดาของท่านมีพระทัยเมตตากรุณา

 

Christians are called by God to do more than what is normal for people to do.

พระเจ้าทรงเรียกพวกคริสเตียนให้ทำมากกว่าสิ่งปกติทั่วไปที่คนทำกัน         

Normally people are mean back to their enemies, they hate their enemies, they avoid their enemies, or they try to get even. 

โดยปกติผู้คนที่เจ็บแค้นต่อศัตรูของพวกเขา   พวกเขาเกลียดชังศัตรู  พวกเขาหลีกเลี่ยงจากศัตรู  หรือพวกเขาพยายามที่จะแก้แค้น<

But Jesus says to love our enemies and to pray for them.  Paul makes the same point.

แต่พระเยซูตรัสว่าจงรักศัตรูของเรา  และอธิษฐานเผื่อพวกเขา  เปาโลทำเช่นเดียวกันนี้<

 

Romans 12:17-21 17Repay no one evil for evil, but give thought to do what is honorable in the sight of all.

โรม 12:17-21 17อย่าทำชั่วตอบแทนชั่วใครเลย   แต่จงมุ่งทำสิ่งที่ใครๆ   ก็เห็นว่าดี

18If possible, so far as it depends on you, live peaceably with all.

18ถ้าเป็นได้   เท่าที่เรื่องขึ้นอยู่กับท่าน   จงอยู่อย่างสงบสุขกับทุกคน

19Beloved, never avenge yourselves, but leave it to the wrath of God, for it is written, “Vengeance is mine, I will repay, says the Lord.”

19 นี่แน่ะ   ท่านผู้เป็นที่รักของข้าพเจ้า   อย่าแก้แค้น   แต่จงมอบการนั้นไว้   แล้วแต่พระเจ้าจะทรงลงโทษ   เพราะมีคำเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า   องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสว่า “การแก้แค้นเป็นของเรา   เราเองจะตอบแทน”

20To the contrary, “if your enemy is hungry, feed him; if he is thirsty, give him something to drink; for by so doing you will heap burning coals on his head.”

20 แต่ว่า   ถ้าศัตรูของท่านหิว   จงให้อาหารเขารับประทาน   ถ้าเขากระหายน้ำก็จงให้น้ำเขาดื่ม   เพราะว่าการทำเช่นนั้น จะทำให้เขารู้สึกตัวและกลับมาคืนดี  

21Do not be overcome by evil, but overcome evil with good.

21อย่าให้ความชั่วชนะเราได้   แต่จงชนะความชั่วด้วยความดี

 

Paul quoted from Proverbs 25:21-22 urging us to return good for evil in the name of the Lord.

            เปาโลยกคำอ้างอิงจากสุภาษิต 25:21-22  หนุนใจเราให้กลับไปทำดีตอบแทนความชั่วในพระนามของพระเจ้า

The "coals of fire" refer perhaps to the feeling of shame our enemies will feel when we return good for evil. 

“การรู้สึกตัวและกลับมาคืนดี" บางทีกล่าวถึงความรู้สึกของความละอายใจที่ศัตรูของเราจะรู้สึกเมื่อเราหันไปทำดีตอบแทนความชั่ว

Or others have suggested that people in ancient times carried hot coals safely on the head in a pottery urn.

หรือคนอื่นๆให้คำแนะนำว่า  ผู้คนในสมัยโบราณแบกถ่านไฟร้อนๆ บนศีรษะได้อย่างปลอดภัยในงานปั้นดินเผา

So a good person gives coals to their neighbor, and even to their enemy, who is lacking to carry home.

ดังนั้นคนดีทำให้เกิดการรู้สึกตัวและกลับมาคืนดีต่อเพื่อนบ้านของเขา   และแม้แต่ศัตรูของเขา  ผู้กำลังขาดสิ่งที่แบกกลับบ้าน

 

Judging others

การพิพากษาคนอื่นๆ

37 Judge not, and you will not be judged; condemn not, and you will not be condemned; forgive, and you will be forgiven;

37 “อย่าพิพากษาเขา   แล้วพวกท่านจะไม่ถูกพิพากษา   อย่าตัดสินลงโทษเขา   แล้วพวกท่านจะไม่ถูกตัดสินลงโทษ   จงยกโทษให้เขา   แล้วพวกท่านจะได้รับการยกโทษ

38 give, and it will be given to you. Good measure, pressed down, shaken together, running over, will be put into your lap. For with the measure you use it will be measured back to you.”

