Search the site

Twelve Basics for Living and Growing as a Christian
YWAM Discipleship by Dana Bratton
Legacy and Minstry Adventures of Dana Bratton
Peffect Storm: A Christian's Struggle with Depression
New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14
New Testament Expository Sermons vol. 2 Matthew 15-28
New Testament Expository Sermons vol. 3 Mark
New Testament Expository Sermons vol. 4 Luke 1-13
New Testament Expository Sermons vol 5 Luke 14-24
New Testament Expository Sermons vol. 6 John
Living Boldly: Acknowledging and Overcoming Fear

Matthew 9-part 2 The Harvest is Plentiful, but the Laborers are Few

มัทธิวบทที่ 9- ตอนที่ 2 ข้าวที่ต้องเกี่ยวมีมากนักหนาแต่คนงานยังน้อยอยู่

 

   Last time we spoke of Jesus healing the woman who had been sick for twelve      years, raising to life the 12-year-old girl, and the healing of two blind men.

ครั้งที่แล้วเราพูดถึงพระเยซูทรงรักษาผู้หญิงที่เป็นโรคมานานสิบสองปี ทรงทำ           ให้เด็กอายุ12 ปีฟื้นจากตาย และทรงรักษาชายตาบอดสองคน

As we continue today, we see how much compassion Jesus had for people. 

ขณะที่เราศึกษาต่อไปในวันนี้เราจะเห็นว่าพระเยซูทรงพระเมตตาต่อประชาชน          มากแค่ไหน

Oh, that we would develop that same compassion for other people.

โอ งั้นเราจะเริ่มเมตตาสงสารคนอื่นๆ เช่นเดียวกัน

Jesus next heals a man, who as oppressed by a demon, and because of the demon could not speak.

ต่อไปพระเยซูทรงรักษาชายคนหนึ่งที่ถูกผีสิง  และเขาไม่สามารถพูดได้เพราะผี        สิง

 

Matthew 9:32-34

32 As they were going away, behold, a demon-oppressed man who was mute was brought to him.

มัทธิว9:32-34

 32 ขณะเมื่อพระเยซูกำลังเสด็จออกไปจากที่นั่นกับเหล่าสาวก ก็มีคนพาคนใบ้            คนหนึ่งที่มีผีสิงอยู่มาหาพระองค์ 

33 And when the demon had been cast out, the mute man spoke. And the crowds marveled, saying, “Never was anything like this seen in Israel.”

33เมื่อทรงขับผีออกแล้ว คนใบ้นั้นก็พูดได้ ฝูงชนก็อัศจรรย์ใจพูดกันว่า “เรื่อง เช่นนี้ไม่เคยปรากฏในอิสราเอลเลย” 

34 But the Pharisees said, “He casts out demons by the prince of demons.”

34 แต่พวกฟาริสีกล่าวว่า   “คนนี้ขับผีออกโดยนายผี”

 

The Pharisees did not want to credit Jesus with the casting out of the demon. 

พวกฟาริสีไม่ต้องการยกย่องนับถือพระเยซูเพราะทรงขับไล่ผีได้

Just as people today do not properly credit God for their good health. 

เช่นเดียวกับคนทุกวันนี้ไม่ได้นับถือพระเจ้าอย่างถูกต้องที่พวกเขามีสุขภาพดี

But how ridiculous to credit Satan with the casting out of a demon.  Satan does not fight against himself.

แต่มันช่างโง่จริงที่ไปนับถือซาตานในการขับไล่ผี ซาตานไม่ได้ต่อสู้กับตัวมัน            เอง

I am a quiet man, not a real good speaker, but I am very glad that I am not mute. 

ผมเป็นคนเงียบๆ ไม่ได้เป็นนักพูดที่เก่ง แต่ผมดีใจมากที่ผมไม่ได้เป็นใบ้

What I do speak I hope I can make it count for God. 

สิ่งที่ผมพูด ผมรับผิดชอบต่อพระเจ้า

Paul shared this with the Corinthians.

เปาโลแบ่งปันเรื่องนี้กับชาวเมืองโครินธ์

 

1 Corinthians 2:1 And I, when I came to you, brothers, did not come proclaiming to you the testimony of God with lofty speech or wisdom.

1โครินธ์2:1 พี่น้องทั้งหลาย เมื่อข้าพเจ้ามาหาท่านเพื่อประกาศความล้ำลึกของ          พระเจ้าแก่พวกท่านนั้น ข้าพเจ้าไม่ได้มาด้วยถ้อยคำหวานหูหรือด้วยความฉลาด   ปราดเปรื่อง

 

2 Corinthians 10:10 For they say, “His letters are weighty and strong, but his bodily presence is weak, and his speech of no account.”

