Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear

Matthew 10 The Twelve Apostles

มัทธิว 10 อัครสาวกสิบสองคน

 

The majority of the time Jesus spent every day with His disciples.   

พระเยซูทรงใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับเหล่าสาวกของพระองค์ทุกวัน

But now probably about a year and half into their training period, He sent them out, on their own. 

แต่ตอนนี้อาจจะเป็นช่วงการฝึกฝนพวกเขาประมาณปีครึ่ง  พระองค์ทรงส่งพวกเขาออกไปเองตามลำพัง

When I was a chaplain trainer, for several weeks I had the trainee with me and they usually didn’t say anything.  

เมื่อผมเป็นอนุศาสกที่โรงพยาบาลเป็นเวลาหลายสัปดาห์  มีคนมาฝึกงานกับผม และปกติพวกเขามักจะไม่ได้กล่าวอะไร

We would go bed to bed and I would introduce the trainee but then I would do all the talking and praying with the patient. 

เราจะไปที่เตียงคนไข้ทีละเตียงและผมจะแนะนำผู้ฝึกหัด   แต่แล้วผมจะเป็นผู้กล่าวพระคำและอธิษฐานกับผู้ป่วย

Then finally I would allow the trainee to most of the visit and I would observe and then finally let him out on his own to make visits. 

แล้วในที่สุดผมจะอนุญาตให้ผู้ฝึกหัดเยี่ยมเยียนเองให้มากที่สุด   และผมจะคอยสังเกตและแล้วในที่สุดผมยอมปล่อยให้เขาออกไปเยี่ยมเยียนผู้ป่วยเองตามลำพัง

The last verse in chapter 9 Jesus said there was a need for laborers to go out into the harvest field. 

แล้วในที่สุดผมจะอนุญาตให้ผู้ฝึกหัดเยี่ยมเยียนเองให้มากที่สุด   และผมจะคอยสังเกตและแล้วในที่สุดผมยอมปล่อยให้เขาออกไปเยี่ยมเยียนผู้ป่วยเองตามลำพัง

 

Matthew 9:38 (ESV) therefore pray earnestly to the Lord of the harvest to send out laborers into His harvest.”

มัทธิว9:38 เพราะฉะนั้นท่านจงอ้อนวอนพระองค์ผู้ทรงเป็นเจ้าของนา ให้ทรงส่งคนงานมาเก็บเกี่ยวพืชผลของพระองค์”

 

Sometimes as we pray about a need, we may realize God wants us to be a part of meeting that need.    That happened to me. 

บางครั้งเมื่อเราอธิษฐานขอสิ่งที่จำเป็น    เราอาจตระหนักว่าพระเจ้าประทานให้เราเพียงส่วนหนึ่งที่เราต้องการ   นั้นคือสิ่งที่ได้เกิดขึ้นกับผม

I thought and prayed, how will the Thai people ever come to know God if there are no Bibles in the bookstores to buy?  

ผมครุ่นคิดและอธิษฐานว่า วิธีใดที่จะช่วยให้คนไทยมารู้จักพระเจ้า   ถ้าไม่มีพระคัมภีร์ในร้านหนังสือให้เขาได้ซื้อ

Someone has to do something about that.  How will they come to know Jesus if there are so few pastors and churches here?  Someone has to do something about that. 

ต้องมีใครบางคนทำอะไรบางอย่างในเรื่องนั้น  พวกเขาจะมารู้จักพระเยซูได้อย่างไร   ถ้ามีผู้สอนศาสนาไม่กี่คนและไม่กี่คริสตจักรที่นี่ ต้องมีใครบางคนทำอะไรบางอย่างในเรื่องนั้น

 

Because of the need and conviction of the Holy Spirit, Cindy and I went to Thailand and spent more than ten years there sharing the Gospel.

เพราะความต้องการและความมั่นใจในพระวิญญาณบริสุทธิ์  ซินดี้และผมเดินทางไปประเทศไทยและแบ่งปันพระกิตติคุณนานมากกว่าสิบปี

 

Matthew 10:1-4 (NASB)

1 Jesus summoned His twelve disciples and gave them authority over unclean spirits, to cast them out, and to heal every kind of disease and every kind of sickness.

มัทธิว 10:1-41 พระองค์ทรงเรียกสาวกสิบสองคนของพระองค์มา แล้วประทานสิทธิอำนาจให้พวกเขาขับผีโสโครกออกได้ และทรงให้รักษาโรคและความเจ็บป่วยทุกอย่างให้หายได้

2 Now the names of the twelve apostles are these: The first, Simon, who is called Peter, and Andrew his brother; and James the son of Zebedee, and John his brother;

2 อัครทูตสิบสองคนนั้นมีชื่อดังนี้ คนแรกชื่อซีโมนที่เรียกว่าเปโตร กับอันดรูว์น้องของเขา ยากอบบุตรเศเบดี กับยอห์นน้องของเขา 

3 Philip and Bartholomew; Thomas and Matthew the tax collector; James the son of Alphaeus, and Thaddaeus;

3  ฟีลิป และบารโธโลมิว โธมัส และมัทธิวคนเก็บภาษี ยากอบบุตรอัลเฟอัสและเลบเบอัส ผู้ที่มีชื่ออีกว่าธัดเดอัส 

4 Simon the Zealot, and Judas Iscariot, who betrayed Him.

4ซีโมนพรรคชาตินิยม และยูดาสอิสคาริโอท ที่ได้ทรยศพระองค์

 

These disciples were not extraordinary men. 