38 จงให้เขา   แล้วพวกท่านจะได้รับด้วย   แบบยัดสั่นแน่นพูนล้นเต็มหน้าตักของท่าน   เพราะว่าเมื่อท่านตวงให้เขาเท่าไร   ท่านก็จะได้รับการตวงกลับคืนไปเท่านั้นเช่นกัน”  

39 He also told them a parable: “Can a blind man lead a blind man? Will they not both fall into a pit?

39 พระองค์ตรัสกับพวกเขาเป็นคำเปรียบเทียบอีกว่า   “คนตาบอดจะนำทางคนตาบอดได้หรือ   ทั้งสองคนจะไม่ตกบ่อหรอกหรือ

40 A disciple is not above his teacher, but everyone when he is fully trained will be like his teacher.

40 ศิษย์ย่อมไม่ใหญ่ไปกว่าครู   แต่ศิษย์ทุกคนที่ได้รับการฝึกสอนอย่างสมบูรณ์แล้ว   ก็จะเป็นเหมือนอย่างครู

41 Why do you see the speck that is in your brother's eye, but do not notice the log that is in your own eye?

41 ทำไมท่านมองเห็นผงที่อยู่ในตาพี่น้องของท่าน   แต่กลับมองไม่เห็นไม้ทั้งท่อนที่อยู่ในตาของตนเอง  

42 How can you say to your brother, ‘Brother, let me take out the speck that is in your eye,’ when you yourself do not see the log that is in your own eye? You hypocrite, first take the log out of your own eye, and then you will see clearly to take out the speck that is in your brother's eye.

42 ทำไมท่านจึงพูดกับพี่น้องของท่านว่า   'น้องเอ๋ย   ให้ฉันเขี่ยผงออกจากตาของเธอ'   แต่ท่านกลับมองไม่เห็นไม้ทั้งท่อนที่อยู่ในตาของท่านเอง โอ  คนหน้าซื่อใจคด   จงดึงไม้ทั้งท่อนออกจากตาของท่านก่อน   แล้วท่านจะเห็นได้ถนัด   จึงจะเขี่ยผงออกจากตาพี่น้องของท่านได้

           

Often it is quite easy to see the sin in other people while overlooking the sin in your own life. 

            บ่อยครั้งที่มันง่ายทีเดียวที่มองเห็นความบาปในคนอื่นๆ ในขณะที่มองข้ามความบาปในชีวิตของตัวเอง

Sometimes we are very critical of sins that we don’t have a problem with. 

บางครั้งเราก็ชอบวิจารณ์เรื่องบาปที่เราไม่มีปัญหาด้วย

For example many Christians are extremely critical of homosexuality and yet overlook the sins of gluttony and gossip or worse in their own life. 

ตัวอย่างเช่น คริสเตียนหลายคนชอบวิจารณ์มากเรื่องการรักร่วมเพศ และยังมองข้ามความบาปของนิสัยตะกละและการซุบซิบนินทา  หรือที่แย่กว่านั้นในชีวิตของตัวเอง<

 

A tree and its fruit

ต้นไม้และผลของมัน

43 For no good tree bears bad fruit, nor again does a bad tree bear good fruit,

43 “ต้นไม้ดีย่อมไม่เกิดผลเลว   หรือต้นไม้เลวย่อมไม่เกิดผลดี

44 for each tree is known by its own fruit. For figs are not gathered from thornbushes, nor are grapes picked from a bramble bush.

44 เพราะว่าจะรู้จักต้นไม้แต่ละต้นได้ก็ด้วยผลของมัน   เขาทั้งหลายย่อมไม่เก็บผลมะเดื่อจากต้นไม้มีหนาม   หรือเก็บผลองุ่นจากต้นระกำ

45 The good person out of the good treasure of his heart produces good, and the evil person out of his evil treasure produces evil, for out of the abundance of the heart his mouth speaks.

45 คนดีย่อมเอาสิ่งดีออกจากคลังดีในจิตใจของตน   และคนชั่วย่อมเอาสิ่งชั่วออกจากคลังชั่วในจิตใจของตน   เพราะว่าปากย่อมพูดสิ่งที่เต็มล้นอยู่ในจิตใจ

Proverbs 15:2, 4 2The tongue of the wise commends knowledge, but the mouths of fools pour out folly.

สุภาษิต 15:2,4 2ลิ้นของคนมีปัญญายกย่องความรู้   แต่ปากของคนโง่เทความโง่ออกมา  

4 A gentle tongue is a tree of life, but perverseness in it breaks the spirit.

4ลิ้นที่ปลอบโยนเป็นต้นไม้แห่งชีวิต   แต่ลิ้นตลบตะแลงทำให้จิตใจแตกสลาย  

James 3:1-11 1Not many of you should become teachers, my brothers, for you know that we who teach will be judged with greater strictness.