2โครินธ์10:10 เพราะมีบางคนพูดว่า “จดหมายของเปาโลนั้นมีน้ำหนักและมี  อำนาจมากก็จริง แต่ตัวเขาดูอ่อนแอเมื่อมาถึงและคำพูดของเขาก็ใช้ไม่ได้” 

 

2 Corinthians 11:6 Even if I am unskilled in speaking, I am not so in knowledge; indeed, in every way we have made this plain to you in all things.

            2โครินธ์11:6 แม้ข้าพเจ้าพูดไม่เก่ง แต่ข้าพเจ้าก็มีความรู้ดี ที่จริงเราแสดงข้อนี้ต่อ     พวกท่านเสมอในทุกเรื่องแล้ว

 

Perhaps it was a good thing the demon possessed man was mute, while he had the demon. 

บางทีมันอาจจะดีที่ผีเข้าสิงคนที่เป็นใบ้ ในขณะที่เขามีผีสิง

What awful things might have come out of his mouth. But now Jesus cast forth the demon and loosed his tongue.

อะไรที่น่ากลัวอาจจะออกมาจากปากของเขา แต่ตอนนี้พระเยซูทรงขับผีร้าย  ออกไปและให้คนใบ้พูดได้

 

The harvest is plentiful, but the laborers are few

ข้าวที่ต้องเกี่ยวมีมากนักหนาแต่คนงานยังน้อยอยู่

 

Matthew 9:35-38

35 And Jesus went throughout all the cities and villages, teaching in their synagogues and proclaiming the gospel of the kingdom and healing every disease and every affliction.

มัทธิว9:35-38

35พระเยซูจึงทรงดำเนินไปตามเมืองและหมู่บ้านโดยรอบ ทรงสั่งสอนในธรรม ศาลาของเขาทั้งหลาย ทรงประกาศข่าวประเสริฐเรื่องแผ่นดินของพระเจ้า ทรง    รักษาโรคและความเจ็บป่วยทุกอย่างให้หาย

36 When he saw the crowds, he had compassion for them, because they were harassed and helpless, like sheep without a shepherd.

36 และเมื่อพระองค์ทอดพระเนตรฝูงชนก็ทรงสงสารเขาทั้งหลาย เพราะพวกเขา         ถูกรังควานและไร้ที่พึ่งเหมือนฝูงแกะไม่มีผู้เลี้ยง

37 Then he said to his disciples, “The harvest is plentiful, but the laborers are few;

37แล้วพระองค์ตรัสกับสาวกทั้งหลายของพระองค์ว่า “ข้าวที่ต้องเกี่ยวนั้นมีมาก           นักหนา แต่คนงานยังน้อยอยู่

38 therefore pray earnestly to the Lord of the harvest to send out laborers into His harvest.”

38 เพราะฉะนั้นท่านจงอ้อนวอนพระองค์ผู้ทรงเป็นเจ้าของนา ให้ทรงส่งคนงาน           มาเก็บเกี่ยวพืชผลของพระองค์”

 

There are so many people who need to know about Jesus and yet there are few Christians out there telling them.  

มีคนมากมายที่ต้องการรู้เรื่องของพระเยซู  และกระนั้นยังมีคริสเตียนน้อยมากที่ออกไปบอกพวกเขา

In my work with Child Evangelism Fellowship I always struggled to find       more teachers for the weekly Good News Clubs® to reach more children.

ในการทำงานของผมร่วมกับองค์กรเผยแผ่ศาสนากับเด็ก  ผมพยายามที่จะหา            ครูมากขึ้นเสมอเพื่อชมรมข่าวประเสริฐ®รายสัปดาห์  เพื่อเข้าถึงเด็กๆ มากขึ้น

 

Cindy, Nathaniel (our son), and I went to Campos, Brazil, along with 57 other Americans, for an International Commission project.[1] 

ซินดี้ นาธาเนียล [ลูกชายของเรา] และผมไปเมืองแคมโพส ประเทศบราซิลพร้อมกับชาวอเมริกันอื่นๆ 57 คน เพื่อไปทำงานโครงการพันธกิจนานาชาติ

We were doing personal evangelism in the mornings and afternoons.

เราช่วยกันทำการประกาศเป็นรายบุคคลในตอนเช้าและตอนบ่าย

We shared the Gospel in homes, a hospital, stores, a bus station, on the street, and anywhere else God gave us opportunity.