สาวกเหล่านี้ไม่ได้เป็นคนพิเศษอะไร

A number of them were poor fisherman before they became disciples, one was a tax collector. 

พวกเขาหลายคนเป็นชาวประมงยากจนก่อนที่จะกลายเป็นสาวก    คนหนึ่งเป็นคนเก็บภาษี

God chooses and calls just plain ordinary people like you.  

พระเจ้าทรงเลือกและเรียกเพียงคนสามัญธรรมดาเช่นพวกคุณ

It is wrong for any of us to excuse ourselves from serving the Lord, because of the fact that we are just so ordinary, because that is the kind of person God seeks to use for His glory.

มันผิดสำหรับเราบางคนที่จะหาข้อแก้ตัวเองไม่รับใช้พระเจ้า     เพราะความจริงที่ว่าเราเป็นเพียงคนธรรมดาสามัญมาก   เพราะนั่นคือคนแบบที่พระเจ้าพยายามที่จะใช้เพื่อพระสิริของพระองค์

 

 

 

Jesus sends out the twelve apostles

พระเยซูทรงส่งอัครสาวกสิบสองคนออกไป

 

Matthew 10:5-6 (NASB)

5 These twelve Jesus sent out after instructing them: “Do not go in the way of the Gentiles, and do not enter any city of the Samaritans;

มัทธิว10:5-6

5  สิบสองคนนี้พระเยซูทรงใช้ให้ออกไปและมีรับสั่งพวกเขาว่า “อย่าไปยังที่อยู่ของพวกต่างชาติ และอย่าเข้าไปในเมืองของชาวสะมาเรีย 

6 but rather go to the lost sheep of the house of Israel.

6แต่ว่าจงไปหาแกะหลงของวงศ์วานอิสราเอลนั้นดีกว่า

 

Certainly, Jesus was not prejudiced against the Samaritans nor the Gentiles but His primary mission to reach out the Jews the people of Israel. 

แน่นอนว่าพระเยซูไม่ทรงมีอคติกับชาวสะมาเรียหรือคนนอกศาสนา   แต่พระราชกิจหลักของพระองค์คือเข้าถึงชาวยิว  ชนชาติอิสราเอล

So, He gives those instructions to His disciples. 

ดังนั้นจึงทรงให้คำแนะนำเหล่านั้นแก่เหล่าสาวกของพระองค์

When I have teams come to help us, and I send them out with Bibles and tracts I send them to the Thais in our village. 

เมื่อผมมีทีมงานมาช่วยเหลือ  และผมให้พวกเขาออกไปพร้อมกับพระคัมภีร์และใบปลิวโดยที่ผมส่งพวกเขาไปหาคนไทยในหมู่บ้านของเรา

I don’t send them to the other side of the Bridge to distribute materials to the Burmese. 

ผมไม่ส่งพวกเขาไปอีกฟากหนึ่งของสะพาน  เพื่อที่จะแจกจ่ายวัสดุสิ่งของแก่ชาวพม่า

Because I believe God has called me here to primarily reach the Thai people and minister to and with English speakers.    

เพราะผมเชื่อว่าพระเจ้าได้ทรงเรียกผมมาที่นี่เพื่อเข้าถึงคนไทยเป็นส่วนใหญ่    และเทศนาสั่งสอนแก่เขาและกับคนที่พูดภาษาอังกฤษ

Later Jesus would tell His disciples to take the Gospel to the world. 

ต่อมาพระเยซูจะทรงสั่งให้เหล่าสาวกของพระองค์นำพระกิตติคุณออกไปทั่วโลก

 

Mark 16:15 (ESV) And he said to them, “Go into all the world and proclaim the gospel to the whole creation.

มาระโก16:15  ฝ่ายพระองค์ตรัสสั่งพวกสาวกว่า   “พวกท่านจงออกไปทั่วโลก   ประกาศข่าวประเสริฐแก่มนุษย์ทุกคน  

 

Matthew 10:7-10 (NASB) 

7 And as you go, preach, saying, ‘The kingdom of heaven is at hand.’

มัทธิว10:7-10

7จงไปพลางประกาศพลางว่า   'แผ่นดินสวรรค์มาใกล้แล้ว

8 Heal the sick, raise the dead, cleanse the lepers, cast out demons.  Freely you received, freely give.

8 จงรักษาคนเจ็บป่วยให้หาย   จงทำให้คนตายแล้วเป็นฟื้น   จงทำให้คนโรคเรื้อนหายสะอาด   และจงขับผีออก   ท่านทั้งหลายได้รับเปล่าๆ  ก็จงให้เปล่าๆ

9 Do not acquire gold, or silver, or copper for your money belts,

9 อย่าหาเหรียญทองคำหรือเหรียญเงินหรือเหรียญทองแดงไว้ในเข็มขัดของพวกท่าน

10 or a bag for your journey, or even two coats, or sandals, or a staff; for the worker is worthy of his support.