ยากอบ 3:1-11 1พี่น้องของข้าพเจ้า   อย่าเป็นอาจารย์กันมากนักเลย   เพราะท่านทั้งหลายก็รู้ว่า   เราที่เป็นคนสอนนั้น   จะต้องถูกพิพากษาที่เข้มงวดยิ่งขึ้น

2For we all stumble in many ways, and if anyone does not stumble in what he says, he is a perfect man, able also to bridle his whole body.

2เพราะว่าเราทำผิดพลาดมากมายกันทุกคน   ถ้าใครไม่เคยทำผิดทางคำพูด   คนนั้นก็เป็นคนดีพร้อม   และสามารถบังคับทั้งตัวได้ด้วย

3If we put bits into the mouths of horses so that they obey us, we guide their whole bodies as well.

3ถ้าเราเอาบังเหียนใส่ปากม้าเพื่อให้พวกมันเชื่อฟัง   เราก็สามารถบังคับมันได้ทั้งตัว

4Look at the ships also: though they are so large and are driven by strong winds, they are guided by a very small rudder wherever the will of the pilot directs. _

4หรือดูเรือซิ  แม้ว่ามันจะใหญ่   และถูกพัดให้แล่นไปด้วยลมแรง   เรือเหล่านั้นก็ยังถูกบังคับด้วยหางเสือเล็กๆ   ไปในทิศทางที่นายท้ายต้องการจะให้ไป

5So also the tongue is a small member, yet it boasts of great things.How great a forest is set ablaze by such a small fire!

5ลิ้นก็เช่นเดียวกัน   เป็นอวัยวะเล็กๆ แต่คุยอวดในเรื่องใหญ่โต  คิดดูซิ   ไฟเพียงนิดเดียว แต่สามารถทำให้ป่าใหญ่ลุกไหม้ได้

6And the tongue is a fire, a world of unrighteousness. The tongue is set among our members, staining the whole body, setting on fire the entire course of life, and set on fire by hell.

6และลิ้นนั้นเป็นไฟ   ลิ้นเป็นโลกชั่วร้ายที่ตั้งอยู่ท่ามกลางอวัยวะต่างๆ ของเรา   มันทำให้ทั้งกายเป็นมลทิน  และเผาผลาญวงจรของชีวิต และตัวมันเองก็ถูกเผาผลาญโดยไฟนรก

7For every kind of beast and bird, of reptile and sea creature, can be tamed and has been tamed by mankind,

7เพราะว่าสัตว์ทุกชนิด   ทั้งนก   ทั้งสัตว์เลื้อยคลาน   และสัตว์ในทะเลนั้น  ทำให้เชื่องได้   และมนุษย์ทำให้พวกมันเชื่องมาแล้ว

8but no human being can tame the tongue. It is a restless evil, full of deadly poison. _

8แต่ลิ้นนั้นไม่มีมนุษย์คนใดสามารถทำให้เชื่องได้   ลิ้นเป็นสิ่งชั่วร้าย   ที่อยู่ไม่สุขและเต็มไปด้วยพิษร้ายถึงตาย

9With it we bless our Lord and Father, and with it we curse people who are made in the likeness of God.

9เราสรรเสริญองค์พระผู้เป็นเจ้าและพระบิดาด้วยลิ้นนั้น   และเราก็แช่งด่ามนุษย์   ผู้ที่พระเจ้าทรงสร้างตามพระฉายาของพระองค์ด้วยลิ้นนั้น  

10From the same mouth come blessing and cursing. My brothers,*n10.1 these things ought not to be so.

10คำสรรเสริญและคำแช่งด่าออกมาจากปากเดียวกัน   พี่น้องของข้าพเจ้า   อย่าให้เป็นอย่างนั้น

11Does a spring pour forth from the same opening both fresh and salt water?

11บ่อน้ำพุจะมีทั้งน้ำจืดและน้ำเค็มพุ่งออกมาจากช่องเดียวกันได้หรือ

12Can a fig tree, my brothers, bear olives, or a grapevine produce figs? Neither can a salt pond yield fresh water?

12   พี่น้องของข้าพเจ้า ต้นมะเดื่อจะออกผลเป็นมะกอกได้หรือ และเถาองุ่นจะออกผลเป็นมะเดื่อได้หรือ บ่อน้ำพุเค็มย่อมทำให้เกิดน้ำจืดไม่ได้

1 Peter 3:10 For “Whoever desires to love life and see good days, let him keep his tongue from evil and his lips from speaking deceit;

1 เปโตร 3:10 เพราะว่า   ผู้ใดรักชีวิตและปรารถนาจะเห็นวันเวลาดี   ก็ให้ผู้นั้นยั้งลิ้นของตนไม่พูดชั่ว และห้ามปากไม่ให้พูดล่อลวง  

I am sure that you want to be like the tree that bears good fruit. 