เราแบ่งปันพระกิตติคุณตามบ้านเรือน โรงพยาบาล ร้านค้า สถานีขนส่ง  ตามถนนและที่ใดก็ตามที่พระเจ้าทรงมอบโอกาสแก่เรา

Each night there were evangelistic meetings in about 40 local churches. 

ทุกคืนมีการประชุมประกาศในโบสถ์ท้องถิ่นประมาณ 40 แห่ง

We traveled to Campos from Rio, via bus, arriving in the late afternoon.

เราเดินทางจากเมืองแคมโพสไปเมืองริโอ โดยรถบัสที่ไปถึงตอนสายช่วงบ่าย

On Sunday I preached the first evening service, and our team leader Bob gave the second service, at the Second Baptist Church, the largest Baptist church in Campos.  24 received Christ. 

วันอาทิตย์ผมเทศนาคนแรกในรอบค่ำและทีมงานของเรา คุณบ๊อบเทศนารอบสองที่คริสตจักรแบ๊บติสท์ที่2  โบสถ์แบ๊บติสท์ที่ใหญ่ที่สุดในเมืองแคมโพส  คนได้ต้อนรับพระคริสต์ 24 คน

Many made decisions to be witnesses for the Lord. 

มีคนมากมายตัดสินใจจะเป็นพยานเพื่อพระเจ้า

I spoke against prejudice and for the need for witnessing and evangelism amongst all people from John 4 (The Woman at the Well).  

ผมพูดต่อต้านการมีอคติและสำหรับความจำเป็นต้องเป็นพยานและประกาศท่ามกลางหมู่คนทั้งหมดจากพระธรรมยอห์นบทที่ 4 (ผู้หญิงที่บ่อน้ำ)

The altar was full of people praying for their lost family and friends, and hopefully for those they have avoided, thinking, "that person can never be saved."

แท่นบูชาเต็มไปด้วยผู้คนกำลังอธิษฐานเผื่อครอบครัวและเพื่อนๆที่หลงหายไปและด้วยความหวังเผื่อบรรดาคนที่พวกเขาหลีกเลี่ยงโดยคิดว่า "บุคคลนั้นไม่มีวันรอดได้"

Since one of our translators, Cyntia, is a pediatrician, I spent one afternoon with her and her fiancé Glaucio, visiting throughout a large hospital. 

เนื่องจากคุณซินเธียหนึ่งในผู้แปลของเราเป็นกุมารแพทย์ ผมใช้เวลาตอนบ่ายครั้งหนึ่งกับเธอและคู่หมั้นของเธอคุณเกลาชิโอไปเยี่ยมทั่วโรงพยาบาลขนาดใหญ่

8 people received Christ and another 7 requested a home visit from our host church. 

มีผู้ต้อนรับพระคริสต์ 8 คนและอีก 7 คนขอร้องคริสตจักรเจ้าภาพของเราให้ไปเยี่ยมที่บ้านได้

One lady, the grandmother of a one-year old patient, is a Gypsy, she received Christ and invited me to conduct a worship service in the Gypsy camp on Saturday morning. 

สุภาพสตรีคนหนึ่งเป็นยายของผู้ป่วยอายุหนึ่งปี เป็นยิปซี เธอได้ต้อนรับพระคริสต์และเชิญให้ผมไปจัดนมัสการในค่ายยิปซีในตอนเช้าวันเสาร์

Praise God, that we effectively used our personal testimonies to lead many to the Savior.

สรรเสริญพระเจ้า  ที่เราเป็นพยานส่วนตัวหลายคนได้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อนำคนมากมายไปพบพระผู้ช่วยให้รอด

In the evening we visited two homes, the two were sisters, there we prayed for a man who a had a stroke, their elderly mother, a son with mental disability, prayed for general concerns for two others and then found one of them was a nominal Catholic. 

ในช่วงเย็นเราไปเยี่ยมที่บ้านสองแห่ง  เป็นบ้านพี่สาวและน้องสาวกัน  ที่นั่นเราอธิษฐานเผื่อคนที่เป็นโรคหลอดเลือดสมองตีบ  แม่ผู้สูงอายุของพวกเธอ  ลูกชายที่พิการทางจิต  อธิษฐานขจัดความกังวลทั่วไปเผื่อคนอื่นอีกสองคน แล้วพบว่าคนหนึ่งเป็นคาทอลิกแบบนามบัญญัติ

My interpreter, Glaucio, used my testimony and the Gospel to lead her to accept Christ. 

ล่ามของผมคุณเกลาชิโอ ใช้คำพยานของผมและพระกิตติคุณเพื่อนำเธอให้ต้อนรับพระคริสต์

Tears of joy flowed down her sister's face. 