10 อย่าเอาย่าม หรือเสื้อสองตัว หรือรองเท้าอีกคู่ หรือไม้เท้า เพราะว่าคนที่ทำงานก็สมควรจะได้อาหารกิน

 

In addition to the healing and casting out demons, sharing of Good News, the disciples were going to learn to live by faith. 

นอกจากการรักษาโรคและการขับผีออก  ร่วมแบ่งปันข่าวประเสริฐ   เหล่าสาวกกำลังจะเรียนรู้ที่จะอยู่โดยความเชื่อ

Trusting God to supply their financial needs, need of food and clothing and shelter. 

ไว้วางใจพระเจ้าว่าจะทรงจัดหาสิ่งที่จำเป็นทางการเงิน  ความต้องการอาหาร  เสื้อผ้าและที่พักอาศัยให้แก่พวกเขา   

The same as missionaries do. 

พวกมิชชันนารีกระทำเช่นเดียวกั

It is a great thrill to live by faith, to see the Lord supply our needs time and time again

ช่างเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นที่อยู่โดยความเชื่อ ได้รับสิ่งที่ทรงประทานให้ในยามจำเป็นครั้งแล้วครั้งเล่า

Some months were lean, but there was enough for Cindy and me, through our years as home missionaries with Child Evangelism Fellowship and Health Care Chaplains’ Ministry Association, and as foreign missionaries to Thailand.

บางเดือนก็ฝืดเคือง แต่มีเพียงพอสำหรับซินดี้และผม   ตลอดหลายปีเราเป็นผู้เผยแผ่ศาสนาตามบ้านร่วมกับองค์กรสหกิจเพื่อเด็กและสมาคมพันธกิจ ด้านดูแลสุขภาพ และเป็นชาวต่างชาติผู้ประกาศศาสนาในประเทศไทย

 

Matthew 10:11-15 (NASB)

11 And whatever city or village you enter, inquire who is worthy in it, and stay at his house until you leave that city.

มัทธิว 10:11-15

11 เมื่อท่านทั้งหลายมาถึงเมืองใดหรือหมู่บ้านใด จงสืบดูว่าใครเป็นคนเหมาะสมในที่นั้น แล้วจงไปอาศัยกับคนนั้น จนกว่าจะจากไป 

12 As you enter the house, give it your greeting.

12 ขณะเมื่อขึ้นบ้าน   จงให้พรแก่บ้านนั้น

13 If the house is worthy, give it your blessing of peace.  But if it is not worthy, [take back your blessing of peace.  13 ถ้าบ้านนั้นสมควรรับพร ก็ให้สันติสุขของพวกท่านอยู่กับบ้านนั้น  แต่ถ้าบ้านนั้นไม่สมควรรับพร ก็ให้สันติสุขนั้นกลับคืนมาสู่พวกท่านอีก 

14 Whoever does not receive you, nor heed your words, as you go out of that house or that city, shake the dust off your feet.

14 ถ้าใครไม่ต้อนรับและไม่ฟังคำของท่าน  เมื่อจะออกจากบ้านนั้นหรือเมืองนั้น จงสะบัดผงคลีที่ติดเท้าของพวกท่านออกเสีย

15 Truly I say to you, it will be more tolerable for the land of Sodom and Gomorrah in the day of judgment than for that city.

15 เราบอกความจริงแก่ท่านว่า ในวันพิพากษานั้น โทษของเมืองโสโดม  และเมืองโกโมราห์จะเบากว่าโทษของเมืองนั้น

 

A hard road before them

ทางที่ยากลำบากข้างหน้าพวกเขา

           

Matthew 10:16-23 (NASB)

16 “Behold, I send you out as sheep in the midst of wolves; so be shrewd as serpents and innocent as doves.

มัทธิว10:16-23

16 “นี่แน่ะ เราใช้ท่านทั้งหลายไปดุจแกะอยู่ท่ามกลางพวกหมาป่าเพราะฉะนั้นจงเฉลียวฉลาดเหมือนงู และไม่มีพิษมีภัยเหมือนนกพิราบ 

17 But beware of men, for they will hand you over to the courts and scourge you in their synagogues;

17 แต่จงระวังผู้คนให้ดี  เพราะเขาทั้งหลายจะมอบท่านทั้งหลายไว้กับศาล และจะเฆี่ยนท่านในธรรมศาลาของพวกเขา 

18 and you will even be brought before governors and kings for My sake, as a testimony to them and to the Gentiles.

18 และจะมอบพวกท่านให้เจ้าเมืองและกษัตริย์เพราะเรา เพื่อว่าพวกท่านจะได้เป็นพยานแก่พวกเขาและแก่พวกต่างชาติ

19 But when they hand you over, do not worry about how or what you are to say; for it will be given you in that hour what you are to say.