            ผมแน่ใจว่าคุณต้องการที่จะเป็นเหมือนต้นไม้ที่เกิดผลดี

Will you purpose to be more careful to use your tongue to glorify God?

คุณประสงค์ที่จะระมัดระวังมากขึ้นที่จะใช้ลิ้นของคุณเพื่อสรรเสริญพระเจ้าไหม?

 

46 Why do you call me ‘Lord, Lord,’ and not do what I tell you?

46 “ทำไมพวกท่านเรียกเราว่า   องค์พระผู้เป็นเจ้า    แต่ไม่ทำตามสิ่งที่เราบอกนั้น

             

To claim Jesus as your Lord, means that He is the Boss of your life. 

            ที่ประกาศว่าพระเยซูเป็นพระเจ้า  หมายความว่าพระองค์เป็นเจ้านายแห่งชีวิตของคุณ

As my Boss, He has the right of total control of my life.

ในฐานะเป็นเจ้านายของผม  พระองค์ทรงมีสิทธิ์ในการควบคุมชีวิตทั้งหมดของของผม<

When He asks me to do something it isn't mine to ask Him why. It's only mine to obey.

เมื่อพระองค์ทรงขอให้ผมทำบางสิ่ง  ไม่ใช่เป็นผมที่จะถามพระองค์ว่าทำไม  ผมเพียงแต่จะยอมเชื่อฟัง<

I am His servant, He is the Lord and that's what the whole title is indicating.  

ผมเป็นผู้รับใช้ของพระองค์  พระองค์ทรงเป็นเจ้านายใหญ่ และนั่นคือสิ่งที่ชื่อเรื่องทั้งหมดกำลังบ่งบอก<

That is why Jesus pointed out inconsistencies and people are calling Him Lord, Lord and yet they're not doing the things He commanded them.

นั่นคือเหตุผลที่พระเยซูทรงบอกสิ่งที่ไม่สอดคล้องกัน   และผู้คนกำลังเรียกพระองค์ว่า พระองค์เจ้าข้า  พระองค์เจ้าข้า   แต่กระนั้นพวกเขาก็ยังไม่ได้ทำสิ่งต่างๆ ที่ทรงบัญชาพวกเขา<

That's inconsistent, so not everyone who says "Lord, Lord" is going to enter into the kingdom of heaven.

นั่นไม่สอดคล้องกัน  ดังนั้นไม่ใช่ทุกคนที่บอกว่า "องค์พระเจ้า องค์พระเจ้า" ที่กำลังจะเข้าสู่ราชอาณาจักรสวรรค์<

He is pointing out that saying the right thing is not enough. [2]

            พระองค์ทรงชี้ให้ดูโดยตรัสว่าสิ่งที่ถูกต้องไม่เพียงพอ

 

Build your house on the rock

จงสร้างบ้านของคุณบนศิลา

47 Everyone who comes to me and hears my words and does them, I will show you what he is like:

47 ทุกคนที่มาหาเราและฟังคำของเราแล้วทำตาม   เราจะสำแดงให้พวกท่านรู้ว่า   เขาเป็นเหมือนอะไร

48 he is like a man building a house, who dug deep and laid the foundation on the rock. And when a flood arose, the stream broke against that house and could not shake it, because it had been well built.

48 เขาเป็นเหมือนคนหนึ่งที่สร้างบ้าน   เขาขุดลึกลงไปแล้ววางรากฐานอยู่บนศิลา   เมื่อมีน้ำท่วม   และมีกระแสน้ำไหลเชี่ยวมาซัดบ้านนั้น   มันก็ไม่หวั่นไหว   เพราะถูกสร้างไว้อย่างมั่นคง

49 But the one who hears and does not do them is like a man who built a house on the ground without a foundation. When the stream broke against it, immediately it fell, and the ruin of that house was great.”

49 ส่วนคนที่ได้ยินและไม่ทำตาม   ก็เป็นเหมือนคนหนึ่งที่สร้างบ้านอยู่บนดินโดยปราศจากรากฐาน   เมื่อมีกระแสน้ำไหลเชี่ยวมาซัดบ้านนั้น   มันก็พังทลายลงทันที   และความหายนะของบ้านนั้นก็ยิ่งใหญ่”

             

It's important that you have a solid, strong foundation and there are certain foundational truths of Jesus Christ, certain principles that you've got to have supporting your Christian faith because Satan is going to attack you. [3] 

            มันสำคัญที่คุณมีรากฐานที่แข็งแกร่งมั่นคงและมีความจริงพื้นฐานแน่นอนของพระเยซูคริสต์  หลักความเชื่อบางอย่างที่คุณต้องสนับสนุนความเชื่อแบบคริสเตียน  เพราะซาตานกำลังจะโจมตีคุณ

 

Do you know and believe that God loves you, very much? 