น้ำตาแห่งความสุขไหลลงที่ใบหน้าของน้องสาวของเธอ

 Meanwhile, Bob Utley our team leader, and Juceli - a team member and translator, spoke at the church for a business people seminar, on the reliability of Scripture.

ในขณะเดียวกันคุณบ๊อบ อัทเลย์ ผู้นำทีมของเราและคุณจุยสลี -หนึ่งในทีมงานและล่ามแปลได้ขึ้นพูดที่คริสตจักรตอนชั่วโมงสัมมนานักธุรกิจ เกี่ยวกับความเที่ยงตรงของพระคัมภีร์.

Since I am the son of a fire chief and Glaucio is a part time fireman, part time pastor, he invited me to speak at the fire station.  Two of the seven fire fighters who attended received Christ.

เนื่องจากผมเป็นบุตรของหัวหน้าดับเพลิงและคุณเกลาชิโอเป็นพนักงานดับเพลิง  ศิษยาภิบาลไม่เต็มเวลา  เขาเชิญผมที่ไปพูดที่สถานีดับเพลิง นักดับเพลิงสองคนในเจ็ดคนที่เข้าร่วมฟังได้ต้อนรับพระคริสต์

We had a tremendous day at a mission church, very rural, way out in the sugar cane fields. 

วันนั้นเป็นวันยิ่งใหญ่ที่คริสตจักรทำงานพันธกิจ  แบบชนบทลุกทุ่ง พื้นที่กว้างในไร่อ้อย

The lady pastor was so glad to have us. 

ศิษยาภิบาลสตรีจึงดีใจที่ได้ต้อนรับพวกเรา

We made many home visits, talked to many children on the streets, and greeted the teens when they got off the school bus.

เราได้ทำการเยี่ยมตามบ้านมากมาย พูดคุยกับเด็กๆ หลายคนตามท้องถนน และทักทายพวกวัยรุ่นเมื่อพวกเขาได้ลงจากรถโรงเรียน

  The church was packed for the evening service, Telma one of the Brazilians who sings like Whitney Houston sang several songs and a six-year-old drummer accompanied older guitarists from the church, and I preached an evangelistic message on the healing of Naaman with my interpreter Glaucio.

คริสตจักรแน่นไปด้วยคนฟังในการนมัสการตอนเย็น คุณเทลมาหนึ่งในชาวบราซิลที่ร้องเพลงเหมือนกับ วิทนีย์ ฮูสตัน ได้ร้องหลายเพลงและเด็กมือกลองอายุหกปีร่วมกับมือกีตาร์อายุมากกว่าจากคริสตจักร และผมเทศนาประกาศข่าวประเสริฐร่วมกับล่ามคือคุณเกลาชิโอเรื่องการรักษานามานให้หายจากโรคเรื้อน

We visited an orphanage that is sponsored by 2nd Baptist that is still under construction. 

เราไปเยี่ยมสถานสงเคราะห์เด็กที่ได้รับการสนับสนุนการเงินจากคริสตจักรแบ๊บติสท์ที่ 2 ที่ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง

One of the workers received Christ. 

คนก่อสร้างคนหนึ่งได้ต้อนรับพระคริสต์

We went to a men's rehabilitation center also sponsored by the church. 

นอกจากนี้เรายังไปที่ศูนย์ฟื้นฟูสมรรถภาพชายซึ่งคริสตจักรสนับสนุนการเงิน

They had a beautiful outdoor worship circle surrounded by trees. 

พวกเขาจัดนมัสการกลางแจ้งที่ล้อมรอบด้วยต้นไม้สวยงามมาก

Josh and I shared our testimonies and Bob did a teaching. 

โจชและผมแบ่งปันคำพยานของเราและคุณบ๊อบเทศนา

We then broke into small groups with the Brazilians, Paraguayans and American workers so that we could work one on one or two with the men in the center.  

จากนั้นเราแบ่งเป็นกลุ่มเล็กๆที่มีชาวบราซิล ชาวปารากวัยและคนงานชาวอเมริกัน  เพื่อว่าเราจะสามารถทำงานแบบตัวต่อตัวหรือสองคนกับคนงานชายที่อยู่ในศูนย์

A number were already believers, but many others trusted Christ.

มีผู้เชื่อจำนวนหนึ่งแล้ว แต่หลายคนก็เชื่อถือวางใจในพระคริสต์

Our team went to the Gypsy camp, we were well received I preached on Acts 10 the story of Cornelius, relating how the Gentile Romans were rejected by the Jews but now were accepted, and the Gypsies should no longer be rejected either. 