19 แต่เมื่อพวกเขามอบตัวท่านนั้น อย่ากังวลว่าจะพูดอะไรหรืออย่างไร เพราะเมื่อถึงเวลานั้น คำที่พวกท่านจะพูดนั้น พระเจ้าจะประทานแก่พวกท่าน

20 For it is not you who speak, but it is the Spirit of your Father who speaks in you.

20 เพราะว่าผู้ที่พูดไม่ใช่ตัวท่านเอง แต่เป็นพระวิญญาณแห่งพระบิดาของพวกท่านผู้ตรัสผ่านท่าน

21 “Brother will betray brother to death, and a father his child; and children will rise up against parents and cause them to be put to death.

21 พี่จะมอบน้องให้ถึงแก่ความตาย พ่อจะมอบลูก และลูกก็จะทรยศต่อพ่อแม่ให้ถึงแก่ความตาย

22 You will be hated by all because of My name, but it is the one who has endured to the end who will be saved.

22 คนทั้งปวงจะเกลียดชังท่านเพราะนามของเรา แต่ผู้ที่สู้ทนจนถึงที่สุดจะได้รับความรอด

23 “But whenever they persecute you in one city, flee to the next; for truly I say to you, you will not finish going through the cities of Israel until the Son of Man comes.

23 เมื่อพวกเขาข่มเหงท่านในเมืองหนึ่ง จงหนีไปยังอีกเมืองหนึ่ง เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ก่อนที่ท่านจะไปทั่วเมืองต่างๆ ทั้งหมดในอิสราเอล บุตรมนุษย์จะเสด็จมา

 

The meaning of discipleship

                ความหมายของการเป็นสานุศิษย์

 

Matthew 10:24-25 (NASB)

24 “A disciple is not above his teacher, nor a slave above his master.

มัทธิว10:24-25

24 “ศิษย์ไม่ใหญ่กว่าครูและทาสไม่ใหญ่กว่านายของตน

25 It is enough for the disciple that he become like his teacher, and the slave like his master. If they have called the head of the house Beelzebul, how much more will they malign the members of his household!

25 ซึ่งศิษย์จะได้รับการรับรองเสมอครู  และทาสเสมอนายของตนก็พออยู่แล้ว ถ้าพวกเขาเรียกเจ้าบ้านว่าเบเอลเซบูล พวกเขาจะเรียกลูกบ้านมากยิ่งกว่านั้นเท่าใด

 

Jesus warns them there will be opposition, there will be persecution.  If people opposed Jesus, they will oppose His disciples as well. 

พระเยซูทรงเตือนพวกเขาว่าจะมีการต่อต้านคัดค้าน  จะมีการกดขี่ข่มเหง  ถ้าผู้คนต่อต้านพระเยซู    พวกเขาก็จะต่อต้านเหล่าสาวกของพระองค์เช่นกัน

Don’t’ be surprised when you face opposition in sharing the Gospel. 

อย่าประหลาดใจเมื่อท่านเผชิญการต่อต้านเวลาแบ่งปันข่าวประเสริฐ

Satan does not want you to share the Good News.

ซาตานไม่ต้องการให้คุณแบ่งปันข่าวประเสริฐ

 

John 17:14-15 (ESV)  

14 I have given them your word and the world has hated them, because they are not of the world just as I am not of the world.

ยอห์น17:14-15

14ข้าพระองค์มอบพระดำรัสของพระองค์ให้แก่พวกเขาแล้ว  และโลกนี้เกลียดชังเขา เพราะเขาไม่ใช่ของโลก เหมือนอย่างที่ข้าพระองค์ไม่ใช่ของโลก 

15 I do not ask that you take them out of the world but that you keep them from the evil one.

15 ข้าพระองค์ไม่ได้ขอให้พระองค์เอาพวกเขาออกไปจากโลก แต่ขอให้ปกป้องเขาไว้ให้พ้นจากมารร้าย

 

Ephesians 6:12 (ESV) For we do not wrestle against flesh and blood, but against the rulers, against the authorities, against the cosmic powers over the present darkness, against the spiritual forces of evil in the heavenly places.

เอเฟซัส6:12

เพราะเราไม่ได้ต่อสู้กับเนื้อหนังและเลือด แต่ต่อสู้กับพวกภูตผีที่ครอบครอง พวกภูตผีที่มีอำนาจ พวกภูตผีที่ครองพิภพในยุคมืดนี้ ต่อสู้กับพวกวิญญาณชั่วในสวรรคสถาน

 

John 15:18-21 (ESV)

18 “If the world hates you, know that it has hated me before it hated you.

ยอห์น15:18-21

18 “ถ้าโลกนี้เกลียดชังพวกท่าน ก็จงรู้ว่าโลกเกลียดชังเราก่อน  

 19 If you were of the world, the world would love you as its own; but because you are not of the world, but I chose you out of the world, therefore the world hates you.