            คุณรู้และเชื่อว่าพระเจ้าทรงรักคุณมากใช่ไหม?

Because when adversity comes you’ve got to know that. 

เพราะเมื่อความทุกข์มาถึง  คุณต้องรู้ว่า<

Are you being a disciple of Jesus, living totally committed to Him? 

คุณกำลังเป็นสาวกของพระเยซู   ที่มีชีวิตมุ่งมั่นต่อพระองค์ทั้งสิ้นหรือไม่?

Perhaps you haven’t put your faith in Him yet. 

บางทีคุณอาจยังไม่ได้วางใจเชื่อในพระองค์<

Is Jesus the Lord of your life, the boss of your life? 

พระเยซูทรงเป็นพระเจ้าแห่งชีวิตของคุณ    เจ้านายแห่งชีวิตของคุณหรือไม่?

There is a Rock, upon which you can build a foundation that will stand. That Rock is Christ Jesus.

มีศิลา  ที่ซึ่งคุณสามารถสร้างรากฐานที่จะยืนบนมันได้   ศิลานั้นคือพระเยซูคริสต์<

 

1 Corinthians 3:11 For other foundation can no man lay than that is laid, which is Jesus Christ.

เพราะว่าผู้ใดจะวางรากอื่นอีกไม่ได้แล้ว   นอกจากที่วางไว้แล้วคือพระเยซูคริสต์

 

Where are you building your foundation?

คุณกำลังสร้างรากฐานของคุณอยู่ที่ไหน?

Where is your house? Is it built on the Rock which is Christ Jesus, or is it built on sand?

บ้านของคุณอยู่ที่ไหน? มันสร้างขึ้นบนสิลาซึ่งเป็นพระเยซูคริสต์  หรือมันถูกสร้างขึ้นบนทราย?

 

John ยอห์น 1:12 12 But to all who did receive him, who believed in his name, he gave the right to become children of God,

12 แต่ทุกคนที่ยอมรับพระองค์   คือคนที่เชื่อในพระนามของพระองค์นั้น   พระองค์ก็จะประทานสิทธิให้เป็นลูกของพระเจ้า

 

 

This sermon is a part of a collection of sermons entitled New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13 copyright ©2018 by Dana Bratton available at Amazon.com in Kindle and paperback (English only).

คำสอนนี้เป็นตอนหนึ่งของชุดรวมคำสอนที่มีชื่อว่า  คำสอนเชิงอธิบายพันธสัญญาใหม่ ชุดที่ 4 พระธรรมลูกา 1-13 ลิขสิทธิ์© 2018 โดยนายเดนา แบรตตัน สามารถดูได้ที่ Amazon.comในเครื่องอ่านหนังสืออีเล็คทรอนิกส์และหนังสือปกอ่อน (ภาษาอังกฤษ)

Scripture quotations are from the ESV® Bible (The Holy Bible, English Standard Version®, copyright ©2001 by Crossway, a publishing ministry of Good News Publishers. Used by permission. All rights reserved 

ข้อพระคัมภีร์คัดมาจากพระคัมภีร์ ESV® (พระคัมภีร์ฉบับมาตรฐานอังกฤษ®สงวนลิขสิทธิ์© 2001 โดย Crossway  พันธกิจการพิมพ์ของสำนักพิมพ์ข่าวประเสริฐ  โดยได้รับอนุญาต  ขอสงวนลิขสิทธิ์ทั้งหมด

Thai Scripture quotations are from The Holy Bible – Thai Standard Version 2011 Copyright © 2011 Thailand Bible Society

ข้อพระคัมภีร์คัดมาจากพระคัมภีร์  พระคริสตธรรมคัมภีร์ภาษาไทยฉบับมาตรฐาน 2011 สงวนลิขสิทธิ์ 2011 โดยสมาคมพระคริสตธรรมไทย

 



[1] Warren Wiersbe, Bible Exposition Commentary – Be Loyal (Matthew), (Colorado Springs, CO: Victor, 2003), WORDsearch CROSS e-book 32. 

[2] Chuck Smith, Through the Bible C-2000 Series, (Costa Mesa, CA: Calvary Chapel Costa Mesa, 1986), The Word Bible software, Matthew 7.

[3] ibid.

 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top