ทีมงานของเราไปที่ค่ายยิปซี  เราได้รับการต้อนรับอย่างดี  ผมเทศนาในพระธรรมกิจการบทที่10 เรื่องราวของโครเนลิอัส  เกี่ยวกับว่าคนนอกศาสนาชาวโรมันถูกปฏิเสธโดยชาวยิวอย่างไร  แต่ตอนนี้ได้รับการยอมรับแล้ว และพวกยิปซีไม่ควรจะถูกปฏิเสธด้วยเช่นกัน

We also spoke to several Gypsies individually sharing our testimonies.  10 received Christ. 

นอกจากนี้เรายังพูดกับพวกยิปซีหลายคนเป็นส่วนตัว แบ่งปันคำพยานของเรา ชาวยิปซี10 คนได้ต้อนรับพระคริสต์

I was concerned that they might still be rejected by a local church. 

ผมเป็นห่วงว่าพวกเขาอาจจะยังคงถูกปฏิเสธโดยโบสถ์ท้องถิ่น

But Glaucio agreed to conduct a weekly Bible study in the Camp and Elias one of the deacons of 2nd Baptist will address some of their physical needs too.[2]

แต่คุณเกลาชิโอเห็นด้วยที่จะดำเนินการศึกษาพระคัมภีร์ประจำสัปดาห์ในค่ายและคุณเอลไลอัส หนึ่งในมัคนายกของคริสตจักรแบ๊บติสท์ที่ 2 จะกล่าวบางตอนเรื่องความต้องการฝ่ายกายของพวกเขาด้วย

 

As we traveled, I saw many sugar cane fields that were ripe unto harvest.  I was reminded that we were there to bring in a harvest of souls. 

ในขณะที่เราเดินทางผมเห็นไร่อ้อยมากมายที่พร้อมเก็บเกี่ยวอ้อยที่สุกแล้ว เป็น         ที่เตือนใจผมว่าเราอยู่ที่นั่นเพื่อทำการเก็บเกี่ยวฝ่ายจิตวิญญาณ.

We saw thousands of people come to faith in Christ on that trip. 

เราเห็นคนหลายพันคนมารับเชื่อในพระคริสต์ในการเดินทางครั้งนั้น

The harvest is plentiful in many areas around the world, but the laborers are few. 

ทุ่งนาอุดมสมบูรณ์พร้อมเก็บเกี่ยวมากมายในหลายพื้นที่ทั่วโลก แต่มีคนงาน  ไม่กี่คน

Jesus uses a similar analogy in Matthew 13.

พระเยซูทรงใช้การเปรียบเทียบที่คล้ายกันในมัทธิวบทที่ 13

 

Matthew 13:3-9   

3And He told them many things in parables, saying: “A sower went out to sow.

มัทธิว13:3-9

3 แล้วพระองค์ก็ตรัสกับเขาทั้งหลายเป็นอุปมาหลายเรื่อง เป็นต้นว่า   “นี่แน่ะ มี           ผู้หว่านคนหนึ่งออกไปหว่านพืช

4 And as he sowed, some seeds fell along the path, and the birds came and devoured them.

 4 และเมื่อเขาหว่าน เมล็ดพืชก็ตกตามหนทางบ้าง แล้วนกก็มากินเสีย 

5 Other seeds fell on rocky ground, where they did not have much soil, and immediately they sprang up, since they had no depth of soil,

5 บ้างก็ตกในที่ซึ่งมีพื้นหิน มีเนื้อดินน้อย จึงงอกขึ้นอย่างเร็วเพราะดินไม่ลึก 

6 but when the sun rose they were scorched. And since they had no root, they withered away.

6 แต่เมื่อดวงอาทิตย์ขึ้นมันก็ถูกแผดเผา จึงเหี่ยวไปเพราะรากไม่มี 

7 Other seeds fell among thorns, and the thorns grew up and choked them.

7 บ้างก็ตกกลางต้นหนาม ต้นหนามก็งอกขึ้นปกคลุมเสีย

8 Other seeds fell on good soil and produced grain, some a hundredfold, some sixty, some thirty.

8 บ้างก็ตกที่ดินดี แล้วเกิดผลร้อยเท่าบ้าง หกสิบเท่าบ้าง สามสิบเท่าบ้าง 

9 He who has ears, let him hear.”

9 ใครมีหูจงฟังเถิด”

 

The parable of the sower explained

อุปมาของผู้หว่านพืชที่ได้อธิบาย

 

Matthew 9:18-23

18 “Hear then the parable of the sower:

มัทธิว9:18-23

18    เพราะฉะนั้นท่านทั้งหลายจงฟังอุปมาเรื่องผู้หว่านพืชนั้น 

19 When anyone hears the word of the kingdom and does not understand it, the evil one comes and snatches away what has been sown in his heart. This is what was sown along the path.