19ถ้าพวกท่านเป็นของโลก โลกก็ย่อมจะรักคนที่เป็นของโลกเอง แต่เพราะท่านไม่ได้เป็นของโลก คือเราเลือกท่านออกจากโลก เพราะเหตุนี้ โลกจึงเกลียดชังท่าน 

20 Remember the word that I said to you: ‘A servant is not greater than his master.’ If they persecuted me, they will also persecute you. If they kept my word, they will also keep yours.

20จงระลึกถึงคำที่เรากล่าวกับพวกท่านแล้วว่า ‘บ่าวไม่ได้เป็นใหญ่กว่านาย’ ถ้าพวกเขาข่มเหงเรา เขาก็จะข่มเหงพวกท่านด้วย ถ้าเขาปฏิบัติตามคำของเรา พวกเขาก็จะปฏิบัติตามคำของพวกท่านด้วย 

21 But all these things they will do to you on account of my name, because they do not know him who sent me

21แต่เขาจะทำทุกสิ่งเหล่านี้แก่พวกท่านเพราะนามของเรา เพราะเขาไม่รู้จักผู้ทรงใช้เรามา

 

Loving the people who do these things is hard to do. 

การรักบรรดาคนที่ทำสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องยากที่จะทำ

I am better able to love when I remember that people are not my enemy.

จะดีกว่าที่ฉันสามารถรักเมื่อฉันจำได้ว่าคนเหล่านั้นไม่ได้เป็นศัตรูของฉัน.

God loves them, and Jesus died for them.

พระเจ้าทรงรักพวกเขาและพระเยซูสิ้นพระชนม์แทนพวกเขา

My enemy is Satan.  

ศัตรูของฉันคือซาตาน

God has given us His Word and the Holy Spirit to lead us in truth and give us power.

พระผู้เป็นเจ้าประทานพระคำของพระองค์และพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่จะนำเราไปสู่ความจริงและให้เรามีฤทธิ์อำนาจ

We need to read the Bible every day, so we know God - and what pleases Him. Then His power can be unleashed in us - producing spiritual fruit like love, peace, patience, and kindness. 

เราจำเป็นต้องอ่านพระคัมภีร์ทุกวันดังนั้นเราจึงรู้จักพระเจ้า-และสิ่งที่ทรงพอพระทัย จากนั้นฤทธิ์อำนาจของพระองค์จะสามารถปลดปล่อยเรา-ให้เราเกิดผลทางจิตวิญญาณเช่นมีความรัก  ความสงบสุขและความเมตตา

When I encounter opposition, should I react in anger, argue, and demand my rights?

เมื่อฉันพบกับการต่อต้าน ฉันควรจะตอบสนองด้วยความโกรธ การทุ่มถียง  และการเรียกร้องสิทธิของฉันไหม

Should I react in fear and doubt compromising God’s truth?  Neither of these. I should pray!

ฉันควรจะสนองตอบด้วยความกลัวและสงสัยที่ประนีประนอมความจริงของพระเจ้าหรือ  ไม่ใช่สิ่งเหล่านี้ ฉันควรจะอธิษฐาน!

 

 

 

Ephesians 6:18-19 (ESV) 

18 praying at all times in the Spirit, with all prayer and supplication. To that end, keep alert with all perseverance, making supplication for all the saints,

เอเฟซัส6:18-19

18จงอธิษฐานในพระวิญญาณทุกเวลาโดยการอธิษฐานและการวิงวอนทุกๆ อย่าง เพราะเหตุนี้จงเฝ้าระวังด้วยความเพียรและด้วยการวิงวอนเผื่อธรรมิกชนทุกคนอยู่เสมอ 

19 and also for me, that words may be given to me in opening my mouth boldly to proclaim the mystery of the gospel,

19 และเผื่อข้าพเจ้าด้วย เพื่อว่าเมื่อข้าพเจ้าพูด พระองค์จะประทานถ้อยคำแก่ข้าพเจ้าที่จะสำแดงความล้ำลึกของข่าวประเสริฐอย่างกล้าหาญ

 

God has placed each of us in a unique place, with unique experiences and gifts.

พระเจ้าทรงวางเราแต่ละคนในสถานที่ที่ไม่ซ้ำกัน  โดยมีประสบการณ์และของประทานที่ไม่ซ้ำกัน

Will you commit with me to look for God-given opportunities to be His ambassador of grace to the world around us?  [1]

คุณจะเข้าร่วมผูกพันกับฉันในการมองหาโอกาสที่พระเจ้าทรงมอบให้เป็นทูตแห่งพระคุณต่อโลกรอบตัวเราหรือไม่

 

 

 

 

 

 

Have no fear

จงอย่ากลัว

 

Matthew 10:26-31 (NASB)

26 “Therefore do not fear them, for there is nothing concealed that will not be revealed, or hidden that will not be known.