19 มื่อใครได้ยินคำบอกเล่าเรื่องแผ่นดินของพระเจ้าแต่ไม่เข้าใจ มารร้ายก็มาฉวย     เอาสิ่งที่หว่านในใจเขานั้นไปเสีย นั่นแหละได้แก่เมล็ดพืชซึ่งหว่านตกริม  หนทาง

20 As for what was sown on rocky ground, this is the one who hears the word and immediately receives it with joy,

20 และเมล็ดพืชซึ่งหว่านตกในที่ดินซึ่งมีพื้นหินนั้น ได้แก่บุคคลที่ได้ยินพระ    วจนะ แล้วก็รับทันทีด้วยความยินดี 

21 yet he has no root in himself, but endures for a while, and when tribulation or persecution arises on account of the word, immediately he falls away.

21 แต่ไม่มีรากลึกในตัวจึงทนอยู่ชั่วคราว และเมื่อเกิดการยากลำบาก หรือการข่ม       เหงต่างๆ เพราะพระวจนะนั้น เขาก็เลิกเสียในทันทีทันใด

22 As for what was sown among thorns, this is the one who hears the word, but the cares of the world and the deceitfulness of riches choke the word, and it proves unfruitful.

22 และเมล็ดซึ่งหว่านกลางหนามนั้น ได้แก่บุคคลที่ได้ฟังพระวจนะ แต่ความ   กังวลของโลก และการล่อลวงของทรัพย์สมบัติรัดพระวจนะนั้นเสีย จึงไม่       เกิดผล 

23 As for what was sown on good soil, this is the one who hears the word and understands it. He indeed bears fruit and yields, in one case a hundredfold, in another sixty, and in another thirty.”

23 ส่วนเมล็ดซึ่งหว่านตกในดินดีนั้น ได้แก่บุคคลที่ได้ยินพระวจนะนั้นและเข้าใจ        คนนั้นก็เกิดผลร้อยเท่าบ้าง หกสิบเท่าบ้าง สามสิบเท่าบ้าง”

 

This is such a good analogy comparing the work of God in the hearts of people with the planting of a crop like rice. 

นี้ก็คล้ายคลึงกันมากเมื่อเปรียบเทียบกับพระราชกิจของพระเจ้าในจิตใจ        ของคนกับการปลูกพืชเช่นข้าว

First the seed is planted, someone shares the gospel. 

ขั้นแรกหว่านเมล็ดพืชก่อน   บางคนแบ่งปันพระกิตติคุณ

Second others come along with some water and the sun shines, similarly other people share the Gospel and live out the Christian life and the Holy Spirit          works in their heart. 

ขั้นที่สอง รดน้ำต้นพืชบ้างพร้อมกับให้แสงอาทิตย์ส่อง  เหมือนกับคนอื่นๆ      บอกข่าวพระกิตติคุณและสำแดงชีวิตคริสเตียนออกมา และพระวิญญาณ          บริสุทธิ์ทรงทำงานในจิตใจของพวกเขา

Now the plant begins to grow and is ready for the harvest. 

ตอนนี้ต้นไม้เริ่มต้นโตขึ้นพร้อมแล้วสำหรับการเก็บเกี่ยว

Similarly, the faith in God begins to grow in the person and someone comes along and shares the Gospel again and the person repents of their sin and puts      their full faith in Jesus as Lord and Savior.   

ในทำนองเดียวกัน  คนเริ่มเติบโตขึ้นในความเชื่อพระเจ้า และมีบางคนมาพร้อม         กับแบ่งปันข่าวประเสริฐอีก  และมีคนสำนึกผิดและสารภาพบาปของตนและ            เชื่อแน่นอนในพระเยซูว่าทรงเป็นพระเจ้าและพระผู้ช่วยให้รอด

This was what was happening in Brazil, it was not that the team of 57 Americans were such great evangelists, but the seed had already been sown,        there had been much prayer before we arrived, so then we were able to reap      the harvest.

นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศบราซิล  มันไม่ใช่ว่าทีมงานของชาวอเมริกัน 57 คน         เป็นนักประกาศที่เก่ง แต่เมล็ดพันธุ์ที่มีอยู่แล้วเจริญเติบโต มีการอธิษฐาน         มากมายก่อนที่เรามาถึง  เพื่อว่าเราจะสามารถเก็บเกี่ยวผลได้

The problem though is both the conditions of the person’s heart or the soil as Jesus described in the parable or what He says in our current passage there are       so few Christians willing to be involved in this process, especially the harvest part.   

แม้ว่าปัญหาคือเงื่อนไขทั้งเรื่องของจิตใจคนหรือดิน ดังที่พระเยซูทรงอธิบายไว้         ในอุปมาหรือสิ่งที่ทรงตรัสในพระธรรมตอนนี้ มีคริสเตียนน้อยคนที่เต็มใจมี         ส่วนร่วมในกระบวนการนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งในงานเก็บเกี่ยว

Jesus commands “pray earnestly to the Lord of the harvest to send out      laborers into His harvest.”

ดังนั้นพระเยซูตรัสสั่งว่า "จงอ้อนวอนต่อองค์พระผู้เป็นเจ้าของนา ให้ทรงส่ง  คนงานมาทำเก็บเกี่ยวพืชผลของพระองค์”

 

A great way to share your faith with others is by sharing your own testimony.

            วิธีสำคัญที่จะแบ่งปันความเชื่อของคุณกับผู้อื่นคือโดยการแบ่งปันคำพยานของ         คุณเอง

Write it out beforehand.

จงเรียบเรียงเขียนไว้ก่อน

What was your life like before you met Jesus?

ชีวิตของคุณเป็นอย่างไรก่อนที่คุณได้พบกับพระเยซู?

What happened to make you aware of Jesus?

อะไรเกิดขึ้นที่ทำให้คุณตระหนักถึงพระเยซู?

How has your life changed?

ชีวิตของคุณเปลี่ยนไปอย่างไร?

Use Scriptures to show God's way of salvation.

จงใช้ข้อพระคัมภีร์เพื่อแสดงแนวทางรับความรอดของพระเจ้า

It is important to use condition and promise verses to make the Gospel clear.

ข้อสำคัญคือใช้เงื่อนไขและข้อพระคัมภีร์ที่เป็นพระสัญญาที่จะทำให้พระกิตติ            คุณชัดเจน

 

John 3:16 For God so loved the world, he gave his only Son that whoever believes in him should not perish but have eternal life.

ยอห์น3:16 พระเจ้าทรงรักโลกดังนี้ คือได้ประทานพระบุตรองค์เดียวของ      พระองค์ เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์

 

            The condition, God's requirement, is believing in God's Son, and the promise is eternal life.

            เงื่อนไข ข้อเรียกร้องของพระเจ้า คือการเชื่อในพระบุตรของพระเจ้า และพระสัญญา คือได้รับชีวิตนิรันดร์

 

Romans 10:9 (ESV) If you confess with your mouth Jesus as Lord and believe in your heart God raised Him from the dead you shall be saved.

           

โรม10:9 คือว่าถ้าท่านจะยอมรับด้วยปากของท่านว่าพระเยซูทรงเป็นองค์พระผู้         เป็นเจ้า และเชื่อในใจว่า พระเจ้าได้ทรงให้พระองค์เป็นขึ้นมาจากความตาย ท่าน         จะรอด

 

            The condition is confessing with your mouth and believing in your heart that Jesus is Lord and that God raised Him from the dead after He died for us on      the cross. The promise is to be saved (from hell the punishment for sin.)

            เงื่อนไขคือจงสารภาพด้วยปากของคุณและเชื่อในจิตใจของคุณว่าพระเยซูคือพระเจ้า  และพระเจ้าทรงยกพระองค์ขึ้นจากความตายหลังจากที่สิ้นพระชนม์    เพื่อเราบนกางเขน ทรงสัญญาที่จะให้เรารอดได้ (จากนรกการลงโทษเพราะ        บาป)

 

John 1:12 But as many as received Him to them gave He power to become children of God, even to them that believe in His name.

ยอห์น1:12 แต่ทุกคนที่ยอมรับพระองค์ คือคนที่เชื่อในพระนามของพระองค์  นั้น พระองค์ก็จะประทานสิทธิให้เป็นลูกของพระเจ้า 

           

The condition is receiving Jesus and believing in Him. The promise is becoming a child of God.

            เงื่อนไขคือการรับพระเยซูและเชื่อวางใจในพระองค์ พระสัญญาว่าเราจะ      กลายเป็นบุตรของพระเจ้า

 

Acts 16:31 Believe on the Lord Jesus Christ and you shall be saved…

กิจการ16:31“จงวางใจในพระเยซูองค์พระผู้เป็นเจ้า แล้วท่านและครอบครัวจะ          ได้รับความรอด”

 

            The condition is believing in Jesus and the promise is to be saved.