มัทธิว 10:26-31

26 “เพราะฉะนั้นอย่ากลัวเขา  เพราะว่าไม่มีสิ่งใดที่ปิดบังไว้ซึ่งจะไม่ถูกเปิดออก หรือความลับที่จะไม่ถูกเผยให้รู้

27 What I tell you in the darkness, speak in the light; and what you hear whispered in your ear, proclaim upon the housetops.

27สิ่งที่เรากล่าวแก่พวกท่านในที่มืด ท่านจงกล่าวในที่แจ้ง และสิ่งที่ได้ยินจากการกระซิบ จงตะโกนจากดาดฟ้าหลังคาบ้าน

28 Do not fear those who kill the body but are unable to kill the soul; but rather fear Him who is able to destroy both soul and body in hell.

28 อย่ากลัวผู้ที่ฆ่าได้แต่กาย  แต่ไม่สามารถฆ่าจิตวิญญาณ แต่จงกลัวพระองค์ผู้ทรงสามารถทำลายทั้งจิตวิญญาณและกายในนรกได้

29 Are not two sparrows sold for a cent? And yet not one of them will fall to the ground apart from your Father.

29 นกกระจาบสองตัวเขาขายบาทหนึ่งอาส์ซาริอัน ไม่ใช่หรือ? แต่ถ้าพระบิดาของท่านไม่โปรด นกเหล่านั้นจะไม่ตกลงถึงดินแม้แต่ตัวเดียว

30 But the very hairs of your head are all numbered.

30  ถึงผมของท่านทั้งหลาย ก็ทรงนับไว้แล้วทุกเส้น 

31 So do not fear; you are more valuable than many sparrows.

31 เพราะฉะนั้นอย่ากลัวเลย  พวกท่านก็ประเสริฐกว่านกกระจาบหลายตัว

 

Oh, how much God loves and cares for you. 

โอ้พระเจ้าทรงรักและห่วงใยเรามากเพียงใด

He knows when a sparrow falls, He has counted every hair on your head. 

ทรงทราบเมื่อนกกระจอกสักตัวหนึ่งร่วงลงมา   พระองค์ทรงนับผมทุกเส้นบนศีรษะของคุณไว้แล้ว

You are so valuable, so precious to Him and He is watching over you. 

คุณจึงมีคุณค่า  มีค่าต่อพระองค์ และพระองค์ทรงเฝ้าดูแลพวกคุณ

 

Matthew 10:32-37 (NASB)

32 “Therefore everyone who confesses Me before men, I will also confess him before My Father who is in heaven.

มัทธิว10:32-37

32  “เพราะฉะนั้นทุกคนที่จะรับเราต่อหน้ามนุษย์  เราจะรับผู้นั้นเฉพาะพระพักตร์พระบิดาของเราผู้สถิตในสวรรค์

33 But whoever denies Me before men, I will also deny him before My Father who is in heaven.

33 แต่ผู้ใดจะไม่ยอมรับเราต่อหน้ามนุษย์  เราก็จะไม่ยอมรับผู้นั้นเฉพาะพระพักตร์พระบิดาของเราผู้สถิตในสวรรค์ด้วย

34 “Do not think that I came to bring peace on the earth; I did not come to bring peace, but a sword.

34  “ อย่าคิดว่าเรามาเพื่อจะนำสันติภาพมาสู่โลก  เราไม่ได้นำสันติภาพมาให้ แต่เรานำดาบมา

35 For I came to set a man against his father, and a daughter against her mother, and a daughter-in-law against her mother-in-law;

35ข้าพเจ้ามาเพื่อจะให้  ลูกชายหมางใจกับบิดาของตน   ลูกสาวหมางใจกับมารดา  ลูกสะใภ้หมางใจกับแม่ผัว

36 and a man’s enemies will be the members of his household.  [Quotation from Micah 7:6]

36 และผู้ที่อยู่ร่วมบ้านเดียวกันก็จะเป็นศัตรูต่อกัน [ใบเสนอราคาจากคาห์ 7:6]

37 “He who loves father or mother more than Me is not worthy of Me; and he who loves son or daughter more than Me is not worthy of Me.

37 ใครที่รักบิดามารดายิ่งกว่ารักเรา   ก็ไม่มีค่าควรกับเรา   และใครที่รักบุตรชายหญิงยิ่งกว่ารักเรา   คนนั้นก็ไม่มีค่าควรกับเรา

 

Faith in Jesus, becoming His follower still today causes division in families. 

ความเชื่อในพระเยซู   การกลับใจมาเป็นสาวกของพระองค์ยังคงเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการแตกแยกในครอบครัวทุกวันนี้

For some only one member of the family is a Christian the others of all of another faith or have no faith.

สำหรับบางคนที่เพียงหนึ่งคนในครอบครัวเป็นคริสเตียน   คนอื่น ๆ ทั้งหมดมีความเชื่ออื่นหรือไม่มีความเชื่อ

I know of one elderly woman in our village whose son has forbidden her from becoming a Christian, though she wants to.  So far, she has not. 