            เงื่อนไขคือจงเชื่อในพระเยซูและพระสัญญาคือจะได้รับความรอด

 

John 3:16 For God so loved the world that he gave his only Son that whoever believes in him should not perish but have eternal life.

ยอห์น 3:16 พระเจ้าทรงรักโลกดังนี้ คือได้ประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์ 

 

            So, what is your decision today? 

            ดังนั้นคุณจะตัดสินใจยังไงในวันนี้?

Do you need to believe in Jesus yourself? 

คุณต้องการที่จะเชื่อในพระเยซูด้วยตัวเองหรือไม่

Ask Him now to be your Savior.  

ตอนนี้จงทูลขอให้ทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของคุณ

If you are already a Christian, will you share your faith with others? 

ถ้าคุณเป็นคริสเตียนอยู่แล้วคุณจะแบ่งปันความเชื่อของคุณกับผู้อื่นหรือไม่

May the love of Christ motivate us to share the Good News.

ขอให้ความรักของพระคริสต์เร้าใจเราให้แบ่งปันข่าวประเสริฐ

 

2 Corinthians 5:14-15

14 For the love of Christ controls us, because we have concluded this: that one has died for all, therefore all have died;

2โครินธ์5:14-15 เพราะว่าความรักของพระคริสต์ควบคุมเราอยู่ เรามั่นใจเช่นนี้ว่ามีผู้หนึ่งสิ้นพระชนม์เพื่อทุกคน ดังนั้นทุกคนจึงตายแล้ว 

15 and he died for all, that those who live might no longer live for themselves but for him who for their sake died and was raised.

15 และพระองค์สิ้นพระชนม์เพื่อทุกคน เพื่อบรรดาคนที่มีชีวิตอยู่จะไม่อยู่เพื่อ   ตัวเองอีกต่อไป แต่จะอยู่เพื่อพระองค์ที่สิ้นพระชนม์ และทรงเป็นขึ้นมาเพราะ          เห็นแก่เขาทั้งหลาย

           

This sermon is a part of a collection of sermons entitled New Testament Expository Sermons vol. 1 Matthew 1-14 copyright ©2018 by Dana Bratton available at Amazon.com in Kindle and paperback (English only).

 

คำสอนนี้เป็นตอนหนึ่งของชุดรวมคำสอนที่มีชื่อว่า  คำสอนเชิงอธิบายพันธ   สัญญาใหม่ ชุดที่ 1 พระธรรมมัทธิว1-14 ลิขสิทธิ์© 2018 โดยนายเดนา แบรต           ตัน สามารถดูได้ที่ Amazon.com ในเครื่องอ่านหนังสืออีเล็คทรอนิกส์และ        หนังสือปกอ่อน (ภาษาอังกฤษ)

 

Scripture quotations are from the ESV® Bible (The Holy Bible, English Standard Version®, copyright ©2001 by Crossway, a publishing ministry of Good News Publishers.  Used by permission. All rights reserved 

ข้อพระคัมภีร์คัดมาจากพระคัมภีร์ ESV®(พระคัมภีร์ฉบับมาตรฐานอังกฤษ® สงวนลิขสิทธิ์© 2001 โดยครอสเวย์ พันธกิจการพิมพ์ของสำนักพิมพ์ข่าว  ประเสริฐ โดยได้รับอนุญาต ขอสงวนลิขสิทธิ์ทั้งหมด

 

Thai Scripture quotations are from The Holy Bible – Thai Standard Version 2011 Copyright © 2011 Thailand Bible Society

ข้อพระคัมภีร์ไทยคัดมาจากพระคัมภีร์ พระคริสตธรรมคัมภีร์ภาษาไทยฉบับ   มาตรฐาน 2011 สงวนลิขสิทธิ์© 2011 โดยสมาคมพระคริสตธรรมไทย

 

 



[1] International Commission enlists churches to send out teams to work in evangelism and discipleship with churches worldwide.  See www.IC-world.org 

[2] Dana Bratton, The Legacy and Ministry Adventures of Dana Bratton, (Amazon.com, 2018) 121-122.

 
Home  | Bibles Calvary Chapel at the Bridge Children Links |  Christian Links Daily Devotions  ESL EFL Textbooks | Greece and Rome | Hospital Visitation | Just for Kids | Medical   Ministry Trips | Missionary Newsletter | Our Family | Salvation | Sermon Notes  | Thai Bible  Thai Flash Cards Thai Language Course | Thailand Churches | Thailand Ministry | Web Design 

web design by Dana

top