ผมรู้จักหญิงชราคนหนึ่งในหมู่บ้านของเรา    ลูกชายของนางได้ห้ามไม่ให้เธอเป็นคริสเตียน แม้เธอต้องการที่จะเป็น    จนบัดนี้เธอก็ไม่ได้เป็น

Sometimes parents are upset because their children become Christians with the rest of the family is Buddhist. 

บางครั้งพ่อแม่จะผิดหวัง เพราะลูกๆ ของพวกเขาเป็นคริสเตียน   โดยคนที่เหลือในครอบครัวเป็นชาวพุทธ

Each individual must decide whether he or she will follow Christ even if it causes division, strife, or disappointment in the family. 

แต่ละคนต้องตัดสินใจว่าเขาหรือเธอจะติดตามพระคริสต์หรือไม่   แม้ว่ามันจะทำให้เกิดการแตกแยกหรือความขัดแย้งหรือความผิดหวังในครอบครัว

Family is important to God, but your relationship to God is more important.

ครอบครัวนั้นสำคัญต่อพระเจ้า  แต่ความสัมพันธ์ของคุณกับพระเจ้าสำคัญมากกว่า

 

 

 

 

 

The reward of service

รางวัลแห่งการรับใช้

 

Matthew 10:38-42 (NASB)

38 And he who does not take his cross and follow after Me is not worthy of Me.

มัทธิว10:38-42

                38 และใครที่ไม่รับกางเขนของตนและตามเราไป คนนั้นก็ไม่มีค่าควรกับเรา 

39 He who has found his  life will lose it, and he who has lost his life for My sake will find it.

39 ผู้ที่จะเอาชีวิตของตนรอด จะกลับเสียชีวิต แต่ผู้ที่เสียชีวิตของตนเพราะเห็นแก่เราก็จะได้ชีวิตรอด

40 “He who receives you receives Me, and he who receives Me receives Him who sent Me.

40 “ผู้ที่ต้อนรับท่านทั้งหลายก็ต้อนรับเรา และผู้ที่ต้อนรับเราก็ต้อนรับพระองค์ที่ทรงใช้เรามา 

41 He who receives a prophet in the name of a prophet shall receive a prophet’s reward; and he who receives a righteous man in the name of a righteous man shall receive a righteous man’s reward.

41 ผู้ที่ต้อนรับผู้เผยพระวจนะเพราะเป็นผู้เผยพระวจนะ ก็จะได้บำเหน็จอย่างที่ผู้เผยพระวจนะพึงได้รับ และผู้ที่ต้อนรับคนชอบธรรมเพราะเป็นคนชอบธรรม ก็จะได้บำเหน็จอย่างที่คนชอบธรรมพึงได้รับ 

42 And whoever in the name of a disciple gives to one of these little ones even a cup of cold water to drink, truly I say to you, he shall not lose his reward.”

42 และถ้าผู้ใดจะเอาน้ำเย็นสักถ้วยหนึ่ง ให้คนเล็กน้อยเหล่านี้คนใดคนหนึ่งดื่ม เพราะเป็นสาวกของเรา  เราบอกความจริงแก่พวกท่านว่า คนนั้นจะไม่ขาดบำเหน็จแน่นอน”

 

In John 15 the Lord Jesus clarifies this section when He says that the world has hated Him and is going to hate His own.

            ในยอห์นบทที่15พระเยซูทรงชี้แจงตอนนี้เมื่อพระองค์ตรัสว่าโลกได้เกลียดพระองค์และกำลังจะเกลียดความเป็นพระองค์เอง

We ought not to be any more popular with the world than Jesus Christ is popular.

เราไม่ควรให้โลกนิยมชมชอบเรามากกว่าพระเยซูคริสต์ผู้ทรงเป็นที่นิยมชม

ชอบ

The measure of our loyalty and faithfulness to Him is given in the prophet's reward and the righteous man's reward.

มาตรวัดความภักดีและความซื่อสัตย์ของเราต่อพระองค์จะได้รับรางวัลของศาสดาพยากรณ์และรางวัลของผู้ชอบธรรม

If you defend the Lord Jesus as a prophet, you will receive a prophet's reward.

หากคุณปกป้องว่าพระเยซูเจ้าทรงเป็นศาสดาพยากรณ์คุณจะได้รับรางวัลจากศาสดาพยากรณ์

If you receive Him as only a righteous man, you will receive a righteous man's reward.

ถ้าคุณยอมรับพระองค์เป็นเพียงผู้ชอบธรรมคนหนึ่ง  คุณจะได้รับรางวัลของผู้ชอบธรรม

But if you acknowledge Him as Lord and Savior, you will receive a full reward.

ถ้าคุณยอมรับพระองค์เป็นพระเจ้าและพระผู้ช่วยให้รอด  คุณจะได้รับรางวัลครบบริบูรณ์

Our Lord makes it very clear that rewards are given on the basis of faithfulness. [2]

พระเจ้าของเราตรัสชัดเจนมากว่าเราจะรางวัลบนพื้นฐานของความซื่อสัตย์ 

 

The Lord wants us to first to be His disciples and then to be disciple makers.  

พระเจ้าทรงประสงค์ให้เราเป็นสาวกของพระองค์ก่อน  และจากนั้นจะเป็นผู้สร้างสาวกต่อไป

Have you decided to follow Jesus as His disciple?

คุณตัดสินใจที่จะติตามพระเยซูเป็นสาวกของพระองค์หรือไม่

Deciding to follow Jesus is the most important decision you can make.

การตัดสินใจที่จะติตามพระเยซูคือการตัดสินที่สำคัญที่สุดที่คุณสามารถทำได้

God is the Creator. God loves you. He loves all people.

พระเจ้าทรงเป็นพระผู้สร้าง พระเจ้าทรงรักคุณ ทรงรักทุกคน

But God is perfect, and we are not.

แต่พระเจ้าทรงสมบูรณ์แบบและเราไม่ได้เป็นเช่นนั้น

Since the first two people sinned in the garden all people since that time have done wrong, thought wrong, and spoke wrong.

ตั้งแต่ที่มนุษย์สองคนแรกทำบาปในสวน  ตั้งแต่เวลานั้นคนทั้งหมดได้ทำผิด, คิดผิด, และพูดไม่ถูกต้อง

This sin separates us from God, we can't go to Heaven to be with him in this condition.

ความบาปนี้แยกเราออกจากพระเจ้า  เราไม่สามารถไปสวรรค์ที่จะอยู่กับพระองค์ในสภาพนี้

But Jesus the son of God took the punishment for our sins by dying on the cross. He came alive again three days later. 

แต่พระเยซูพระบุตรของพระเจ้าทรงแบกรับโทษเพื่อบาปของเราโดยการสิ้นพระชนม์บนกางเขน  ทรงฟื้นชีวิตใหม่อีกครั้งสามวันต่อมา

Will you believe in Him today? 

คุณจะเชื่อพระองค์ในวันนี้ไหม

Come forward and make your decision known.

จงออกมาเถิดคุณและ ตัดสินใจให้รู้ชัดแจ้ง

Acts 16:31 (ESV)…“ And they said, “Believe in the Lord Jesus, and you will be saved, you and your household.””

กิจการ16:31 เปาโลกับสิลาสจึงกล่าวว่า “จงวางใจในพระเยซูองค์พระผู้เป็นเจ้า แล้ว ท่านและครอบครัวจะได้รับความรอด”

This sermon is a part of a collection of sermons entitled New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14 copyright ©2018 by Dana Bratton available at Amazon.com in Kindle and paperback (English only).

คำสอนนี้เป็นตอนหนึ่งของชุดรวมคำสอนที่มีชื่อว่า  คำสอนเชิงอธิบายพันธสัญญาใหม่ ชุดที่ 1 พระธรรมมัทธิว1-14 ลิขสิทธิ์© 2018 โดยนายเดนา แบรตตัน สามารถดูได้ที่ Amazon.com ในเครื่องอ่านหนังสืออีเล็คทรอนิกส์และหนังสือปกอ่อน (ภาษาอังกฤษ)

Scripture quotations are from the ESV® Bible (The Holy Bible, English Standard Version®, copyright ©2001 by Crossway, a publishing ministry of Good News Publishers. Used by permission. All rights reserved 

ข้อพระคัมภีร์คัดมาจากพระคัมภีร์ ESV® (พระคัมภีร์ฉบับมาตรฐานอังกฤษ®สงวนลิขสิทธิ์© 2001 โดย Crossway  พันธกิจการพิมพ์ของสำนักพิมพ์ข่าวประเสริฐ  โดยได้รับอนุญาต  ขอสงวนลิขสิทธิ์ทั้งหมด

Scripture quotations from the New American Standard Bible® (NASB), Copyright © 1960, 1962, 1963, 1968, 1971, 1972, 1973, 1975, 1977, 1995 by The Lockman Foundation Used by permission. www.Lockman.org

ข้อพระคัมภีร์จากพระคัมภีร์มาตรฐานอเมริกันฉบับใหม่ (NASB) ลิขสิทธิ์ © 1960, 1962, 1963, 1968, 1971, 1972, 1973, 1975, 1977, 1995 โดยมูลนิธิลอคแมน  นำมาใช้โดยได้รับอนุญาต www.Lockman.org

Thai Scripture quotations are from The Holy Bible – Thai Standard Version 2011 Copyright © 2011 Thailand Bible Society

ข้อพระคัมภีร์ไทยคัดมาจากพระคัมภีร์  พระคริสตธรรมคัมภีร์ภาษาไทยฉบับมาตรฐาน 2011 สงวนลิขสิทธิ์© 2011 โดยสมาคมพระคริสตธรรมไทย 



[1] “In the world, not of the world - part 3” Godlife, https://godlife.com/en/devotional/in-the-world-not-of-the-world-part-3 (accessed July 21, 2012.)

[2] J. Vernon McGee, Thru The Bible with J. Vernon McGee, (Nashville, TN: Thomas Nelson, 1983), WORDsearch CROSS e-book, Matthew 10.

 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian LinksDaily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash CardsThai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top